curl-top
curb_bottom

เคล็ดลับคุณแม่
รวมทุกเคล็ดลับที่คุณแม่อยากรู้
เกี่ยวกับลูกน้อย

icon-secrets

สาระดีดีของแม่และเด็ก

สร้างพัฒนาการสมวัยอย่างเป็นธรรมชาติ

10 เคล็ดลับทำให้ลูกอารมณ์ดี ง่ายนิดเดียว
img-over-post

10 เคล็ดลับทำให้ลูกอารมณ์ดี ง่ายนิดเดียว

10 เคล็ดลับทำให้ลูกอารมณ์ดี ง่ายนิดเดียว การทำให้ลูกน้อยอารมณ์ดี จะส่งผลให้ลูกมีพัฒนาการสมองที่ดี พร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ การจะทำให้ลูกน้อยอารมณ์ดีไม่ใช่เรื่องยากเลยค่ะ มาเรียนรู้ 10 เคล็ดลับทำให้ลูกอารมณ์ดี ฉบับดีจี ง่ายนิดเดียว การทำให้ลูกน้อยอารมณ์ดี ร่าเริงสดใส จะส่งผลไปสู่การพัฒนาการที่ดีของสมอง ลูกน้อยจะพร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ การจะทำให้ลูกน้อยอารมณ์ดีไม่ใช่เรื่องยากเลยค่ะ เพียงเริ่มจากตัวคุณพ่อคุณแม่ก่อน การที่สิ่งแวดล้อมทำให้ลูกมีความสุข ลูกก็จะมีความสุขตามไปด้วย 10 เคล็ดลับ สร้างหนูน้อยอารมณ์ดี พ่อแม่ต้องไม่แสดงอารมณ์หงุดหงิด ตวาดใส่ลูกอย่างไม่มีเหตุผล ไม่แหย่ให้ลูกโมโห บางคนชอบแหย่ให้เด็กร้อง และคิดว่าไม่เป็นไร โอ๋แป๊บเดียวก็หาย แต่จริงๆ การทำแบบนี้จะทำให้ลูกขาดความมั่นคงทางอารมณ์ และแสดงออกด้วยอาการหงุดหงิด กลายเป็นเด็กอารมณ์ไม่ดี เล่นกับลูกบ่อยๆ เช่น เล่นจ๊ะเอ๋ ปูไต่ เป็นต้น แสดงสีหน้าแบบต่างๆ หรือทำเสียงแปลก แค่การเล่นง่ายๆ แค่นี้ลูกก็สนุก หัวเราะชอบใจแล้ว สัมผัสที่อ่อนโยนของแม่มีผลต่อการพัฒนาสมอง กอดลูกบ่อยๆ ลูบหลัง ลูบท้องกล่อมนอน หรือลองใช้การนวดเบาๆ ไปบนตัวลูก จะช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด และทำให้ลูกรู้สึกถึงสัมผัสที่อบอุ่นของแม่ และจะเป็นเด็กที่มีอารมณ์มั่นคง ใช้ดนตรีกล่อมลูก เพลงจังหวะสบายๆ จะช่วยให้ลูกอารมณ์ดี นอนง่าย หรือคุณแม่ลองชวนลูกร้องเพลงขณะอาบน้ำก็จะเป็นการสร้างบรรยากาศที่ครื้นเครงอีกด้วย นอนหลับให้เพียงพอ ยิ่งลูกวัย 1-2 ปี ควรนอนให้ได้ 11-12 ชั่วโมง เพราะถ้านอนไม่อิ่มเขาจะหงุดหงิด ดังนั้นพ่อแม่ควรพาลูกเข้านอนให้เป็นเวลา ไม่ทำเสียงดังรบกวนการนอนของลูก และเวลาปลุก ควรปลุกเบาๆ อย่าใช้เสียงดัง เพราะอาจทำให้เขาร้องไห้ตกใจได้ พาไปท่องเที่ยวโลกกว้าง ลูกได้พบเจอสิ่งใหม่ๆ รู้สึกตื่นตาตื่นใจ ระหว่างที่ไปเที่ยวพ่อแม่ก็อธิบายสิ่งที่พบเห็น ได้พูดคุยใกล้ชิดกัน หัวเราะไปด้วยกัน ลูกก็มีความสุขแล้ว ลูกต้องกินอิ่ม เพราะความหิวเป็นสาเหตุที่ทำให้หงุดหงิดงอแง ดังนั้นพ่อแม่ต้องเตรียมอาหารให้พร้อม เมื่อถึงเวลาอาหารอย่าปล่อยให้หิว ถ้าต้องออกไปข้างนอก ควรเตรียมของว่างที่มีประโยชน์ไปด้วย ให้เขาได้กินรองท้อง ระวังอย่าให้ลูกกินของหวานเยอะ เพราะการที่เด็กกินของหวานมากเกินไปจะทำให้มีน้ำตาลในเลือดสูง สมองจะสั่งการให้หลั่งอินซูลินออกมาเพื่อปรับระดับน้ำตาลในเลือดให้ลดลง ตับอ่อนก็จะทำงานหนักขึ้น เมื่อมีอินซูลินในสมองมาก ก็จะทำให้เกิดอาการเครียด หงุดหงิดขึ้นได้ ดูแลเรื่องกินอาหารด้วยโภชนาการที่ครบถ้วน เพราะการมีโภชนาการดี ลูกก็จะมีสุขภาพที่ดี สบายตัว ไม่หงุดหงิดหรืออารมณ์บูดง่ายๆ
พัฒนาการรอบด้าน , การเรียนรู้, นมแพะ ดีจี, พัฒนาการเด็ก, นมแพะ DG
5 กิจกรรมเพิ่มIQ ลูกขวบปีแรก
img-over-post

5 กิจกรรมเพิ่มIQ ลูกขวบปีแรก

5 กิจกรรมเพิ่มIQ ลูกขวบปีแรก พัฒนาการสมองที่ดีของลูก ล้วนมาจากคุณพ่อคุณแม่เป็นคนสร้าง IQ ให้ลูกน้อย มาเริ่มต้นง่ายๆ กับ 5 กิจกรรมเพิ่ม IQ ลูกที่รับรองเลยว่าถ้าลูกน้อยได้ทำกิจกรรมที่มีการกระตุ้นกระบวนการคิด การลงมือทำ และแก้ปัญหา IQ ลูกจะกว้างไกลแน่นอน IQ ย่อมาจาก (Intelligence Quotient) หมายถึงความสามารถทางเชาวน์ปัญญา โดยจะแสดงออกให้เห็นผ่านพฤติกรรมต่างๆ ซึ่งขวบปีแรกถือเป็นโอกาสทองที่คุณพ่อคุณแม่จะส่งเสริม IQ ลูกน้อย เริ่มต้นง่ายๆ กับ 5 กิจกรรมที่รับรองเลยว่าถ้าลูกน้อยได้ทำกิจกรรมที่มีการกระตุ้นกระบวนการคิด การลงมือทำ และท้าท้ายการแก้ปัญหา IQ จะกว้างไกลแน่นอน 5กิจกรรมเพิ่มIQ ได้ผล การต่อบล็อกไม้ฝึกการวางแผน ลูกจะได้รู้จักคิด การแก้ปัญหา ฝึกการยืดหยุ่นความคิดและวางแผนเป็น นอกจากนั้นยังเชื่อมความสัมพันธ์พ่อแม่ลูกอีกด้วย คณิตคิดเร็ว การนับเลขหรือจำนวนสิ่งของรอบตัวลูก สามารถประยุกต์เล่นได้ทุกที่ จะช่วยฝึกความคิด กระตุ้นความจำ รวมถึงฝึกการช่างสังเกต เกมจับคู่ ฝึกความเชื่อมโยง กิจกรรมนี้ฝึกการสังเกตลักษณะ รูปทรงสิ่งของ สีสันต่างๆ และแยกแยะความแตกต่างของสิ่งของ ทั้งยังสามารถฝึกความคล่องตัวลูกน้อยได้อีกด้วย เพราะถ้าหากคุณแม่ลองให้ลูกวิ่งหยิบสิ่งของไปกองรวมกันหรือเพิ่มเงื่อนไขท้าทายมากขึ้นเรื่อยๆ ลูกน้อยจะรู้สึกสนุกมากขึ้น เล่นบทบาทสมมติ การเล่นบทบาทสมมติเป็นกิจกรรมหนึ่งที่มีส่วนช่วยฝึกจินตนาการและการเรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัวได้อย่างอิสระ ทั้งยังฝึกการแก้ปัญหา การอยู่ร่วมกับผู้อื่น เขาจะได้อยู่กับคนอื่นในสังคมได้ ระบายสี การหัดให้ลูกวัยนี้ระบายสี นอกจากจะฝึกกล้ามเนื้อมือแล้ว ยังต่อยอดให้ลูกได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ สีสันต่างๆ ที่ลูกระบายยังสะท้อนลักษณะนิสัยและพฤติกรรมการแสดงออกของเขาขณะนั้นด้วย
การเล่นเสริมทักษะ, กิจกรรมสำหรับเด็ก, นมแพะ ดีจี, พัฒนาการเด็ก, นมแพะ DG
ชวนลูกย้อนยุคสนุกกับ 3 การละเล่นไทย กระตุ้นพัฒนาการรอบด้าน
img-over-post

ชวนลูกย้อนยุคสนุกกับ 3 การละเล่นไทย กระตุ้นพัฒนาการรอบด้าน

ชวนลูกย้อนยุคสนุกกับ 3 การละเล่นไทย กระตุ้นพัฒนาการรอบด้าน การละเล่นไทย ๆ ที่เล่นกันมาตั้งแต่โบราณ เด็ก ๆ เดี๋ยวนี้อาจจะแทบไม่รู้จักกันแล้ว ลองชวนลูก ๆ มาเล่นสนุกย้อนยุคไปสมัยพ่อแม่ยังเด็กกับการละเล่นไทย ๆ ที่นอกจากจะได้เรียนรู้วัฒนธรรมประเพณีแล้ว ยังสามารถกระตุ้นพัฒนาการของลูกได้แบบรอบด้านอย่างไม่น่าเชื่อเลยค่ะ 1. รีรีข้าวสาร ให้เด็ก 2 คนยืนหันหน้าเข้าหากันจับมือประสานมือกันเป็นรูปซุ้ม เด็กคนอื่น ๆ เกาะเอวต่อกันแล้วเดินพาลอดใต้ซุ้มมือพร้อมกับร้องเพลง "รีรีข้าวสาร สองทะนานข้าวเปลือก เด็กน้อยตาเหลือก เลือกท้องใบลาน คดข้าวใส่จาน คอยพานคนข้างหลังไว้" เมื่อร้องถึงประโยคที่ว่า “คอยพานคนข้างหลังไว้” เด็กที่ทำมือเป็นซุ้มจะลดมือลงกันคนสุดท้ายไว้ ซึ่งคนสุดท้ายจะถูกคัดออกไปจากแถว แล้วจึงเริ่มต้นเล่นใหม่ไปเรื่อย ๆ 2. มอญซ่อนผ้า หาคนเริ่มเล่นที่จะเริ่มถือผ้าเช็ดหน้าที่เตรียมไว้แล้วออกไปยืนข้างนอก ที่เหลือนอกนั้นนั่งกันเป็นวงกลม หันหน้าเข้าหากัน แล้วเริ่มร้องเพลง "มอญซ่อนผ้า ตุ๊กตาอยู่ข้างหลัง ใครเผลอคอยระวัง ใครเผลอคอยระวัง ตุ๊กตาอยู่ข้างหลังระวังจะถูกตี” ให้คนถือผ้าเช็ดหน้าเดิน หรือวิ่งไปรอบ ๆ วง ระหว่างที่คนในวงกลมร้องเพลง แล้วหาจังหวะวางผ้าไว้ข้างหลังของคนที่นั่ง พอวางผ้าที่ด้านหลังใคร ถ้าคนนั้นรู้ตัวจะรีบหยิบผ้าแล้ววิ่งไล่เอาผ้าไล่ตีให้ทัน ถ้าตีไม่ทันก่อนที่คนวางผ้ากลับไปที่นั่ง ก็ต้องเป็นคนเริ่มเล่นแทน โดยเริ่มร้องเพลงใหม่ แล้วเดินวิ่งไปรอบ ๆ คอยหาจังหวะวางผ้าเหมือนเดิม งูกินหาง แบ่งเด็กเป็น 2 ฝ่าย ฝ่ายที่ 1 จะต้องเป็น “พ่องู” 1 คน ฝ่ายที่ 2 มี “แม่งู” 1 คน ที่เหลือเป็น “ลูกงู” ซึ่งผู้เล่นเป็นลูกงูจะต้องเกาะเอวผู้เล่นเป็นแม่งู จากนั้น พ่องูเริ่มถามว่า “แม่งูเอ๋ย” แม่งูและลูกงูก็ร้องตอบว่า “เอ๋ย” พ่องู “แม่งูเอ๋ยกินน้ำบ่อไหน” แม่งู “กินน้ำบ่อโสกโยกไปโยกมา” พร้อมกับโยกตัวไปมาทั้งแถว พ่องู “แม่งูเอ๋ยกินน้ำบ่อไหน” แม่งู “กินน้ำบ่อหินบินไปบินมา” พร้อมกับโยกตัวไปมาทั้งแถว พ่องู “แม่งูเอ๋ยกินน้ำบ่อไหน” แม่งู “กินน้ำบ่อทรายย้ายไปย้ายมา” พร้อมกับโยกตัวไปมาทั้งแถว พ่องู “กินหัวกินหางกินกลางตลอดตัว”ช่วงท้ายพ่องูถามว่า “กินหัว กินหาง” แม่งูตอบว่า “กินกลางตลอดตัว” 3. พ่องูก็จะไล่จับลูกงูจากปลายแถว ฝ่ายแม่งูจะต้องกางมือเพื่อป้องกันลูก หากลูกงูตัวใดถูกพ่องูดึงจนหลุดออกจากแถวไป ก็จะต้องออกจากการเล่น ผู้เล่นที่เหลือก็เริ่มเล่นกันอีกจนกว่าลูกงูจะถูกจับจนหมด การละเล่นแบบไทยกระตุ้นพัฒนาการอะไรให้ลูกบ้าง กล้ามเนื้อมัดใหญ่ ได้วิ่งเคลื่อนไหว เป็นการฝึกกล้ามเนื้อมัดใหญ่ทั้งแขนและขา การเข้าสังคม การละเล่นที่ต้องเล่นด้วยกันหลายคนจึงเป็นการฝึกฝนให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้การเล่นกับเด็ก ๆ คนอื่น การยอมรับกติกา การทำงานเป็นทีม ทักษะภาษา ได้ร้องเพลงที่เป็นเพลงโบราณ ได้รู้จักศัพท์ใหม่ ๆ แปลก ๆ พ่อแม่สามารถอธิบายคำศัพท์เพิ่มเติมให้ลูกได้ การกระตุ้นพัฒนาการของลูก นอกจากจะทำได้ผ่านเกม กิจกรรมการละเล่นแล้ว อาหารการกินในแต่ละวันก็ส่งผลต่อพัฒนาการการเจริญเติบโตของลูกด้วย การให้ลูกได้ดื่มนมแพะเป็นประจำทุกวันดีกับลูกที่อยู่ในวัยกำลังเจริญเติบโต เพราะนมแพะย่อยและดูดซึมได้ง่าย มีสารอาหารต่าง ๆ ครบถ้วนทั้ง ดีเอชเอ เออาร์เอ ช่วยส่งเสริมการทำงานของสมอง และพรีไบโอติกดีต่อระบบภูมิคุ้มกันและระบบขับถ่าย
การเล่นเสริมทักษะ, กิจกรรมสำหรับเด็ก, นมแพะ ดีจี, พัฒนาการเด็ก, นมแพะ DG

โภชนาการและสารอาหารเพื่อลูกรัก

Bioactive Components ในนมแพะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อย 
img-over-post

Bioactive Components ในนมแพะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อย 

Bioactive Components ในนมแพะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อย คุณแม่รู้ไหมคะ ว่าเด็กอายุ 1- 3 ขวบ สมองกำลังสร้างเซลล์อย่างรวดเร็วมากกว่าผู้ใหญ่ถึง 2 เท่า ดังนั้นถือเป็นโอกาสทองที่คุณพ่อคุณแม่จะช่วยเสริมสร้างศักยภาพสมองให้ลูกในวัยนี้นะคะ เพื่อให้ร่างกายและสมองของลูกเรียนรู้ได้ดี มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นค่ะ Bioactive Components คืออะไร? Bioactive Components (ไบโอแอคทีฟ คอมโพเนนท์) คือสารอาหารจากธรรมชาติที่มาจากระบบการสร้างน้ำนมที่เรียกว่า อะโพไครน์ (Apocrine) ระบบการสร้างน้ำนมแบบอะโพไครน์นั้นจะทำให้มีเยื้อหุ้มเซลล์น้ำนมหลุดมาพร้อมกับน้ำนม ทำให้น้ำนมมีคุณค่าทางโภชนาการสูงซึ่งประกอบไปด้วยสารอาหารจากธรรมชาติที่มีประโยชน์ต่อลูกรัก 4 ชนิด ได้แก่ นิวคลีโอไทด์ ทอรีน โพลีเอมีนส์ และโกรทแฟคเตอร์ 1. นิวคลีโอไทด์ นิวคลีโอไทด์ เป็นส่วนสำคัญของการสร้าง DNA และ RNA ซึ่งมีความสำคัญต่อระบบภูมิคุ้มกัน การเจริญเติบโต และพัฒนาการของลูกน้อย นิวคลีโอไทด์ เป็นองค์ประกอบที่สำคัญของเซลล์ในร่างกาย มีหน้าที่เผาผลาญสลายอาหารเพื่อให้ได้เป็นพลังงาน 2. ทอรีน ทอรีน มีความสำคัญต่อกระบวนการต่างๆ ภายในร่างกาย หากของลูกน้อยได้รับในปริมาณที่พอเหมาะจะช่วยให้ระบบประสาทและสมอง ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยให้ลูกมองเห็นได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย 3. โพลีเอมีนส์ โพลีเอมีนส์ อีกหนึ่งสารอาหารจากธรรมชาติที่ดีต่อสุขภาพของลูก มีบทบาทสำคัญต่อกระบวนการเจริญเติบโตของเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย ที่สำคัญมีส่วนช่วยส่งเสริมระบบทางเดินอาหาร 4.โกรทแฟคเตอร์ โกรทแฟคเตอร์ ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของลูก ช่วยให้มีการสร้างเม็ดเลือดแดง ทำให้ผิวหนังเจริญเติบโต เสริมสร้างมวลกระดูกให้แข็งแรงขึ้น ที่สำคัญช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายของลูก มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นด้วย Bioactive Components (ไบโอแอคทีฟ คอมโพเนนท์) พบมากในน้ำนมที่มาจากระบบการสร้างน้ำนมแบบอะโพไครน์ (Apocrine) ซึ่งระบบการสร้างน้ำนมแบบอะโพไครน์นั้นนอกจากในคนแล้วก็มีในแพะค่ะ จึงทำให้นมแพะมี Bioactive Components (ไบโอแอคทีฟ คอมโพเนนท์) ในปริมาณสูงเช่นกัน และในนมแพะยังมีโปรตีนที่ย่อยและดูดซึมง่าย ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้อย่างเต็มที่ รวมทั้งยังมีพรีไบโอติก (Prebiotics) หรือใยอาหารที่ไม่ถูกย่อยในทางเดินอาหารส่วนบน ทำให้ผ่านมาที่ลำไส้ใหญ่ จึงช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ที่ดีในลำไส้ใหญ่ จึงช่วยลดปัญหาท้องผูก และช่วยป้องการติดเชื้อได้เป็นอย่างดีค่ะ (Ref. Neveu et al. Reprod Nutr Dev. 2002; 42:163-172.)
นมแพะ ดีจี, ใยอาหาร, พรีไบโอติก, พัฒนาการเด็ก, นมแพะ DG
5 เมนูง่ายๆ ช่วยขับฝุ่นพิษและบำรุงร่างกายลูก
img-over-post

5 เมนูง่ายๆ ช่วยขับฝุ่นพิษและบำรุงร่างกายลูก

5 เมนูง่ายๆ ช่วยขับฝุ่นพิษและบำรุงร่างกายลูก ในทุกๆ วัน เด็กๆ ต้องเผชิญกับฝุ่นละอองจิ๋วมากมายในอากาศ การสูดดมทุกวันคงไม่ดีต่อร่างกายลูกแน่ๆ เรามีหนึ่งวิธีดูแลสุขภาพลูกรักให้แข็งแรงได้ด้วยรสมือแม่มาฝากค่ะ ดูกันเลยดีกว่ามีเมนูอะไรบ้าง ข้าวบดนมสดบร็อคโคลี่ บร็อกโคลี มีสารซันโฟราเฟน(Sulforaphane) ซึ่งออกฤทธิ์ช่วยให้ตับและเซลล์เยื่อบุสลายสารพิษ ขับสารก่อมะเร็ง และสารระคายเคือง คลิกดูสูตร http://bit.ly/2G97puj อะโวคาโดครีมฟรุตสลัด อโวคาโด มีวิตามินอีช่วยขับสารพิษในปอด และลดอัตราการเกิดโรคหอบหืดได้เป็นอย่างดี เป็นอาหารที่มีวิตามินอีสูงมาก ช่วยรับมือกับผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5 ได้เป็นอย่างดี คลิกดูสูตร http://bit.ly/2EigBLR สุกี้โอเมก้า อาหารที่มีโอเมก้า3 จะช่วยลดผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5 ได้ ซึ่งอาหารที่มีโอเมก้า3 ได้แก่ ปลาน้ำจืด อาหารทะเลปลาทะเล ถั่ว นม เป็นต้น คลิกดูสูตร http://bit.ly/2HFs6Lk Red Fruit Salad ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เช่น ส้ม มะม่วงสุก สตอว์เบอร์รี่ บลูเบอรี่ สัปปะรด เพราะวิตามินซีนั้นช่วยต้านอนุมูลอิสระ และเสริมสร้างภูมิต้านทานในร่างกายได้เป็นอย่างดี คลิกดูสูตร http://bit.ly/2rYsIWQ ซุปแครอตและส้ม แครอต มีเบต้าแคโรทีนสูงมาก เมื่อร่างกายรับเข้าไปจะเปลี่ยนจาก เบต้าแคโรทีน เป็นวิตามินเอ สร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย และช่วยให้การทำงานของปอดดีขึ้น คลิกดูสูตร http://bit.ly/2rY730O ทำไม่ยากใช่ไหมคะ อยากให้ลูกแข็งแรงสุขภาพดีสู้ฝุ่นรีบไปตลาดซื้อวัตถุดิบมาปรุงอาหารให้ลูกกันค่ะ
สุขภาพลูก, นมแพะ ดีจี, ภูมิคุ้มกัน, นมแพะ DG
เมื่อแม่ท้องติดกาแฟ ต้องปรับตัวและดื่มอะไรดีเพื่อสุขภาพครรภ์ที่ดี
img-over-post

เมื่อแม่ท้องติดกาแฟ ต้องปรับตัวและดื่มอะไรดีเพื่อสุขภาพครรภ์ที่ดี

เมื่อแม่ท้องติดกาแฟ ต้องปรับตัวและดื่มอะไรดีเพื่อสุขภาพครรภ์ที่ดี คุณแม่ตั้งครรภ์รู้ใช่ไหมเอ่ยว่า การดื่มกาแฟระหว่างตั้งครรภ์อาจส่งผลต่อพัฒนาการของลูกในท้อง ในช่วงตั้งครรภ์คุณหมอจึงแนะนำให้งดการดื่มกาแฟ หรือแม้แต่ชาต่างไปก่อน และอาจจะต้องงดยาวไปจนถึงช่วงให้นมลูกเลย เพราะกาเฟอีนในกาแฟจะส่งผลต่อพัฒนาการของทารกนั่นเองค่ะ แม่ตั้งครรภ์อาจจะจำกัดปริมาณคาเฟอีนในเครื่องดื่มอยู่ที่ไม่เกิน 200 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งถ้าคุณแม่อยากกินก็สามารถกินได้เล็กน้อยไม่ควรกินเป็นประจำทุกวัน แต่เพื่อความสบายใจของคุณแม่และพัฒนาการลูกในท้อง คุณแม่หลายคนอาจจะงดเว้นเครื่องดื่มคาเฟอีน หรือกาแฟไปในช่วงตั้งครรภ์และให้นมลูกก็ได้ค่ะ แล้วถ้าเป็นคนติดกาแฟมากล่ะ ตอนท้องจะดื่มอะไรดีเพื่อให้ลดความอยากดื่มกาแฟ แต่ยังได้ความสดชื่น กระฉับกระเฉงจากเครื่องดื่มนั้นแทนการดื่มกาแฟ เรามีคำแนะนำค่ะ แม่ท้องติดกาแฟ เลือกเครื่องดื่มอย่างไรดีช่วงตั้งครรภ์ 1. น้ำเปล่าของดีดื่มให้เพียงพอ สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์น้ำเปล่าเป็นน้ำดื่มที่มีประโยชน์ที่สุดค่ะ ควรดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ เพื่อร่างกายได้รับความชุ่มชื้น และสดชื่นค่ะ Tips: ควรมีขวดน้ำติดตัวไว้เสมอ หรือวางไว้ในที่มองเห็นได้ตลอด เพื่อคุณแม่จะได้จิบน้ำได้ตลอดทั้งวัน 2. ดื่มน้ำผลไม้ 100% ไม่มีน้ำตาล แม่ตั้งครรภ์หลายคนเลือกดื่มน้ำผลไม้ แต่น้ำผลไม้ถ้าเป็นผลไม้คั้นสดๆ จะดีที่สุดค่ะ เพราะได้รับสารอาหารจากผลไม้โดยตรง แต่ควรคั้นสดใหม่ สะอาด และไม่ต้องเติมน้ำตาลนะคะ Tips: น้ำผลไม้ควรคั่นจากผลไม้ที่สดและสะอาด หรือคุณแม่อาจจะเลือกซื้อผลไม้มาคั่นเองเพื่อความปลอดภัย และเลือกผลไม้ที่มีน้ำตาลน้อย ไม่ใส่น้ำตาล เพื่อป้องกันภาวะเบาหวานระหว่างตั้งครรภ์ 3. เลือกดื่มนมที่มีสารอาหารจากธรรมชาติ เช่น นมแพะ ที่มี Omega 3 6 9 DHA ARA และแคลเซียมสูงที่นอกจากไม่มีคาเฟอีนแล้วยังช่วยเสริมแคลเซียม และให้สารอาหาร บำรุงสมอง ระบบประสาท และเสริมสร้างพัฒนาการการเจริญเติบโตกับลูกในครรภ์ด้วย Tips: คุณแม่ควรเลือกนมที่ย่อยง่าย เพราะในช่วงตั้งครรภ์มักเกิดอาการท้องผูกบ่อย นมที่ย่อยง่ายจะช่วยลดปัญหาท้องผูก และช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วนค่ะ อาหารและเครื่องดื่มทุกชนิดในช่วงตั้งครรภ์ จำเป็นต้องคำนึงถึงสุขภาพครรภ์ที่ดีของทั้งแม่และทารกในครรภ์นะคะ ดังนั้นในช่วงตั้งครรภ์คุณแม่จึงควรเลือกอาหารที่มีประโยชน์ งดและเลี่ยงอาหารเดิมๆ ที่อาจส่งผลเสียต่อทารกในครรภ์ รวมถึงพักผ่อนอย่างเพียงพอ เพื่อสุขภาพครรภ์ที่ดีไปจนถึงวันคลอดค่ะ
อาหารคนท้อง, พัฒนาการทารกในครรภ์, นมแพะ ดีจี, นมแม่, นมแพะ DG

โรคภัยและสุขภาพที่ดีของหนูน้อย

5 เทคนิคดูแลผิวลูกช่วงหน้าหนาว
img-over-post

5 เทคนิคดูแลผิวลูกช่วงหน้าหนาว

5 เทคนิคดูแลผิวลูกช่วงหน้าหนาว หน้าหนาวแบบนี้ผิวลูกแม่ต้องได้รับการดูแลนะคะ แต่จะดูแลผิวที่บอบบางยังไงให้ได้ผล สุขภาพดีทุกฤดู 5 เทคนิคนี้เอาอยู่ค่ะ 1. อาบน้ำอุณหภูมิที่พอเหมาะ คุณแม่สามารถอาบน้ำอุ่นให้ลูกได้ แต่ไม่ควรให้น้ำมีอุณหภูมิสูงเกินไปเพราะจะทำให้ผิวลูกแห้งมากขึ้น 2. ทาโลชั่นหรือเบบี้ออยส์หลังอาบน้ำ โดยทาหลังอาบน้ำทันทีตอนที่ผิวยังมีความชื้นอยู่ โดยบีบใส่ฝามือก่อนทาลงบนผิวลูกเพื่อป้องกันการเกิดผื่นจากต่อมผิวหนังอุดตันจากโลชั่นที่มีปริมาณมากเกินไป 3. เลือกเสื้อผ้าที่ปกปิดมิดชิด เพื่อป้องกันอากาศหนาวเย็นมากระทบผิวลูก ควรเป็นเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว เนื้อผ้านุ่มใส่สบาย เช่น ผ้าฝ้ายหรือผ้าสำลีเนื้อนุ่ม ที่ให้ความอบอุ่น ไม่เสียดสีกับผิวลูก และไม่ทำให้เกิดการระคายเคือง 4. จิบน้ำอุ่น ในช่วงฤดูหนาวให้จิบน้ำอุ่นบ่อย ๆ เพื่อชดเชยการสูญเสียความชุ่มชื้นของผิวลูก 5. หมั่นตัดเล็บลูกให้สั้น เพราะอากาศเย็น ผิวแห้ง จะทำให้ลูกเกิดอาการคันได้ง่าย การตัดเล็บให้สั้นจะป้องกันไม่ให้ลูกเกาตัวเองจนถลอกเป็นแผล ไม่ยากใช่ไหมคะ เพียง 5 ข้อเท่านั้นผิวสวยๆ จะอยู่คู่ลูกแม่ตลอดกาล ใครเห็นเป็นต้องทักแน่นอน และอย่าลืมแชร์เคล็ดลับดีๆ แบบนี้ให้เพื่อนๆ เพื่อลูกๆ จะได้มีสุขภาพผิวที่ดีน่ามองน่ากอดนะคะ
การป้องกัน, โรคยอดฮิตฤดูหนาว, นมแพะ ดีจี, นมแม่, นมแพะ DG
Top 5 โรคยอดฮิตหน้าหนาวที่แม่ต้องระวัง
img-over-post

Top 5 โรคยอดฮิตหน้าหนาวที่แม่ต้องระวัง

Top 5 โรคยอดฮิตหน้าหนาวที่แม่ต้องระวัง ลมหนาวเริ่มมา นั่นเป็นหนึ่งสัญญาณเตือนภัยให้คุณแม่ต้องระวัง และป้องกันโรคภัยให้ลูกรักจากโรคต่างๆ ที่มากับอากาศหนาว เพราะถ้าหากคุณแม่เผลอ ลูกแม่เจอแน่! 5 โรคยอดฮิตหน้าหนาว จะมีโรคไหนบ้างและคุณแม่จะต้องรับมืออย่างไรเรามีคำตอบค่ะ 1. ไข้หวัด สาเหตุและอาการ : ในช่วงที่อากาศเย็นมีโอกาสติดเชื้อไวรัสได้ง่าย อาการสังเกตุได้จากการไอ จามและมีไข้สูงตามลำดับ วิธีการดูแล : ให้ลูกนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ เช็ดตัวให้ลูกบ่อยๆ เพื่อลดไข้ งดของทอด ของมัน เพื่อลดอาการไอและแสบคอ ทำร่างกายลูกให้อบอุ่น หากลูกมีน้ำมูกลองใช้ผ้าขาวบางห่อหอมแดงวางไว้ข้างๆ จะทำให้หายใจได้สะดวกขึ้น ป้องกันไว้ก่อน : ทำความสะอาดอุปกรณ์ ของเล่นของลูกทุกครั้งหลังใช้งาน ไม่ควรให้ลูกอาบน้ำหรือสระผมด้วยน้ำที่เย็นเกินไป หากคนในครอบครัวเป็นไข้หวัดก็ไม่ควรคลุกคลีกับลูกด้วย 2. ปอดบวม สาเหตุและอาการ : เกิดจากการติดเชื้อติดเชื้อไวรัสหรือเชื้อแบคทีเรียที่ปอด โดยติดต่อผ่านทางการหายใจ น้ำมูก และน้ำลาย หรือเกิดจากอาการแทรกซ้อนของไข้หวัด สังเกตุได้จากลูกมีไข้สูง ไอมาก หายใจหอบ หายใจแรงหรือหายใจลำบาก วิธีการดูแล : หากมีอาการดังกล่าวหรือสงสัยว่าจะเป็นปอดบวมต้องรีบพาไปพบแพทย์ทันที ป้องกันไว้ก่อน : ช่วงที่อากาศเย็น ต้องทำร่างกายให้อบอุ่นเสมอ และถ้าโรงเรียนมีการระบาดของไข้หวัด ควรให้ลูกหยุดเรียนทันที 3. หัด สาเหตุและอาการ : เกิดจากการติดเชื้อผ่านการไอ หรือจามของผู้เป็นโรค อาการช่วงแรกจะมีไข้สูงตลอดเวลา มีน้ำมูก ไอแห้ง และอาจมีอาการถ่ายเหลว หลังจากนั้นจะมีผื่นขึ้นกระจายและอาจมีอาการคัน วิธีการดูแล: โรคหัดส่วนใหญ่เป็นแล้วจะหายเองภายใน 14 วัน ดูแลเบื้องต้นด้วยการให้พักผ่อนมากๆ ดื่มน้ำเยอะ ๆ เช็ดตัวเพื่อลดไข้ ถ้ามีอาการไอ เสมหะข้น-เขียว ควรรีบพบแพทย์ทันที ป้องกันไว้ก่อน: ฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัด เด็กควรได้รับการฉีดวัคซีนหัด 2 ครั้ง คือ ครั้งที่ 1 ตอนอายุ 9 – 12 เดือน และครั้งที่ 2 ตอนอายุ 6 – 7 ปี และอย่าให้ลูกอยู่ใกล้หรือคลุกคลีกับคนที่มีอาการป่วย 4. อีสุกอีใส สาเหตุและอาการ : เกิดจากร่างกายได้รับเชื้อไวรัสที่ติดต่อผ่านการหายใจ ไอ จาม หรือสัมผัสถูกตุ่มแผลใสๆ ของคนที่เป็นโรคนี้อยู่ อาการเริ่มต้นจะมีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ มีไข้สูง เบื่ออาหาร จากนั้นจะเริ่มมีผื่นแดง แล้วเปลี่ยนเป็นตุ่ม มีน้ำใสและมีอาการคัน วิธีการดูแล: โรคนี้จะหายได้เองภายใน 2-3 สัปดาห์ แต่ต้องระวังอย่าให้เกิดโรคแทรกซ้อน ให้ลูกพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำสะอาดมากๆ และใช้ผ้าชุบน้ำอุณหภูมิปกติค่อยๆ เช็ดตามตัว หากลูกมีอาการผิดปกติเช่น ตุ่มแผลติดเชื้อ หายใจขัด ควรพาลูกพบคุณหมอ ป้องกันไว้ก่อน: ฉีดวัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใส โดยเริ่มฉีดได้ตั้งแต่อายุ 1 ปีขึ้นไป และฉีดซ้ำอีกครั้งเมื่ออายุ 4 – 6 ปี รวมทั้งไม่ให้ลูกสัมผัส หรือใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่เป็นโรคอีสุกอีใส 5. ท้องร่วง สาเหตุและอาการ : เกิดจากร่างกายได้รับเชื้อไวรัส ที่พบได้บ่อยคือ ไวรัสโรต้า อาการขั้นต้นสังเกตุได้จากลูกขับถ่ายเหลวเกิน 3 ครั้ง/วัน ถ่ายมีมูกเลือด มีกลิ่นเหม็นคาว และลูกมีอาการปวดท้อง อาเจียน ถ้าเป็นมากจะทำให้ร่างกายขาดน้ำ จนเกิดอาการช็อคได้ ป้องกันไว้ก่อน: ฝึกให้เด็กๆ ล้างมือให้สะอาด ก่อนหยิบอาหารเข้าปาก ซึ่งคุณแม่สามารถเรียนรู้ 7 ขั้นตอนล้างมือให้สะอาดอย่างถูกวิธี เพียงคลิก http://bit.ly/2O69o6v และให้ลูกรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่อยู่เสมอ วิธีการดูแล: คุณแม่ต้องรีบชดเชยน้ำที่ลูกสูญเสีย โดยการดื่มน้ำสะอาดมากๆหรือเกลือแร่ หลีกเลี่ยงน้ำผลไม้ เพราะอาจทำให้ลูกท้องเสียมากขึ้นได้ หากอาการไม่ดีขึ้น ควรรีบพาไปพบคุณหมอทันที คุณแม่อ่านแล้วอย่าตกใจหรือกังวลนะคะ เพราะหากคุณแม่มีสติและรู้ทันโรค ลูกรักของคุณแม่จะปลอดภัยสุขภาพดีแน่นอนค่ะ
การแพร่ระบาดโรค, โรคยอดฮิตฤดูหนาว, นมแพะ ดีจี, ภูมิคุ้มกัน, นมแพะ DG
6 คาถาเด็ดเลี้ยงลูกอย่างไรให้สุขภาพดี๊ดี
img-over-post

6 คาถาเด็ดเลี้ยงลูกอย่างไรให้สุขภาพดี๊ดี

6 คาถาเด็ดเลี้ยงลูกอย่างไรให้สุขภาพดี๊ดี คุณแม่ทุกคนย่อมอยากเห็นลูกสุขภาพดี สดใสแข็งแรง วันนี้เราจึงนำคาถาเลี้ยงลูกให้มีสุขภาพดี๊ดีมาฝากค่ะ 1. มีความสุข : ถ้าร่างกายพร้อมและอารมณ์ดี ลูกก็พร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆได้อย่างมีความสุข 2. พักผ่อนเพียงพอ : สร้างนิสัยการนอนในเวลาเดิมให้เป็นกิจวัตรเพื่อให้ลูกคุ้นเคย และปล่อยให้ลูกนอนหลับอย่างเต็มอิ่ม เมื่อลูกหลับสนิทดีจะส่งผลกับอารมณ์ของลูกค่ะ 3. ออกกำลังกาย : อย่าปล่อยให้ลูกเล่นแต่มือถือ หรือคอมพิวเตอร์นานๆ ควรให้ลูกออกมา เล่นกีฬา ออกกำลังกาย สัมผัสธรรมชาตินอกบ้านบ้าง เพื่อสุขภาพทีดี 4. ล้างมือบ่อยๆ : แน่นอนว่าเชื้อโรคมีอยู่ทุกๆที่ทั้งในและนอกบ้าน การล้างมือบ่อยๆทำให้ขจัดเชื้อโรคไปได้เยอะเลยทีเดียว 5. อาหารดี : ควรให้ลูกรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ วันละ 3 มื้อและฝึกให้รับประทานผัก ผลไม้ จนเป็นนิสัย หลีกเลี่ยงอาหารและขนมที่มีรสหวานจัด มันจัด เค็มจัด 6. อย่าลืมดื่มนมเสริม : เมื่อรับประทานอาหารหลักครบ 5 หมู่แล้ว การดื่มนมแพะก็สำคัญ เพื่อให้ลูกรักได้รับคุณค่าสารอาหารที่ครบถ้วนและเพียงพอในแต่ละวัน เริ่มท่องและลงมือทำตั้งแต่วันนี้เลยนะคะ เพื่อลูกสุขภาพดี สดใส แข็งแรงสมวัย พร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ แบบไร้อุปสรรคทั้งร่างกายและจิตใจค่ะ
โภชนาการดี, สุขภาพลูก, นมแพะ ดีจี, ใยอาหาร, นมแพะ DG

สาระดีดี อื่นๆ

5 เหตุผล ที่คุณแม่รุ่นใหม่สนใจเลือก
img-over-post

5 เหตุผล ที่คุณแม่รุ่นใหม่สนใจเลือก "นมแพะ" ให้ลูกรัก

5 เหตุผล ที่คุณแม่รุ่นใหม่สนใจเลือก "นมแพะ" ให้ลูกรัก คุณแม่รู้อยู่แล้วว่านมแม่นั้นดีที่สุดสำหรับลูก เพราะสารอาหารที่มีอย่างครบถ้วนที่จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตและพัฒนาสมองของลูก ดังนั้นควรให้ลูกได้กินนมแม่ตั้งแต่แรกเกิดอย่างน้อยในช่วงขวบปีแรก แต่พอถึงช่วงที่ให้ลูกหย่านม หรือช่วงให้นมเสริมสำหรับลูก คุณแม่รุ่นใหม่ก็หันมาให้ความสนใจและเลือกนมแพะให้ลูกมากขึ้น เพราะนมแพะมีคุณสมบัติที่ดี แตกต่างจากนมอื่นๆ ทั่วไปค่ะ 5 เหตุผล ที่แม่รุ่นใหม่เลือก “นมแพะ” ให้ลูกดื่ม 1. นมแพะมีระบบการสร้างน้ำนมแบบอะโพไครน์ นมแพะมีระบบการสร้างน้ำนมแบบเดียวกับนมแม่ เรียกว่า อะโพไครน์ (Apocrine) ทำให้มีสารอาหารจากธรรมชาติในปริมาณสูงเรียกว่า ไบโอแอคทีฟ คอมโพเนนท์ (Bioactive Components) ประกอบด้วย นิวคลีโอไทด์ ทอรีน โพลีเอมีนส์ และ โกรทแฟคเตอร์ ซึ่งมีส่วนช่วยในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อย 2. โปรตีนจากนมแพะ ทำให้ย่อยง่ายสบายท้อง โปรตีนจากนมแพะ ทำให้ย่อยง่ายสบายท้องเพราะมีสัดส่วนของโปรตีนเบต้าเคซีน ซึ่งย่อยง่ายในปริมาณ 62% ของปริมาณโปรตีนเคซีนทั้งหมด อีกทั้งยังมีโปรตีน CPP (Casien Phosphopeptides) ซึ่งเป็นตัวช่วยให้ร่างกายดูดซึมแร่ธาตุสำคัญต่างๆ ได้แก่ แคลเซียม ธาตุเหล็ก สังกะสี แมกนีเซียม ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลูกจึงสบายท้องเมื่อดื่มนมแพะ 3. นมแพะทำให้เกิดอาการแพ้ได้น้อยกว่า นมแพะมีปริมาณโปรตีนก่อแพ้หรือเบต้าแลคโตกลอบบูลิน น้อยกว่านมวัวถึง 23% เด็กที่ดื่มนมแพะจึงมีโอกาสเกิดภูมิแพ้น้อยกว่าเด็กที่ได้รับนมวัว เบต้าแลคโตกลอบบูลิน คือ โปรตีนขนาดใหญ่ที่ก่อให้เกิดอาการแพ้นมวัว ร่างกายย่อยได้ยาก จึงเหลือตกค้างอยู่ใน ลำไส้กลายเป็นสารก่อภูมิแพ้ที่กระตุ้นให้ร่างกายแสดงอาการแพ้ออกมาในลักษณะต่างๆ 4. นมแพะ ช่วยเรื่องระบบการขับถ่าย และเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน นมแพะมีพรีไบโอติก (Prebiotic) เช่น Inulin และ Oligofructose ซึ่งเป็นใยอาหารที่ร่างกายไม่สามารถย่อย และไม่ถูกดูดซึมในระบบทางเดินอาหาร แต่พรีไบโอติกนี้จะถูกย่อยด้วยจุลินทรีย์แล็กโทบาซิลลัสและไบฟิโดแบคทีเรีย ทำให้จุลินทรีย์สุขภาพเจริญเติบโตเพิ่มจำนวนขึ้น จึงช่วยปรับสมดุลของระบบทางเดินอาหารให้ทำงานได้เป็นปกติ ลดการอักเสบบริเวณลำไส้ และที่สำคัญยังช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้ลูกได้เป็นอย่างดี 5. นมแพะช่วยให้ลูกมีน้ำหนักตัวดี สุขภาพแข็งแรง นมแพะมีไขมันย่อยง่าย MCT Oil ตามธรรมชาติ เป็นไขมันที่มีขนาดเล็กกว่ากรดไขมันในนมวัว ร่างกายลูกน้อยจึงดูดซึมนำไปใช้ได้อย่างรวดเร็ว ทำให้มีน้ำหนักตัวเหมาะสมตามวัย นอกจากนี้ในนมแพะยังมีกรดไขมัน โอเมก้า 3, 6 และ 9 ที่ช่วยเรื่องการพัฒนาสมอง และพัฒนาทางสายตา ถ้าเด็กได้รับประทาน โอเมก้า 3, 6 และ 9 อย่างเพียงพอ ก็จะยิ่งช่วยให้การทำงานของสมองและสายตาดียิ่งขึ้น คุณแม่ยุคใหม่ใส่ใจค้นคว้าหาข้อมูลด้วยตนเอง ยิ่งเรื่องนมเสริมของลูก จะต้องเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เพราะสุขภาพลูกดี พัฒนาการก็จะดี และเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่ค่ะ
โภชนาการดี, สุขภาพลูก, นมแพะ ดีจี, ใยอาหาร, นมแพะ DG
นมแม่ สร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกได้ตั้งแต่แรกเกิด
img-over-post

นมแม่ สร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกได้ตั้งแต่แรกเกิด

นมแม่ สร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกได้ตั้งแต่แรกเกิด นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เปรียบเหมือนวัคซีนแรกของลูก ที่จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน ทำให้ลูกแข็งแรง และองค์การอนามัยโลกยังแนะนำให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว อย่างน้อย 6 เดือน นมแม่ สร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกได้อย่างไร ลูกน้อยควรได้ดื่มนมแม่ตั้งแต่ 1 ชั่วโมงแรกเกิด และดื่มนมแม่ไปอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 6 เดือน เพราะนมแม่จะสร้างแอนติบอดี (Antibody) มาต่อต้านอาการเจ็บป่วยทั่วไปให้ลูกน้อยได้ อย่างเช่น ไข้หวัด การติดเชื้อจากแบคทีเรีย ไปจนถึงการป้องกันการติดเชื้อไวรัสบางชนิด เช่น โรคติดเชื้อทางเดินหายใจ (RSV) โรคงูสวัด ภูมิคุ้มกันเหล่านี้มาจากการที่แม่เคยเป็นโรคเหล่านี้มาก่อน และมีภูมิคุ้มกันโรคแล้ว แอนติบอดีก็จะส่งผ่านไปยังลูกน้อยผ่านทางน้ำนมแม่ ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถช่วยป้องกันโรคที่จะเกิดกับลูกได้ 100% แต่ก็ช่วยลดโอกาสการเกิดโรคเหล่านี้กับลูกได้นะคะ นอกจากนี้นมแม่ยังช่วยลดการเกิดโรคภูมิแพ้ในเด็กได้ รวมไปถึงโรคร้ายแรงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เช่น โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคไหลตายในเด็กทารก (SIDS) เป็นต้น ระบบการสร้างน้ำนมแม่ เป็นอย่างไร นมแม่มีระบบการสร้างน้ำนมแบบอะโพไครน์ (Apocrine Secretion) ซึ่งเป็นระบบการสร้างน้ำนมที่จะทำให้มีเยื่อหุ้มเซลล์น้ำนมหลุดออกมากับนมในปริมาณสูง เรียกกันว่า “ไบโอแอคทีฟ คอมโพเนนท์ (Bioactive Components)” ซึ่งเป็นสารอาหารธรรมชาติที่ดีกับร่างกายและสมองของลูกน้อย ได้แก่ นิวคลีโอไทด์ ทอรีน โพลีเอมีนส์ และโกรทแฟคเตอร์ ซึ่งมีส่วนช่วยในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อยด้วย Bioactive Components สารอาหารธรรมชาติ มีในนมชนิดอื่นอีกไหม Bioactive Components (ไบโอแอคทีฟ คอมโพเนนท์) มีเฉพาะในนมที่มีการการสร้างน้ำนมแบบอะโพไครน์ (Apocrine) เท่านั้น ซึ่งนอกจากนมแม่แล้วก็มีในนมแพะ เนื่องจากแพะนั้นมีระบบการสร้างน้ำนมแบบอะโพไครน์แบบเดียวกับคน จึงทำให้มี Bioactive Components (ไบโอแอคทีฟ คอมโพเนนท์) ในปริมาณที่สูงเช่นเดียวกัน นมแม่ถือเป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อย เพราะในน้ำนมแม่นั้นมีสารอาหารครบถ้วนที่ช่วยให้ลูกน้อยมีภูมิคุ้มกันร่างกาย ปกป้องลูกน้อยจากโรคทางเดินอาหาร โรคภูมิแพ้ และช่วยให้ลูกน้อย เติบโต แข็งแรง พัฒนาการดีสมวัย ประโยชน์นมแม่มีเยอะแบบนี้ คุณแม่ควรให้ลูกดื่มนมแม่อย่างน้อย 6 เดือยหรือให้นานที่สุดนะคะ
อะโพไครน์, สารอาหาร, นมแพะ ดีจี, นมแม่, นมแพะ DG
ส่องแค่สารอาหารยังไม่พอ แม่ต้องส่องไปให้ถึงกระบวนการของนมที่ลูกดื่ม
img-over-post

ส่องแค่สารอาหารยังไม่พอ แม่ต้องส่องไปให้ถึงกระบวนการของนมที่ลูกดื่ม

ส่องแค่สารอาหารยังไม่พอ แม่ต้องส่องไปให้ถึงกระบวนการของนมที่ลูกดื่ม คุณแม่เคยสงสัยไหมคะ ว่านมที่เราให้ลูกดื่มหรือกำลังจะเลือกให้ลูกดื่ม มีระบบการสร้างน้ำนมแบบไหน มีสารอาหารอะไรบ้างที่ดีต่อพัฒนาการและสมองของลูก เช่น นมแม่ นมแพะ นมวัว มีความแตกต่างกันอย่างไร เพื่อให้คุณแม่ได้ทราบข้อมูล เราจะพามาไขข้อสงสัยกันค่ะ ระบบการสร้างนมแม่ นมแม่มีระบบการสร้างน้ำนมแบบอะโพไครน์ (Apocrine Secretion) ซึ่งเป็นระบบการสร้างน้ำนมที่จะทำให้มีเยื่อหุ้มเซลล์น้ำนมหลุดออกมากับนมในปริมาณสูง เรียกกันว่า “ไบโอแอคทีฟ คอมโพเนนท์ (Bioactive Components)” ซึ่งเป็นสารอาหารธรรมชาติที่ดีกับร่างกายและสมองของลูกน้อยสารอาหาร ได้แก่ นิวคลีโอไทด์ ทอรีน โพลีเอมีนส์ และโกรทแฟคเตอร์ นมแม่ถือเป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อย เพราะในน้ำนมแม่นั้นมีสารอาหารครบถ้วนที่ช่วยให้ลูกน้อยมีภูมิคุ้มกันร่างกายปกป้องลูกน้อยจากโรคทางเดินอาหาร โรคภูมิแพ้ และช่วยให้ลูกน้อย เติบโต แข็งแรง พัฒนาการดีสมวัย ประโยชน์นมแม่มีเยอะแบบนี้ คุณแม่ควรให้ลูกดื่มนมแม่ให้นานที่สุดนะคะ ระบบการสร้างนมแพะ นมแพะ มีระบบการสร้างน้ำนมแบบอะโพไครน์เช่นเดียวกับนมแม่ ทำให้น้ำนมแพะมีสารอาหารจากธรรมชาติที่เรียกกันว่า “ไบโอแอคทีฟ คอมโพเนนท์ (Bioactive Components)” ซึ่งเป็นเยื่อหุ้มเซลล์น้ำนมที่หลุดออกมากับน้ำนมมีสารอาหารสำคัญ 4 ชนิดด้วยกัน คือ นิวคลีโอไทด์ ทอรีน โพลีเอมีนส์ และโกรทแฟคเตอร์ ด้วยระบบการสร้างนมแบบเดียวกับคน นมแพะจึงมีสารอาหารธรรมชาติสำคัญที่ดีกับร่างกายและพัฒนาการของลูก ระบบการสร้างนมวัว ระบบการสร้างน้ำนมของวัวเป็นแบบเมโรไคน์ (Merocrine Secretion) ซึ่งจะปล่อยน้ำนมออกจากเซลล์โดยที่เยื่อหุ้มเซลล์ไม่หลุดออกมาด้วย ทำให้ไม่ได้รับสารอาหารจากธรรมชาติเช่นเดียวกับนมที่มีระบบการสร้างน้ำนมแบบอะโพไครน์ คุณแม่รู้ระบบการสร้างน้ำนมของนมแม่ นมแพะ และนมวัว แล้วนะคะ หากคุณแม่จะเลือกนมให้ลูกดื่มคุณแม่ควรเลือกนมที่มีสารอาหารสำคัญที่ดีกับร่างกายและพัฒนาการของลูกค่ะ
อะโพไครน์, นมแพะ ดีจี, ภูมิคุ้มกัน, นมแม่, นมแพะ DG