curl-top
curb_bottom

เคล็ดลับคุณแม่
รวมทุกเคล็ดลับที่คุณแม่อยากรู้
เกี่ยวกับลูกน้อย

icon-secrets

สาระดีดีของแม่และเด็ก

สร้างพัฒนาการสมวัยอย่างเป็นธรรมชาติ

ชวนลูก DIY ของเล่นเสริมทักษะจากธรรมชาติรอบตัว
img-over-post

ชวนลูก DIY ของเล่นเสริมทักษะจากธรรมชาติรอบตัว

ชวนลูกDIY ของเล่นเสริมทักษะจากธรรมชาติรอบตัว ของเล่นที่ซื้อมาอาจจะมีเยอะแล้ว แต่คงสนุกไม่น้อยถ้าหากพ่อแม่ได้ลองชวนลูกมาเล่นนอกบ้านแล้วหากิจกรรม ประดิษฐ์ของเล่นจากกิ่งไม้ ใบหญ้า ก้อนหิน ฯลฯ ธรรมชาติรอบตัวลูก ๆ มาดูไอเดียว่าจะสร้างสรรค์ของเล่นอะไรออกมากันได้บ้าง 1. เรือน้อยแล่นฉิวชวนลูกมาต่อเรือลำน้อยด้วย เศษกิ่งไม้มามัดรวมกันเป็นเรือ และอาจใช้ใบไม้มาเป็นใบเรือ จากนั้นนำไปลองลอยเล่นในน้ำกัน สังเกตว่าเรือแบบไหนแล่นดี แล้วอาจจะมาช่วยกันคิดหรือ ประดิษฐ์กันใหม่ ลูกได้เรียนรู้อะไรบ้าง ได้เรียนรู้วิทยาศาสตร์จากธรรมชาติ การจม การลอย เรียนรู้เรื่อง กระแสลม กระแสน้ำ ทิศทางต่าง ๆ 2. นักสำรวจตัวน้อยขุดฟอสซิลจำลองลองหาลังไม้ หรือลังกระดาษที่ไม่ใช้แล้ว มาใส่ดินหรือทราย จากนั้นนำของเล่นรูปสัตว์ต่าง ๆ หรือของเล่นรูปไดโนเสาร์แบบต่าง ๆ มาฝังลงในทราย แล้วให้ลูกค่อยๆ ขุดเหมือนนักสำรวจ นักโบราณคดีขุดหาซากฟอสซิล อาจจะมีโจทย์ให้ลูกหา เช่น ให้หารูปสัตว์สี่ขา ให้หาสัตว์ที่มีสีฟ้า ฯลฯ ลูกได้เรียนรู้อะไรบ้าง ฝึกใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่และมัดเล็ก ในการขุดดิน ทราย ฝึกการสังเกต การแยกรูปทรง สี ต่าง ๆ 3. ศิลปะบนก้อนหินแทนที่การวาดรูป ระบายสีบนกระดาษทั่ว ๆ ไป ลองหาก้อนหินที่มีขนาดใหญ่พอดีมือ มาวาดรูป ระบายสีบนก้อนหินแทน อาจจะวาดเป็นรูปสัตว์ รูปคน นำมาสร้างเป็นเรื่องราว หรือวาดคำศัพท์ ตัวหนังสือต่าง ๆ ด้วย ลูกได้เรียนรู้อะไรบ้าง ฝึกใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กในการหยิบจับก้อนหิน วาดรูป ลงสีบนก้อนหิน ฝึกฝนจินตนาการ ทักษะภาษาการสื่อสาร สร้างเรื่องราวจากก้อนหินที่วาดขึ้น เรียนรู้คำศัพท์ต่าง ๆ เพิ่มขึ้น พัฒนาการต่างๆ ของลูก นอกจากจะต้องหมั่นฝึกฝนส่งเสริมเป็นประจำแล้ว การดูแลสุขภาพร่างกาย และโภชนาการของลูกในวัยกำลังเจริญเติบโตก็เป็นสิ่งสำคัญ การเลือกนมแพะให้ลูกดื่มเป็นประจำช่วยให้ลูกเจริญเติบโตได้ดี เพราะนมแพะย่อยและดูดซึมได้ง่าย และมีสารอาหารต่าง ๆ ครบถ้วนไม่ว่าจะเป็น ดีเอชเอ เออาร์เอ โอเมก้า 3, 6 และ 9 ที่ช่วยส่งเสริมการทำงานของสมอง โคลีน วิตามิน B12 แคลเซียม และทอรีน ทำให้ลูกมีพัฒนาการที่ดีเติบโตสมวัยค่ะ
การเล่นเสริมทักษะ, กิจกรรมสำหรับเด็ก, นมแพะ ดีจี, พัฒนาการเด็ก, นมแพะ DG
3 เกมสนุกสอนลูกรู้จักเรียนรู้เรื่องทิศทาง
img-over-post

3 เกมสนุกสอนลูกรู้จักเรียนรู้เรื่องทิศทาง

3 เกมสนุกสอนลูกรู้จักเรียนรู้เรื่องทิศทาง ทิศทางต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ซ้าย ขวา หน้า หลัง ใกล้ ไกล เป็นความสามารถและทักษะที่จำเป็นสำหรับลูก ๆ นะคะ มาสอนลูกด้วยเกมสนุก ๆ เหล่านี้ที่จะช่วยให้ลูกเรียนรู้เรื่องระยะทาง และเรื่องทิศทางต่าง ๆ ได้ดีขึ้นค่ะ เกมบันไดงู เกมที่เราเคยเล่นกันตั้งแต่เด็ก จะใช้เป็นเกมบันไดงูในกระดาน หรือ จะใช้ชอล์คสีขีดเขียนบนพื้นก็ได้นะคะ วิธีการเล่นคือ ทอยลูกเต๋าแล้วเดินตามช่องไปเรื่อย ๆ ตามจำนวนที่ทอยได้ ความสนุกคือแต่ละช่องจะมีอุปสรรค หรือมีรางวัล มีทางลัดต่าง ๆ เพิ่มความท้าทายมากขึ้น อาจจะเดินแล้วต้องถอยหลังกลับไปที่เดิม หรือ ก้าวกระโดดข้ามไปมาจนกว่าจะถึงเส้นชัย ลูกเรียนรู้เรื่องอะไรบ้าง เรียนรู้การนับจำนวนตัวเลขจากการทอยลูกเต๋า การนับจำนวนก้าวเดิน เรียนรู้ทิศทาง ซ้ายขวา ขึ้นลง เดินหน้า ถอยหลัง หากเล่นแบบวาดช่องบนพื้น เด็ก ๆ จะได้ฝึกกล้ามเนื้อการเดิน และการก้าวกระโดดไปมาด้วย เมืองจำลอง สร้างเมืองจำลองบนกระดาษ ใช้รถของเล่นคันเล็ก ๆ วิ่งตามถนน เล่นโดยกำหนดสถานที่ให้ลูกเดินทางไป โดยต้องผ่านแยกต่าง ๆ เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา ไฟเขียว ไฟแดง ลูกเรียนรู้เรื่องอะไรบ้าง เรียนรู้เรื่องทิศทาง การเลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา เรียนรู้ป้ายจราจร กฎจราจรแบบง่าย ๆ ฝึกฝนวินัยการใช้รถใช้ถนน อาจจะต่อยอดเพิ่มเติมเวลาเดินทางด้วยกันจริง ๆ โดยการชี้ให้ลูกดูป้ายจราจรต่าง ๆ บนท้องถนน เดิน เดิน คลาน คลาน ซ้าย ขวา ตัดกระดาษ หรือสติ๊กเกอร์ เป็นรอยเท้า รอยมือ ซ้าย ขวาแยกสีกันให้ชัดเจน แล้ววางติดไว้ที่พื้น ให้เด็ก ๆ เดินวางเท้าและมือให้ถูกตามที่วางไว้ ลูกเรียนรู้เรื่องอะไรบ้าง ได้เรียนรู้ทิศทาง ซ้ายขวา ฝึกฝนการแก้ปัญหา การตัดสินใจ พัฒนาทักษะการเคลื่อนไหวร่างกาย การทรงตัว นอกจากกระตุ้นทักษะลูกในด้านต่าง ๆ แล้ว โภชนาการในแต่ละวันเป็นสิ่งสำคัญ ควรให้ลูกได้รับอาหารครบ 5 หมู่ และส่งเสริมให้ลูกดื่มนมแพะดีจีทุกวัน เพราะในนมแพะมีสารอาหารจากธรรมชาติ ที่ช่วยให้ลูกน้อยมีพัฒนาการทั้งสมองและร่างกายแข็งแรงสมวัย
เรียนผ่านธรรมชาติ, ทักษะ, นมแพะ ดีจี, พัฒนาการเด็ก, นมแพะ DG
5 ไอเดียแปลงร่างของเก่าใกล้ตัว เป็นของชิ้นใหม่ให้ลูกรัก
img-over-post

5 ไอเดียแปลงร่างของเก่าใกล้ตัว เป็นของชิ้นใหม่ให้ลูกรัก

5 ไอเดียแปลงร่างของเก่าใกล้ตัว เป็นของชิ้นใหม่ให้ลูกรัก เชื่อว่าในบ้านของคุณแม่ต้องมีอุปกรณ์มากมายที่คุณแม่มองว่าไม่สามารถใช้งานได้แล้วแน่นอน มาลองดู 5 ไอเดียดีดีที่จะช่วยแปลงร่างของเก่าใกล้ตัว ให้กลายเป็นของชิ้นใหม่กันค่ะ 1. ป๊อบอัพการ์ตูนตัวโปรดสุดน่ารัก อุปกรณ์ นิทานเล่มเก่าที่ลูกไม่อ่านแล้ว 2.คัตเตอร์ 3.ดินสอ 4. กระดาษสี 5.กาว วิธีทำ ตัดกระดาษเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า หรือ กะขนาดประมาณ A4 แล้วพับครึ่ง จากนั้นขีดเส้นตรงทับรอยพับ ขีดให้ขนานห่างกันประมาณ ½ นิ้ว จำนวน 3-4 คู่ โดยให้แต่ละคู่ควรมีความยาวแตกต่างกัน เพื่อให้การ์ดดูมีมิติ ใช้คัตเตอร์กรีดตามเส้นที่ขีดไว้ แล้วดันเข้ามาทางด้านในตัวการ์ด ตกแต่งการ์ดด้วยการนำตัวการ์ตูนที่ตัดจากนิทานเล่มเก่าทากาวติดกระดาษด้านที่ดันเข้ามาในตัวการ์ด สามารถแต่งเพิ่มเติมได้ เช่น การเขียนข้อความ หรือภาพรูปเพิ่มเติมบนกระดาษ เท่านี้คุณหนูๆ ก็ได้ป๊อบอัพการ์ตูนน่ารักๆ แล้วค่ะ 2.กลองเก๋ๆ จากกระป๋องนมแพะDG3 อุปกรณ์ กระป๋องนมแพะ DG3 กระดาษสำหรับตกแต่ง เชือก หรือ ยางรัด ที่เจาะรู กรรไกร ดินสอ วิธีทำ นำกระป๋องนมแพะDG3 มาทำความสะอาด เช็ดให้แห้ง ห่อด้วยกระดาษที่เตรียมไว้ นำกระป๋องมาตั้งบนผ้า ใช้ดินสอวาดตามรูปทรงของกระป๋องโดยวาดให้ใหญ่กว่ากระป๋องประมาณ 2 นิ้ว เผื่อไว้สำหรับเจาะรู ตัดผ้าตามแบบที่วาดไว้ จากนั้นเจาะรูรอบๆขอบผ้า โดยเว้นระยะห่างระหว่างรูที่เจาะประมาณ 2 นิ้ว แล้วร้อยเชือกหรือยางรัดเข้าตามรู มัดปมให้เรียบร้อย ทำทั้งหมด 2 ชิ้น นำผ้าจากขั้นตอนที่ 2 มาปิดส่วนบนและล่างของกระป๋อง แล้วร้อยเชือกหรือยางเป็นสายไขว้จากบนลงล่าง เพื่อยึดให้ผ้าอยู่กับตัวกระป๋อง เท่านี้ก็ได้กลองเก๋ๆไว้ให้คุณลูกได้ตีเล่นแล้วค่ะ 3. ปลอกแขนซูเปอร์ฮีโร่ให้คุณหนูปล่อยพลังให้สุด อุปกรณ์ แกนกระดาษทิชชู กรรไกร กาว กระดาษสี กากเพชร วิธีทำ นำแกนกระดาษทิชชู มาตัดตามแนวตั้งเพื่อให้สามารถใส่แขนได้ง่าย จากนั้นทาสี วาดรูป ตัดกระดาษสีมาติด ทากากเพชร ตกแต่งปลอกแขนให้สวยงาม ขั้นตอนนี้คุณแม่สามารถชวนคูณลูกมาช่วยกันตกแต่งได้ด้วยนนะคะ เท่านี้เด็กๆ ก็ใส่ปลอกแขนปล่อยพลังปล่อยจินตนาการกันเลย! 4 หมอนน่ากอดจากเสื้อตัวเก่าของลูก อุปกรณ์ เสื้อที่ลูกไม่ใส่แล้ว ใยสังเคราะห์หรือนุ่น กรรไกร เข็ม ด้าย กระดาษแข็ง ดินสอ วิธีทำ วาดแบบหมอนที่ต้องการในกระดาษแข็ง จะเป็นทรงสี่เหลี่ยม วงกลม หรือหัวใจก็ได้นะคะ แล้วใช้กรรไกรตัดตามแบบที่วาด วางแบบที่ตัดในข้อ 1. ลงบนเสื้อที่เตรียมไว้แล้ววาดตามแบบ จากนั้นตัดเสื้อตามแบบจำนวน 2 ชิ้น โดยตัดให้ห่างจากเส้นที่วาดไว้ประมาณ 5 มิลลิเมตร เพื่อใช้เป็นพื้นที่สำหรับเย็บ นำผ้าจากช้อ 2. ทั้ง 2 ชิ้นมาประกบเข้าด้วยกันแล้วเย็บให้รอบ โดยเหลือด้านใดด้านหนึ่งไว้สำหรับยัดใยสังเคราะห์หรือนุ่น กลับด้านผ้าที่เย็บเสร็จและยัดใยสังเคราะห์หรือนุ่นเข้าไปให้เต็ม เย็บปิดรูที่เหลือไว้ คุณแม่สามารถตกแต่งเพิ่มเติมด้วยเศษผ้าหรือกระดุม เท่านี้ลูกรักก็ได้หมอนใบใหม่แล้วล่ะค่ะ 5. เก้าอี้นั่งสุดชิคจากกระป๋องนมแพะ DG อุปกรณ์ กระป๋องนม กระป๋อง กระดาษลัง ผ้า กรรไกร คัทเตอร์ ดินสอ ไม้บรรทัด เทปกาว ผ้าขนหนูหรือนุ่น วิธีทำ นำกระป๋องนมแพะ DG3 จำนวน 3 กระป๋อง ทำความสะอาด เช็ดให้แห้ง จากนั้นใช้เทปกาวพันกระป๋องนมเข้าด้วยกันให้แน่น ตัดผ้าตามความสูงของกระป๋อง นำมาพันให้รอบกระป๋อง แล้วติดด้วยกาวหรือเย็บให้แน่น เริ่มทำส่วนที่นั่ง โดยการใช้กระป๋องนมที่มัดรวมกัน 3 กระป๋อง มาวาดบนกระดาษลัง โดยวาดให้พอดีกับกระป๋อง 1 ภาพ และวาดให้ใหญ่ว่าภาพแรกประมาณ 5 นิ้วอีก 1 ภาพ (วาดในกระดาษลังใบเดียวกัน) ตัดกระดาษลังตามภาพที่ใหญ่กว่า แล้วใช้คัดเตอร์กรีดตามภาพที่เล็กกว่าเบาๆอย่าให้ขาด จากนั้นพับขอบลงมา จะได้สามารถเป็นฝาปิดส่วนฐานได้ จากนั้นนำผ้ามาหุ้มส่วนที่นั่ง ใช้ผ้าขนหนูหรือนุ่นยัดตรงส่วนที่เป็นที่นั่ง แล้วเย็บให้เรียบร้อย เท่านี้ก็ได้เก้าอี้ไว้ให้ลูกนั่งเล่นแล้วค่ะ เห็นไหมคะว่าต่อให้ของชิ้นนั้นจะเก่าหรือดูแล้วไม่รู้จะนำไปทำอะไร ก็สามารถนำมาใส่ไอเดียเพื่อให้กลายเป็นของชิ้นใหม่ได้ ที่สำคัญอย่าลืมชวนลูกรักมานั่งทำด้วยกันนะคะ นอกจากได้ของชิ้นใหม่แล้วยังช่วยฝึกพัฒนาการและเป็นการใช้เวลาร่วมกันระหว่างแม่ลูกอีกด้วยนะคะ
กล้ามเนื้อมัดเล็ก, ทักษะ, การกระตุ้นกล้ามเนื้อมือ, นมแพะ ดีจี, นมแพะ DG

โภชนาการและสารอาหารเพื่อลูกรัก

ให้ลูกดื่มนมที่มีใยอาหาร Oligosaccharides เป็นประจำทุกวันดีกับลูกอย่างไร
img-over-post

ให้ลูกดื่มนมที่มีใยอาหาร Oligosaccharides เป็นประจำทุกวันดีกับลูกอย่างไร

ให้ลูกดื่มนมที่มีใยอาหาร Oligosaccharides เป็นประจำทุกวันดีกับลูกอย่างไร การเลือกนมให้ลูกดื่มเป็นประจำทุกวัน สิ่งสำคัญนอกจากสารอาหารที่มีประโยชน์กับร่างกายแล้ว นมที่มีใยอาหาร Oligosaccharides ก็เป็นอีกเหตุผลที่สำคัญ ในนมแพะมีสารอาหารที่เรียกว่า พรีไบโอติก (Prebiotics) หรือใยอาหาร Oligosaccharide เช่น โอลิโกฟรุคโตส (Oligofructose) และ อินนูลิน (Inulin) ซึ่งใยอาหารทั้งสองนี้เป็นอาหารของจุลินทรีย์ชนิดดีที่อยู่ในลำไส้ใหญ่ เป็นจุลินทรีย์ที่จำเป็นต่อระบบทางเดินอาหาร และระบบขับถ่าย ถ้าให้ลูกดื่มนมที่มีใยอาหาร หรืออาหารของจุลินทรีย์ที่ดีเหล่านี้เข้าไปเป็นประจำสม่ำเสมอทุกวัน ก็จะช่วยให้จุลินทรีย์ทำงานได้ดี ส่งผลดีกับร่างกายของลูก ใยอาหาร Oligosaccharides ดีกับร่างกายลูกอย่างไร ช่วยป้องกันการติดเชื้อ การอักเสบในทางเดินอาหาร ลดความเสี่ยงจากอาการท้องเสีย ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายลูกน้อย ให้แข็งแรงไม่ป่วยง่าย ช่วยดูแลระบบขับถ่ายลูกให้ทำงานได้ปกติ ลดปัญหาถ่ายยาก ท้องผูก ช่วยลดการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่ในเลือด และลดระดับคอเรสเตอรอล ในนมแม่เป็นนมที่มีใยอาหาร Oligosaccharide เป็นส่วนประกอบในปริมาณสูง จึงควรให้ลูกได้ดื่มนมแม่ตั้งแต่แรกเกิด และเมื่อลูกโตขึ้นหรือหย่านมแม่แล้ว ยังควรให้ลูกดื่มนมที่มีใยอาหาร Oligosaccharide เป็นประจำเช่นกัน ในนมแพะดีจีมีใยอาหารชนิด Oligosaccharide เช่น โอลิโกฟรุคโตส (Oligofructose) และ อินนูลิน (Inulin) เป็นอาหารของจุลินทรีย์สุขภาพในทางเดินอาหารแบบเดียวกับนมแม่ จึงช่วยป้องกันการติดเชื้อ การอักเสบในทางเดินอาหาร และลดปัญหาท้องผูกได้เช่นกัน
นมแพะ ดีจี, ใยอาหาร, พรีไบโอติก, พัฒนาการเด็ก, นมแพะ DG
รู้จักโปรตีนเคซีนในนมแพะ โปรตีนที่ช่วยให้ลูกสบายท้อง
img-over-post

รู้จักโปรตีนเคซีนในนมแพะ โปรตีนที่ช่วยให้ลูกสบายท้อง

รู้จักโปรตีนเคซีนในนมแพะโปรตีนที่ช่วยให้ลูกสบายท้อง โปรตีนเป็นสารอาหารที่สำคัญต่อการเจริญเติบโตของเด็กๆในนมแต่ละชนิดก็มีปริมาณโปรตีนที่แตกต่างกันออกไปโปรตีนเคซีน (Casein) คือ โปรตีนที่ย่อยง่าย ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตและกล้ามเนื้อ เป็นโปรตีนที่พบมากในน้ำนม ซึ่งประกอบด้วย เบต้าเคซีน (β-Casein) อัลฟา เอสวันเคซีน (α S1 -Casein) อัลฟา เอสทูเคซีน (α S2 -Casein) แคปปาเคซีน (K-Casein) สำหรับโปรตีนนมแพะนั้นเป็นโปรตีนที่ย่อยง่าย นั่นเพราะมีสัดส่วนเพราะมีสัดส่วนของเบต้าเคซีนซึ่งย่อยง่ายในปริมาณสูง และแอลฟ่า เอสวัน เคซีนซึ่งย่อยยากในปริมาณต่ำทำให้นมแพะย่อยและดูดซึมได้ง่าย ช่วยให้ท้องไม่อืด และลดโอกาสการเกิดภูมิแพ้ โดยโปรตีนเคซีนในน้ำนมแพะมีเบต้าเคซีนสูงถึงร้อยละ 55.26 ส่วนแอลฟ่าเคซีน เอสวัน ซึ่งเป็นโปรตีนที่ย่อยยาก มีอยู่เพียงร้อยละ 18.92 ซึ่งน้อยกว่าในนมวัว ทำให้ดื่มนมแพะแล้วย่อยง่าย สบายท้อง นอกจากนมแพะดีจีจะมีสัดส่วนของโปรตีนอัลฟาเอสวันเคซีนต่ำ และมีเบต้าเคซีนสูงแล้ว ยังอุดมไปด้วยโปรตีน CPP (Casein Phosphopeptides) ที่ช่วยในการดูดซึมแร่ธาตุต่างๆ ที่สำคัญต่อร่างกาย เช่น แคลเซียม เหล็ก สังกะสี และแมกนีเซียม เข้าสู่ร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ลูกน้อยเติบโต แข็งแรง มีพัฒนาการที่ดีสมวัย Reference: Ceballos et al., 2009 RMUTSB Acad. J. 1(2) : 170-178 (2013) Goat Milk Formula: The New Alternative for Infants. Journal of Pediatrics and Child Health, November 2005.
การขับถ่าย, โภชนาการดี, นมแพะ ดีจี, พรีไบโอติก, นมแพะ DG
DHA และ ARA ในนมแพะ สารอาหารบำรุงสมองที่ลูกขาดไม่ได้
img-over-post

DHA และ ARA ในนมแพะ สารอาหารบำรุงสมองที่ลูกขาดไม่ได้

DHA และ ARA ในนมแพะ สารอาหารบำรุงสมองที่ลูกขาดไม่ได้ ในสมองของลูกน้อยมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวเป็นองค์ประกอบที่สำคัญ โดยกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่มีความสำคัญต่อพัฒนาการสมองของลูกน้อย คือ กรดไขมัน DHA และ ARA ทั้ง DHA และ ARA เป็นกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย แต่ร่างกายสร้างขึ้นมาด้วยตัวเองไม่ได้ DHA หรือ (DOCOSAHEXAENOIC ACID) พบได้ในนมแม่ ในปลาบางชนิด รวมทั้งในนมผง เช่น นมแพะ DHA ดีกับเด็กอย่างไร DHA ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการด้านสมองของเด็ก ส่งผลต่อการเรียนรู้ ช่วยเรื่องความจำ และสมาธิ หากได้รับ DHA อย่างพอเพียงพอต่อจะช่วยให้สมองลูกน้อยทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ DHA ช่วยบำรุงสายตาและการมองเห็น ป้องกันการเสื่อมของจอประสาทตา ซึ่งพัฒนาการด้านการมองเห็นที่ดีจะส่งผลต่อพัฒนาการอื่น ๆ ของลูกด้วย ARA (ARACHIDONIC ACID) พบได้ในน้ำมันพืช เช่น น้ำมันดอกคำฝอย น้ำมันเม็ดทานตะวัน และในนมแพะ ARA ดีกับเด็กอย่างไร ARA มีส่วนช่วยในเรื่องของการพัฒนาสมอง การเสริมสร้างเซลล์ประสาทและบำรุงสายตา การเลือกอาหารหรือนมที่มีสารอาหารทั้งสองให้ลูกอย่างเพียงพอ จะช่วยส่งเสริมการทำงานของสมอง และสร้างระบบเส้นใยประสาทของลูกน้อยอย่างสมบูรณ์ ซึ่งในนมแพะดีจีมีทั้ง DHA และ ARA เป็นส่วนประกอบสำคัญ ช่วยในการทำงานของระบบประสาทและการมองเห็นของลูกน้อย
โภชนาการดี, อาหารบำรุงสมอง, สารอาหาร, นมแพะ ดีจี, นมแพะ DG

โรคภัยและสุขภาพที่ดีของหนูน้อย

5 อันตรายช่วงปิดเทอม ที่แม่ต้องระวัง!!
img-over-post

5 อันตรายช่วงปิดเทอม ที่แม่ต้องระวัง!!

5 อันตรายช่วงปิดเทอม ที่แม่ต้องระวัง!! มาช่วยกันดูแลช่วงปิดเทอมของลูกให้ปลอดภัยกันเถอะ เพราะเด็กๆ จะสนุกจนลืมอันตรายที่อยู่รอบตัว คุณแม่ควรป้องกันและสร้างความเข้าใจร่วมกับลูกให้เห็นถึงภัยใกล้ตัว มาดูกันค่ะว่า 5 อันตรายที่แม่ต้องระวังมีอะไรกันบ้าง 1. อันตรายจาก “ไฟฟ้า” ป้องกันดีกว่าแก้ไข เด็กๆ มาพร้อมกับความซุกซน บางครั้งซนจนได้เรื่อง ถ้าเผลอเอานิ้วไปจิ้มตามปลั๊กไฟ อาจทำให้ไฟดูดได้ วิธีป้องกัน ต้องกำชับลูก และคนในบ้านให้ระมัดระวังบริเวณที่มีปลั๊กไฟ สายไฟ หรือจะป้องกันด้วยการซื้อที่ครอบปลั๊กไฟมาติดเพื่อกันไม่ให้ลูกเล่นปลั๊ก 2. อันตรายจาก “น้ำ” เล่นน้ำที่ไหนต้องไม่ให้คลาดสายตา ช่วงปิดเทอมเป็นช่วงที่เรามักได้ยินข่าวเด็กจมน้ำบ่อยที่สุด ดังนั้นเราต้องป้องกันก่อนเกิดเหตุการณ์เศร้าใจนะคะ วิธีป้องกัน คุณแม่ควรฝึกษะให้ลูกว่ายน้ำให้เป็นบ้าง เพื่อจะได้มีวิชาเอาตัวรอดยามจำเป็น รวมทั้งไม่ควรปล่อยให้ลูกเล่นน้ำตามลำพังนะคะ 3. อันตรายจาก “การท่องเที่ยว” อย่าวางใจคนแปลกหน้า ไม่ว่าจะพาลูกไปเที่ยวที่ไหน อย่าปล่อยให้ลูกอยู่ตามลำพัง อย่าไว้ใจคนแปลกหน้า วิธีป้องกัน คุณแม่ควรดูแลลูกอย่างใกล้ชิด เขียนเบอร์โทรคุณแม่ใส่กระเป๋าลูกไว้ และสอนลูกเสมอว่าอย่าไปไหนหรือรับของจากคนแปลกหน้า 4. อันตรายจาก “บันได” ควรหาที่กั้นก่อนลูกเจ็บตัว เด็กๆ ชอบวิ่งจากชั้นสองลงมาชั้นล่าง การวิ่งขึ้น วิ่งลงตรงบันได อาจทำให้ลูกควบคุมความเร็วไม่ได้ จนทำให้เกิดอันตรายได้ ดังนั้นคุณแม่ต้องป้องกัน วิธีป้องกัน คุณแม่อาจติดที่กั้นระหว่างบันไดก่อนที่จะลงมาชั้นล่าง และควรอธิบายถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้นและกำชับให้ลูกรู้ว่าการเดินขึ้น ลง บันไดไม่ควรวิ่ง 5. อันตรายจาก “การเล่นนอกบ้าน” ที่ที่ปลอดภัยอาจจะเกิดเหตุร้ายได้เสมอ ต่อให้เด็กๆจะวิ่งตามตรอกซอกซอยในหมู่บ้านกับเพื่อนๆที่รู้จักกันแต่ก็ไม่ปลอดภัยนะคะ คุณแม่ต้องระวังเพราะลูกอาจถูกหลอก ถูกจับตัวไป หรืออาจเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ค่ะ วิธีป้องกัน ไม่ควรปล่อยให้เด็กๆออกไปเล่นนอกบ้านโดยที่ไม่มีผู้ใหญ่อยู่ด้วยเด็ดขาด เพราะการไว้ใจสิ่งแวดล้อมที่คิดว่าคุ้นเคยก็อาจซ่อนไว้ด้วยภัยอันตรายนะคะ นอกจากการดูแลป้องกันอุบัติเหตุต่างๆ คุณแม่ควรส่งเสริมให้ลูกใช้เวลาช่วงปิดเทอมอย่างมีคุณค่าและมีความสุขด้วย เช่น จัดหากิจกรรมที่พัฒนาทักษะตามวัย หรือเปิดโอกาสให้เด็กได้ใช้ความสามารถอย่างเต็มที่ รวมทั้งดูแลด้านโภชนาการที่เหมาะสม และอย่าลืมให้ลูกรักดื่มนมแพะทุกวัน วันละ 2 แก้วเช้าเย็น เพื่อสารอาหารที่ครบถ้วนและสุขภาพที่แข็งแรง สดใส พร้อมเรียนรู้ในทุกๆวันค่ะ
การเล่นของเด็ก, การป้องกัน, สุขภาพลูก, นมแพะ ดีจี, นมแพะ DG
3 โรคยอดฮิตของเด็กติดจอ
img-over-post

3 โรคยอดฮิตของเด็กติดจอ

3 โรคยอดฮิตของเด็กติดจอ เทคโนโลยีมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ซึ่งผลกระทบจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็นมือถือ โทรทัศน์ หรือ ไอแพด มีผลต่อสมองและสายตาลูกมากๆ ยิ่งอายุน้อยก็ยิ่งมีความเสี่ยง ดังนั้น ปัญหาเด็กติดจอจึงเป็นเรื่องที่คุณแม่ไม่ควรนิ่งนอนใจ เพราะอาจนำไปสู่ 3 โรคนี้ได้ค่ะ โรคทางสายตา เช่นโรค CVS หรือ Computer Vision Syndrome สาเหตุของโรคเกิดจากการใช้คอมพิวเตอร์ หรือโทรศัพท์นานเกินไป โดยจะมีอาการปวดตา แสบตา ตาแดง ตาแห้ง เป็นต้น โรคสมองเสื่อม สาเหตุนั้นมาจากความเร็วของเนื้อหาบนจอ ทำให้ลูกจดจ่อกับสิ่งรอบตัวน้อยลง รวมไปถึงลดการใช้สมองในส่วนของความจำ และอาจเป็นสาเหตุของโรคสมาธิสั้นอีกด้วยค่ะ โรคอ่อนเพลีย ไม่มีแรง สาเหตุหลักๆ มาจากการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ ติดจอจนไม่ยอมหลับยอมนอน ทำให้มีอาการอ่อนเพลียในตอนเช้า นอกจาก 3 โรคยอดฮิตแล้วยังส่งผลเสียอีกมาก เช่น ส่งผลต่อพฤติกรรม ทำให้ก้าวร้าวและขี้โมโหมากขึ้น และอาจส่งผลต่อพัฒนาการด้านต่างๆอีกด้วย วิธีป้องกันเด็กติดจอ พ่อแม่ควรเป็นแบบอย่าง พ่อแม่เองก็ควรลดเวลาห่างจากหน้าจอแล้วหากิจกรรมทำร่วมกับลูก เพื่อเป็นต้นแบบที่ดีให้ลูกทำตาม ลองกำหนดเวลาในการเล่น ในยุคสมัยนี้ เทคโนโลยีเป็นสิ่งจำเป็นการห้ามเลยคงไม่ได้ แต่ควรกำหนดระยะเวลาในการใช้งานตามความเหมาะสม หากิจกรรมอื่นๆให้ลูกทำ เช่น ชวนลูกไปออกกำลังกาย ชวนลูกช่วยงานบ้าน พาออกไปวิ่งเล่นหรือหาหนังสือดีๆแล้วใช้เวลาอ่านร่วมกันเพื่อเสริมสร้างจินตนาการ รู้แบบนี้แล้วอย่าปล่อยให้เทคโนโลยีกลายเป็นสิ่งที่ลูกขาดไม่ได้นะคะ หมั่นหาเวลาพาลูกไปเรียนรู้ธรรมชาตินอกบ้าน เช่น ปั่นจักรยานในสวนสาธารณะหรือพาเที่ยวพิพิธภัณฑ์ เพราะการที่เด็กๆ ได้ทำกิจกรรมที่หลากหลายก็จะช่วยให้สมองเกิดการเรียนรู้อย่างสมดุล และมีพัฒนาการที่ดีสมวัยค่ะ
โรคยอดฮิต, ปัญหาเด็กติดจอ, เทคโนโลยีกับเด็ก, นมแพะ ดีจี, นมแพะ DG
สอนลูกป้องกัน RSV เบื้องต้นด้วยตัวเองเมื่อไปโรงเรียน
img-over-post

สอนลูกป้องกัน RSV เบื้องต้นด้วยตัวเองเมื่อไปโรงเรียน

สอนลูกป้องกัน RSV เบื้องต้นด้วยตัวเองเมื่อไปโรงเรียน ช่วงหน้าฝน หรือปลายฝนต้นหนาวทีไร ไวรัส RSV จะระบาดมากในกลุ่มเด็กๆ โดยเฉพาะลูกวัยอนุบาลที่มักได้รับเชื้อโรคจากโรงเรียน ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งชุมชนและรวมเชื้อโรคค่ะ สำหรับคุณพ่อคุณแม่คนไหนที่ไม่อยากให้ลูกป่วยเพราะไวรัส RSV ก็ควรสอนลูกให้รู้จักป้องกันตัวเองจากไวรัส RSV ด้วยวิธ 5 วิธีง่ายๆ ต่อไปนี้ค่ะ สอนลูกล้างมือเป็นนิสัย ลูกอาจมีวิธีการล้างมือที่ได้มาจากโรงเรียน เช่น ร้องเป็นเพลงระหว่างล้าง หรือมีขั้นตอนการล้างแบบต่าง ๆ ให้คุณแม่เรียนรู้จากคุณครู หรือเมื่ออยู่บ้านก็ควรพาลูกล้างมือทั้งหลังเข้าห้องน้ำ ก่อนรับประทานอาหารให้เป็นนิสัย ซึ่งจะช่วยป้องกันเชื้อโรคต่างๆ ได้ด้วยค่ะ สอนลูกไม่ให้กินขนมหรืออาหารของเพื่อน ไวรัส RSV สามารถติดต่อกันผ่านสารคัดหลั่งต่างๆ ในร่างกาย เช่น น้ำมูก น้ำลาย ละอองจากการไอ จาม การสัมผัส การรับประทานอาหารหรือขนมต่อ ๆ กัน ใช้ภาชนะเดียวกันอาจทำให้ไวรัสติดต่อกันได้ ดังนั้นต้องสอนให้ลูกรับประทานขนมที่แม่เตรียมใส่กระเป๋าไปให้เท่านั้น สอนลูกไม่ให้ใช้ของส่วนตัวของเพื่อน เช่น แก้วน้ำ ช้อนส้อม ผ้าเช็ดหน้า ดินสอ ของเล่น เป็นต้น ควรสอนไม่ให้ลูกหยิบของคนอื่นมาใช้ เพราะนอกจากจะเป็นการป้องกันไวรัส RSV แล้ว ยังป้องกันการติดต่อจากโรคระบาด โรคติดต่ออื่น ๆ ที่แพร่ระบาดได้ง่ายในโรงเรียนอีกด้วยค่ะ ถ้าเพื่อนไม่สบาย ไอ จาม ให้ลูกอยู่ห่างไว้ สอนให้ลูกระมัดระวังตัวเอง ไม่อยู่ใกล้เพื่อนที่ไอจาม หรือไม่สบาย เพื่อป้องกันตัวเองจากเชื้อโรคที่อาจแพร่กระจาย และเช่นเดียวกันคือ เมื่อลูกป่วยก็ต้องสอนให้ไอจามโดยมีผ้าปิดจมูกและปาก หรือให้หน้ากากอนามัย เพื่อไม่ให้แพร่เชื่อโรคสู่เพื่อนเช่นกันค่ะ สอนลูกให้รู้จักอันตรายของเชื้อโรค ลองสอนลูกด้วยการให้ลูกดูการ์ตูนใน YouTube หรืออ่านนิทานที่เกี่ยวกับเชื้อโรคที่เด็ก ๆ สามารถเข้าใจได้ง่ายเพื่อให้ลูกรู้จักอันตรายของเชื้อโรค โรคติดต่อต่าง ๆ และรู้วิธีป้องกันตัวเองในแบบง่าย ๆ ทิปส์ เสริมภูมิคุ้มกันให้ลูกพร้อมเมื่อต้องไปโรงเรียน ฉีดวัคซีนเสริมนอกจากวัคซีนหลัก นอกจากวัคซีนจำเป็นที่เด็กทุกคนต้องฉีดแล้ว วัคซีนเสริมบางชนิดก็มีความจำเป็นเพื่อป้องกันโรคร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้นได้กับเด็ก ๆ ซึ่งคุณแม่สามารถปรึกษาคุณหมอได้ว่าลูกอายุเท่านี้ หรือฤดูกาลนี้ควรฉีดวัคซีนเสริมอะไรเพิ่มเติมบ้าง ควรให้ลูกรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และนอนพักผ่อนอย่างเพียงพอ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง ไม่มีภาวะขาดวิตามิน หรือ อ่อนเพลียที่จะทำให้ติดเชื้อโรคและป่วยง่ายค่ะ ดื่มนมที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ดื่มนมแพะเป็นประจำทุกวัน ในนมแพะมีโปรตีนที่ย่อยง่าย ซึ่งช่วยให้ลูกเจริญเติบโต แข็งแรง รวมทั้งพรีไบโอติก หรือใยอาหารชนิด Oligosaccharide (Inulin & Oligofructose) ที่ช่วยป้องกันการติดเชื้อ การอักเสบในทางเดินอาหาร รวมถึงช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย นมแพะดีจีห่วงใยสุขภาพเด็กๆ ดื่มนมแพะวันละ 2 แก้วเช้าเย็น เพื่อสารอาหารครบถ้วนและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคกันนะคะ
การแพร่ระบาดโรค, เชื้อไวรัส, สุขภาพลูก, นมแพะ ดีจี, นมแพะ DG

สาระดีดี อื่นๆ

6 วิธีรับมือ...ลูก “เอาแต่ใจ”
img-over-post

6 วิธีรับมือ...ลูก “เอาแต่ใจ”

6 วิธีรับมือ...ลูก “เอาแต่ใจ” เด็กๆ เป็นวัยที่สนใจสิ่งรอบข้าง และอยากเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ รอบตัว เริ่มมีพฤติกรรมเลียนแบบคนใกล้ตัว และมีนิสัยชอบเอาแต่ใจตนเอง ซึ่งถือเป็นพัฒนาการตามวัย จึงเป็นเรื่องที่พ่อแม่ต้องเข้าใจและส่งเสริมพัฒนาการอย่างเหมาะสม เมื่อโตขึ้นนิสัยเหล่านี้จะค่อยๆ หายไป และเป็นเด็กที่น่ารักของทุกคน “เอาแต่ใจ” พัฒนาการตามวัย แต่ต้องแก้ เมื่อลูกเริ่มเดินได้คล่องแคล่วมากขึ้น เขาจะชอบทดลองการใช้กำลังแขนของตัวเอง จึงชอบทุบ ตีสิ่งต่างๆ ทำเอาคุณแม่ปวดหัว บอกให้หยุดตีก็ไม่หยุด ถ้าเป็นแบบนี้อย่าเพิ่งดุลูกแต่ควรหาของเล่นที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ เช่น ของเล่นประเภททุบ ตอก ปั้นแป้งโดว์ ก่อกองทราย เป็นต้น เพื่อลูกจะได้เรียนรู้การใช้กำลังของกล้ามเนื้อมือด้วย นอกจากนี้ จะมีนิสัยเริ่มแสดงความก้าวร้าวกับผู้อื่น ยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง ชอบใช้อำนาจ ต่อต้านคำสั่งของแม่ ชอบเรียกร้องความสนใจ และแสดงออกด้วยการโวยวาย แกล้ง หรือทำอะไรตลกๆ จึงทำให้มองว่าเป็นเด็กที่ “เอาแต่ใจ” ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ต้องมีวิธีแก้นิสัยแบบนี้อย่างเหมาะสม 6 วิธีรับมือลูก “เอาแต่ใจ” ต้องเข้าใจพัฒนาการตามวัยของลูก ควรสอนและไม่ตามใจลูกมากเกินไป และลูกจะโตขึ้นโดยไม่ติดนิสัยเหล่านี้มา ควบคุมอารมณ์ของตัวเองให้ได้ ถ้าลูกโวยวาย หรือแกล้งยั่วอารมณ์ให้โกรธ ต้องไม่โกรธตอบและค่อยๆ ถามว่าลูกต้องการอะไร พยายามสอนและอธิบายด้วยเหตุผล ถ้าลูกแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวกับผู้อื่น ว่าไม่ควรทำแบบนี้เพราะอะไร ควรปลอบด้วยการกอด เวลาที่ลูกโกรธ เสียใจ เพื่อให้ลูกสงบสติอารมณ์ แล้วค่อยๆ พูดอธิบายให้เข้าใจ ตั้งคำถามกับลูกบ่อยๆ ว่าลูกต้องการอะไร รู้สึกอย่างไร ลูกคิดอย่างไรกับสิ่งที่ตัวเองอยากได้ ทำไมถึงอยากได้สิ่งนั้น ได้มาแล้วทำอะไรได้บ้าง เพื่อฝึกให้ลูกเป็นคนมีเหตุผล พูดคุยกับลูกบ่อยๆ เพราะการที่พูดคุยกัยลูกเสมอ เล่นกับลูก ให้ความรักกับลูก ลูกก็จะไม่ใช้ความก้าวร้าวเป็นตัวต่อรองกับพ่อแม่ เป็นเด็กที่มีเหตุผล เชื่อฟังผู้อื่น และเติบโตมาเป็นที่รักของทุกๆ คน สิ่งที่ลืมไม่ได้ที่จะช่วยส่งเสริมพัฒนาการด้านต่างๆ ได้อย่างดี คือการที่ลูกได้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ อย่างการดื่มนมแพะ ที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน ในน้ำนมแพะอุดมไปด้วยโปรตีนนุ่ม ที่ย่อยและดูดซึมง่าย อีกทั้งยังช่วยในการดูดซึมแร่ธาตุต่างๆ เช่น แคลเซียม เหล็ก สังกะสี และแมกนีเซียม เข้าสู่ร่างกายได้อย่างมีประสิทฺภาพ และช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน นอกจากนี้นมแพะยังมีไขมันห่วงโซ่ขนาดกลาง (MCT Oil ที่ย่อยง่าย ช่วยให้ลูกรัก มีสุขภาพกายและใจที่ดี อารมณ์ดี ร่าเริง และพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งต่างๆ อย่างเต็มศักยภาพ Ref: 1. Park et al. Small Ruminant Research 2007; 68: 88-113 2. Tsuchita et al. British Journal of Nutrition 2001; 85, 5-10
วิธีเลี้ยงลูก, เอาแต่ใจตนเอง, นมแพะ ดีจี, พัฒนาการเด็ก, นมแพะ DG
4 พฤติกรรมที่ต้องเลิก! ถ้าไม่อยากให้ลูกโตมาเป็นเด็กก้าวร้าว
img-over-post

4 พฤติกรรมที่ต้องเลิก! ถ้าไม่อยากให้ลูกโตมาเป็นเด็กก้าวร้าว

4 พฤติกรรมที่ต้องเลิก! ถ้าไม่อยากให้ลูกโตมาเป็นเด็กก้าวร้าว จริงอยู่ที่ว่าพ่อแม่เป็นคนที่รักและหวังดีกับลูกมากที่สุด แต่ในบางครั้งคุณแม่อาจพลาดทำบางสิ่งซึ่งเป็นการทำร้ายลูกแบบไม่รู้ตัว เราลองมาดูกันค่ะว่ามีพฤติกรรมไหนบ้าง ที่คุณแม่ควรหยุดถ้าอยากเห็นลูกเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่ก้าวร้าว และน่ารักสำหรับทุกคน ทะเลาะกันต่อหน้าลูกเป็นกิจวัตร เด็กจะซึมซับจากพฤติกรรมที่พ่อแม่กระทำ ส่งผลให้เป็นเด็กก้าวร้าว สูบบุหรี่ ดื่มสุราหรือของมึนเมาเป็นประจำ พฤติกรรมนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการทะเลาะวิวาท และการดื่มของมึนเมาก็ทำให้เสียสุขภาพด้วยเช่นกัน ดังนั้นไม่ควรทำให้ลูกเห็นเด็ดขาด เห็นลูกเป็นที่ระบายอารมณ์ ลงโทษแบบไร้เหตุผล หากโกรธ หรือโมโหแล้วตี หรือใช้ความรุนแรง โดยไร้เหตุผล จะส่งผลให้ลูกเป็นเด็กเก็บกด ก้าวร้าว หากลูกทำผิดควรกล่าวตักเตือน อธิบายเหตุผล และลงโทษอย่างพอดี ตามใจลูกมากเกินไป เข้าใจว่าคุณพ่อคุณแม่ย่อมรักลูกทุกคน แต่การตามใจมากเกินไป จะทำให้เด็กขาดระเบียบวินัย เอาแต่ใจ เมื่อไม่ได้ตามต้องการก็จะเกรี้ยวกราด ก้าวร้าว หากคุณแม่ลองสำรวจตัวเองแล้วพบว่ามีพฤติกรรมดังกล่าว ก็ควรเลิกทำและปรับเปลี่ยนวิธีการเลี้ยงลูกใหม่นะคะ เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเขา เพื่อให้เขามีสภาพแวดล้อมที่ดี และกลายเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพนะคะ
วิธีเลี้ยงลูก, ลูกอาละวาด, นมแพะ ดีจี, พัฒนาการเด็ก, นมแพะ DG
เทคนิคสอนลูกให้น่ารัก ไม่ดื้อไม่งอแงยามออกนอกบ้าน
img-over-post

เทคนิคสอนลูกให้น่ารัก ไม่ดื้อไม่งอแงยามออกนอกบ้าน

เทคนิคสอนลูกให้น่ารัก ไม่ดื้อไม่งอแงยามออกนอกบ้าน เวลาจะพาลูกออกนอกบ้านคุณพ่อคุณแม่หลายคนคงกังวลใจใม่น้อย เพราะใครจะรู้ว่าลูกเราจะไปเผลอซนที่ไหนบ้าง และหากหลุดกริยาไม่น่ารักขึ้นจะทำอย่างไรดี แต่สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่เลี้ยงลูกแบบ Advance แล้ว ย่อมรับมือกับลูกไม้ต่างๆ ของลูกได้ จริงมั้ยคะ ดังนั้นก่อนพาลูกออกจากบ้านเราต้องเตรียมตัวจอมซนไว้ให้ดีค่ะ วางแผนก่อนออกจากบ้าน ก่อนพาลูกออกไปเที่ยว ไปทำธุระ ไปซื้อของ คุณพ่อคุณแม่ควรจะเลือกสถานที่ที่เหมาะสมกับลูก คำนวณเวลาเดินทางไป-กลับ เวลาที่อยู่ระหว่างออกข้างนอก ของกินของเล่นเตรียมให้พร้อมเผื่อลูกเกิดงอแงหรือหิวขึ้นมากลางทางต้องมีนมหรือขนมรองท้องไว้ รวมถึงทำข้อตกลงกับลูกๆ ด้วยว่าออกนอกบ้านแล้วต้องทำตัวอย่างไร เช่น ไม่ส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่น ไม่วิ่งเล่นซนทั่วร้าน เป็นต้น ฝึกมารยาทก่อนออกจากบ้าน เด็ก ๆ ต้องเรียนรู้มารยาททางสังคมก่อนออกจากบ้าน เช่นการพูด ขอบคุณ ขอโทษ รู้จักการเข้าคิวรอ ไม่กรี๊ด ตะโกน หรือส่งเสียงดังเวลาออกนอกบ้าน เป็นต้น มอบหมายความรับผิดชอบให้ลูก เพื่อเบี่ยงเบนลูกออกจากความซน การมอบหมายงานเล็กๆ น้อยๆ จะทำให้ลูกจดจ่อกับภารกิจที่ได้รับ เช่น ให้ลูกช่วยคุณแม่เลือกสินค้า ช่วยคุณแม่ถือของ เป็นต้น พ่อแม่ต้องมีสติ เป็นเรื่องปกติที่เด็กๆ งอแงแล้วคุณพ่อคุณแม่จะอารมณ์เสีย แต่การเลี้ยงลูกแบบ Advance นั้น พ่อแม่ต้องความอารมณ์ของตนเองให้ได้ค่ะ เพราะถ้ายิ่งอารมณ์เสีย การเดินทางก็จะหมดสนุก แต่ถ้าลองเอาใจเขามาใส่ใจเรา เข้าใจอารมณ์และพัฒนาการของลูก และค่อยๆ หาวิธีคลี่คลายสถานการณ์ไป จะทำให้ทริปนั้นเป็นทริปที่สนุกที่สุดของเด็กๆ เลย ห้ามลืมของเล่นชิ้นโปรดเด็ดขาด เด็กๆ มักจะมีของเล่นคู่กายเขา เมื่อต้องออกนอกบ้านสามารถให้ลูกพกติดตัวออกไปได้ 1 หรือ 2 ชิ้น (เพราะหากมากกว่านั้นจะกลายเป็นภาระของคุณพ่อคุณแม่เอง) เผื่อเวลาที่ต้องการเรียกร้องความสนใจจากเด็กๆ เช่น เวลาอยู่ในร้านอาหาร แล้วกังวลเรื่องลูกส่งเสียงดังหรือเล่นซน การให้ลูกอ่านหนังสือที่ชอบ ระบายสี เล่นตุ๊กตาตัวโปรด หรือติดสติ๊กเกอร์ในสมุดก็ช่วยได้ค่ะ ที่สำคัญ หลังจากกลับเข้าบ้านแล้ว คุณพ่อคุณแม่อย่าลืมชื่นชมเขาด้วยนะคะ ว่าวันนี้หนูน่ารักมากค่ะ ช่วยคุณแม่ถือของด้วย วันนี้หนูน่ารักมาก ไม่ดื้อไม่ซนเลย เพื่อให้ลูกรู้สึกดีกับตนเองและพร้อมเรียนรู้การเข้าสังคมและมารยาททางสังคม
สอนมารยาทให้ลูก, นมแพะ ดีจี, พัฒนาการเด็ก, นมแพะ DG