curl-top
curb_bottom

เคล็ดลับคุณแม่
รวมทุกเคล็ดลับที่คุณแม่อยากรู้
เกี่ยวกับลูกน้อย

icon-secrets

สาระดีดีของแม่และเด็ก

สร้างพัฒนาการสมวัยอย่างเป็นธรรมชาติ

สำหรับลูกวัย 1 ขวบปีแรก แบบไหนเรียกสุขภาพดีสมวัย
img-over-post

สำหรับลูกวัย 1 ขวบปีแรก แบบไหนเรียกสุขภาพดีสมวัย

สำหรับลูกวัย 1 ขวบปีแรก แบบไหนเรียกสุขภาพดีสมวัย สรีระโดยรวม น้ำหนัก และส่วนสูงของลูกคือหนึ่งในปัจจัยที่บอกสุขภาพเบื้องต้นได้ อยากรู้ว่าลูกน้อยกำลังมีน้ำหนัก-ส่วนสูงสมวัย หรือตกเกณฑ์​ เพื่อหาทางแก้ไขได้ทันท่วงที​ เช็กตารางน้ำหนัก​ส่วนสูง​ของลูกน้อยวัยทารก-ขวบปี ด้านล่างนี้เลยค่ะ ถ้าคุณแม่เช็กแล้วพบว่าลูกมีน้ำหนัก หรือส่วนสูงต่ำกว่าเกณฑ์​ที่กำหนด ไม่ต้องเครียดไปนะคะ สำหรับในวัยเสริมอาหารลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารของลูก เพิ่มมื้ออาหารให้ครบ 5 หมู่ และไม่ลืมที่จะเลือกนมเสริมที่มีสารอาหารมากคุณค่าจากธรรมชาติ อย่างในนมแพะ ที่มีระบบการสร้างน้ำนมแบบ "อะโพไครน์" ทำให้สามารถคงคุณค่าสารอาหารได้ครบถ้วน ช่วยให้ลูกมีสุขภาพ และน้ำหนักส่วนสูงที่ดีตามเกณฑ์​อย่างสมวัยค่ะ
โภชนาการดี, สุขภาพลูก, สารอาหาร, นมแพะ ดีจี, นมแพะ DG
นมแพะดีอย่างไร?
img-over-post

นมแพะดีอย่างไร?

1. นมแพะมีระบบการสร้างน้ำนมแบบเดียวกับคน เรียกว่า “อะโพไครน์” นมแพะมีระบบการสร้างน้ำนมแบบเดียวกับคน เรียกว่า อะโพไครน์ (Apocrine Secretion) ซึ่งเป็นระบบการสร้างน้ำนมที่จะทำให้เยื่อหุ้มเซลล์น้ำนม หรือสารอาหารธรรมชาติหลุดออกมากับน้ำนมในปริมาณสูง ช่วยส่งเสริมให้ลูกมีภูมิคุ้มกันที่ดี ไม่ป่วยง่าย ภาพแสดงสารอาหารธรรมชาติที่ได้จากระบบการสร้างน้ำนมแบบ อะโพไครน์ สารอาหารจากธรรมชาติ เรียกว่า ไบโอแอคทีฟ คอมโพเนนท์ (Bioactive Components) ประกออบด้วย สารอาหาร 4 ชนิด ได้แก่ 1. นิวคลีโอไทด์ ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน 2. ทอรีน ช่วยให้การทำงานของจอประสาทตาดีขึ้น 3. โพลีเอมีนส์ ส่งเสริมระบบทางเดินอาหารให้สมบูรณ์ 4. โกรทแฟคเตอร์ ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโต 2. นมแพะมีโปรตีนที่ย่อยง่าย และดูดซึมง่าย โปรตีนนมแพะ เป็นโปรตีนย่อยง่ายกว่านมวัวถึง 2 เท่า ทำให้ลูกสบายท้อง ท้องไม่อืด และที่สำคัญ นมแพะมีโปรตีน CPP (Casein Phosphopeptides) ซึ่งเป็นตัวช่วยให้ร่างกายดูดซึมแร่ธาตุต่างๆ 3. นมแพะมีใยอาหารทำให้ระบบขับถ่ายสมดุล ลดปัญหาท้องผูก และช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน นมแพะมีใยอาหารชนิด อินนูลิน และโอลิโกฟรุกโตส เป็นอาหารของจุลินทรีย์สุขภาพในทางเดินอาหาร ทำให้จุลินทรีย์สุขภาพเจริญเติบโต และเพิ่มจำนวนขึ้น จึงช่วยปรับสมดุลของระบบทางเดินอาหาร ลดปัญหาอาการท้องผูก ช่วยป้องกันการติดเชื้อ และช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายอีกด้วย
อะโพไครน์, สร้างภูมิคุ้มกัน, นมแพะ ดีจี, ภูมิคุ้มกัน, นมแพะ DG
อย่าปล่อยให้พัฒนาการเบบี๋สะดุด เพราะปัญหาท้องผูก
img-over-post

อย่าปล่อยให้พัฒนาการเบบี๋สะดุด เพราะปัญหาท้องผูก

อย่าปล่อยให้พัฒนาการเบบี๋สะดุด เพราะปัญหาท้องผูก อาการท้องผูกของเด็กเล็กเป็นปัญหาหนึ่งที่แม่ทุกคนต้องเจอ ยิ่งลูกน้อยไม่ถ่าย หรือหลายๆวันถ่ายที แม้จะเป็นเรื่องที่แม่สามารถรับมือได้ แต่หากปล่อยทิ้งไว้นานนอกจากปัญหาท้องผูกจะส่งผลต่อสุขภาพของลูกแล้วยังกระทบกับพัฒนาการของเขาได้เช่นกัน ท้องผูกกระทบพัฒนาการ การเรียนรู้ และสุขภาพ เบื่ออาหาร รับประทานได้น้อยลง เกิดความเครียด งอแง กลั้นอุจจาระบ่อยๆ เพราะเจ็บก้นหรือรูทวาร จนเป็นปัญหาท้องผูกเรื้อรัง รู้สึกอึดอัด ไม่อยากเล่น ไม่อยากเคลื่อนไหว กระทบการเรียนรู้ และการจดจำ ไม่มีสมาธิจดจ่อ สำหรับเด็กทารกแรกเกิด – 1 ปี คุณแม่สามารถสังเกตอาการท้องผูกของลูกได้ง่ายๆ คือ เวลาที่ลูกถ่ายอุจจาระลูกจะเบ่งจนหน้าแดง บางครั้งก็มักจะบิดตัว ร้องงอแง และอุจจาระมีลักษณะแข็งเป็นก้อน หากปล่อยทิ้งไว้นานอาจทำให้รูทวารฉีกขาด และส่งผลกระทบต่อลำไส้และระบบขับถ่ายของลูกในระยะยาว เพราะฉะนั้นมาหาทางรับมือกันค่ะ รับมือเมื่อลูกท้องผูก 1. ให้กินนมแม่ นมแม่คืออาหารที่ดีที่สุด คุณแม่ควรให้ลูกดื่มนมแม่ตั้งแต่แรกเกิด ที่สำคัญย่อยง่าย ร่างกายลูกสามารถดูดซึมไปใช้งานได้หมด 2. ดื่มนมแพะเพราะมีโปรตีนย่อยง่าย กรณีที่คุณแม่ไม่สามารถให้ลูกดื่มนมแม่ได้ตั้งแต่แรกเกิด การเลือกนมที่มีโปรตีนย่อยง่ายอย่างนมแพะจะช่วยให้ลูกสบายท้อง และยังช่วยให้ระบบขับถ่ายของลูกทำงานได้ดีขึ้น เพราะในนมแพะมีใยอาหารที่เรียกว่า อินนูลิน และโอลิโกฟรุคโตส ซึ่งเป็นใยอาหารสำคัญที่ช่วยปรับสมดุลของระบบทางเดินอาหาร ช่วยลดปัญหาท้องผูก และช่วยส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายอีกด้วย นอกจากนี้นมแพะยังมีระบบการสร้างน้ำนมแบบอะโพไครน์ (Apocrine) ที่ให้สารอาหารจากธรรมชาติในปริมาณสูง มีคุณค่าทางโภชนาการอย่างครบถ้วน 3. จิบน้ำระหว่างวัน หากลูกอยู่ในวัย 6 เดือนขึ้นไป สามารถดื่มน้ำได้ ควรให้ลูกดื่มน้ำบ่อยๆ หรือจิบน้ำระหว่างวัน เพราะน้ำจะช่วยให้อุจจาระอ่อนตัวและขับอุจจาระออกจากลำไส้ง่ายขึ้น 4. รับประทานผักผลไม้เป็นประจำ เนื่องจากผักผลไม้เป็นอาหารที่มีกากใยสูง ช่วยระบบขับถ่ายได้ สามารถให้ลูกรับประทานได้ตั้งแต่เริ่มอาหารเสริมเลยค่ะ 5. ชวนลูกออกกำลังกาย สำหรับลูกวัยที่เริ่มเคลื่อนไหวร่างกายได้ควรหากิจกรรมให้ลูกเล่นหรือคลานไปหยิบของ แต่ในเด็กทารกที่ยังเคลื่อนไหวไม่ได้คุณแม่อาจจะนวดหน้าท้องกระตุ้นลำไส้ หรือจับขาลูกปั่นจักรยานอากาศขณะนอนเล่นก็ได้ แต่หากวิธีรับมือดังกล่าวไม่ได้ผล คุณแม่ควรปรึกษาแพทย์ถึงวิธีการที่ถูกต้อง ไม่ควรสวนทวารให้ลูกบ่อยๆ เพราะนอกจากจะเป็นการขัดขวางกระบวนการขับถ่ายตามธรรมชาติแล้ว ยังทำให้ลูกเคยชินกับการสวนจนไม่ยอมเบ่งอุจจาระเอง รวมถึงห้ามซื้อยาระบายให้ลูกกินเองเด็ดขาดค่ะ ควรอยู่ในคำแนะนำของแพทย์เท่านั้น
อะโพไครน์, ประโยชน์นมแพะ, นมอะไรไม่ทำให้ลูกท้องผูก, พัฒนาการเด็ก, นมแม่

โภชนาการและสารอาหารเพื่อลูกรัก

3 เมนู สร้างลูกพัฒนาการดี ตั้งแต่มื้อแรก 
img-over-post

3 เมนู สร้างลูกพัฒนาการดี ตั้งแต่มื้อแรก 

3 เมนู สร้างลูกพัฒนาการดี ตั้งแต่มื้อแรก มื้อแรก คือกุญแจสำคัญ ป้อนดี ถูกหลักโภชนาการ​จะช่วยส่งเสริมสุขภาพ สร้างพัฒนาการที่ดี อีกทั้งยังปลูกฝังลักษณะ​นิสัยการรับประทานที่ดีให้กับลูก พี่แพะมีไอเดีย 3 เมนูมื้อแรกมาฝากค่ะ “ข้าวต้มตำลึงจอมพลัง” ข้าวต้ม+ไข่แดงสุก+ตำลึง ขั้นตอนการทำ ต้มข้าวต้มสุกนำมาบดร่วมกับไข่แดงต้มสุก แล้วโรยด้วยใบตำลึงต้มจนเปื่อยบดให้ละเอียด คลุกเคล้าให้เข้ากัน ถ้าอาหารหนืดเกินไปคุณแม่สามารถเติมนมแพะ หรือน้ำซุปที่ไม่ผ่านการปรุงรสได้ค่ะ คุณค่าที่ลูกได้รับ ข้าว : เพิ่มพลังงาน เสริมสร้างการเจริญเติบโต ไข่แดง : ช่วยบำรุงสมอง และการทำงานของระบบประสาท ตำลึง : มีเบต้าแคโรทีนสูง บำรุงสายตา เสริมสร้างกระดูกและฟัน “ซุปฟักทองกระตุ้นการขับถ่าย” ฟักทองต้ม+ข้าวต้ม+นมที่ลูกดื่ม ขั้นตอนการทำ ต้มฟักทองคว้านเอาแต่เนื้อที่ต้มสุก มาผสมกับข้าวต้มสุก แล้วนำไปปั่นรวมกัน เติมนมแพะลงไป คุณค่าที่ลูกได้รับ นม : แคลเซียมที่ดีต่อกระดูก เพิ่มภูมิคุ้มกันอย่างเป็นธรรมชาติ ฟักทอง : เพิ่มเส้นใยอาหารที่ดีต่อระบบขับถ่าย ข้าว : ให้พลังงานที่ดี เสริมสร้างร่างกาย และพัฒนาการ ข้าวตุ๋นมะเขือเทศ บำรุงสมอง” ข้าวต้มสุก+มะเขือเทศ+ปลากะพงขาวบด ขั้นตอนการทำ ต้มข้าวต้มจนสุก นำมะเขือเทศไปลวกจนสุกปอกเปลือกออก และนำเมล็ดด้านในออกให้เหลือแต่เนื้อ จากนั้นแกะเนื้อปลากะพงขาวที่ต้มแล้ว ระวังก้างปลาให้ดี นำไปปั่นรวมกัน ถ้าหนืดสามารถเติมน้ำซุปที่ไม่ปรุงรสได้ค่ะ คุณค่าที่ลูกได้รับ ข้าว : โปรตีน วิตามิน ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ สร้างการเจริญเติบโตที่ดี ปลากะพงขาว : บำรุงประสาท เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมอง เสริมสร้างความจำ มะเขือเทศ : เบต้าแคโรทีน อุดมไปด้วยแคลเซียม และวิตามิน ผิวพรรณดี ขับถ่ายคล่อง บำรุงสายตา สำหรับเด็ก นมยังคงเป็นอาหารสำคัญควบคู่กับมื้ออาหาร ค่อยๆ เพิ่มมื้ออาหารให้เหมาะสมกับช่วงวัย และความต้องการของลูก และในเด็กที่ถึงวัยรับนมเสริม คุณแม่สามารถช่วยเพิ่มสารอาหารให้ลูกได้ด้วยการเลือกนมที่ดีต่อระบบทางเดินอาหาร ย่อยง่าย ไม่ก่อแพ้ และดูดซึมได้ดี จะช่วยให้ลูกได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติค่ะ
โภชนาการเด็ก, พัฒนาการลูก, โภชนาการดี, เมนูลูกรัก, นมแพะ DG
เปิดเทคนิค ดูแลโภชนาการแม่ท้อง และลูกน้อย
img-over-post

เปิดเทคนิค ดูแลโภชนาการแม่ท้อง และลูกน้อย

เปิดเทคนิค ดูแลโภชนาการแม่ท้อง และลูกน้อย ท้องนี้บำรุงอย่างไรดีให้ถึงลูกน้อยในท้อง และคุณแม่ได้รับสารอาหารอย่างเต็มที่ สุขภาพแข็งแรง พัฒนาการดีตั้งแต่ในครรภ์ เปิดเทคนิคดีๆ ที่นี่เลยค่ะ ช่วง 0-3 เดือน "ไม่ปล่อยให้ท้องว่าง ช่วยลดอาการคลื่นไส้วิงเวียน" ช่วงนี้คุณแม่ส่วนใหญ่มักมีอาการแพ้ท้อง อันเนื่องมาจากฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง ทำให้รับประทาน​อาหารได้น้อย เพื่อไม่ให้ลูกน้อยในท้องขาดสารอาหาร และคุณแม่ไม่อ่อนเพลีย ควรแบ่งมื้ออาหารเป็นมื้อเล็กๆ แต่บ่อยขึ้น และไม่ควรปล่อยให้ท้องว่าง เพื่อลดอาการคลื่นไส้ และวิงเวียนค่ะ ช่วง 4-6 เดือน "บำรุงสมอง และร่างกายลูกน้อย" ด้วยอาหารที่หลากหลาย ในช่วงไตรมาสที่ 2 คุณแม่ควรรับประทานอาหารที่หลากหลาย ครบถ้วน 5 หมู่ และเน้นผักใบเขียว ที่มีวิตามินสูง เช่น คะน้า ผักบุ้ง แคร์รอต ฯลฯ ช่วงนี้ลูกน้อยกำลังพัฒนา เจริญเติบโต​อย่างรวดเร็ว อย่าลืมบำรุงด้วยอาหารที่มีโปรตีน โอเมก้า3 และดื่มนมที่มีสารอาหารครบถ้วนจากธรรมชาติ ดีต่อระบบขับถ่าย ย่อยง่าย เพื่อสุขภาพที่ดีทั้งคุณแม่ และลูกน้อยในครรภ์ค่ะ ช่วง 7-9 เดือน "เน้นอาหารที่มีกากใย ดีต่อระบบขับถ่าย" ในช่วงไตรมาสที่สามนี้ มดลูกคุณแม่มีการขยายใหญ่ขึ้นไปกดทับลำไส้ใหญ่ ทำให้การทำงานของระบบขับถ่ายไม่สมบูรณ์ บวกกับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน อาจส่งผลให้ท้องผูก จึงควรรับประทานอาหารที่ย่อยง่าย เลือกดื่มนมที่ดีต่อระบบขับถ่าย มีโปรตีนนุ่ม และย่อยง่าย อย่างเช่นนมแพะ เพิ่มอาหารที่มีกากใย ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ และเริ่มเตรียมพร้อมบำรุงน้ำนม เพื่อสร้างน้ำนมหลังคลอดค่ะ คุณแม่อย่าลืมนำเทคนิคเหล่านี้ไปปรับใช้ให้เหมาะสม ร่วมกับพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง เบบี๋ในครรภ์พัฒนาการสมวัยอย่างเป็นธรรมชาติ ประโยชน์ดีๆ ที่ได้ทั้งคุณแม่ และคุณลูกตลอดระยะเวลาการตั้งครรภ์ค่ะ
การดูแลครรภ์, สุขภาพแม่ตั้งครรภ์, อาหารบำรุงครรภ์, คนท้องต้องกินอะไร, เครื่องดื่มสำหรับคนท้อง
วิตามิน อาหารเสริม จำเป็นกับแม่ท้องมากแค่ไหน
img-over-post

วิตามิน อาหารเสริม จำเป็นกับแม่ท้องมากแค่ไหน

วิตามิน อาหารเสริม จำเป็นกับแม่ท้องมากแค่ไหน ถึงจะท้องก็ต้องสวยเสมอ แต่วิตามินและอาหารเสริมที่เคยรับประทานนั้น ช่วงตั้งท้องควรหามารับประทานดีมั้ย หรืออย่าหาทำดี ช่วงตั้งท้องฮอร์โมนร่างกายคุณแม่จะเปลี่ยน ทำให้ร่างกายเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย แม่ท้องบางคนมีปัญหาเรื่องสิว ฝ้า กระ ผิวแห้ง หรือแม้แต่น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นมา การรับประทานอาหารเสริมจะช่วยควบคุมอาหารได้มั้ย แล้วจะมีผลกับลูกในท้องหรือเปล่า สำหรับคุณแม่ที่รู้ตัวว่าท้อง หรือวางแผนจะตั้งครรภ์ คุณหมอแนะนำว่าควรหยุดยาต่างๆ ที่เคยรับประทานทันที แล้วนำยาเหล่านั้นไปปรึกษาคุณหมอว่าสามารถรับประทานต่อได้หรือไม่ เนื่องจากมียาบางชนิดที่คุณแม่ตั้งครรภ์ไม่ควรรับประทานเด็ดขาด เนื่องจากจะเป็นอันตรายต่อลูกในท้องได้ ส่วนวิตามินหรืออาหารเสริมนั้น ไม่ว่าจะเป็นแบบเม็ด แบบน้ำ แบบผงชงกับน้ำ คุณแม่ควรระมัดระวังหรือหลีกเลี่ยงไปก่อนดีกว่าค่ะ เพราะหากรับประทานเข้าไปแล้วอาจส่งผลกระทบต่อลูกในท้องได้ อาหารเสริมที่แม่ท้องควรหลีกเลี่ยง กลูตาไธโอน อาหารเสริมที่ชูสรรพคุณช่วยให้ผิวสวยใส ซึ่งตั้งครรภ์คุณแม่ควรงดเด็ดขาด เนื่องจากกลูต้าไธโอนมีค่าวิตามินซีและวิตามินเอที่สูงเกินไป อาจผลกระทบต่อทารกในครรภ์ทำให้ลูกเกิดมามีความผิดปกติทางผิวหนังได้ คอลลาเจน ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ผ่านการสังเคราะห์ อาจมีการปนเปื้อนสารอันตรายต่างๆ ที่เป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ แม้ว่าจะมีการอ้างสรรพคุณว่าเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ ช่วยบำรุงผิวพรรณ มีแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย แต่อย่างไรก็ตามหากไม่มีความจำเป็นใดๆ คุณแม่ควรงดก่อนค่ะ อาจจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร โดยเลือกรับประทานอาหารให้ครบ 5 เน้นผัก ผลไม้ ซึ่งมีวิตามินจากธรรมชาติ และดื่มนมทุกวัน และรับประทานวิตามินของคนท้องตามที่คุณหมอแนะนำ ดูแลสุขภาพให้มากขึ้น บำรุงผิวพรรณด้วยโลชั่นหรือผลิตภัณฑ์สำหรับแม่ท้องโดยเฉพาะ เท่านี้ก็เพียงพอต่อความต้องการของคุณแม่และทารกตัวน้อยในครรภ์แล้ว
การดูแลครรภ์, สุขภาพแม่ตั้งครรภ์, คู่มือแม่ท้อง, แม่ท้อง, อาหารบำรุงครรภ์

โรคภัยและสุขภาพที่ดีของหนูน้อย

เวิร์คจนต้องบอกต่อ เทคนิคแก้ปัญหาลูกน้อยท้องผูก ถ่ายยาก
img-over-post

เวิร์คจนต้องบอกต่อ เทคนิคแก้ปัญหาลูกน้อยท้องผูก ถ่ายยาก

เวิร์คจนต้องบอกต่อ เทคนิคแก้ปัญหาลูกน้อยท้องผูก ถ่ายยาก ปัญหาท้องผูกอาจเป็นเรื่องเล็กเมื่อเทียบกับอาการป่วยโรคอื่นๆ ที่น่ากังวลกว่า แต่เมื่อไรก็ตามที่ลูกท้องผูก ถ่ายยากขึ้นมาก็เป็นเรื่องใหญ่เช่นกัน ปกติเด็กแรกเกิดที่ดื่มนมแม่จะไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องการขับถ่าย แม้ในช่วงอายุ 1-6 เดือนแล้วแต่ 2-3 วันถ่ายครั้งหนึ่งก็ถือเป็นเรื่องปกติ เนื่องจากนมแม่นั้นย่อยง่าย ร่างกายลูกสามารถดูดซึมได้หมดจนไม่เหลือกากใยนั่นเอง แต่เมื่อลูกเริ่มกินอาหารเสริม ให้คุณพ่อคุณแม่เตรียมใจไว้เลยค่ะว่าเจ้าตัวเล็กจะต้องเจอปัญหาท้องผูกแน่ๆ เพราะเมื่อลูกเริ่มรับประทานอาหารที่หลากหลายมากขึ้นอาจมีอาหารที่มีโปรตีนสูง หรือมีกากใยต่ำทำให้ย่อยยาก รวมถึงการดื่มนมผสมก็ทำให้ลูกมีโอกาสท้องผูกได้เช่นกัน สังเกตอาการลูกท้องผูก สำหรับเด็กเล็กที่มีปัญหาท้องผูก ให้สังเกตเวลาถ่ายอุจจาระลูกจะเบ่งจนหน้าแดง บิดตัว ร้องไห้งอแง อุจจาระมีลักษณะเป็นก้อนแข็ง ถ่ายยาก หรือมีเลือดปนออกมา เนื่องจากทวารหนักมีการฉีกขาดจากการเบ่งอุจจาระ นอกจากนี้เด็กบางคนอาจจะงอแงและกลัวการนั่งกระโถนหรือชักโครกเนื่องจากรู้สึกเจ็บเมื่อต้องขับถ่าย กินอาหารได้น้อย เพราะรู้สึกอิ่มเร็ว หน้าท้องแข็งตึง เนื่องจากไม่ได้ขับถ่าย ซึ่งหากพบอาการเหล่านี้คุณพ่อคุณแม่ต้องรีบแก้ไขโดยด่วน 5 เทคนิคแก้ปัญหาลูกไม่ยอมถ่าย 1. ให้ลูกดื่มนมแม่ตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 เดือน เพราะนมแม่ย่อยง่าย แถมยังช่วยให้การทำงานของลำไส้ และระบบขับถ่ายทำงานได้ปกติ 2. ชวนลูกออกกำลังกายบริหารลำไส้ ซึ่งท่าที่แนะนำได้แก่ ท่าจักรยานอากาศ โดยการให้ลูกนอนหงายแล้วจับขาลูกยกขึ้นลงเหมือนปั่นจักรยานอากาศสลับซ้ายขวา ทำประมาณ 20 ครั้ง หรือยกขาลูกงอขาให้ชิดท้อง นับ 1 ถึง 5 แล้วปล่อย ทำติดต่อกันประมาณ 5 ครั้ง ก็ช่วยบริหารลำไส้ได้ค่ะ 3. ควรเลือกอาหารที่ย่อยง่าย และให้ลูกได้รับน้ำในมื้ออาหารและระหว่างวันมากขึ้น เช่น น้ำผลไม้คั้นสด น้ำจากน้ำซุประหว่างมื้ออาหาร และน้ำดื่มระหว่างวัน เพื่อให้อุจจาระนิ่มขึ้น ขับถ่ายง่าย 4. ให้ลูกรับประทานผักผลไม้เป็นประจำ นอกจากเป็นการปลูกฝังให้ลูกกินผักแล้ว ผักผลไม้ยังมีกากใยสูง ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 5. ให้ลูกดื่มนมแพะดีจี เป็นประจำ วันละ 2 แก้ว เพราะในนมแพะดีจีมีโปรตีนย่อยง่าย อีกทั้งยังมี ใยอาหาร หรือ Prebiotics ที่ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ ทำให้ลูกขับถ่ายดี ลดอาการท้องผูกได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญนมแพะเป็นนมที่มีระบบการสร้างน้ำนมแบบอะโพไครน์ (Apocrine) แบบเดียวกับคน จึงย่อยง่าย และมีสารอาหารจากธรรมชาติในปริมาณสูง มีคุณค่าทางโภชนาการอย่างครบถ้วน ช่วยให้ลูกร่างกายแข็งแรงสมวัยอีกด้วยค่ะ
อะโพไครน์, นมแพะ ดีจี, ใยอาหาร, ท้องผูก, นมแพะ DG
ทำความรู้จักนิวคลีโอไทด์ สารอาหารสำคัญช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูก
img-over-post

ทำความรู้จักนิวคลีโอไทด์ สารอาหารสำคัญช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูก

ทำความรู้จักนิวคลีโอไทด์ สารอาหารสำคัญช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูก นิวคลีโอไทด์เป็นสารอาหารสำคัญที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กๆ พบได้ทั้งในนมแม่และนมแพะ และเด็กที่ได้รับนิวคลีโอไทด์ตั้งแต่แรกเกิดจะมีโอกาสป่วยน้อยลง ไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากให้ลูกป่วย เพราะนอกจากค่าใช้จ่ายในการรักษาแล้ว พัฒนาการของลูกเองก็หยุดชะงักด้วย แต่มีสารอาหารหนึ่งที่จะช่วยปกป้องลูกจากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ สารอาหารที่ว่าก็คือนิวคลีโอไทด์ ซึ่งนิวคลีโอไทด์มีความสำคัญต่อระบบภูมิคุ้มกันของลูกอย่างไร มาหาคำตอบด้วยกันค่ะ นิวคลีโอไทด์ คืออะไร สำคัญต่อพัฒนาการของเด็กอย่างไร นิวคลีโอไทด์ เป็นโมเลกุลกลุ่มย่อยที่ช่วยสร้าง DNA และ RNA ที่สำคัญต่อการเจริญเติบโตของเด็ก อีกทั้งยังเป็นสารอาหารสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย และเด็กที่ได้รับนิวคลีโอไทด์ตั้งแต่แรกเกิดจะมีโอกาสเจ็บไข้ได้ป่วยน้อยกว่าเด็กที่ไม่ได้รับนิวคลีโอไทด์เลย นิวคลีโอไทด์ตามธรรมชาติ สารอาหารสำคัญสำหรับเด็ก นิวคลีโอไทด์ตามธรรมชาติ (Natural Nucleotide) สามารถพบได้ในนมแม่ ยิ่งให้ลูกดื่มนมแม่ตั้งแต่แรกเกิดก็ยิ่งช่วยให้พัฒนาการ การเจริญเติบโตของลูกเป็นไปอย่างสมบูรณ์แข็งแรง เพราะนิวคลีโอไทด์จะทำหน้าที่ในการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย โดยเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาว คอยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อไวรัสต่างๆ นอกจากนี้นิวคลีโอไทด์ยังมีบทบาทในการพัฒนาสมอง ช่วยดูดซึมธาตุเหล็ก ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง ทำหน้าที่ในการนำพาออกซิเจนและสารอาหารไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกาย รวมถึงเซลล์สมองด้วย ส่งผลให้เด็กความจำดี เรียนรู้ได้ไว นมแพะมีนิวคลีโอไทด์จากธรรมชาติ นอกจากนิวคลีโอไทด์จะเป็นส่วนประกอบสำคัญในน้ำนมแม่แล้ว นิวคลีโอไทด์ตามธรรมชาติยังพบในนมแพะอีกด้วยค่ะ โดยเป็นหนึ่งในสารอาหารจากธรรมชาติ หรือ ไบโอแอคทีฟ คอมโพเนนท์ (Bioactive Components) ซึ่งส่วนใหญ่จะพบในนมที่มีระบบการสร้างน้ำนมแบบ “อะโพไครน์” (Apocrine) คือมีเยื้อหุ้มเซลล์น้ำนมติดมาพร้อมกับน้ำนม ทำให้มีคุณค่าทางโภชนาการสูง อย่างนมแม่และนมแพะเท่านั้น ดังนั้นหากคุณแม่ไม่สามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้ การให้ลูกดื่มนมแพะทุกวัน ก็ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และช่วยให้สุขภาพร่างกายของลูกแข็งแรง มีพัฒนาการที่สมวัยพร้อมเรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัวแล้วค่ะ
อะโพไครน์, นมแพะ ดีจี, พัฒนาการเด็ก, นมแม่, นมแพะ DG
ช่วยแม่ท้องเตรียมพร้อม ทำอย่างไรให้ท้องนี้ปลอดภัยจาก “ไวรัส Covid-19”
img-over-post

ช่วยแม่ท้องเตรียมพร้อม ทำอย่างไรให้ท้องนี้ปลอดภัยจาก “ไวรัส Covid-19”

ช่วยแม่ท้องเตรียมพร้อม ทำอย่างไรให้ท้องนี้ปลอดภัยจาก “ไวรัส Covid-19” เพราะโควิด-19 คือ โรคอุบัติใหม่ทำให้ยังไม่มีวัคซีนป้องกัน หรือแม้กระทั้งยารักษา ทำให้ทุกคนเกิดความวิตกกังวลด้านความปลอดภัย โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยงอ่อนไหวต่อโรคต่างๆ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือหญิงตั้งครรภ์ นักวิจัยกำลังเร่งศึกษาถึงผลกระทบ และการให้ความช่วยเหลือรวมถึงการป้องกัน เพื่อลดความเสี่ยง เพิ่มความปลอดภัยให้แม่ท้องตลอดระยะเวลาการตั้งครรภ์ และนี่คือวิธีดูแลเพื่อช่วยคุณแม่รับมือ และปลอดภัยจากเชื้อไวรัสนี้ค่ะ คนท้องเสี่ยงมากกว่าคนทั่วไปหรือเปล่า? ข่าวดี คือ ยังไม่พบข้อบ่งชี้ใดๆ ว่าหญิงตั้งครรภ์มีความเสี่ยงกว่าคนกลุ่มอื่นๆ ผิดกันกับโรค SARS (โรคระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันร้ายแรง) ในปี 2003 พบว่าหญิงตั้งครรภ์มีอัตราการเสียชีวิตสูง (ประมาณ 25%) มากกว่าประชากรทั่วไป (ประมาณ 10%) สอดคล้องกับในประเทศจีนที่พบว่าหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อโควิด-19 เหมือนกับในผู้ใหญ่ทั่วไปที่ติดเชื้อ แต่อย่างไรก็ตามยังไม่มีหลักฐานจากหญิงตั้งครรภ์มากนัก โดยเฉพาะในหญิงตั้งครรภ์ที่ติดเชื้อโควิด-19 ในช่วง1-2 ไตรมาสแรก แม่ท้องควรระวังเรื่องอะไรเป็นพิเศษในช่วงนี้? ในระหว่างตั้งครรภ์ระบบภูมิคุ้มกันของแม่ท้องจะลดลง ทำให้แม่ท้องมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นระบบทางเดินอาหาร หรือระบบทางเดินหายใจสูง แม่ท้องจึงควรจัดอยู่หนึ่งในกลุ่มเสี่ยง ที่ควรจะต้องระมัดระวังตัวเองเป็นพิเศษโดยเฉพาะในเรื่อง... หลีกเลี่ยงการไปในสถานที่แออัด หรือที่ชุมชนสาธารณะ หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ผู้ป่วย (ไม่ว่าจะโรคอะไรก็ตาม) ล้างมือให้สะอาด และถูกหลักอนามัยอยู่เสมอ ไม่สัมผัสใบหน้า ตา จมูก ปาก รับประทานอาหารที่สะอาด ปรุงสุก สดใหม่อยู่เสมอ หลีกเลี่ยงการใช้ภาชนะรับประทานอาหารและของใช้ส่วนตัว ร่วมกับผู้อื่น สวมใส่หน้ากากอนามัยเมื่อจำเป็นต้องออกนอกบ้าน รักษาระยะห่าง social distancing ในการอยู่ร่วมกับบุคคลอื่น ด้วยการอยู่ห่างกัน 1 – 2 เมตร ปรึกษาแพทย์ผู้ฝากครรภ์ รับวิตามินให้เพียงพอ และรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งเท่านั้น (ถ้าอยู่ในระหว่างไตรมาสที่ไม่จำเป็นต้องพบแพทย์ทุกสัปดาห์ หรือการตั้งครรภ์ที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อน สามารถปรึกษาแพทย์ผู้ฝากครรภ์เพื่อรับวิตามินให้เพียงพอ เลี่ยงการเดินทางมาโรงพยาบาลบ่อยๆ โดยไม่จำเป็น) สำหรับแม่ท้องในไตรมาสที่ 3 ควรวางแผนการคลอด การเดินทาง ประเมินสถานการณ์ และเตรียมตัวให้พร้อมอยู่ตลอด บางโรงพยาบาลในสถานการณ์โรคระบาดเช่นนี้ จะจำกัดผู้เยี่ยม และผู้เฝ้าหลังคลอด คุณแม่อาจจะต้องวางแผนเรื่องนี้เผื่อเอาไว้ด้วยเช่นกันค่ะ แม่ทุกคนที่อยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ หรือมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ หากมีอาการป่วยเล็กน้อย ควรพักผ่อนอยู่ที่บ้าน ถ้ามีอาการไข้ ไอ เจ็บคอ หายใจเหนื่อย ควรรีบไปพบแพทย์ ไม่วิตกกังวลเป็นเกินเหตุ เพราะความเครียดคือหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้คลอดก่อนกำหนดได้เช่นกันค่ะ สำหรับแม่ท้อง และแม่หลังคลอดที่เป็นกลุ่มเสี่ยง กลุ่มเสี่ยง คือ ผู้ที่มีประวัติการเดินทางมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยง หรือสัมผัสหรือใกล้ชิดผู้ป่วย COVID-19 คุณแม่ควรดูแลตัวเองตามหลักกระทรวงสาธารณะสุขดังนี้ค่ะ แยกตนเองออกจากครอบครัว และสังเกตอาการจนครบ 14 วัน งดการใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น งดการออกไปในที่ชุมชนสาธารณะโดยไม่จำเป็น และงดการพูดคุย หรืออยู่ใกล้ชิดกับผู้อื่นในระยะใกล้กว่า 2 เมตร กรณีครบกำหนดนัดฝากครรภ์ ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ทราบว่าตนเองอยู่ระหว่างการเฝ้าระวัง 14 วัน เพื่อพิจารณาเลื่อนการฝากครรภ์ และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ กรณีเจ็บครรภ์คลอด ต้องไปโรงพยาบาลทันที และแจ้งเจ้าหน้าที่ให้ทราบว่าตนเองอยู่ระหว่างการเฝ้าระวัง 14 วัน วางแผนการให้นมหลังคลอด สำหรับคุณแม่กลุ่มเสี่ยง กลุ่มปกติ หรือกลุ่มที่ติดเชื้อ ทุกคนสามารถให้นมแม่ได้ เพราะเนื่องจากยังไม่มีข้อพิสูจน์ยืนยันว่าเชื้อโควิด-19 ติดต่อผ่านทางน้ำนม แต่! ยังคงต้องรักษาความสะอาดอย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็นการให้นมแม่โดยตรง หรือการปั๊มนมค่ะ ข้อควรปฎิบัติเมื่อต้องให้นมแม่ สวมใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งทั้งก่อน ระหว่าง และหลังการให้นม ปั๊มนม งดการหอม จูบ ทารก อาบน้ำ เช็ดทำความสะอาดเต้านม หัวนมด้วยน้ำ และสบู่ ล้างมือด้วยน้ำสบู่นานอย่างน้อย 20 วินาที อย่างทั่วถึง หลังการปั๊มนมอย่าลืมทำความสะอาดอุปกรณ์ทุกอย่าง ล้าง นึ่ง อบฆ่าเชื้อ และเก็บในสถานที่ภาชนะที่สะอาด และมิดชิด หมายเหตุ: แต่ถ้าคุณแม่มีอาการป่วยหนักเช่น ไอ หายใจติดขัด หอบเหนื่อยควรหยุดพัก และรับปรึกษาแพทย์ เพราะอาจทำให้อาการรุนแรงกว่าเดิมได้ สำหรับแม่ท้องถึงแม้ว่าจะไม่ได้อยู่ในสถานการณ์เสี่ยง ก็ยังคงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และวิตามินที่แพทย์สั่ง พักผ่อนให้เพียงพอ ไม่เครียด และปฎิบัติตามคำแนะนำของแพทย์จะช่วยให้คุณแม่ และลูกน้อยในท้องปลอดภัยตลอดระยะเวลาที่ตั้งครรภ์ค่ะ อ้างอิงเนื้อหา: https://www.anamai.moph.go.th/ewt_news.php?nid=16777&filename=index https://www.npr.org/sections/health-shots/2020/03/22/817801475/pregnant-and-worried-about-coronavirus-how-to-stay-safe-and-make-a-game-plan
สุขภาพแม่ตั้งครรภ์, ป้องกันโควิด, รับมือโควิด, โควิด19 , แม่ท้องกับโควิด

สาระดีดี อื่นๆ

เก็บ-ชง-ดื่ม นมแพะอย่างไรให้ได้คุณค่าสารอาหารจากธรรมชาติอย่างเต็มที่?
img-over-post

เก็บ-ชง-ดื่ม นมแพะอย่างไรให้ได้คุณค่าสารอาหารจากธรรมชาติอย่างเต็มที่?

เก็บ-ชง-ดื่ม นมแพะอย่างไรให้ได้คุณค่าสารอาหารจากธรรมชาติอย่างเต็มที่? เก็บ-ชง-ดื่ม นมแพะอย่างไรให้ได้คุณค่าสารอาหารจากธรรมชาติอย่างเต็มที่? พี่แพะมีคำตอบให้แล้วค่ะ ตามพี่แพะมาเลย วิธีการเก็บนมที่ดีที่สุด โดยปกตินมผงหากมีการเก็บไว้ในที่แสงแดดส่องหรือในที่มีอุณหภูมิ และความชื้นที่ไม่เหมาะสมจะทำให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมีได้ง่ายค่ะ เนื่องจากประเทศไทยมีสภาพอากาศเป็นเมืองร้อนชื้น อาจส่งผลจะทำให้นมเกิดการเหม็นหืน มีสี และกลิ่นที่เปลี่ยนไปได้ง่าย ทางที่ดีที่สุดคือไม่ควรตากแดด เก็บในอุณหภูมิ​ห้องปกติ อากาศถ่ายเทสะดวก และถ้าหากเป็นนมผงที่เปิดใช้แล้วจะทำให้มีอากาศ ความชื้นเข้าไปในบรรจุภัณฑ์ได้ง่ายมากขึ้น จึงควรใช้ให้หมดภายใน 4 สัปดาห์หรือใน 1 เดือน และควรปิดฝาให้สนิททุกครั้งหลังใช้ค่ะ และสำหรับนมที่ชงแล้วเก็บได้นานแค่ไหน? สำหรับนมที่ชงแล้วถ้าน้องยังไม่ได้ดื่มสามารถเก็บในอุณหภูมิห้องปกติ แนะนำให้เก็บได้ประมาณ 3-4 ชั่วโมงค่ะ และสำหรับนมที่ชงแล้ว และยังไม่ได้ดื่ม ถ้าแช่ไว้ในตู้เย็นสามารถเก็บได้ประมาณไม่เกิน 12 ชั่วโมงค่ะ หมายเหตุ : แต่ถ้าน้องดื่มแล้วแต่ดื่มยังไม่หมด จริงๆ ไม่แนะนำให้เก็บนะคะ ดื่มให้หมดทีเดียวดีที่สุดค่ะ เพื่อป้องกันอาการท้องเสียที่อาจเกิดขึ้นกับลูกน้อยค่ะ ชงนมอย่างไรให้ถูกต้อง รินน้ำต้มสุกที่ปล่อยให้เย็นตามอุณหภูมิห้อง ตามจำนวนออนซ์ที่ต้องการผสมลงในขวด ตักนมใส่ขวดโดยใช้ช้อนตวงนม ปาดนมให้เรียบ แล้วใส่ตามปริมาณที่ต้องการ (อัตราส่วน นมแพะดีจี 1 ช้อน ต่อ น้ำ 1 ออนซ์) ปิดฝาให้สนิท ไม่เขย่า จับขวดนมในแนวตั้งแล้วแกว่งก้นขวดนมไปมาในแนวนอน เพื่อให้ผงนม และน้ำเข้ากัน หมายเหตุ : ไม่ควรใช้มืออุดที่รูจุกนมและเขย่าขวดนมในแนวตั้งนะคะ เพราะจะทำให้นมมีฟองมาก อีกทั้งการใช้มือไปสัมผัสกับจุกนมจะทำให้ไม่สะอาด และอาจทำให้ลูกท้องเสียได้ค่ะ ดื่มวันละ 2 แก้ว เพื่อสุขภาพที่แข็งแรง พัฒนาการสมวัย นมแพะมีระบบการสร้างน้ำนมเรียกว่า “อะโพไครน์” จึงทำให้มีสารอาหารจากธรรมชาติที่หลุดออกมาพร้อมกับน้ำนมในปริมาณสูง เรียกว่า ไบโอแอคทีฟ คอมโพเนนท์ (Bioactive Components) ประกอบไปด้วย นิวคลีโอไทด์ ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ทอรีน ช่วยเสริมสร้างการทำงานของจอประสาทตา โพลิเอมีนส์ ส่งเสริมระบบทางเดินอาหารให้สมบูรณ์ และมีประสิทธิภาพ โกรทแฟคเตอร์ ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตที่ดีสมวัยอย่างเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีสารอาหารชนิดอื่นๆ อีกมากมาย เช่น โอเมก้า 3,6,9 ดีเอชเอและเออาร์เอ วิตามินบี12 แคลเซียมในปริมาณสูง และใยอาหารสำคัญอย่าง อินนูลินและโอลิโกฟรุคโตส ช่วยปรับสมดุลของระบบทางเดินอาหาร ป้องกันการติดเชื้อการอักเสบ ลดปัญหาท้องผูก ช่วยส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงไม่ป่วยง่าย และมีพัฒนาการที่ดีสมวัย เพื่อสุขภาพดีของลูกน้อย อย่าลืมดื่มนมแพะทุกวันเป็นประจำวันละ 2 แก้วนะคะ หลังจากนี้คุณพ่อ คุณแม่ก็ทราบวิธี เก็บ-ชง-ดื่มนมแพะให้ถูกวิธี เพื่อประโยชน์สูงสุดแล้ว อย่าลืมนำเทคนิคเหล่านี้ไปใช้นะคะ เพื่อรักษาคุณค่าสารอาหารจากธรรมชาติใน​นมแพะไว้สำหรับลูกรักให้ดีที่สุดค่ะ
วิธีเก็บนม, วิธีชงนม, นมเสริม, นมแพะ ดีจี, นมแพะ DG
รับมือปัญหาท้องผูกขณะตั้งครรภ์ ด้วยเทคนิคที่ทำได้จริง
img-over-post

รับมือปัญหาท้องผูกขณะตั้งครรภ์ ด้วยเทคนิคที่ทำได้จริง

รับมือปัญหาท้องผูกขณะตั้งครรภ์ ด้วยเทคนิคที่ทำได้จริง คุณแม่ตั้งครรภ์ในช่วงนี้อาจสังเกตตัวเองได้ว่ามีพฤติกรรมการขับถ่ายที่เปลี่ยนไป ขับถ่ายลำบากขึ้น ในคุณแม่บางท่านมีอาการท้องผูกเรื้อรัง ส่งผลให้เกิดโรคริดสีดวงระหว่างตั้งครรภ์ สาเหตุมาจาก ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนขณะตั้งครรภ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และขนาดของมดลูกคุณแม่ในช่วงนี้มีการขยายใหญ่ขึ้นมาก ทำให้ไปกดทับลำไส้ กระทบต่อการทำงานของลำไส้ และระบบขับถ่ายให้ไม่เป็นปกติ รวมไปถึงการไหลเวียนของหลอดเลือดในระหว่างตั้งครรภ์ที่เพิ่มมากขึ้นส่งผลให้หลอดเลือดบริเวณทวารหนักเกิดการขยายตัว ทำให้การขับถ่ายลำบากมากยิ่งขึ้นค่ะ รับมือปัญหาท้องผูกขณะตั้งครรภ์ได้ไม่ยาก เพิ่มมื้ออาหารที่มีกากใย จำเป็นมากๆ ค่ะ รับประทานอาหารที่มีกากใย เพราะขณะตั้งครรภ์วิตามินเสริมที่คุณแม่ได้รับจำพวกธาตุเหล็ก และแคลเซียม อาจส่งผลต่อระบบขับถ่ายได้ แต่ก็จำเป็นต่อคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ ทางออกที่ดีที่สุดดือ การเพิ่มการรับประทานอาหารที่มีกากใย เช่น ผัก ผลไม้ หรือเลือกดื่มนมที่มีส่วนช่วยในเรื่องระบบขับถ่าย หรือนมที่มีใยอาหาร หรือพรีไบโอติก ซึ่งจะมีจุลินทรีย์ชนิดดีต่อลำไส้ ช่วยปรับสมดุลของระบบทางเดินอาหาร ช่วยลดปัญหาท้องผูก ส่งผลให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดี ย่อยง่าย ดูดซึมแร่ธาตุได้ดี สามารถช่วยลดปัญหานี้ได้ค่ะ ออกกำลังกายเบาๆ หรือเล่นโยคะ เพื่อช่วยให้ลำไส้ได้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอในแต่ละวัน ปรับพฤติกรรมการขับถ่ายใหม่ เช่น เข้าห้องน้ำเพิ่มโอกาสการขับถ่ายในช่วงเช้า เพียง 4 ข้อเท่านั้น คุณแม่ท้องก็สามารถพิชิตอาการท้องผูกได้ง่ายๆ หากคุณแม่ทำเป็นประจำ รับรองบอกลาอาการท้องผูกได้อย่างแน่นอนค่ะ
คู่มือแม่ท้อง, ปัญหาแม่ท้อง, แม่ท้อง, ท้องผูก, นมแพะ DG
ปลดล็อกอาการท้องอืด ท้องผูก ไม่สบายท้อง ด้วยโปรตีนย่อยง่ายจากนมแพะ 
img-over-post

ปลดล็อกอาการท้องอืด ท้องผูก ไม่สบายท้อง ด้วยโปรตีนย่อยง่ายจากนมแพะ 

ปลดล็อกอาการท้องอืด ท้องผูก ไม่สบายท้อง ด้วยโปรตีนย่อยง่ายจากนมแพะ ลูกน้อยไม่ถ่าย ลูกท้องผูกเป็นอาการที่เกิดได้บ่อยในเด็กเล็ก และยิ่งปล่อยเอาไว้นานยิ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพของเด็กๆ ดังนั้นหากคุณแม่ดูแลเรื่องอาหารการกินของลูกแต่เนิ่นๆ ก็ช่วยให้ห่างไกลจากอาการท้องผูกได้ค่ะ ท้องผูกเพราะให้ลูกรับประทานผิดๆ อาหารการกินเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ลูกท้องผูก สำหรับเด็กเล็กที่มักเกิดช่วงวัยที่เปลี่ยนจากการดื่มนมแม่มาเป็นการรับประทานอาหารเสริมอื่น ๆ ที่มีเส้นใยต่ำ ทำให้เกิดอาการท้องผูกได้ง่าย รวมถึงการดื่มนมผสมก็อาจมีอาการท้องผูกได้เช่นกัน เพราะในนมผสมที่เป็นนมวัวจะมีโปรตีนที่ย่อยยากกว่านมแม่นั่นเอง นมแพะมีโปรตีนย่อยง่าย ดื่มแล้วลูกอิ่มสบายท้อง เนื่องจากนมหลายประเภทมักมีโปรตีนย่อยยากสูง เมื่อให้ลูกดื่มเข้าไปจึงมักเกิดอาการไม่สบายท้อง ในขณะที่นมแพะนั้นเป็นนมที่มีโปรตีนย่อยง่ายสูง ด้วยค่ะ โดยโปรตีนย่อยง่ายที่ว่านั้นคือโปรตีนเบต้าเคซีนซึ่งมีอยู่ในปริมาณสูง ร่างกายสามารถดูดซึมได้ง่าย ไม่เหลือตกค้างอยู่ในลำไส้ จึงทำให้ลูกอิ่มสบายท้อง ลดปัญหาท้องอืด และท้องผูกได้เป็นอย่างดี อีกทั้งนมแพะยังมีใยอาหารชนิด อินนูลิน และโอลิโกฟรุคโตส ที่ทำให้ระบบขับถ่ายสมดุล ลดปัญหาท้องผูก และช่วยส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายของลูกอีกด้วย นอกจากนี้นมแพะยังเป็นนมที่มีคุณค่าทางสารอาหารสูง เนื่องจากมีกระบวนการสร้างน้ำนมแบบ “อะโพไครน์” ที่ให้สารอาหารครบถ้วนจากธรรมชาติ ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกายและช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน รวมถึงช่วยทำให้ระบบทางเดินอาหารสมบูรณ์อีกด้วยค่ะ
อะโพไครน์, นมอะไรไม่ทำให้ลูกท้องผูก, การขับถ่าย, ท้องผูก, นมแม่