curl-top

Top 5 โรคยอดฮิตหน้าหนาวที่แม่ต้องระวัง

Admin 07 Jan 2019 238
การแพร่ระบาดโรค, โรคยอดฮิตฤดูหนาว, นมแพะ ดีจี, ภูมิคุ้มกัน, นมแพะ DG
กดแชร์บทความ

Top 5 โรคยอดฮิตหน้าหนาวที่แม่ต้องระวัง

 

 

       ลมหนาวเริ่มมา นั่นเป็นหนึ่งสัญญาณเตือนภัยให้คุณแม่ต้องระวัง และป้องกันโรคภัยให้ลูกรักจากโรคต่างๆ ที่มากับอากาศหนาว เพราะถ้าหากคุณแม่เผลอ ลูกแม่เจอแน่! 5 โรคยอดฮิตหน้าหนาว จะมีโรคไหนบ้างและคุณแม่จะต้องรับมืออย่างไรเรามีคำตอบค่ะ

 

1. ไข้หวัด 

สาเหตุและอาการ : ในช่วงที่อากาศเย็นมีโอกาสติดเชื้อไวรัสได้ง่าย อาการสังเกตุได้จากการไอ จามและมีไข้สูงตามลำดับ

วิธีการดูแล : ให้ลูกนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ เช็ดตัวให้ลูกบ่อยๆ เพื่อลดไข้ งดของทอด ของมัน เพื่อลดอาการไอและแสบคอ ทำร่างกายลูกให้อบอุ่น หากลูกมีน้ำมูกลองใช้ผ้าขาวบางห่อหอมแดงวางไว้ข้างๆ จะทำให้หายใจได้สะดวกขึ้น  

ป้องกันไว้ก่อน : ทำความสะอาดอุปกรณ์ ของเล่นของลูกทุกครั้งหลังใช้งาน ไม่ควรให้ลูกอาบน้ำหรือสระผมด้วยน้ำที่เย็นเกินไป หากคนในครอบครัวเป็นไข้หวัดก็ไม่ควรคลุกคลีกับลูกด้วย

 

2. ปอดบวม

สาเหตุและอาการ : เกิดจากการติดเชื้อติดเชื้อไวรัสหรือเชื้อแบคทีเรียที่ปอด โดยติดต่อผ่านทางการหายใจ น้ำมูก และน้ำลาย หรือเกิดจากอาการแทรกซ้อนของไข้หวัด  สังเกตุได้จากลูกมีไข้สูง ไอมาก หายใจหอบ หายใจแรงหรือหายใจลำบาก 

วิธีการดูแล : หากมีอาการดังกล่าวหรือสงสัยว่าจะเป็นปอดบวมต้องรีบพาไปพบแพทย์ทันที 

ป้องกันไว้ก่อน : ช่วงที่อากาศเย็น ต้องทำร่างกายให้อบอุ่นเสมอ และถ้าโรงเรียนมีการระบาดของไข้หวัด ควรให้ลูกหยุดเรียนทันที

 

3. หัด

สาเหตุและอาการ : เกิดจากการติดเชื้อผ่านการไอ หรือจามของผู้เป็นโรค อาการช่วงแรกจะมีไข้สูงตลอดเวลา มีน้ำมูก ไอแห้ง และอาจมีอาการถ่ายเหลว หลังจากนั้นจะมีผื่นขึ้นกระจายและอาจมีอาการคัน 

วิธีการดูแล: โรคหัดส่วนใหญ่เป็นแล้วจะหายเองภายใน 14 วัน ดูแลเบื้องต้นด้วยการให้พักผ่อนมากๆ ดื่มน้ำเยอะ ๆ เช็ดตัวเพื่อลดไข้ ถ้ามีอาการไอ เสมหะข้น-เขียว ควรรีบพบแพทย์ทันที

ป้องกันไว้ก่อน: ฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัด เด็กควรได้รับการฉีดวัคซีนหัด 2 ครั้ง คือ ครั้งที่ 1 ตอนอายุ 9 – 12 เดือน และครั้งที่ 2 ตอนอายุ 6 – 7 ปี  และอย่าให้ลูกอยู่ใกล้หรือคลุกคลีกับคนที่มีอาการป่วย

 

4.  อีสุกอีใส

สาเหตุและอาการ : เกิดจากร่างกายได้รับเชื้อไวรัสที่ติดต่อผ่านการหายใจ ไอ จาม หรือสัมผัสถูกตุ่มแผลใสๆ ของคนที่เป็นโรคนี้อยู่  อาการเริ่มต้นจะมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ มีไข้สูง เบื่ออาหาร จากนั้นจะเริ่มมีผื่นแดง แล้วเปลี่ยนเป็นตุ่ม มีน้ำใสและมีอาการคัน

วิธีการดูแล: โรคนี้จะหายได้เองภายใน 2-3 สัปดาห์ แต่ต้องระวังอย่าให้เกิดโรคแทรกซ้อน ให้ลูกพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำสะอาดมากๆ และใช้ผ้าชุบน้ำอุณหภูมิปกติค่อยๆ เช็ดตามตัว หากลูกมีอาการผิดปกติเช่น ตุ่มแผลติดเชื้อ หายใจขัด ควรพาลูกพบคุณหมอ

ป้องกันไว้ก่อน: ฉีดวัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใส โดยเริ่มฉีดได้ตั้งแต่อายุ 1 ปีขึ้นไป และฉีดซ้ำอีกครั้งเมื่ออายุ 4 – 6 ปี รวมทั้งไม่ให้ลูกสัมผัส หรือใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่เป็นโรคอีสุกอีใส 

 

5. ท้องร่วง

สาเหตุและอาการ : เกิดจากร่างกายได้รับเชื้อไวรัส ที่พบได้บ่อยคือ ไวรัสโรต้า อาการขั้นต้นสังเกตุได้จากลูกขับถ่ายเหลวเกิน 3 ครั้ง/วัน ถ่ายมีมูกเลือด  มีกลิ่นเหม็นคาว และลูกมีอาการปวดท้อง อาเจียน ถ้าเป็นมากจะทำให้ร่างกายขาดน้ำ จนเกิดอาการช็อคได้ 

ป้องกันไว้ก่อน: ฝึกให้เด็กๆ ล้างมือให้สะอาด ก่อนหยิบอาหารเข้าปาก ซึ่งคุณแม่สามารถเรียนรู้ 7 ขั้นตอนล้างมือให้สะอาดอย่างถูกวิธี เพียงคลิก  http://bit.ly/2O69o6v  และให้ลูกรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่อยู่เสมอ 

วิธีการดูแล: คุณแม่ต้องรีบชดเชยน้ำที่ลูกสูญเสีย โดยการดื่มน้ำสะอาดมากๆหรือเกลือแร่ หลีกเลี่ยงน้ำผลไม้ เพราะอาจทำให้ลูกท้องเสียมากขึ้นได้ หากอาการไม่ดีขึ้น ควรรีบพาไปพบคุณหมอทันที

 

       คุณแม่อ่านแล้วอย่าตกใจหรือกังวลนะคะ เพราะหากคุณแม่มีสติและรู้ทันโรค ลูกรักของคุณแม่จะปลอดภัยสุขภาพดีแน่นอนค่ะ

 

 

 

 

 

icon-about

บทความแนะนำที่เกี่ยวข้อง

10 เคล็ดลับทำให้ลูกอารมณ์ดี ง่ายนิดเดียว
img-over-post

10 เคล็ดลับทำให้ลูกอารมณ์ดี ง่ายนิดเดียว


5 กิจกรรมเพิ่มIQ ลูกขวบปีแรก

5 กิจกรรมเพิ่มIQ ลูกขวบปีแรก


ชวนลูกย้อนยุคสนุกกับ 3 การละเล่นไทย กระตุ้นพัฒนาการรอบด้าน

ชวนลูกย้อนยุคสนุกกับ 3 การละเล่นไทย กระตุ้นพัฒนาการรอบด้าน


DIY เปลี่ยนบ้านเป็นสนามเด็กเล่น พื้นที่การเล่นและเรียนรู้สำหรับลูก

DIY เปลี่ยนบ้านเป็นสนามเด็กเล่น พื้นที่การเล่นและเรียนรู้สำหรับลูก


ชวนลูก DIY ของเล่นเสริมทักษะจากธรรมชาติรอบตัว

ชวนลูก DIY ของเล่นเสริมทักษะจากธรรมชาติรอบตัว