curl-top
curb_bottom

เคล็ดลับคุณแม่
รวมทุกเคล็ดลับที่คุณแม่อยากรู้
เกี่ยวกับลูกน้อย

icon-secrets

บทความอัพเดทล่าสุด

5 เหตุผล ที่คุณแม่รุ่นใหม่สนใจเลือก
img-over-post

5 เหตุผล ที่คุณแม่รุ่นใหม่สนใจเลือก "นมแพะ" ให้ลูกรัก

5 เหตุผล ที่คุณแม่รุ่นใหม่สนใจเลือก "นมแพะ" ให้ลูกรัก คุณแม่รู้อยู่แล้วว่านมแม่นั้นดีที่สุดสำหรับลูก เพราะสารอาหารที่มีอย่างครบถ้วนที่จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโตและพัฒนาสมองของลูก ดังนั้นควรให้ลูกได้กินนมแม่ตั้งแต่แรกเกิดอย่างน้อยในช่วงขวบปีแรก แต่พอถึงช่วงที่ให้ลูกหย่านม หรือช่วงให้นมเสริมสำหรับลูก คุณแม่รุ่นใหม่ก็หันมาให้ความสนใจและเลือกนมแพะให้ลูกมากขึ้น เพราะนมแพะมีคุณสมบัติที่ดี แตกต่างจากนมอื่นๆ ทั่วไปค่ะ 5 เหตุผล ที่แม่รุ่นใหม่เลือก “นมแพะ” ให้ลูกดื่ม 1. นมแพะมีระบบการสร้างน้ำนมแบบอะโพไครน์ นมแพะมีระบบการสร้างน้ำนมแบบเดียวกับนมแม่ เรียกว่า อะโพไครน์ (Apocrine) ทำให้มีสารอาหารจากธรรมชาติในปริมาณสูงเรียกว่า ไบโอแอคทีฟ คอมโพเนนท์ (Bioactive Components) ประกอบด้วย นิวคลีโอไทด์ ทอรีน โพลีเอมีนส์ และ โกรทแฟคเตอร์ ซึ่งมีส่วนช่วยในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อย 2. โปรตีนจากนมแพะ ทำให้ย่อยง่ายสบายท้อง โปรตีนจากนมแพะ ทำให้ย่อยง่ายสบายท้องเพราะมีสัดส่วนของโปรตีนเบต้าเคซีน ซึ่งย่อยง่ายในปริมาณ 62% ของปริมาณโปรตีนเคซีนทั้งหมด อีกทั้งยังมีโปรตีน CPP (Casien Phosphopeptides) ซึ่งเป็นตัวช่วยให้ร่างกายดูดซึมแร่ธาตุสำคัญต่างๆ ได้แก่ แคลเซียม ธาตุเหล็ก สังกะสี แมกนีเซียม ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลูกจึงสบายท้องเมื่อดื่มนมแพะ 3. นมแพะทำให้เกิดอาการแพ้ได้น้อยกว่า นมแพะมีปริมาณโปรตีนก่อแพ้หรือเบต้าแลคโตกลอบบูลิน น้อยกว่านมวัวถึง 23% เด็กที่ดื่มนมแพะจึงมีโอกาสเกิดภูมิแพ้น้อยกว่าเด็กที่ได้รับนมวัว เบต้าแลคโตกลอบบูลิน คือ โปรตีนขนาดใหญ่ที่ก่อให้เกิดอาการแพ้นมวัว ร่างกายย่อยได้ยาก จึงเหลือตกค้างอยู่ใน ลำไส้กลายเป็นสารก่อภูมิแพ้ที่กระตุ้นให้ร่างกายแสดงอาการแพ้ออกมาในลักษณะต่างๆ 4. นมแพะ ช่วยเรื่องระบบการขับถ่าย และเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน นมแพะมีพรีไบโอติก (Prebiotic) เช่น Inulin และ Oligofructose ซึ่งเป็นใยอาหารที่ร่างกายไม่สามารถย่อย และไม่ถูกดูดซึมในระบบทางเดินอาหาร แต่พรีไบโอติกนี้จะถูกย่อยด้วยจุลินทรีย์แล็กโทบาซิลลัสและไบฟิโดแบคทีเรีย ทำให้จุลินทรีย์สุขภาพเจริญเติบโตเพิ่มจำนวนขึ้น จึงช่วยปรับสมดุลของระบบทางเดินอาหารให้ทำงานได้เป็นปกติ ลดการอักเสบบริเวณลำไส้ และที่สำคัญยังช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้ลูกได้เป็นอย่างดี 5. นมแพะช่วยให้ลูกมีน้ำหนักตัวดี สุขภาพแข็งแรง นมแพะมีไขมันย่อยง่าย MCT Oil ตามธรรมชาติ เป็นไขมันที่มีขนาดเล็กกว่ากรดไขมันในนมวัว ร่างกายลูกน้อยจึงดูดซึมนำไปใช้ได้อย่างรวดเร็ว ทำให้มีน้ำหนักตัวเหมาะสมตามวัย นอกจากนี้ในนมแพะยังมีกรดไขมัน โอเมก้า 3, 6 และ 9 ที่ช่วยเรื่องการพัฒนาสมอง และพัฒนาทางสายตา ถ้าเด็กได้รับประทาน โอเมก้า 3, 6 และ 9 อย่างเพียงพอ ก็จะยิ่งช่วยให้การทำงานของสมองและสายตาดียิ่งขึ้น คุณแม่ยุคใหม่ใส่ใจค้นคว้าหาข้อมูลด้วยตนเอง ยิ่งเรื่องนมเสริมของลูก จะต้องเป็นสิ่งที่ดีที่สุด เพราะสุขภาพลูกดี พัฒนาการก็จะดี และเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่ค่ะ
โภชนาการดี, สุขภาพลูก, นมแพะ ดีจี, ใยอาหาร, นมแพะ DG
นมแม่ สร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกได้ตั้งแต่แรกเกิด
img-over-post

นมแม่ สร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกได้ตั้งแต่แรกเกิด

นมแม่ สร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกได้ตั้งแต่แรกเกิด นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เปรียบเหมือนวัคซีนแรกของลูก ที่จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน ทำให้ลูกแข็งแรง และองค์การอนามัยโลกยังแนะนำให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว อย่างน้อย 6 เดือน นมแม่ สร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกได้อย่างไร ลูกน้อยควรได้ดื่มนมแม่ตั้งแต่ 1 ชั่วโมงแรกเกิด และดื่มนมแม่ไปอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 6 เดือน เพราะนมแม่จะสร้างแอนติบอดี (Antibody) มาต่อต้านอาการเจ็บป่วยทั่วไปให้ลูกน้อยได้ อย่างเช่น ไข้หวัด การติดเชื้อจากแบคทีเรีย ไปจนถึงการป้องกันการติดเชื้อไวรัสบางชนิด เช่น โรคติดเชื้อทางเดินหายใจ (RSV) โรคงูสวัด ภูมิคุ้มกันเหล่านี้มาจากการที่แม่เคยเป็นโรคเหล่านี้มาก่อน และมีภูมิคุ้มกันโรคแล้ว แอนติบอดีก็จะส่งผ่านไปยังลูกน้อยผ่านทางน้ำนมแม่ ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถช่วยป้องกันโรคที่จะเกิดกับลูกได้ 100% แต่ก็ช่วยลดโอกาสการเกิดโรคเหล่านี้กับลูกได้นะคะ นอกจากนี้นมแม่ยังช่วยลดการเกิดโรคภูมิแพ้ในเด็กได้ รวมไปถึงโรคร้ายแรงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เช่น โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคไหลตายในเด็กทารก (SIDS) เป็นต้น ระบบการสร้างน้ำนมแม่ เป็นอย่างไร นมแม่มีระบบการสร้างน้ำนมแบบอะโพไครน์ (Apocrine Secretion) ซึ่งเป็นระบบการสร้างน้ำนมที่จะทำให้มีเยื่อหุ้มเซลล์น้ำนมหลุดออกมากับนมในปริมาณสูง เรียกกันว่า “ไบโอแอคทีฟ คอมโพเนนท์ (Bioactive Components)” ซึ่งเป็นสารอาหารธรรมชาติที่ดีกับร่างกายและสมองของลูกน้อย ได้แก่ นิวคลีโอไทด์ ทอรีน โพลีเอมีนส์ และโกรทแฟคเตอร์ ซึ่งมีส่วนช่วยในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อยด้วย Bioactive Components สารอาหารธรรมชาติ มีในนมชนิดอื่นอีกไหม Bioactive Components (ไบโอแอคทีฟ คอมโพเนนท์) มีเฉพาะในนมที่มีการการสร้างน้ำนมแบบอะโพไครน์ (Apocrine) เท่านั้น ซึ่งนอกจากนมแม่แล้วก็มีในนมแพะ เนื่องจากแพะนั้นมีระบบการสร้างน้ำนมแบบอะโพไครน์แบบเดียวกับคน จึงทำให้มี Bioactive Components (ไบโอแอคทีฟ คอมโพเนนท์) ในปริมาณที่สูงเช่นเดียวกัน นมแม่ถือเป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อย เพราะในน้ำนมแม่นั้นมีสารอาหารครบถ้วนที่ช่วยให้ลูกน้อยมีภูมิคุ้มกันร่างกาย ปกป้องลูกน้อยจากโรคทางเดินอาหาร โรคภูมิแพ้ และช่วยให้ลูกน้อย เติบโต แข็งแรง พัฒนาการดีสมวัย ประโยชน์นมแม่มีเยอะแบบนี้ คุณแม่ควรให้ลูกดื่มนมแม่อย่างน้อย 6 เดือยหรือให้นานที่สุดนะคะ
อะโพไครน์, สารอาหาร, นมแพะ ดีจี, นมแม่, นมแพะ DG
ส่องแค่สารอาหารยังไม่พอ แม่ต้องส่องไปให้ถึงกระบวนการของนมที่ลูกดื่ม
img-over-post

ส่องแค่สารอาหารยังไม่พอ แม่ต้องส่องไปให้ถึงกระบวนการของนมที่ลูกดื่ม

ส่องแค่สารอาหารยังไม่พอ แม่ต้องส่องไปให้ถึงกระบวนการของนมที่ลูกดื่ม คุณแม่เคยสงสัยไหมคะ ว่านมที่เราให้ลูกดื่มหรือกำลังจะเลือกให้ลูกดื่ม มีระบบการสร้างน้ำนมแบบไหน มีสารอาหารอะไรบ้างที่ดีต่อพัฒนาการและสมองของลูก เช่น นมแม่ นมแพะ นมวัว มีความแตกต่างกันอย่างไร เพื่อให้คุณแม่ได้ทราบข้อมูล เราจะพามาไขข้อสงสัยกันค่ะ ระบบการสร้างนมแม่ นมแม่มีระบบการสร้างน้ำนมแบบอะโพไครน์ (Apocrine Secretion) ซึ่งเป็นระบบการสร้างน้ำนมที่จะทำให้มีเยื่อหุ้มเซลล์น้ำนมหลุดออกมากับนมในปริมาณสูง เรียกกันว่า “ไบโอแอคทีฟ คอมโพเนนท์ (Bioactive Components)” ซึ่งเป็นสารอาหารธรรมชาติที่ดีกับร่างกายและสมองของลูกน้อยสารอาหาร ได้แก่ นิวคลีโอไทด์ ทอรีน โพลีเอมีนส์ และโกรทแฟคเตอร์ นมแม่ถือเป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อย เพราะในน้ำนมแม่นั้นมีสารอาหารครบถ้วนที่ช่วยให้ลูกน้อยมีภูมิคุ้มกันร่างกายปกป้องลูกน้อยจากโรคทางเดินอาหาร โรคภูมิแพ้ และช่วยให้ลูกน้อย เติบโต แข็งแรง พัฒนาการดีสมวัย ประโยชน์นมแม่มีเยอะแบบนี้ คุณแม่ควรให้ลูกดื่มนมแม่ให้นานที่สุดนะคะ ระบบการสร้างนมแพะ นมแพะ มีระบบการสร้างน้ำนมแบบอะโพไครน์เช่นเดียวกับนมแม่ ทำให้น้ำนมแพะมีสารอาหารจากธรรมชาติที่เรียกกันว่า “ไบโอแอคทีฟ คอมโพเนนท์ (Bioactive Components)” ซึ่งเป็นเยื่อหุ้มเซลล์น้ำนมที่หลุดออกมากับน้ำนมมีสารอาหารสำคัญ 4 ชนิดด้วยกัน คือ นิวคลีโอไทด์ ทอรีน โพลีเอมีนส์ และโกรทแฟคเตอร์ ด้วยระบบการสร้างนมแบบเดียวกับคน นมแพะจึงมีสารอาหารธรรมชาติสำคัญที่ดีกับร่างกายและพัฒนาการของลูก ระบบการสร้างนมวัว ระบบการสร้างน้ำนมของวัวเป็นแบบเมโรไคน์ (Merocrine Secretion) ซึ่งจะปล่อยน้ำนมออกจากเซลล์โดยที่เยื่อหุ้มเซลล์ไม่หลุดออกมาด้วย ทำให้ไม่ได้รับสารอาหารจากธรรมชาติเช่นเดียวกับนมที่มีระบบการสร้างน้ำนมแบบอะโพไครน์ คุณแม่รู้ระบบการสร้างน้ำนมของนมแม่ นมแพะ และนมวัว แล้วนะคะ หากคุณแม่จะเลือกนมให้ลูกดื่มคุณแม่ควรเลือกนมที่มีสารอาหารสำคัญที่ดีกับร่างกายและพัฒนาการของลูกค่ะ
อะโพไครน์, นมแพะ ดีจี, ภูมิคุ้มกัน, นมแม่, นมแพะ DG
นมแม่แต่ละหยดได้มาอย่างไร พร้อมเคล็ดลับให้น้ำนมมาเยอะ‎
img-over-post

นมแม่แต่ละหยดได้มาอย่างไร พร้อมเคล็ดลับให้น้ำนมมาเยอะ‎

นมแม่แต่ละหยดได้มาอย่างไร พร้อมเคล็ดลับให้น้ำนมมาเยอะ‎ นมแม่มีระบบสร้างน้ำนมแบบไหน หากน้ำนมมาน้อย จะต้องทำอย่างไรให้น้ำนมมาอย่างได้ผล? เป็นคำถามที่คุณแม่สงสัยกันเยอะมาก เราเลยมีคำตอบมาบอกคุณแม่กันค่ะ นมแม่ มีระบบการสร้างน้ำนมแบบ "อะโพไครน์" ซึ่งเป็นระบบการสร้างน้ำนมที่พิเศษ โดยจะมีเยื่อหุ้มเซลล์น้ำนมที่หลุดออกมาผสมอยู่ในน้ำนม ทำให้น้ำนมมีสารอาหารธรรมชาติที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง ที่เรียกว่า ไบโอแอคทีฟ คอมโพเนนท์ (Bioactive Components) ที่ประกอบไปด้วย นิวคลีโอไทด์ ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ,ทอรีน ช่วยบำรุงสายตา และจอประสาทตา ,โพลีเอมีนส์ ส่งเสริมการทำงานของระบบทางเดินอาหาร และโกรทแฟคเตอร์ ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโต จากการศึกษาพบว่า ระบบสร้างน้ำนมแบบ "อะโพไครน์" เป็นรูปแบบเดียวกับระบบสร้างน้ำนมของแพะด้วยค่ะ (Wooding and Peaker LINZELL 1970) รู้ประโยชน์ของนมแม่แบบนี้แล้วคุณแม่อย่าท้อนะคะ เรามีเคล็ดลับเพิ่มน้ำนมมาแนะนำคุณแม่ดังนี้เลยค่ะ เคล็ดลับดีๆ ให้แม่มีน้ำนมเยอะๆ ควรให้ลูกดูดนมแม่ให้เร็วที่สุดหลังคลอด เพราะเป็นการกระตุ้นน้ำนมได้ดีที่สุด และจะช่วยให้มีการผลิตน้ำนมได้อย่างต่อเนื่อง พยายามให้ลูกเข้าเต้าก่อนเสมอ ไม่ว่าลูกจะงอแงอยากกินขวดเพราะรวดเร็วกว่า คุณแม่ต้องพยายามเอาเข้าเต้าก่อนให้นานที่สุดและปั๊มนมตามหลังการดูดของลูกทุกครั้ง อย่าเครียดเรื่องการเลี้ยงลูกมากไป ให้ทำจิตใจให้ผ่อนคลายเข้าไว้ ดื่มน้ำเยอะๆ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ สารอาหารครบถ้วน และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารเพิ่มน้ำนม เช่น หัวปลี ขิง มะละกอ ฟักทอง กุยช่าย ตำลึง ใบกะเพรา ใบแมงลัก พริกไทย มะรุม จะทำให้เลือดไหลเวียนดี และทำให้มีน้ำนมมากขึ้น ดูแลเต้านม นวดประคบเต้านมด้วยผ้าอุ่นๆ ประมาณ 3 - 5 นาทีก่อนการให้นม จะช่วยให้น้ำนมพุ่งทำให้ปั๊มนมออกง่าย และช่วยลดอาการท่อน้ำนมตันหรือเต้านมเป็นไตได้
อะโพไครน์, อาหารบำรุงครรภ์, นมแพะ ดีจี, นมแม่, นมแพะ DG
แม่ต้องรู้! นมแม่ สร้างได้ตั้งแต่ตั้งครรภ์
img-over-post

แม่ต้องรู้! นมแม่ สร้างได้ตั้งแต่ตั้งครรภ์

แม่ต้องรู้! นมแม่ สร้างได้ตั้งแต่ตั้งครรภ์ นมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก ตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 เดือน แม้ลูกจะถึงวัยเริ่มกินอาหารเสริมอื่นๆ นมแม่ก็ยังดีที่สุดอยู่ดี และคุณแม่รู้ไหมคะ ว่านมแม่นั้นมาจากไหน ถ้าหากอยากเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้นานที่สุด จะต้องวางแผนอย่างไร มาดูกันเลยค่ะ น้ำนมแม่มาจากไหนกันนะ? น้ำนมแม่มีระบบการสร้างน้ำนมแบบอะโพไครน์ (Apocrine Secretion) เช่นเดียวกับน้ำนมแพะ ซึ่งระบบการสร้างนี้ จะทำให้มีเยื่อหุ้มเซลล์น้ำนมหลุดออกมากับนมในปริมาณสูง มีสารอาหารธรรมชาติที่ดีกับร่างกายและสมองของลูกน้อย เช่น โปรตีน ไขมันขนาดเล็กที่ย่อยง่าย วิตามิน เกลือแร่ เป็นต้น น้ำนมแม่เริ่มสร้างตอนตั้งครรภ์ประมาณ 3-4 เดือน ร่างกายคุณแม่จะเริ่มผลิต Colostrum หรือหัวน้ำนมขึ้นมา และจากการกระตุ้นของฮอร์โมน Estrogen, Progesterone, Prolactin, HPL และฮอร์โมนอื่นๆ จะทำให้ในเต้านมของคุณแม่มีท่อนมและแตกแขนงตรงปลาย กลายเป็นต่อมน้ำนมรวมกัน ทำให้ช่วงก่อนคลอดเต้านมของคุณแม่จะมีน้ำนมไหลออกมาเล็กน้อยค่ะ หลังคลอด 2-3 วัน ฮอร์โมน Prolactin จะกระตุ้นให้มีการสร้างน้ำนมเพิ่มมากขึ้น เลือดก็จะไหลเวียนไปที่เต้านมมากกว่าปกติ ทำให้คุณแม่ก็มีอาการเจ็บคัดเต้านมจนต้องระบายน้ำนมออก ทั้งนี้การที่น้ำนมจะสร้างได้ต่อเนื่องก็ขึ้นอยู่กับการกิน การดูแลตัวเอง การดูดของลูกน้อย การบีบด้วยมือ และการปั๊มเครื่องด้วยนะคะ ไม่ใช่แค่ที่ฮอร์โมนแล้ว หากคุณแม่อยากเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้ได้นานๆ เราก็มีเคล็ดลับดูแลตัวเองตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์มาฝากค่ะ เคล็ดลับง่ายๆ ทำอย่างไรให้มีน้ำนมตั้งแต่ตอนท้อง คุณแม่สามารถปรึกษาสูตินรีแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญได้เลย ว่าเราตั้งใจจะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ สอบถามเรื่องการอบรมหาความรู้การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ การจัดการกับอารมณ์ ว่าคุณแม่สามารถเข้าร่วมได้หรือไม่ ในตอนท้องและหลังคลอด จะได้รู้ว่าคุณแม่ควรเตรียมพร้อมอย่างไรบ้าง คุณแม่ต้องดูแลเต้านมตั้งแต่ตอนท้อง ด้วยการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเรื่องวิธีดูแลเต้านม การเปลี่ยนแปลงของเต้านมที่จะเกิดขึ้นข้อสงสัยด้านสุขภาพที่อาจมีผลกับการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ รับประทานอาหารเพิ่มน้ำนมบำรุงร่างกาย ตั้งแต่ตอนท้องได้เลย เช่น น้ำขิง หัวปลีกุยช่าย เมล็ดขนุนต้ม ผักโขมหนามฟักทอง มะรุม มะละกอ และพักผ่อนให้เพียงพอ ทำจิตใจให้สบาย และไม่เครียด ให้ซื้อเครื่องปั๊มนมไว้เลย และลองปั๊มกระตุ้นน้ำนมได้ เพื่อเตือนตัวเองว่าเราตั้งใจจะเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และสต๊อกนมแม่ไว้ป้อนลูกเมื่อกลับไปทำงาน และควรหาความรู้เรื่องการทำความสะอาดเครื่องปั๊มนมไว้ด้วย จากคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก แนะนำว่า คุณแม่ควรให้ลูกดูดนมแม่เร็วที่สุดหลังคลอด ภายหนึ่งชั่วโมงแรกหลังคลอดเลยยิ่งดี เพราะลูกจะได้รับประโยชน์จากโปรตีนที่ย่อยง่าย วิตามิน แร่ธาตุ ภูมิคุ้มกัน และเป็นการกระตุ้นน้ำนมแม่ได้ดีอีกด้วย คุณแม่รู้กระบวนการสร้างน้ำนมแม่แล้วนะคะ การดูแลตัวเองให้มีน้ำนมเยอะๆ ก็ทำได้ไม่ยากเลย เพียงแค่วางแผนตั้งแต่ตอนท้อง และดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่อง น้ำนมก็มีเพียงพอเลี้ยงลูกไปจนโตแล้วค่ะ
อะโพไครน์, อาหารบำรุงครรภ์, นมแพะ ดีจี, นมแม่, นมแพะ DG
สอนลูกให้ไหว้เป็นนิสัย ใครเห็นก็เอ็นดู
img-over-post

สอนลูกให้ไหว้เป็นนิสัย ใครเห็นก็เอ็นดู

สอนลูกให้ไหว้เป็นนิสัย ใครเห็นก็เอ็นดู การปลูกฝังให้ลูกรู้จักการไหว้ผู้หลัก ผู้ใหญ่ เป็นมารยาทพื้นฐานที่ควรสอนลูกนะคะ เด็กที่มีมารยาท เจอผู้ใหญ่ก็ยกมือไหว้ ดูน่ารัก ใครเห็นก็เอ็นดู มาสอนลูกถึงหลักการไหว้ที่ถูกต้องกันค่ะ การไหว้ระดับที่ 1 ใช้สำหรับไหว้พระรัตนตรัย คือ การไหว้พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ รวมทั้งปูชนียวัตถุ ปูชนียสถาน ที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ในกรณีที่ไม่สามารถกราบแบบเบญจางคประดิษฐ์ได้ โดยประนมมือ แล้วยกขึ้นพร้อมกับค้อมศีรษะลงให้หัวแม่มือจรดระหว่างคิ้ว ปลายนิ้วชี้แตะส่วนบนของหน้าผาก การไหว้ระดับที่ 2 ใช้สำหรับไหว้คุณพ่อคุณแม่ ปู่ ย่า ตา ยาย ครูบาอาจารย์ และผู้ที่เคารพนับถือ โดยประนมมือแล้วยกขึ้นพร้อมกับค้อมศีรษะลงให้หัวแม่มือจรดปลายจมูก ปลายนิ้วชี้แตะระหว่างคิ้ว การไหว้ระดับที่ 3ใช้สำหรับไหว้บุคคลทั่วไป รวมทั้งใช้แสดงความเคารพต่อผู้ที่เป็นเพื่อนกันก็ได้ โดยประนมมือแล้วยกขึ้นพร้อมกับค้อมศีรษะลงให้หัวแม่มือจรดปลายคาง ปลายนิ้วชี้แตะปลายจมูก ส่วน การถอนสายบัว จะทำเฉพาะเด็กผู้หญิงโดยถอยเท้าข้างที่ถนัดไปด้านหลังเล็กน้อย พร้อมกับย่อตัวแล้วยกมือขึ้นไหว้ โดยให้ตำแหน่งของนิ้วหัวแม่มือตามระดับของบุคคลที่จะแสดงความเคารพจากนั้นลดมือลงพร้อมกับชักเท้าที่ถอยไปกลับมาอยู่ในท่ายืนตรง ทุกครั้งที่ฝึกคุณแม่ต้องใจเย็น ค่อยๆแนะนำแก้ไขเพื่อให้ลูกรู้จักการเรียนรู้และจดจำ เมื่อลูกปฏิบัติจนชินก็จะกลายเป็นนิสัยที่ใครเห็นก็เอ็นดูค่ะ
พัฒนาการรอบด้าน , การเรียนรู้, นมแพะ ดีจี, นมแม่, นมแพะ DG
ลูกพูดจาหยาบคาย คนเป็นแม่ต้องแก้ยังไง?
img-over-post

ลูกพูดจาหยาบคาย คนเป็นแม่ต้องแก้ยังไง?

ลูกพูดจาหยาบคาย คนเป็นแม่ต้องแก้ยังไง? ลูกบ้านไหนพูดจาหยาบคายฟังทางนี้ เพราะเรามี 3 วิธีจัดการลูกพูดคำหยาบได้อย่างอยู่หมัด ช่วยคลายกังวลลูกติดพูดคำหยาบไปจนโตมาฝากค่ะ ลูกพูดหยาบ เพราะเลียนแบบเพื่อน วิธีรับมือ พอลูกเริ่มเข้าโรงเรียน อาจจะได้ยินคำเหล่านี้จากเพื่อน ต้องอธิบายทันทีที่ได้ยินให้ลูกเข้าใจว่าคำพวกนี้เป็นคำพูดที่ไม่เพราะ ลูกไม่ควรพูดคำเหล่านั้น นอกจากจะไม่สุภาพแล้วยังทำให้คนฟังรู้สึกไม่ดีอีกด้วย ลูกพูดหยาบ เพราะเลียนแบบสื่อต่างๆ วิธีรับมือ เมื่อต้นเหตุคือสื่อต่างๆ คุณแม่ควรกำหนดตารางการดูทีวีและสื่อต่างๆ ของลูก และควรมีผู้ใหญ่คอยอธิบายสิ่งที่ลูกเห็นและได้ยินจากทีวี ไม่ปล่อยให้ลูกอยู่กับทีวีหรือสื่อต่างๆเพียงลำพัง ลูกพูดหยาบ เพราะเลียนแบบคนในบ้าน วิธีรับมือ ปรับเปลี่ยนพฤกรรมของคนในบ้าน ลด ละ เลิก การพูดคำหยาบ เพราะเด็กก็เหมือนผ้าขาวที่คอยซึมซับสิ่งต่างๆรอบตัว หากได้ยินคนในครอบครัวพูด ลูกก็จะเลียนแบบ Tip กฏเหล็กพิชิตลูกพูดไม่เพราะ ลองสร้างกฎ “ใครพูดคำหยาบก่อนแพ้” ขึ้นมาเพื่อให้ลูกรู้ว่าหากเขาพูดคำหยาบออกมาเมื่อไหร่จะมีการลงโทษเกิดขึ้น เช่น เมื่อลูกพูดคำหยาบลูกจะอดออกไปเล่นกับเพื่อน 1 วัน หรืองดเล่นมือถือ 2 ชม. เป็นต้น สิ่งสำคัญแม่ต้องรู้ก่อนว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้ลูกแม่ติดพูดหยาบ จะได้แก้ไขตรงจุด และที่สำคัญ หากได้ยินลูกพูดจาไม่เพราะต้องตักเตือนและแก้ไขทันทีที่ได้ยินนะคะ
พฤติกรรมเลียนแบบ , วัยเลียนแบบ, นมแพะ ดีจี, นมแม่, นมแพะ DG
3 พฤติกรรมชวนปวดหัวที่ใครๆ ก็ไม่อยากให้ลูกเป็น
img-over-post

3 พฤติกรรมชวนปวดหัวที่ใครๆ ก็ไม่อยากให้ลูกเป็น

3 พฤติกรรมชวนปวดหัวที่ใครๆ ก็ไม่อยากให้ลูกเป็น ลูกยิ่งโตยิ่งแสดงลักษณะนิสัยและพฤติกรรมต่างๆ ที่เป็นตัวของตัวเองชัดเจนขึ้น ซึ่งบางพฤติกรรมอาจทำให้คุณแม่กุมขมับ พฤติกรรมไหนบ้างที่คุณแม่ต้องรีบจัดการ เพราะหากปล่อยไว้นานอาจติดเป็นนิสัย จนลูกโตแล้วจะแก้ไขยากนะคะ 1. ลูกชอบใช้กำลัง ชอบแกล้งเพื่อน สาเหตุ และผลที่ตามมา ลูกเห็นพฤติกรรมการใช้กำลังจากคนในครอบครัว หรือคนใกล้ตัวที่ทำเป็นประจำ ทำให้เด็กๆเข้าใจว่า สามารถทำร้ายคนอื่นและใช้กำลังแก้ปัญหาได้เหมือนกัน วิธีแก้ไข การไม่ใช้ความรุนแรงในครอบครัวเป็นยาดีที่สุด และควรรับฟังปัญหาของลูกว่าลูกแกล้งเพื่อนเพราะอะไร และควรทำอย่างไรให้ดีกว่าการเข้าไปแกล้งหรือใช้กำลังกับเพื่อน 2. ลูกขี้แยร้องไห้เอาแต่ใจ สาเหตุ และผลที่ตามมา คุณพ่อคุณแม่ที่ชอบตามใจลูกทุกอย่างยิ่งลูกร้องไห้ก็ยิ่งโอ๋ ทำให้ลูกรู้ว่า ทุกครั้งที่ร้องไห้ ลูกจะได้สิ่งที่ต้องการเสมอ ทำให้ลูกติดนิสัยเอาแต่ใจ ร้องไห้ โวยวาย วิธีแก้ไข หากลูกร้องไห้ควรหาเหตุผล แสดงความเข้าใจ สอนสิ่งที่ควรทำและให้กำลังใจ ไม่ตามใจหรือทำทุกสิ่งทุกอย่างให้ทุกครั้ง 3. ลูกชอบโกหกไม่พูดความจริง สาเหตุ และผลที่ตามมา ลูกโกหกอาจมาจากหลายสาเหตุ เช่น กลัวความผิด หลีกเลี่ยงสิ่งที่ไม่อยากทำ โกหกเพื่อปกป้องผู้อื่น หรือกลัวโดนลงโทษ ทำให้ลูกไม่ยอมรับความจริง จากการโกหกเรื่องเล็กๆ ก็จะเคยชินจนโกหกได้ทุกๆเรื่อง วิธีแก้ไข คุณพ่อคุณแม่ต้องสร้างความไว้วางใจและรู้จักรับฟังปัญหาของลูก เมื่อปัญหาเกิดขึ้นลูกจะรู้สึกมีที่พึ่งและจะไม่โกหก เป็นไงบ้างคะคุณแม่ 3 พฤติกรรมที่นำมาฝาก ทำให้คุณแม่ปวดหัวไม่ใช่น้อยใช่ไหมคะ หากพบว่าลูกมีพฤติกรรมข้างต้นต้องรีบแก้ไขนะคะ เพื่อให้เขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพและเป็นที่รักของทุกคนค่ะ
พฤติกรรมตามวัย, ลูกเอาแต่ใจ, นมแพะ ดีจี, นมแม่, นมแพะ DG
ดูแลหน้าอกและเต้านมแม่ท้อง เตรียมตัวก่อนคลอดลูกและให้นม
img-over-post

ดูแลหน้าอกและเต้านมแม่ท้อง เตรียมตัวก่อนคลอดลูกและให้นม

ดูแลหน้าอกและเต้านมแม่ท้อง เตรียมตัวก่อนคลอดลูกและให้นม เรื่องหน้าอก เต้านม เป็นเรื่องสำคัญของผู้หญิงนะคะ ยิ่งเมื่อเรากำลังจะเป็นแม่ ยิ่งต้องดูแลเป็นพิเศษมากกว่าความสวยงามค่ะ แต่ต้องดูแลไปถึงกระบวนการกระตุ้นการผลิตน้ำนมเพื่อเตรียมความพร้อมให้นมลูกหลังคลอดด้วย เพื่อให้คุณแม่ทุกคนได้ดูแลเต้านมให้สวย และพร้อมดูแลลูก เรามีคำแนะนำมาฝากค่ะ เปลี่ยนมาใส่เสื้อชั้นในที่พอดีกับขนาดของหน้าอก ช่วงตั้งครรภ์ หน้าอกของคุณแม่จะขยายใหญ่ขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องปกติ เพราะร่างกายกำลังเตรียมความพร้อมเพื่อให้เต้านมเริ่มกระบวนการสร้างน้ำนมดูแลลูกนั่นเองค่ะ ดังนั้นเสื้อชั้นในที่เคยใส่ได้ต้องเก็บไว้ก่อนนะคะ แต่เปลี่ยนใส่เสื้อชั้นในที่ขนาดใหญ่ขึ้นตามทรงของเต้านมและรอบตัว และควรเลือกเสื้อชั้นในที่สามารถรับน้ำหนักเต้านม และพยุงหลังได้ดีค่ะ ซึ่งนอกจากจะช่วยรองรับเต้านมได้ดี เต้าคงรูปแล้ว ยังช่วยลดอาการปวดหลังได้ด้วยค่ะ เลี่ยงการบีบ เค้นเต้านม คุณแม่หลายคนเชื่อว่าการนวดเต้านมแรงๆ จะกระตุ้นการสร้างน้ำนมก่อนคลอดได้ วิธีดังกล่าวผิดนะคะ การนวดแรงๆ จะทำให้คุณแม่ยิ่งปวดคัดเต้า เต้าช้ำ เต้าเสียทรง และอาจไม่ทำให้มีน้ำนมมากอย่างที่คิดค่ะ ประคบอุ่นลดอาการปวดตึงเต้าช่วงก่อนคลอด หากคุณแม่เริ่มรู้สึกตึงคัดเต้าช่วงไตรมาส 3 ก่อนคลอด ลองใช้ผ้าขนหนูนุ่มๆ ชุบน้ำอุ่นบิดหมาดประคอบ เพื่อคลายอาการปวดค่ะ ใช้ครีมหรือโลชั่นสูตรอ่อนโยนดูแลผิวเต้านม คุณแม่อาจเลือกครีมหรือโลชั่นประเภทออร์แกนิกทาผิวเต้านมเพื่อทำให้ผิวชุ่มชื่น สบายตัวค่ะ แต่ควรเลี่ยงการทาครีม โลชั่น หรือการใช้สบู่ล้างที่หัวนมบ่อยๆ เพราะผิวบริเวณหัวนมจะบอบบางมากเป็นพิเศษ อาจทำให้ระคายเคือง แห้ง และแตกได้ค่ะ เคล็ดลับการเลือกเสื้อชั้นในแม่ตั้งครรภ์ การวัดขนาดหน้าอกช่วงตั้งครรภ์ จะวัดรอบซี่โครงส่วนที่อยู่ใต้เต้านมเป็นหลักค่ะ เมื่อได้ผลลัพธ์ก็จะบวกเพิ่มเข้าไปอีก 5 แต่ถ้าได้เลขคู่ให้บวกเพิ่มไปอีก 4 เพียงเท่านี้…คุณแม่ก็จะได้ขนาดเสื้อชั้นในที่มีขนาดพอดีกับหน้าอกของตัวเองค่ะ
อาการตอนตั้งครรภ์, แก้อาการแพ้ท้อง, นมแพะ ดีจี, นมแม่, นมแพะ DG
ตกขาวขณะตั้งครรภ์ต้องดูแลอย่างไร ไม่ให้กวนใจคุณแม่ตั้งครรภ์
img-over-post

ตกขาวขณะตั้งครรภ์ต้องดูแลอย่างไร ไม่ให้กวนใจคุณแม่ตั้งครรภ์

ตกขาวขณะตั้งครรภ์ต้องดูแลอย่างไร ไม่ให้กวนใจคุณแม่ตั้งครรภ์ คุณแม่ตั้งครรภ์บางคนมีตกขาวเกิดขึ้น จนสงสัยว่าตอนท้องมีตกขาวได้อย่างไร หรือตกขาวที่เกิดขึ้นจะมีอันตรายกับลูกในท้องหรือไม่ เรามาดูกันค่ะว่า ตกขาวระหว่างตั้งครรภ์เกิดขึ้นได้อย่างไร และเมื่อเกิดขึ้นแล้วคุณแม่ควรดูแลอย่างไรเพื่อแก้ปัญหา ขณะตั้งครรภ์มีตกขาวได้หรือ ตกขาวระหว่างตั้งครรภ์เป็นเรื่องปกติ เนื่องจากช่วงเวลาตั้งครรภ์ร่างกายคุณแม่จะผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen Hormone) ออกมามาก ทำให้บริเวณช่องคลอดและปากมดลูกนั้น มีการสร้างสารคัดหลั่งหล่อเลี้ยงและหล่อลื่นช่องคลอดอยู่ตลอดเวลา เรียกว่า “ตกขาว” นั่นเองค่ะ จะรู้ได้อย่างไรว่าตกขาวผิดปกติ ลักษณะของตกขาวปกติทั่วไปจะเป็นมูกใสหรือขาวขุ่นคล้ายแป้งเปียก ปริมาณไม่มากนัก อาจมีทุกวัน วันละเล็กน้อย ไม่มีกลิ่น เรื่องของลักษณะและปริมาณของตกขาวนั้นขึ้นกับอิทธิพลของฮอร์โมนในร่างกายด้วย หากตกขาวมีมากกว่าปกติ สีเปลี่ยน หรือมีกลิ่นเหม็น นั่นคือความผิดปกติแล้วค่ะ ในบางคนอาจมีตกขาวที่ทำให้คัน แสบผิว หรือมีอาการปัสสาวะขัดร่วมด้วย หากคุณแม่มีอาการแบบนี้ต้องรีบไปพบคุณหมอ เพราะอาจมีการติดเชื้อในช่องคลอดค่ะ เชื้ออะไร ที่ทำให้มีอาการตกขาว เชื้อที่พบได้บ่อยคือ เชื้อราที่มักทำให้เกิดอาการอักเสบบริเวณช่องคลอด เชื้อพยาธิในช่องคลอด และเชื้อแบคทีเรีย โดยเฉพาะการอักเสบของช่องคลอดจากเชื้อรานั้น พบได้บ่อยมาก เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของช่องคลอดระหว่างตั้งครรภ์นั่นเองที่ทำให้สภาพต่าง ๆ เหมาะกับการเจริญเติบโตของเชื้อรามาก ทำให้ติดเชื้อได้ง่ายขึ้น 6 วิธีดูแลจุดซ้อนเร้นของแม่ท้อง หลีกเลี่ยงการใช้แผ่นอนามัย เพราะเป็นตัวการก่อเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้การตกขาว หลีกเลี่ยงการใช้สบู่ทำความสะอาดน้อง แค่ใช้น้ำเปล่าก็เพียงพอแล้ว ซักกางเกงในให้สะอาด และควรตากแดดให้แห้ง ก่อนและหลังมีเพศสัมพันธ์ หรือเข้าห้องน้ำควรรีบทำความสะอาด อย่าให้อับชื้นเป็นเวลานานๆ งดอาหารหมักดอง หัวใจสำคัญควรทานดื่มน้ำมากๆ หรือนมเปรี้ยวเยอะๆ ค่ะ รักษาการตกขาวระหว่างตั้งครรภ์ โดยทั่วไปแพทย์มักจะให้ยาสอดช่องคลอด เพราะมีผลเฉพาะบริเวณที่เกิดมากที่สุด แต่อาการอาจกลับมาเป็นใหม่ได้อีก ไม่ใช่คุณหมอรักษาไม่ดี แต่เพราะการตั้งครรภ์ใช้เวลานานถึง 9 เดือน ทำให้มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ ก่อนใช้คุณแม่ควรอยู่ในความดูแลของแพทย์และเภสัชกรค่ะ เอกสารอ้างอิง 1.http://www.si.mahidol.ac.th/th/department/obstretrics_gynecology/dept_article_detail.asp?a_id=688 2.http://pregnancy.answers.com/complications/leukorrhea-in-pregnancy-causes-and-signs
พัฒนาการทารกในครรภ์, อาการตอนตั้งครรภ์, นมแพะ ดีจี, นมแม่, นมแพะ DG
3 เคล็ดลับฝึกลมหายใจใกล้คลอด
img-over-post

3 เคล็ดลับฝึกลมหายใจใกล้คลอด

3 เคล็ดลับฝึกลมหายใจใกล้คลอด นับถอยหลังอีกไม่กี่วัน คุณแม่จะได้เจอหน้าเจ้าตัวเล็กแล้วละค่ะ เรามาเตรียมความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจกันดีกว่ากับเคล็ดลับการฝึกลมหายใจให้ถูกจังหวะ ที่จะช่วยให้คุณแม่ข้ามผ่านความกังวลและคลอดเจ้าตัวน้อยอย่างปลอดภัย 3 เคล็ดลับฝึกลมหายใจให้ถูกวิธี วิธีที่1 : เหมาะกับคุณแม่ที่เริ่มเจ็บครรภ์ แต่ยังสามารถควบคุมตนเองได้ ให้คุณแม่นอนหงายหรือนั่งพิงเบาะ จากนั้นวางแขนข้างลำตัว หายใจเข้าให้ท้องป่อง แล้วผ่อนลมหายใจออกช้าๆ ปล่อยไหล่และกล้ามเนื้อต้นคอให้ผ่อนคลายในทุกจังหวะของการหายใจเข้าออก ทำแบบนี้เป็นประจำ วันละประมาณ 5 นาทีเป็นอย่างน้อย วิธีที่2 : ให้คุณแม่นั่งหรือนอนท่าสบาย วางมือทั้งสองบริเวณท้อง แล้วลูบหน้าท้องเบาๆ พร้อมกับการหายใจเข้าทางจมูกและผ่อนลมหายใจออกทางปากช้าๆ ทำซ้ำหลายๆ ครั้ง จะช่วยบรรเทาอาการปวดได้ดีขึ้น ควรฝึกวันละประมาณ 5 นาทีเป็นอย่างน้อย วิธีที่3 : ช่วยบรรเทาความเจ็บปวดขั้นรุนแรงได้ ให้คุณแม่หายใจเข้าแบบสั้นๆ เพียงบริเวณลำคอแล้วเป่าลมหายใจออกทางปากช้าๆ โดยเป่าลมใส่ปลายนิ้วมือ ห่างจากปากสักหนึ่งฝ่ามือ และให้รู้สึกถึงลมที่เป่าอย่างสม่ำเสมอ เวลาหายใจออก คุณแม่สามารถใช้วิธีหายใจแบบนี้ตั้งแต่เริ่มเจ็บครรภ์ได้นะคะ *การเจ็บคลอดมีลักษณะการเจ็บที่สม่ำเสมอ และจะยิ่งเจ็บถี่ขึ้น เจ็บแรงขึ้น ถ้ามีมูกเลือดออกในช่องคลอดหรือมีน้ำคร่ำไหลออกมาแสดงว่าเป็นอาการเจ็บคลอดให้รีบไปโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด ข้อดีของการฝึกหายใจก่อนคลอด การฝึกลมหายใจ ช่วยให้คุณแม่คลายอาการเจ็บครรภ์ได้ เมื่อคุณแม่เริ่มเจ็บท้อง ต้องยิ่งพยายามควบคุมจังหวะหายใจให้ปกติ เพื่อลดความกังวลและคลายอาการเจ็บครรภ์ การฝึกลมหายใจจะช่วยให้คุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ได้รับออกซิเจนอย่างเต็มที่ เพราะหากคุณแม่หายใจผิดจังหวะ อาจจะทำให้การระบายคาร์บอนไดออกไซด์ไม่ดีพอ ซึ่งจะเกิดผลเสียทั้งกับตัวคุณแม่และลูกน้อย Tips: ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงของคุณแม่และลูกน้อย
อาการตอนตั้งครรภ์, แก้อาการแพ้ท้อง, นมแพะ ดีจี, นมแม่, นมแพะ DG
6 วิธีรับมือ...ลูก “เอาแต่ใจ”
img-over-post

6 วิธีรับมือ...ลูก “เอาแต่ใจ”

6 วิธีรับมือ...ลูก “เอาแต่ใจ” เด็กๆ เป็นวัยที่สนใจสิ่งรอบข้าง และอยากเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ รอบตัว เริ่มมีพฤติกรรมเลียนแบบคนใกล้ตัว และมีนิสัยชอบเอาแต่ใจตนเอง ซึ่งถือเป็นพัฒนาการตามวัย จึงเป็นเรื่องที่พ่อแม่ต้องเข้าใจและส่งเสริมพัฒนาการอย่างเหมาะสม เมื่อโตขึ้นนิสัยเหล่านี้จะค่อยๆ หายไป และเป็นเด็กที่น่ารักของทุกคน “เอาแต่ใจ” พัฒนาการตามวัย แต่ต้องแก้ เมื่อลูกเริ่มเดินได้คล่องแคล่วมากขึ้น เขาจะชอบทดลองการใช้กำลังแขนของตัวเอง จึงชอบทุบ ตีสิ่งต่างๆ ทำเอาคุณแม่ปวดหัว บอกให้หยุดตีก็ไม่หยุด ถ้าเป็นแบบนี้อย่าเพิ่งดุลูกแต่ควรหาของเล่นที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ เช่น ของเล่นประเภททุบ ตอก ปั้นแป้งโดว์ ก่อกองทราย เป็นต้น เพื่อลูกจะได้เรียนรู้การใช้กำลังของกล้ามเนื้อมือด้วย นอกจากนี้ จะมีนิสัยเริ่มแสดงความก้าวร้าวกับผู้อื่น ยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง ชอบใช้อำนาจ ต่อต้านคำสั่งของแม่ ชอบเรียกร้องความสนใจ และแสดงออกด้วยการโวยวาย แกล้ง หรือทำอะไรตลกๆ จึงทำให้มองว่าเป็นเด็กที่ “เอาแต่ใจ” ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ต้องมีวิธีแก้นิสัยแบบนี้อย่างเหมาะสม 6 วิธีรับมือลูก “เอาแต่ใจ” ต้องเข้าใจพัฒนาการตามวัยของลูก ควรสอนและไม่ตามใจลูกมากเกินไป และลูกจะโตขึ้นโดยไม่ติดนิสัยเหล่านี้มา ควบคุมอารมณ์ของตัวเองให้ได้ ถ้าลูกโวยวาย หรือแกล้งยั่วอารมณ์ให้โกรธ ต้องไม่โกรธตอบและค่อยๆ ถามว่าลูกต้องการอะไร พยายามสอนและอธิบายด้วยเหตุผล ถ้าลูกแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวกับผู้อื่น ว่าไม่ควรทำแบบนี้เพราะอะไร ควรปลอบด้วยการกอด เวลาที่ลูกโกรธ เสียใจ เพื่อให้ลูกสงบสติอารมณ์ แล้วค่อยๆ พูดอธิบายให้เข้าใจ ตั้งคำถามกับลูกบ่อยๆ ว่าลูกต้องการอะไร รู้สึกอย่างไร ลูกคิดอย่างไรกับสิ่งที่ตัวเองอยากได้ ทำไมถึงอยากได้สิ่งนั้น ได้มาแล้วทำอะไรได้บ้าง เพื่อฝึกให้ลูกเป็นคนมีเหตุผล พูดคุยกับลูกบ่อยๆ เพราะการที่พูดคุยกัยลูกเสมอ เล่นกับลูก ให้ความรักกับลูก ลูกก็จะไม่ใช้ความก้าวร้าวเป็นตัวต่อรองกับพ่อแม่ เป็นเด็กที่มีเหตุผล เชื่อฟังผู้อื่น และเติบโตมาเป็นที่รักของทุกๆ คน สิ่งที่ลืมไม่ได้ที่จะช่วยส่งเสริมพัฒนาการด้านต่างๆ ได้อย่างดี คือการที่ลูกได้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ อย่างการดื่มนมแพะ ที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน ในน้ำนมแพะอุดมไปด้วยโปรตีนนุ่ม ที่ย่อยและดูดซึมง่าย อีกทั้งยังช่วยในการดูดซึมแร่ธาตุต่างๆ เช่น แคลเซียม เหล็ก สังกะสี และแมกนีเซียม เข้าสู่ร่างกายได้อย่างมีประสิทฺภาพ และช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน นอกจากนี้นมแพะยังมีไขมันห่วงโซ่ขนาดกลาง (MCT Oil ที่ย่อยง่าย ช่วยให้ลูกรัก มีสุขภาพกายและใจที่ดี อารมณ์ดี ร่าเริง และพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งต่างๆ อย่างเต็มศักยภาพ Ref: 1. Park et al. Small Ruminant Research 2007; 68: 88-113 2. Tsuchita et al. British Journal of Nutrition 2001; 85, 5-10
วิธีเลี้ยงลูก, เอาแต่ใจตนเอง, นมแพะ ดีจี, พัฒนาการเด็ก, นมแพะ DG