เว็บไซต์กำลังอยู่ในขั้นตอนการปรับระบบ ขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ
เคล็ดลับคุณแม่
รวมทุกเรื่องเคล็ดลับดีๆ ที่คุณแม่หลายๆ คนต้องอยากรู้
บทความอัพเดทล่าสุด
พัฒนาการทางสมองของลูกวัย 2-3 ปี
พัฒนาการทางสมองของลูกวัย 2-3 ปี เราไปเช็คกันหน่อยดีกว่าค่ะว่าลูกวัย 2-3 ปี ของเรา เขามีพัฒนาการทางสมองไปถึงระดับไหนกับแล้ว เข้าใจความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ เช่น ปิดฝาขวดแล้วน้ำจะไม่หกออกมา เปิดสวิตช์ไฟแล้วไปจะสว่างขึ้น เข้าใจความแตกต่างระหว่างของหลายๆ สิ่ง เช่น สิ่งไหนใหญ่กว่า สิ่งไหนเล็กกว่า เข้าใจเรื่องเวลามากขึ้น เช่น เมื่อวานนี้หนูไปไหนมา เขาก็จะตอบได้ว่าเมื่อวานไปไหนมา หรือหากบอกว่าพรุ่งนี้จะพาไปเที่ยว วันรุ่งขึ้นเขาก็จะแต่งตัว ตื่นเต้น หรือทวงถามว่าจะไปเที่ยวกันหรือยัง มีสมาธิมากขึ้น ลองสังเกตจากการเล่นของเขา เช่น การเล่นตัวต่อ ที่ลูกจะชอบพลิกตัวต่อดูไปมา แล้วลงมือต่อ หยิบจับตัวต่ออย่างมีสมาธิจนกว่าจะเสร็จจึงเรียกพ่อแม่ไปดู หรือหากต่อไม่ได้ก็จะหยุดนิ่งเหมือนคิดแล้วลงมือต่ออีกครั้ง ชอบการเลียนแบบคนใกล้ตัว พ่อแม่ลองสังเกตดูค่ะว่าลูกจะชอบการเลียนแบบมากๆ เพราะเขาจะรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่แบบเรา เช่น การโทรศัพท์ การทำงานบ้าน การอ่านหนังสือ หรือแม้แต่การหยิบจังช้อนส้อม แก้วน้ำ ลูกสามารถจำเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านมาได้ดีมากขึ้น และสามารถเล่าเรื่องราวนั้นๆ ใหฟังได้ แม้บางครั้งจะจำรายละเอียดบางส่วนไม่ได้ แต่ส่วนมากเขาจะรู้ว่าเคยทำอะไรมา ชอบตั้งคำถามแปลกๆ ใหม่ๆ ตลอดเวลา หรือถามคำถามเดิมๆ ซ้ำๆ เพื่อให้ได้คำตอบ ตอนนี้พ่อแม่อย่าเพิ่งเบื่อนะคะ เพราะเขากำลังพยายามเรียนรู้และจดจำ ดีไม่ดีอาจจะเจอคำถามแปลกๆ ที่ตอบยาก หรือคำถามตลกๆ ที่ไม่เชื่อว่าเขาจะคิดและถามออกมาก็ได้นะคะ รู้จักสีต่างๆ มากขึ้น และสามารถแสดงออกได้ว่าชอบสีไหน เช่น จะชอบหยิบจับหรือของเล่นสีที่ตัวเองชอบเท่านั้น จดจำหน้าของคนอื่นได้ดีมากขึ้น สังเกตดีๆ นะคะว่านอกจากพ่อแม่แล้ว ลูกเรายังสามารถจำหน้าคนใกล้ชิดอื่นๆ ได้มากขึ้น เช่น จำหน้าคุณปู่คุณย่าได้ จำหน้าพี่ที่เล่นด้วยกันบ่อยๆ ได้ และเมื่อไหร่ที่เจอคนเล่านี้อีกก็จะรู้ว่าเป็นใคร ไม่รู้สึกกลัว หรือบางครั้งถ้าไม่ได้เจอ ลุกอาจจะถามขึ้นมาว่า คุณปู่อยู่ไหน พี่อยู่ไหน นั่นเป็นเพราะเขาจำหน้าได้และนึกขึ้นมาได้ว่าคือใคร ช่วงนี้เป็นเวลาทองเลยค่ะที่พ่อแม่จะต้องหากิจกรรมที่สร้างสมาธิให้เขาได้ทำ เช่น การต่อตัวต่อ การวาดรูประบายสี ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้จะช่วยให้เขามีสมาธิมากขึ้น สมองมีการพัฒนาระบบประสาทและเกิดการเชื่อมต่อที่มากขึ้น
ลูกน้อย 2-3 ปี, นมแพะ DG
เส้นใยอาหาร ลดอาการลูกท้องผูก - ลูกน้อยวัย 2-3 ปี
เส้นใยอาหาร ลดอาการลูกท้องผูก - ลูกน้อยวัย 2-3 ปี เส้นใยอาหาร หรือไฟเบอร์ (Fiber) ดีต่อลูกน้อย เพราะช่วยในการดักจับหรือขัดขวางการ ดูดซึมของไขมันเข้าสู่ร่างกาย โดยเส้นใยอาหารจะห่อหุ้มไม่ให้ไขมันแตกตัวเป็นโมเลกุลเล็กๆ หรือกรดไขมัน (Fatty Acids) และกวาดเอาสิ่งตกค้าง หรือสารพิษต่างๆ ที่อยู่ในลำไส้ออกไปกับอุจจาระอย่างง่ายดาย ลูกน้อยควรได้รับเส้นใยอาหารในปริมาณที่เพียงพอ คุณแม่รู้หรือไม่ว่าในนมแพะผง มีใยอาหาร FOS & GOS ตามธรรมชาติสูงช่วยลดจุลินทรีย์ที่ก่อโรค ลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อและภูมิแพ้ ช่วยให้มีระบบการย่อยและขับถ่ายดี ในนมแพะผง ยังมี ฟอสโฟลิปิด ไกลโคโปรตีน และมิวซิน ที่ช่วยปกป้องกระเพาะอาหารและลำไส้จากเชื้อโรค รวมทั้งยังมีปริมาณโปรตีนเบต้าแลคโตกลอบบูลินต่ำ ทำให้มีโอกาสแพ้นมได้น้อยกว่านมวัว
ลูกน้อย 2-3 ปี, นมแพะ DG
คุณค่าโภชนาการจากธรรมชาติ
คุณค่าโภชนาการจากธรรมชาติ การได้รับโภชนาการที่ดี เสมือนมีเกราะป้องกันโรคให้ลูกในอนาคต คุณแม่ควรเลือกสารอาหาร ที่มาจากธรรมชาติ ไม่ผ่านการปรุงแต่งเพิ่มเติม นมแม่ หนึ่งในคุณค่าน้ำนมจากธรรมชาติที่ สะอาด บริสุทธิ์ ปลอดภัย ไร้การปรุงแต่ง แถมอุดมด้วยสารอาหารสำคัญและจำเป็นครบถ้วน เหมาะสำหรับลูกน้อย คุณค่าน้ำนมทุกหยด ดุจน้ำมหัศจรรย์ที่ช่วยหล่อเลี้ยงร่างกาย จิตใจ ให้ลูกเติบใหญ่อย่าง สมบูรณ์ เพราะในน้ำนมแม่มีสารอาหารสารพัดประโยชน์ เช่น โอเมก้า 3, 6, 9 ทอรีน นิวคลีโอไทด์ โพลีเอมีนส์ โกรทแฟคเตอร์ หากลูกที่กินนมแม่ไม่น้อยกว่า 6 เดือน สารอาหาร เหล่านี้มีส่วนช่วยให้ลูกน้อยฉลาด แข็งแรง มีพัฒนาการดีและสมวัย
ลูกน้อย 2-3 ปี, นมแพะ DG
พัฒนาการทางด้านร่างกายลูกวัย 2-3 ปี
พัฒนาการทางด้านร่างกายลูกวัย 2-3 ปี เราไปดูกันค่ะว่าลูกวัย 2-3 ปีนี้ เขามีพัฒนาการทางร่างกายไปถึงไหนกันแล้ว สามารถเดินหลบหลีกสิ่งกีดขวางได้เองโดยไม่ล้ม สามารถเดินขึ้นลงบันได้ได้เองโดยใช้มือข้างหนึ่งจับราวบันได หรือสามารถเดินขึ้นบันไดได้เองโดยไม่จับอะไรเลยในระยะเวลาสั้นๆ มีการทรงตัวที่ดี โดยสามารถเดินเร็วๆ และไม่ล้ม หรือสามารถวิ่งเร็วๆ ได้ในระยะทางหนึ่ง และเมื่อหยุดวิ่งหรืออยู่เดินก็สามารถทรงตัวอยู่ได้โดยไม่ล้ม สามารถกระโดดขึ้นลงกับพื้นได้โดยไม่ล้ม กำลังกล้ามเนื้อขาแข็งแรงและสามารถถีบจักรยานสามล้อได้ กล้ามเนื้อแขนมีความแข็งแรงมาก สามารถหยิบและโยนของเล่นเล่นกับพ่อแม่ได้ไกลขึ้น กล้ามเนื้อมัดเล็กที่มือสามารถทำงานได้ดีและแข็งแรง ลูกจะสามารถหยิบจับขิงได้อยู่มือมากขึ้น ไม่หล่น และสามารถจับดินสอแล้ววาดเขียนรูปต่างๆ ได้ การส่งเสริมพัฒนาการทางร่างกายของลูกวัย 2-3 ปี หากิจกรรมที่ทำให้ลูกได้ออกกำลังกายอย่างเต็มที่ เช่น ถีบจักรยานสามล้อ เล่นโยนบอล เล่นกีฬาง่ายๆ อย่างวิ่งแข่ง เตะบอล พาลูกออกไปเล่นในพื้นที่กว้าง เพื่อให้เขาได้วิ่งเล่นและออกกำลัง ให้ลูกได้ทานอาหารครบทั้ง 5 หมู่ เพื่อที่ลูกจะได้รับสารอาหารอย่างเต็มที่เพื่อใช้บำรุงและสร้างเสริมความแข็งแรงของร่างกาย หลีกเลี่ยงกิจกรรมและพื้นที่ที่อาจจะทำให้ลูกได้รับอันตราย เช่น การวิ่งขึ้นลงบันได ควรให้ลูกได้เดินขึ้นลงช้าๆ และพ่อแม่ต้องคอยดูแล ไม่ควรปล่อยให้ลูกขึ้นลงบันไดคนเดียว หรือให้วิ่งขึ้นลงเร็วๆ เพราะอาจจะได้รับอันตราย กิจกรรมนอกสถานที่ นอกจากที่บ้านแล้ว พ่อแม่ควรพาลูกไปเล่นที่ต่างๆ ที่สามารถส่งเสริมพัฒนาการทางร่างกายของเขาบ้าง เช่น สวนสาธารณะ สนามเด็กเล่น สวนสนุก สระว่ายน้ำ หรือศูนย์การเรียนรู้ที่มีกิจกรรมเพื่อเด็กๆ เพื่อให้เขาได้ทำกิจกรรมที่หลากหลาย เหมาะกับการเสริมสร้างความแข็งแรงทางร่างกายของเขา
ลูกน้อย 2-3 ปี, นมแพะ DG
อาหารบำรุงสมองของลูกวัย 2-3 ปี
อาหารบำรุงสมองของลูกวัย 2-3 ปี อาหารที่ช่วยบำรุงการทำงานของสมองให้สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ แล้วทำให้รู้ตื่นตัวกับสิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลา วันนี้เรามาชวนคุณพ่อคุณแม่หาอาหารบำรุงสมองให้ลูกรักกันค่ะ อาหารเช้า – มื้อนี้พลาดไม่ได้ และต้องไม่พลาดเชียวค่ะ เพราะหลังจากลูกนอนมาแล้วทั้งคืนทำให้ร่างกายเขาขาดน้ำตาลกลูโคสที่จะไปเลี้ยงสมอง ดังนั้นถ้าในมื้อเช้าคุณพ่อคุณแม่ลืมให้ทานอะไรบ้างล่ะก็ เขาจะเฉื่อย ไม่สดชื่น ไม่พร้อมที่จะเรียนรู้เลยนะคะ มื้อเช้าลองหาอาหารที่มีโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และวิตามินให้เขาได้ทาน เช่น ซุปมักกะโรนีหมูสับ ไข่คน ข้ามต้มตำลึง หรือแซนด์วิชทูน่า เป็นต้น ปลา - เลือกปลาที่มีไขมันมากอย่าง ปลาซาร์ดีน ปลาทู ปลาสำลี ปลาจาละเม็ด ปลาช่อนให้ลูกทาน นอกจากลูกจะได้โอเม้ก้า-3 น้ำมันปลาเพื่อพัฒนาสมองแล้ว ลูกยังได้โปรตีนคุณภาพ เหล็ก สังกะสี สารอาหารอื่นๆ และได้รสชาติของอาหารอีกด้วย วิตามินบี มีผลต่อประสิทธิภาพการทำงานและการเรียนรู้ของสมอง ช่วยในกระบวนการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต เพื่อเป็นพลังงานในการทำงานของสมอง คุณพ่อคุณแม่ลองหาอาหารดังต่อไปนี้มาปรุงอาหารให้ลูกดูนะคะ รับรองว่าได้วิตามินบีอย่างแน่นอน ได้แก่ ธัญพืช ถั่วเหลือง ถั่วลิสง จมูกข้าว งา ข้าวซ้อมมือ ข้าวโพด อาหารทะเล กล้วย กะหล่ำปลี ถั่วงอก คะน้า มะเขือเทศไข่ นม ปลา ไอโอดีน สำคัญกับการสร้างไทรอยด์ฮอร์โมน ซึ่งจำเป็นกับการเจริญเติบโตของร่างกาย และสมอง ถ้าขาดหรือได้รับไม่เพียงพอจะมีผลต่อระดับสติปัญญา อาหารทะเล สาหร่ายทะเล เหล็ก เป็นส่วนประกอบสำคัญของฮีโมโกลบิน ซึ่งทำหน้าที่ขนถ่ายออกซิเจนไปสู่ส่วน ต่างๆ ของร่างกายรวมถึงสมอโดยผ่านกระแสเลือด ถ้าลูกได้รับไม่เพียงพอจะ มีอาการเหนื่อย หอบ ไม่มีสมาธิ ขาดความกระตือรือร้น สติปัญญาด้านความจำลดลง ลองใช้วัตถุดิบเหล่านี้เพิ่มเข้าไปในมื้ออาหารต่อไปของลุกดูนะคะ ได้แก่ ไข่แดง ตับ เนื้อสัตว์ นม ปลา ธัญพืช ถั่วต่างๆ เช่น ถั่วแดง ถั่วลันเตา ถั่วแขก ผักใบเขียวเข้ม เช่น คะน้า ผักขม บลอคโครี ตำลึง ฟองเต้าหู้ ข้อควรคำนึงถึง สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่นำมาประกอบอาหารให้ลูกในแต่ละมื้อ เพื่อช่วยเสริมสร้างการทำงานของสมองนั้น ควรจะต้องเป็นวัตถุดิบที่สดใหม่ เพื่อให้อาหารคงคุณค่าทางโภชนาการที่ครบถ้วนมากที่สุด และไม่ควรทำทิ้งไว้ทานหลายๆ มื้อ ควรจะทำแบบมื้อต่อมื้อเพิ่มความสะอาดและคุณค่าทางโภชนาการที่จะไม่หายไปมากค่ะ
ลูกน้อย 2-3 ปี, นมแพะ DG
ศิลปะ+ธรรมชาติ เสริมสร้างพัฒนาการและการเรียนรู้ของลูก
ศิลปะ+ธรรมชาติ เสริมสร้างพัฒนาการและการเรียนรู้ของลูก การให้ลูกได้ออกไปเรียนรู้โลกกว้างอย่างสร้างสรรค์ สัมผัสกับธรรมชาติ และทำกิจกรรมต่างๆ อย่างอิสระ ในแบบที่เขาชอบและถนัด เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้ลูกเรียนรู้และเติบโตอย่างมีพัฒนาการ ทั้งด้านร่างกาย สมอง จิตใจและอารมณ์ มีศักยภาพในการทำสิ่งต่างๆ เป็นการพัฒนาตัวตนที่ดีของเขาในอนาคตค่ะ ศิลปะ เสริมสร้างพัฒนาการ หนึ่งในกิจกรรมที่จะทำให้ลูกมีโอกาสได้เรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ก็คือศิลปะนั่นเอง คุณพ่อคุณแม่ควรส่งเสริมให้ลูกได้สัมผัสหรือ ทำงานศิลปะในรูปแบบต่างๆ เช่น การวาดภาพ ระบายสี ปั้นดิน ฯลฯ ตั้งแต่เด็ก ตามความถนัด ความชอบ หรือให้เหมาะกับวัยของเขาค่ะ เพราะศิลปะช่วยส่งเสริมพัฒนาการให้กับลูกในหลายๆ ด้าน เช่น ทักษะการเคลื่อนไหว การใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก มือ ข้อมือ และนิ้วมือต่างๆ ในการจับดินสอขีดเขียนวาดภาพ การใช้แปรงหรือพู่กันสะบัด ระบายสี การบีบ จับ ปั้นแป้งโด หรือดินน้ำมัน การพับ ฉีก แปะติดกระดาษ หรือการประดิษฐ์สิ่งของง่ายๆ ทักษะด้านการตัดสินใจ การทำงานศิลปะช่วยเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์และการคิดแก้ปัญหา ในช่วงเวลาที่ทำงานศิลปะ เด็กมีโอกาสได้คิด ได้เลือก คิดว่าจะวาดภาพแบบไหน เลือกใช้สีอะไร ได้ตัดสินใจ และได้ทดลองทำ ทักษะด้านภาษา นอกจากเด็กๆ จะได้ลงมือทำแล้ว ศิลปะยังช่วยให้เรียนรู้คำศัพท์ต่างๆ เรื่องสี รูปทรง อุปกรณ์ และกริยาท่าทาง รวมทั้งคำคุณศัพท์ที่ใช้อธิบายสิ่งต่างๆ ด้วย ทักษะในการมองเห็นและมิติสัมพันธ์ ในเรื่องของภาพ รูปทรง สีสัน และการสังเกตสิ่งต่างๆ รวมทั้งช่วยทำให้เด็กมีสมาธิ ใจจดใจจ่อ ในการทำสิ่งต่างๆ ให้สำเร็จ ธรรมชาติและการเรียนรู้นอกบ้าน การพาลูกไปเรียนรู้นอกบ้าน ไปสัมผัสธรรมชาติ ภูเขา ทะเล หรือสวนสาธารณะที่มีต้นไม้สีเขียวร่มรื่น มีสนามหญ้ากว้างๆ ก็ช่วยเสริมสร้างการเรียนรู้ที่ดีให้กับลูกค่ะ นอกจากจะได้สัมผัสอากาศบริสุทธิ์แล้ว ลูกยังได้วิ่งเล่นอย่างอิสระ ได้ใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กมัดใหญ่ ช่วยให้ลูกมีความแข็งแรงของร่างกาย นอกจากนี้การได้ออกไปเจอกับโลกภายนอก พบปะผู้คน หรือได้เล่นกับเพื่อนคนอื่นๆ ก็เป็นการเสริมสร้างทักษะทางสังคมให้กับลูกด้วย " Bring the Best out of Your Kid's Naturally " เมื่อ ศิลปะ รวมกับ ธรรมชาติ และการได้ออกไปเรียนรู้นอกบ้าน ก็ยิ่งเพิ่มพลังสร้างสรรค์ในการเรียนรู้ให้กับลูกค่ะ คุณพ่อคุณแม่อาจพาลูกไปสวนสาธารณะ ชวนลูกวาดภาพ ทำงานศิลปะในสวน การได้อยู่ท่ามกลางความร่มรื่นของต้นไม้ สนามหญ้าเขียวๆ ช่วยให้ลูกรู้จักซึมซับและสังเกตธรรมชาติรอบตัว หรือจะพาลูกไปเที่ยวทะเล เดินเล่นริมหาด วาดภาพบนหาดทราย หรือใช้สมาธิกับการก่อปราสาททรายก็ได้นะคะ เมื่อรวมกันแล้ว สิ่งเหล่านี้ก็จะเป็นตัวช่วยในการส่งเสริมพัฒนาการรอบด้านให้กับลูก ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงควรจัดสรรช่วงเวลาศิลปะและการเรียนรู้ให้ลูกอย่างสม่ำเสมอค่ะ " การที่คุณแม่ส่งเสริมโภชนาการที่ดีให้กับลูกน้อย รวมทั้งเปิดโอกาสให้ลูกได้เรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ ได้เล่นและแสดงออกอย่างอิสระ ได้ออกไปสัมผัสธรรมชาติจะช่วยส่งเสริมพัฒนาการและทักษะด้านต่างๆ ให้กับลูก " นมแม่โภชนาการที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อย นอกจากจะส่งเสริมพัฒนาการการเรียนรู้ของลูกด้วยศิลปะและธรรมชาติแล้ว สิ่งสำคัญที่จะทำให้ลูกรักเติบโต มีพัฒนาการที่ดี และพร้อมเปิดประสบการณ์การเรียนรู้ในด้านต่างๆ ก็คือโภชนาการที่ลูกได้รับนั่นเอง นับจากวันที่ลูกเกิด นมแม่คือโภชนาการแรกที่ลูกได้รับ และเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อย เพราะมีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน มีระบบการผลิตน้ำนมแบบอะโพไครน์ (Apocrine) ทำให้มีสารอาหารจากธรรมชาติที่เรียกว่า Bioactive Components เช่น ทอรีน นิวคลีโอไทด์ โพลีเอมีน ฯลฯ ในปริมาณสูง ซึ่งสารอาหารเหล่านี้มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของลูกน้อย นมแม่ ยังมีโปรตีนขนาดเล็ก และไขมันที่ย่อยง่าย ดูดซึมได้เร็ว ลดอาการท้องอืดท้องผูกอีกด้วย สำหรับลูกวัยกำลังเจริญเติบโตและเรียนรู้นั้น จำเป็นต้องได้รับอาหารที่มีคุณค่าครบถ้วนเพียงพอ รวมทั้งนมที่มีสารอาหารสำคัญที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น โปรตีน แคลเซียล โอเมก้า 3, 6, 9 และวิตามิน B2, B6, B12 ฯลฯ เพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตของลูกทั้งด้านร่างกายและสมอง ให้ลูกพร้อมเรียนรู้และมีพัฒนาการรอบด้าน และในกรณีที่คุณแม่มีความจำเป็นไม่สามารถให้นมแม่ได้ หรือต้องการนมเพื่อเสริมโภชนาการ หรือต้องการเปลี่ยนนมให้ลูก ในปัจจุบันก็มีนมแพะเป็นอีกหนึ่งทางเลือก ด้วยระบบการสร้างน้ำนมแบบอะโพไครน์ ที่มีโปรตีนและไขมันขนาดเล็กย่อยง่าย ช่วยให้ร่างกายดูดซึมได้ดี และนำไปใช้ได้อย่างครบถ้วน เป็นจุดเริ่มต้นของสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ของลูก และถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญให้ลูกพร้อมเรียนรู้สู่โลกกว้าง และเป็นพื้นฐานที่ดีของลูกในอนาคต เพื่อพัฒนาการที่ดีอย่างเป็นธรรมชาติ คุณแม่จึงควรเลือกนมที่มีคุณประโยชน์และคุณค่าโภชนาการที่เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของลูกค่ะ การที่คุณแม่ส่งเสริมโภชนาการที่ดีให้กับลูกน้อย รวมทั้งเปิดโอกาสให้ลูกได้เรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ ได้เล่น ได้แสดงออกอย่างอิสระ ได้ออกไปสัมผัสธรรมชาติ ได้ทำงานศิลปะหรือเล่นดนตรีที่ลูกชอบ นอกจากจะเป็นการส่งเสริมพัฒนาการและทักษะด้านต่างๆ ให้กับลูกแล้ว ยังมีส่วนสำคัญในการสร้างตัวตนให้ลูกเป็นเด็กที่กล้าริเริ่มทำสิ่งใหม่ๆ มีกระบวนการคิดในการทำสิ่งต่างๆ ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญเมื่อเขาเติบโตขึ้นในอนาคตค่ะ
ลูกน้อย 2-3 ปี, นมแพะ DG
พัฒนาการทางด้านจิตใจเด็กวัย 2-3 ปี
พัฒนาการทางด้านจิตใจเด็กวัย 2-3 ปี จะเริ่มรู้สึกเห็นอกเห็นใจและอยากช่วยเหลือคนอื่นบ้างแล้ว เช่น เวลาเห็นเพื่อนร้องไห้เด็กหลายคนจะนั่งเศร้าไปด้วย บางคนเข้าไปกอดและปลอบเพื่อน เริ่มมีปฏิกิริยาต่อต้านคนที่นิสัยคล้ายๆ ตัวเอง เช่น ถ้าน้องเป็นคนดื้อแล้วเจอเพื่อนที่ดื้อเหมือนกัน เขาจะหยุดสังเกต และไม่พอใจในสิ่งที่เพื่อนทำ ชอบให้มีคนชื่นชมเมื่อทำอะไรสำเร็จ เช่น แปรงฟันเสร็จ แต่งตัวเองได้ หรือช่วยเหลือใครได้ และการชื่นชมมักจะกระตุ้นให้เขาพยายามฝึกตัวเองให้ดีขึ้นในกิจกรรมนั้นๆ รวมถึงพยายามทำสิ่งอื่นๆ เพิ่มมากขึ้น จะเริ่มมั่นใจในตัวเอง และคิดเสมอว่าสิ่งที่ตัวเองทำเป็นเรื่องที่ถูกต้อง เริ่มมีความอดทนกับการรอคอยมากขึ้น เช่น ถ้าเห็นเพื่อนเล่นของเล่นอยู่ ก็จะหยุดรอให้เพื่อนเล่นเสร็จก่อนแล้วค่อยเข้าไปเล่นต่อ เริ่มหาทางแก้ปัญหาด้วยตัวเอง เช่น ถ้าทำน้ำหก ก็จะพยายามหาผ้ามาเช็ดน้ำเอง สามารถแสดงอารมณ์ความรู้สึกของตัวเองได้อย่างชัดเจน ผ่านทางคำพูดเป็นคำๆ หรือทางการแสดงออก สีหน้า ซึ่งทำให้พ่อแม่รู้ได้ว่าตอนนี้ลูกกำลังรู้สึกอย่างไร คุณพ่อคุณแม่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการด้านจิตใจของลูกได้อย่างไร ให้เขาได้สัมผัสกับธรรมชาติ และสอนเกี่ยวกับความอ่อนโยน อย่างการปลูกต้นไม้ การรดน้ำต้นไม้ จะช่วยทำให้เขามีจิตใจที่อ่อนโยนขึ้น มีสมาธิมากขึ้น เปิดโอกาสให้เขาได้แสดงออก เช่น ได้พูด ได้แสดงอารมณ์เพื่อที่พ่อแม่จะได้เข้าใจความรู้สึกที่เขามีต่อสิ่งต่างๆ และบอกสอนเขาได้ว่าความรู้สึกแบบไหนดี แบบไหนไม่ดี ซึ่งจะได้สอนเขาได้ด้วยว่าเมื่อเจอสถานการณ์แบบเดิมอีก ให้เขาได้ฟังเพลงเป็นประจำ เพลงจะช่วยให้เขาอารมณ์ดี ช่วยพัฒนาสมองและอารมณ์ไปได้พร้อมๆ กัน เพราะบางครั้งเมื่อเด็กอยู่ในอารมณ์ซึมเศร้า หรือเกรี้ยวกราด เมื่อเขาได้ยินเพลงเบาๆ สบายๆ จะทำให้อารมณ์สงบลงและเบิกบานขึ้น คุณพ่อคุณแม่ควรฝึกให้น้องมีสมาธิมากขึ้น เช่น ให้เขาได้เล่นเกมตัวต่อ ได้ทำงานบ้าน เพื่อที่เขาจะได้ฝึกสมาธิ ความอดทน และความใจเย็น ซึ่งจะเป็นพื้นฐานที่ดีในการเริ่มต้นเรียนรู้สิ่งต่างๆ เพิ่มขึ้น และสร้างระเบียบวินัยใจตัวเอง ทุกครั้งที่ลูกทำผิด คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรตำหนิอย่างรุนแรงด้วยการตะคอก แต่ควรจับให้เขาอยู่นิ่งๆ หรืออยู่ห่างจากสิ่งที่ทำผิด แล้วอธิบายให้เข้าใจว่าไม่ควรทำเพราะอะไร เช่น ไม่ควรวิ่งลงบันไดเพราะจะทำให้ล้มแล้วเจ็บ ลูกไม่ชอบตอนล้มแล้วเจ็บใช่ไหม ลูกก็จะเข้าใจไม่ทำอีก ทุกครั้งที่ลูกทำดี ควรกล่าวชื่นชมและควรมีการสัมผัสเช่น ลูบหัว กอด เพื่อแสดงความรัก และจะยิ่งเพิ่มความมั่นใจให้เขาในการทำสิ่งต่างๆ รวมถึงเขาจะคิดอยู่เสมอว่าจะต้องทำแต่สิ่งดีๆ เพื่อให้พ่อแม่รักและไว้ใจ
ลูกน้อย 2-3 ปี, นมแพะ DG
นมแพะ สร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อยได้จริงหรือ?
นมแพะ สร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อยได้จริงหรือ? ลูกน้อยสมองดี ร่างกายเจริญเติบโตแข็งแรงดีแบบสมวัย ย่อมเป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ทุกคนปรารถนา ซึ่งโดยทั่วไปเราจะทราบกันดีอยู่แล้วว่า “นมแม่” คืออาหารที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อย อย่างที่เราทราบกันดี ว่านมแพะมีระบบการสร้างน้ำนมแบบเดียวกับนมแม่ เรียกว่าอะโพไคร์น ดังนั้นจึงทำให้นมแพะเป็นที่ไว้วางใจและได้รับความนิยมจากทั่วโลก นั่นเพราะสารอาหารสำคัญในนมแพะมีทั้งประโยชน์ที่ดีและช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อยนั่นเอง นมแพะ มีสารอาหารสำคัญช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อย เพราะคุณประโยชน์ดี ๆ มากมายในนมแพะ ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้กับลูกน้อย ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงควรทำความรู้จักกับเรื่องนี้ให้มากขึ้น นมแพะ มีพรีไบโอติก หรือใยอาหาร ซึ่งเป็นอาหารของจุลินทรีย์สุขภาพในลำไส้ ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์สุขภาพ จึงช่วยปรับสมดุลของระบบทางเดินอาหาร ช่วยให้ลูกน้อยมีระบบขับถ่ายที่ดี ลดปัญหาท้องผูก และสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย รวมถึงช่วยป้องกันการติดเชื้อได้อีกด้วย นมแพะ มีโปรตีนที่เรียกว่า โปรตีน CPP (Casein Phosphopeptides) เป็นโปรตีนที่ย่อยและดูดซึมง่าย ทำให้ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้อย่างเต็มที่ และช่วยในการดูดซึมแร่ธาตุต่างๆ ที่สำคัญต่อร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น แคลเซียม เหล็ก สังกะสี แมกนีเซียม ช่วยให้ลูกน้อยมีพัฒนาการที่ดีสมวัย นมแพะ มีนิวคลีโอไทด์ ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายลูกน้อย ดังนั้นจึงทำให้ลูกน้อยมีสุขภาพดี และไม่ค่อยเจ็บป่วยง่าย นมแพะ มีทอรีน ช่วยในการทำงานของจอประสาทตาของลูกน้อยให้ดีขึ้น นมแพะ มีโพลีเอมีนส์ ช่วยลดอาการท้องอืด ช่วยให้ลูกสบายท้อง เพราะระบบทางเดินอาหารทำงานสมบูรณ์ เช่นเดียวกับระบบการย่อยที่ทำงานได้ดีเช่นกัน นมแพะ มีโกรทแฟคเตอร์ ช่วยให้การเจริญเติบโตของลูกน้อยเป็นไปอย่างสมวัย นมแพะ มี DHA , ARA ช่วยสร้างเสริมพัฒนาการทางสมอง และสายตาที่ดี นมแพะ ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และลดการเกิดอาการแพ้ นมแพะ ไม่มีส่วนประกอบของน้ำมันปาล์ม ซึ่งขัดขวางการดูดซึมของแคลเซียม จึงทำให้กระดูกของลูกน้อยสมบูรณ์แข็งแรง อย่างไรก็ตามการเลือกนมผงสำหรับลูกน้อยนั้น เป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจรายละเอียดมาก ๆ คุณพ่อคุณแม่ควรมีการเลือกอย่างละเอียด อ่านและตรวจสอบสารอาหารต่าง ๆ ที่ลูกน้อยควรได้รับให้เข้าใจด้วย เพราะสารอาหารเหล่านี้คือ สิ่งสำคัญในการพัฒนาสมองกับร่างกายของลูกน้อยให้มีการเจริญเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงช่วยสร้างภูมิคุ้มกันต่าง ๆ ให้ลูกน้อยของเราอีกด้วย
ลูกน้อย 2-3 ปี, นมแพะ DG
เคล็ดลับ ช่วยลูกอารมณ์ดี
เคล็ดลับ ช่วยลูกอารมณ์ดี การเห็นลูกอารมณ์แจ่มใส และเรียนรู้ได้อย่างมีความสุข ย่อมเป็นความปรารถนาสูงสุดของคุณแม่ๆ ซึ่งการจะไปให้ถึงเป้าหมายหรือความสำเร็จนั้นก็ไม่ยากค่ะ เรามี 3 เคล็ดลับดีๆ ที่จะช่วยให้ลูกของคุณแม่เติบโตอย่างอารมณ์ดีค่ะ กินอิ่ม กินครบ เรื่องโภชนาการของลูกเป็นเรื่องสำคัญที่คุณแม่ทุกคนมองข้ามไม่ได้ ทั้งเรื่องสารอาหารที่ต้องครบถ้วนซึ่งนมแม่ถือเป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับลูก เพราะมีทั้งโปรตีน แคลเซียม แร่ธาตุ และวิตามินต่างๆ อยู่พร้อมสรรพ อีกทั้งควรตอบสนองเมื่อลูกน้อยหิวอย่างทันท่วงทีไม่ปล่อยให้เขาร้องงอแงนาน แต่หากคุณแม่ไม่สามารถให้นมแม่ได้ นมแพะก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกหนึ่ง เนื่องจากมีสารอาหารในน้ำนมตามธรรมชาติ (Bioactive Components) จากกระบวนการสร้างน้ำนมเหมือนนมแม่ คือ อะโพไคร์น (Apocrine Secretion) จึงทำให้มีสารอาหารอันประกอบไปด้วย นิวคลีโอไทด์ ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทาน ​และเสริมสร้างการเจริญเติบโต ทอรีน พัฒนาเซลล์สมองและจอประสาทตา โพลีเอมีนส์ เพิ่มภูมิต้านทานต่อระบบทางเดิน​อาหารและส่งเสริมระบบการย่อยอาห​ารให้สมบูรณ์ โกรทแฟคเตอร์ ส่งเสริมการเจริญเติบโต สบายท้อง นอนสบาย ปัญหาลูกท้องอืด ท้องผูก มีผลต่อการเรียนรู้ของลูกน้อยนะคะ เพราะอาการทางร่างกายส่งให้ลูกหงุดหงิดไม่สบายตัว งอแง มีปัญหาการนอน และไม่พร้อมต่อการกระตุ้นหรือเรียนรู้ใดๆ ดังนั้นคุณแม่จึงควรเลือกนมที่เหมาะสมให้กับลูก โดยนมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดของลูก มีสารอาหารครบถ้วน และย่อยง่าย ไม่ทำให้ลูกท้องผูก แต่หากคุณแม่ไม่สามารถให้นมแม่กับลูกได้ ก็ควรเลือกนมแพะที่มีโปรตีน CPP อันนุ่มย่อยง่าย ร่างกายจึงดูดซึมไปใช้ได้อย่างเต็มที่ ช่วยเพิ่มการดูดซึมแคลเซียม เหล็ก สังกะสี แมกนีเซียม เข้าสู่ร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งนมแพะยังมีใยอาหารจากธรรมชาติ รวมถึงอินนูลิน (Inulin) และโอลิโกฟรุคโตส (Oligofructose) ทำให้เด็กมีอาการท้องอืด ท้องผูกน้อยกว่านมวัว ซึ่งจะทำให้ลูกน้อยสบายท้อง นอนสบาย อารมณ์แจ่มใสพร้อมต่อการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เล่นกับลูก คุณพ่อคุณแม่ถือเป็นของเล่นชิ้นสำคัญของลูกนะคะ เพียงการอยู่กับเขา พูดคุย ยิ้ม หัวเราะไปกับเขา หรือร้องเพลง อ่านนิทานให้ฟัง ก็ช่วยกระตุ้นให้เขายิ้มหัวเราะตาม อีกทั้งการที่คุณพ่อคุณแม่เล่นกับลูกจะช่วยเสริมสร้างทักษะด้านภาษาและการสื่อสารให้ลูกอีกด้วยค่ะ และที่สำคัญคุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตธรรมชาติของลูกนะคะว่าในช่วงเวลานั้นเขาพร้อมกับกิจกรรม หรือการเล่นแบบใด เพื่อให้ช่วงเวลาของคุณพ่อคุณแม่กับลูกมีความสุข สนุกสนานอย่างเต็มที่ เห็นไหมคะเคล็ดลับดีๆ ทำได้ไม่ยากแบบนี้ จะช่วยให้ลูกน้อยของคุณพ่อคุณแม่อารมณ์ดี พร้อมต่อการเรียนรู้ในเรื่องอื่นๆ ต่อไปอย่างมีประสิทธิภาพค่ะ
ลูกน้อย 2-3 ปี, นมแพะ DG
6 ข้อ สู่ลูกเฉลียวฉลาด อย่างเป็นธรรมชาติ
6 ข้อ สู่ลูกเฉลียวฉลาด อย่างเป็นธรรมชาติ การส่งเสริมให้ลูกน้อยเฉลียวฉลาดอย่างเป็นธรรมชาติ (Natural Genius) นั้นทำได้ไม่ยากเลยค่ะ เพียงแค่คุณพ่อคุณแม่ส่งเสริมพัฒนาการลูกอย่างเหมาะสมตามวัยอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมโภชนาการที่ดี เท่านี้ลูกน้อยก็พร้อมเปล่งประกายความสามารถที่ซ่อนอยู่ในตัวออกมาค่ะ 1. สารอาหารครบถ้วน เด็กที่ได้รับสารอาหารที่ดีทำให้ร่างกายและสมองพร้อมต่อการเรียนรู้ต่างๆ ฉะนั้นการให้ลูกรับประทานอาหารครบ ทั้ง 5 หมู่ในปริมาณที่เพียงพอ จะทำให้พัฒนาการของร่างกาย และการเรียนรู้เป็นไปอย่างสมบูรณ์ ซึ่งนมแพะก็เพียบพร้อมไปด้วยสารอาหารที่ลูกน้อยต้องการ ไม่ว่าจะเป็นโปรตีน CPP (Casein Phosphopeptides) ที่ย่อยและดูดซึมง่าย ร่างกายจึงนำไปใช้ได้อย่างเต็มที่ ทำให้นมแพะถูกย่อยและดูดซึมได้ง่าย ช่วยดูแลลูกน้อยไม่ให้เกิดอาการท้องอืด หรือท้องผูก ที่สำคัญโปรตีน CPP ในนมแพะยังช่วยเพิ่มการดูดซึมแคลเซียม เหล็ก สังกะสี แมกนีเซียมเข้าสู่ร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีใยอาหารจากธรรมชาติ คือพรีไบโอติก อย่างอินนูลิน (Inulin) และโอลิโกฟรุคโตส (Oligofructose) ที่เป็นจุลินทรีย์ที่ดี ทำให้การทำงานของระบบย่อยอาหารและการขับถ่ายให้เป็นไปอย่างดี ลดอาการท้องผูก และช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายอีกด้วย ซึ่งเด็กที่ดื่มนมแพะเป็นประจำจะมีสุขภาพดีจากภายใน ไม่ค่อยมีอาการป่วยมารบกวนค่ะ 2. กอดลูกทุกวัน ความมั่นคงในจิตใจลูกเกิดจากความรักของพ่อแม่ค่ะ หากพ่อแม่ส่งความรักให้ลูกผ่านการกอด พร้อมมีปฏิสัมพันธ์ พูดคุยกับลูก เล่นกับลูกอย่างสม่ำเสมอ ย่อมส่งเสริมให้ลูกมีความกล้าคิดกล้าทำในสิ่งต่างๆ 3. ชวนลูกเล่นตามธรรมชาติ การที่คุณพ่อคุณแม่ให้ลูกได้เล่นอย่างอิสระตามธรรมชาติความสนใจของเขา เป็นการสร้างและส่งเสริมทักษะความคิด การเข้าสังคม พัฒนาร่างกาย และอารมณ์ 4. อ่านหนังสือกับลูก โดยนอกจากการอ่านนิทานกับลูกอย่างสม่ำเสมอซึ่งทำให้เด็กมีทักษะภาษาที่ดีแล้ว คุณพ่อคุณแม่ควรกระตุ้นต่อยอดความคิดด้วยการตั้งคำถามที่เกี่ยวเนื่องกับเนื้อเรื่อง เพื่อให้ลูกได้เรียนรู้ความเชื่อมโยงของสิ่งต่างๆ พร้อมทั้งส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์อีกด้วย 5. ชื่นชมให้กำลังใจ เมื่อลูกสามารถทำงาน หรือประดิษฐ์อะไรสำเร็จได้ด้วยตัวเอง คุณพ่อคุณแม่ก็ควรชื่นชมให้กำลังใจ เพื่อเป็นพลังให้ลูกในการคิด ริเริ่มลองสิ่งใหม่ๆ ได้อย่างมั่นใจ 6. สร้างสมาธิ ไม่ว่างานใดๆ จะสำเร็จได้ก็ย่อมเกิดจากการมีสมาธิ ใส่ใจจดจ่อในการทำ การฝึกให้ลูกมีความจดจ่อกับงานที่ทำเป็นการสร้างพื้นฐานสู่ การประสบความสำเร็จให้ลูก โดยคุณพ่อคุณแม่อาจเริ่มจากสิ่งที่เขาชอบทำ ชอบเล่น สำหรับเด็กเล็กๆ อาจมีโฟกัสได้ไม่นานก็อย่าเพิ่งใจร้อนนะคะ แต่ ค่อยๆ ฝึกลูกอย่างสม่ำเสมอ เด็กก็จะเพิ่มความจดจ่อกับกิจกรรมตรงหน้าได้นานขึ้นค่ะ ซึ่งสิ่งสำคัญที่จะทำให้ลูกเรียนรู้ได้ดีสู่ความเฉลียวฉลาดอย่างเป็นธรรมชาติ ก็คือความพร้อมของร่างกายที่แข็งแรง ด้วยนมแพะที่พร้อมด้วยสารอาหารที่เด็กต้องการ ช่วยให้ลูกน้อยปลดปล่อยศักยภาพในตัวได้อย่างเต็มที่ เมื่อเด็กสุขภาพแข็งแรงก็พร้อมสู่การเรียนรู้ต่อไปค่ะ
ลูกน้อย 2-3 ปี, นมแพะ DG
ปลดล็อค ข้อสงสัยในนมแพะ
ปลดล็อค ข้อสงสัยในนมแพะ หากถามถึงอาหารที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อย นมแม่ย่อมดีที่สุด นอกจากจะเต็มเปี่ยมไปด้วยสารอาหารแล้ว การที่คุณแม่ได้อุ้มลูกน้อยแนบอกให้ลูกได้ดูดนมจากเต้าตัวเองนั้น ยังเป็นการสร้างสายใยแห่งความรักความผูกพันระหว่างแม่-ลูกแบบที่ไม่มีใครมาแทนได้อีกด้วย ดังนั้นหากคุณแม่ไม่สามารถให้นมลูกได้ หรือมีน้ำนมน้อย จำเป็นต้องหานมผงเสริม คุณแม่จึงควรเลื อกนมที่มีคุณค่าทางโภชนาการทางธรรมชาติที่ใกล้เคียงนมแม่มากที่สุด ปัจจุบันได้มีการค้นคว้าวิจัยและพัฒนานมแพะผงสำหรับเด็ก เพื่อให้ลูกได้รับโภชนาการที่ครบถ้วน อย่างไรก็ตามคุณแม่หลายท่านอาจมีข้อสงสัยหรือเคยได้ยินเรื่องนมแพะ วันนี้เรามาปลดล็อคข้อสงสัย 2 เรื่องเกี่ยวกับนมแพะกันค่ะ Q : นมแพะเป็นนมสำหรับเด็กแพ้นมวัวเท่านั้นจริงหรือ A : เด็กแพ้นมวัวเกิดจากการแพ้โปรตีนชนิดเบต้า-แลคโตกลอบบูลิน ซึ่งพบมากในนมวัว แต่นมแพะพบโปรตีนชนิดนี้น้อยกว่านมวัวถึง 3 เท่า โอกาสกระตุ้นให้เกิดูมิแพ้จึงน้อยกว่าเด็กที่ได้รับนมทั่วๆไป อย่างไรก็ตามนมแพะไม่ใช่นมสำหรับรักษาอาการแพ้นมวัว แต่เป็นนมที่มีโปรตีนนุ่มและย่อยง่าย จึงทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมสารอาหารจากธรรมชาติได้ดี เช่น นิวคลีโอไทด์ ทอรีน โพลีเอมีนส์ และโกรทแฟคเตอร์ เพื่อพัฒนาการที่สมวัย คุณแม่ที่สงสัยว่าลูกเป็นโรคแพ้โปรตีนนมวัว ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้องค่ะ Q : นมแพะมีกลิ่นจริงหรือ A : คนไทยส่วนใหญ่จะรู้สึกว่านมแพะมีกลิ่นทั้งที่ไม่เคยลองดื่ม เป็นเพราะได้ยินคนบอกต่อๆ กันมา เนื่องจากในอดีตที่ผ่านมา อาจมีเกษตรกรบางกลุ่มมีการเลี้ยงแพะ เพื่อรับประทานเนื้อและนมภายในชุมชน น้ำนมที่ผลิตได้จะมีกลิ่นแรงแตกต่างจากนมวัว อาหารที่แพะกิน โดยทั่วไปในบ้านเรา การเลี้ยงแพะก็จะปล่อยให้แพะกินหญ้าตามทุ่งหญ้าทั่วไป ขณะที่นมแพะจากต่างประเทศ เช่น ประเทศนิวซีแลนด์ จะมีการควบคุมคุณภาพอาหารของแพะ โดยอาหารเหล่านั้นจะปลูกขึ้นมาเอง มีพันธุ์หญ้าที่หลากหลาย ได้แก่หญ้าสมุนไพรต่างๆ เช่น อัลฟาฟ่า ชิโกรี รวมทั้งต้นโคลเวอร์ พืชตระกูลถั่ว เพื่อให้สารอาหารที่มีประโยชน์กับน้ำนมแพะ และป้องกันการปนเปื้อนสารเคมี ที่อาจตกค้างจากแหล่งที่ไม่ทราบได้ อุณหภูมิการเก็บน้ำนม เนื่องจากบ้านเรามีอากาศร้อนชื้น น้ำนมเมื่อรีดจากเต้าแพะแล้วมีโอกาสทำให้คุณภาพและลักษณะทางกายภาพ เช่นกลิ่นและลักษณะทางเคมีของนมเปลี่ยนไปได้ ขณะที่นมแพะจากต่างประเทศ เช่น ประเทศนิวซีแลนด์ มีขบวนการเก็บน้ำนมที่ได้มาตรฐาน แพะจะได้รับการรีดน้ำนมด้วยเครื่องรีดอัตโนมัติ ซึ่งใช้เวลาการรีดเพียง 4 นาที น้ำนมที่ถูกรีดแล้วจะนำส่งไปเก็บยังถังพักระบบปิดที่คงอุณหภูมิของน้ำนมไว้ที่ 1-4 องศาเซลเซียส เพื่อเก็บรักษาคุณภาพของน้ำนมให้คงสด และไม่ทำให้ลักษณะทางกายภาพ ทางเคมีเปลี่ยนไปจนกว่าจะถูกนำส่งไปยังโรงงานเพื่อผลิตเป็นนมแพะผง เมื่อคุณแม่นำนมแพะมาชง จึงได้นมแพะที่ยังคงกลิ่นหอมตามธรรมชาติ เท่านี้คุณแม่ก็มั่นใจได้ว่า แม้ให้ลูกกินนมแพะก็สะอาดปลอดภัย และมีสารอาหารครบถ้วนเหมาะสมสำหรับลูกน้อย
ลูกน้อย 2-3 ปี, นมแพะ DG
ประโยชน์ของใยอาหารดีท็อกซ์ธรรมชาติช่วยลูกขับถ่ายสบายอารมณ์
ประโยชน์ของใยอาหารดีท็อกซ์ธรรมชาติช่วยลูกขับถ่ายสบายอารมณ์ ประโยชน์ของใยอาหาร หรือไฟเบอร์ (fiber) ดีต่อลูกน้อย เพราะช่วยในการดับจับหรือขัดขวางการดูดซึมของไขมันทำให้อุจจาระอย่างง่ายดาย การกินอาหารของเด็กๆ นั้นมีความสำคัญมากต่อร่างกายทั้งสารอาหารที่ได้รับต้องครบถ้วนเพียงพอและปลอดภัย โดยส่วนมากเด็กในวัยนี้เป็นวัยที่เริ่มตัดสินใจเองได้ ทำให้เกิดปัญหาของการเลือกกินอาหารที่ส่งผลทำให้เด็กได้รับสารอาหารไม่เพียงพอและขับถ่ายกันยากขึ้น ดังนั้นเราจะพาคุณแม่มาทำความรู้จักกับการดีท็อกแบบธรรมชาติด้วยประโยชน์ของใยอาหาร เพื่อที่คุณแม่จะได้ทำเมนูอาหารที่เสริมสร้างการขับถ่ายได้อย่างง่ายดายของลูก ใยอาหารมาจากไหน ใยอาหารคือส่วนต่างๆ ของพืช ผัก ผลไม้ ที่เราสามารถรับประทานได้ และจะถูกย่อยด้วยการทำงานของจุลินทรีย์ในกระเพาะอาหาร โดยคุณแม่สามารถเลือกทำเมนูได้หลากหลายจากพืชผัก รวมไปถึงธัญพืชต่างๆ แต่ถ้าหากลูกๆ ทานผักได้ไม่มากก็เสริมด้วยผลไม้ที่มีกากใยอาหารเยอะๆ ตัวอย่างดังนี้ ผัก – กวางดุ้ง ถั่วฟักยาว ถั่วงอก ผักบุ้ง แครอท ตำลึ่ง บล็อกโคลี่ บวบ และเห็ดทุกชนิด ฯลฯ ผลไม้ – ส้ม กล้วยหอม มะละกอ สับประรด ลูกพรุน อโวคาโด แก้วมังกร กีวี่ แตงโม แอปเปิ้ล แคนตาลูป ฯลฯ ธัญพืช – ถั่วชนิดต่างๆ ข้าวกล้อง ข้างโอ๊ต ข้าวสาลี เม็ดบัว ลูกเดือย เม็ดแมงลัก ฯลฯ ประเภทของใยอาหาร ใยอาหารเป็นคาร์โบไฮเดรตโมเลกุลใหญ่ ๆ แบ่งได้ 2 กลุ่มใหญ่ ใยอาหารที่ไม่ละลายน้ำ ช่วยเพิ่มกากอาหาร และทำความสะอาดทางเดินอาหาร ใยอาหารละลายน้ำ พวกนี้ เมื่อละลายน้ำ จะมีลักษณะเป็นเจล สามารถจับน้ำตาล ดูดซับน้ำมันได้ ประโยชน์ของใยอาหาร ใยอาหารช่วยการขับถ่าย ใยอาหารชนิดที่เป็นเซลลูโลส มีคุณสมบัติอุ้มน้ำ ทำให้อุจจาระอ่อน ขับถ่ายดี ท้องไม่ผูก ช่วยในการขับถ่ายของลำไส้ใหญ่ โดยใยอาหารที่ไม่ละลายน้ำช่วยเพิ่มเนื้อของอุจจาระ และยังสามารถจับกับน้ำได้ด้วย จึงช่วยทำให้อุจจาระอ่อนนุ่ม ใยอาหารชนิดหยาบจะทำให้เกิดเนื้ออุจจาระมากขึ้น ส่วนใยอาหารละลายน้ำจะทำให้มีเนื้ออุจจาระน้อย นอกจากอาหารที่มีใยอาหารแล้วในเด็กเล็กๆ ที่ไม่สามารถทานอาหารเสริมได้ หรือกินนมได้เพียงอย่างเดียวนั้น การให้ลูกดื่มนมแม่หรือนมผสม เช่น นมแพะ ก็ช่วยส่งผลดีต่อระบบขับถ่ายของลูกได้ค่ะ โดยนมแพะจะมีโปรตีนนุ่ม หรือ CPP (Casein Phosphopeptides) CPP เป็นโปรตีนย่อยง่ายและร่างกายดูดซึมไปใช้ได้อย่างเต็มที่ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเจ้าตัวเล็กที่ระบบขับถ่ายยังไม่สมบูรณ์ Tags: ดีท็อกแบบธรรมชาติ, ระบบขับถ่าย, การขับถ่าย, นมแพะ
ลูกน้อย 2-3 ปี, นมแพะ DG