curl-top
curb_bottom

เคล็ดลับคุณแม่
รวมทุกเคล็ดลับที่คุณแม่อยากรู้
เกี่ยวกับลูกน้อย

icon-secrets

บทความอัพเดทล่าสุด

รับมือปัญหาท้องผูกขณะตั้งครรภ์ ด้วยเทคนิคที่ทำได้จริง
img-over-post

รับมือปัญหาท้องผูกขณะตั้งครรภ์ ด้วยเทคนิคที่ทำได้จริง

รับมือปัญหาท้องผูกขณะตั้งครรภ์ ด้วยเทคนิคที่ทำได้จริง คุณแม่ตั้งครรภ์ในช่วงนี้อาจสังเกตตัวเองได้ว่ามีพฤติกรรมการขับถ่ายที่เปลี่ยนไป ขับถ่ายลำบากขึ้น ในคุณแม่บางท่านมีอาการท้องผูกเรื้อรัง ส่งผลให้เกิดโรคริดสีดวงระหว่างตั้งครรภ์ สาเหตุมาจาก ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนขณะตั้งครรภ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และขนาดของมดลูกคุณแม่ในช่วงนี้มีการขยายใหญ่ขึ้นมาก ทำให้ไปกดทับลำไส้ กระทบต่อการทำงานของลำไส้ และระบบขับถ่ายให้ไม่เป็นปกติ รวมไปถึงการไหลเวียนของหลอดเลือดในระหว่างตั้งครรภ์ที่เพิ่มมากขึ้นส่งผลให้หลอดเลือดบริเวณทวารหนักเกิดการขยายตัว ทำให้การขับถ่ายลำบากมากยิ่งขึ้นค่ะ รับมือปัญหาท้องผูกขณะตั้งครรภ์ได้ไม่ยาก เพิ่มมื้ออาหารที่มีกากใย จำเป็นมากๆ ค่ะ รับประทานอาหารที่มีกากใย เพราะขณะตั้งครรภ์วิตามินเสริมที่คุณแม่ได้รับจำพวกธาตุเหล็ก และแคลเซียม อาจส่งผลต่อระบบขับถ่ายได้ แต่ก็จำเป็นต่อคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ ทางออกที่ดีที่สุดดือ การเพิ่มการรับประทานอาหารที่มีกากใย เช่น ผัก ผลไม้ หรือเลือกดื่มนมที่มีส่วนช่วยในเรื่องระบบขับถ่าย หรือนมที่มีใยอาหาร หรือพรีไบโอติก ซึ่งจะมีจุลินทรีย์ชนิดดีต่อลำไส้ ช่วยปรับสมดุลของระบบทางเดินอาหาร ช่วยลดปัญหาท้องผูก ส่งผลให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดี ย่อยง่าย ดูดซึมแร่ธาตุได้ดี สามารถช่วยลดปัญหานี้ได้ค่ะ ออกกำลังกายเบาๆ หรือเล่นโยคะ เพื่อช่วยให้ลำไส้ได้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอในแต่ละวัน ปรับพฤติกรรมการขับถ่ายใหม่ เช่น เข้าห้องน้ำเพิ่มโอกาสการขับถ่ายในช่วงเช้า เพียง 4 ข้อเท่านั้น คุณแม่ท้องก็สามารถพิชิตอาการท้องผูกได้ง่ายๆ หากคุณแม่ทำเป็นประจำ รับรองบอกลาอาการท้องผูกได้อย่างแน่นอนค่ะ
คู่มือแม่ท้อง, ปัญหาแม่ท้อง, แม่ท้อง, ท้องผูก, นมแพะ DG
ปลดล็อกอาการท้องอืด ท้องผูก ไม่สบายท้อง ด้วยโปรตีนย่อยง่ายจากนมแพะ 
img-over-post

ปลดล็อกอาการท้องอืด ท้องผูก ไม่สบายท้อง ด้วยโปรตีนย่อยง่ายจากนมแพะ 

ปลดล็อกอาการท้องอืด ท้องผูก ไม่สบายท้อง ด้วยโปรตีนย่อยง่ายจากนมแพะ ลูกน้อยไม่ถ่าย ลูกท้องผูกเป็นอาการที่เกิดได้บ่อยในเด็กเล็ก และยิ่งปล่อยเอาไว้นานยิ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพของเด็กๆ ดังนั้นหากคุณแม่ดูแลเรื่องอาหารการกินของลูกแต่เนิ่นๆ ก็ช่วยให้ห่างไกลจากอาการท้องผูกได้ค่ะ ท้องผูกเพราะให้ลูกรับประทานผิดๆ อาหารการกินเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ลูกท้องผูก สำหรับเด็กเล็กที่มักเกิดช่วงวัยที่เปลี่ยนจากการดื่มนมแม่มาเป็นการรับประทานอาหารเสริมอื่น ๆ ที่มีเส้นใยต่ำ ทำให้เกิดอาการท้องผูกได้ง่าย รวมถึงการดื่มนมผสมก็อาจมีอาการท้องผูกได้เช่นกัน เพราะในนมผสมที่เป็นนมวัวจะมีโปรตีนที่ย่อยยากกว่านมแม่นั่นเอง นมแพะมีโปรตีนย่อยง่าย ดื่มแล้วลูกอิ่มสบายท้อง เนื่องจากนมหลายประเภทมักมีโปรตีนย่อยยากสูง เมื่อให้ลูกดื่มเข้าไปจึงมักเกิดอาการไม่สบายท้อง ในขณะที่นมแพะนั้นเป็นนมที่มีโปรตีนย่อยง่ายสูง ด้วยค่ะ โดยโปรตีนย่อยง่ายที่ว่านั้นคือโปรตีนเบต้าเคซีนซึ่งมีอยู่ในปริมาณสูง ร่างกายสามารถดูดซึมได้ง่าย ไม่เหลือตกค้างอยู่ในลำไส้ จึงทำให้ลูกอิ่มสบายท้อง ลดปัญหาท้องอืด และท้องผูกได้เป็นอย่างดี อีกทั้งนมแพะยังมีใยอาหารชนิด อินนูลิน และโอลิโกฟรุคโตส ที่ทำให้ระบบขับถ่ายสมดุล ลดปัญหาท้องผูก และช่วยส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายของลูกอีกด้วย นอกจากนี้นมแพะยังเป็นนมที่มีคุณค่าทางสารอาหารสูง เนื่องจากมีกระบวนการสร้างน้ำนมแบบ “อะโพไครน์” ที่ให้สารอาหารครบถ้วนจากธรรมชาติ ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกายและช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน รวมถึงช่วยทำให้ระบบทางเดินอาหารสมบูรณ์อีกด้วยค่ะ
อะโพไครน์, นมอะไรไม่ทำให้ลูกท้องผูก, การขับถ่าย, ท้องผูก, นมแม่
3 กลยุทธ์ สยบนิสัย เจ้าอารมณ์ของลูก 
img-over-post

3 กลยุทธ์ สยบนิสัย เจ้าอารมณ์ของลูก 

3 กลยุทธ์ สยบนิสัย เจ้าอารมณ์ของลูก เมื่อลูกน้อยกำลังแปลงร่างเป็นก็อตซิล่า คุณแม่ลองใช้เทคนิค และกิจกรรมเหล่านี้ให้ลูกได้เรียนรู้การระงับอารมณ์ แถมยังปลูกฝังทักษะด้านอารมณ์ที่ถูกต้องให้ลูกน้อยไปในตัวด้วยค่ะ สอนการรอคอย ด้วยเกมส์เต้นและหยุด เกมสนุกๆ กับกติกาง่าย เปิดเพลงปล่อยให้ลูกเต้นอย่างอิสระ แต่เมื่อเพลงหยุดลูกต้องห้ามขยับ ต้องรอจนกว่าเพลงจะดังขึ้นมาอีกครั้ง หรือถ้าเป็นเพลงเร็วก็ต้องขยับร่างกายให้เร็วตามจังหวะ ถ้าเป็นเพลงช้าก็ขยับช้าๆ จะสามารถช่วยให้ลูกเรียนรู้จักการรอคอย การอดทน รู้จักกฏ กติกา​ ไปในตัวค่ะ ฝึกความอดทน ด้วยการให้ลูกช่วยเหลือตัวเอง เริ่มฝึกให้ลูกรู้จักช่วยเหลือตัวเอง พยายามหัดทำอะไรด้วยตัวเองเบื้องต้น เช่น เล่นของเล่นแล้วเก็บเอง หยิบของที่ต้องการเอง ฝึกนั่งกระโถน แต่งตัวเอง ดื่มน้ำจากแก้วเอง หรือสอนให้ลูกรู้จักช่วยเหลือตัวเอง ด้วยการเริ่มแต่งตัวด้วยตัวเอง หัดใส่เสื้อ ติดกระดุมให้ถูกต้อง เมื่อลูกพยายาม จนสามารถทำได้ด้วยตัวเอง คุณพ่อคุณแม่ควรให้คำชื่นชมลูกทุกครั้ง ลูกจะเรียนรู้ที่จะทำอะไรด้วยตนเองมากกว่าการโวยวายร้องขอให้คนอื่นมาทำให้ และเมื่อลูกได้เข้าไปอยู่ร่วมกับผู้อื่นเพื่อนๆ ในวัยเดียวกัน การอยู่กับผู้อื่นจะเป็นการฝึกทักษะทางสังคม และช่วยให้ลูกควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้มากขึ้นค่ะ สร้างสมาธิ ด้วยกิจกรรมปอกเปลือกไข่ เทคนิคง่ายๆ ที่มีประโยชน์มากมายอย่างการปอกเปลือกไข่ต้ม ให้ลูกฝึกปอกเปลือกไข่ต้มให้ผิวเนียนเรียบไม่มีรอย จะช่วยฝึกให้ลูกใช้ความพยายามจนเกิดสมาธิ จดจ่อตั้งใจ ยับยั้งอารมณ์เร่งรีบ เพื่อที่จะทำให้สำเร็จ แถมยังช่วยให้ลูกน้อยใจเย็นขึ้นด้วยค่ะ ลูกน้อยกำลังต้องการความช่วยเหลือจากคุณแม่ และคุณพ่อ เพราะลูกยังไม่รู้จักการควบคุมอารมณ์​ตนเอง ถ้าคุณแม่คุณพ่อสามารถช่วยให้ลูกรู้จักวิธีจัดการกับอารมณ์​ในช่วงนี้ได้ จะช่วยสร้างพื้นฐานทักษะทางอารมณ์​ การเข้าสังคม และพัฒนาการที่ดีรอบด้านอื่นๆ ไปในตัวด้วยค่ะ
เด็กเจ้าอารมณ์, ความพยายาม, GRIT, พัฒนาการรอบด้าน , พัฒนาการเด็ก
คำแนะนำ 5 ปัญหาหลังคลอดที่
img-over-post

คำแนะนำ 5 ปัญหาหลังคลอดที่ "แม่มือใหม่" ส่วนใหญ่ต้องเจอ 

คำแนะนำ 5 ปัญหาหลังคลอดที่ "แม่มือใหม่" ส่วนใหญ่ต้องเจอ ถ้าคุณแม่กำลังจะมีเบบี๋ตัวน้อยเร็วๆ นี้ ห้ามพลาดโพสต์​นี้เด็ดขาดค่ะ เรามาเตรียมความพร้อมกับ 5 ปัญหาที่คุณแม่หลังคลอดส่วนใหญ่ต้องเจอ ถึงจะเป็นคุณแม่มือใหม่ แต่รับรองว่ารับมือได้แบบคุณแม่มือโปรแน่นอน! "เบบี้ บลู" ฮอร์โมนหลังคลอด "เบบี้ บลู" (Baby Blue) คือ ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด ในระหว่างที่คุณแม่ตั้งครรภ์ฮอร์โมน​เอสโตรเจน กับโปรเจสเตอโรนจะเพิ่มขึ้นสูงมาก แต่เมื่อหลังคลอดฮอร์โมนสองชนิดนี้จะลดลงไปทันที ทำให้เกิดภาวะเบบี้บลู ซึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนนั่นเองค่ะ อาการ และวิธีรับมือ รู้สึกเศร้า หดหู่ ไม่มีกำลังใจ ส่วนใหญ่จะค่อยๆ ดีขึ้นหลังจาก 6 สัปดาห์โดยประมาณค่ะ ถ้าไม่ดีขึ้นควรรีบปรึกษาแพทย์นะคะ คำแนะนำ คนใกล้ตัวควรช่วยเหลือคุณแม่หลังคลอด เพราะเพิ่งคลอดลูกร่างกายคุณแม่อ่อนแอมาก เสียเลือดเยอะ ร่วมกับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ถ้าจะต้องมีเรื่องทำให้คุณแม่วิตกกังวล เสียใจ หรือเหนื่อยจนเกินไปอาจทำให้มีภาวะนี้ได้ค่ะ หนาวง่าย ผมเริ่มร่วง คุณแม่ต้องเคยได้ยินคุณแม่หลายๆ คนแอบบ่นว่าตั้งแต่คลอดลูกก็ขี้หนาว แถมผมก็ร่วงใช่ไหมคะ สาเหตุเกิดจาก ในขณะที่คุณแม่ตั้งครรภ์ได้ใช้พลังงาน และแคลเซียมไปจำนวนมาก อีกทั้งระหว่างคลอดคุณแม่ได้เสียเลือดขณะคลอดเป็นจำนวนมากอีกเช่นกัน ทำให้ร่างกายต้องการธาตุเหล็ก และแคลเซียม เพื่อใช้ในการสร้างเม็ดเลือด และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ เพื่อทดแทนที่สูญเสียไประหว่างตั้งครรภ์ และการคลอด คำแนะนำ ให้คุณแม่ทานวิตามินขณะตั้งครรภ์ต่อ และเลือกรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กให้เพียงพอในแต่ละวัน เช่น ไข่ ผักที่มีสีเขียวเข้ม สวมใส่เสื้อผ้าที่ให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย พักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และเลือกใช้แชมพูสระผมสูตรไม่ระคายเคือง ไม่เกาหรือนวดศีรษะแรงๆ เลี่ยงการไว้ผมยาวมาก หรือหวีผมแรงๆ สะดือลูกเมื่อไหร่จะหลุด คุณแม่มือใหม่ส่วนใหญ่จะกังวลกับสะดือลูกน้อย กลัวลูกเจ็บ ไม่กล้าเช็ด กลัวสะดือเน่า ฯลฯ ส่วนใหญ่แล้วสะดือลูกจะค่อยๆ แห้ง และหลุดเองใช้เวลา 14 วันโดยประมาณ เทคนิคดูแลสะดือลูกแบบง่ายๆ เช็ดด้วยแอลกอฮอล์ 70% เช็ดวนทีละด้าน แล้วเปลี่ยนสำลี ไม่ใช้ซ้ำ เลือกใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูปแบบเทปจะไม่รัดบริเวณสะดือ หรือสวมกางเกงที่ไม่กดทับสะดือลูก ห้ามแกะ เป่า ทา อะไรก็ตามลงบนสะดือลูก นมแม่ไม่พอ นมแม่มาช้า เชื่อว่าคุณแม่ส่วนใหญ่ต้องเผชิญกับปัญหานมแม่ไม่พอ นมแม่มาช้าในช่วงแรกหลังคลอด กลัวว่าลูกจะได้รับน้ำนมไม่พอ ซึ่งอันตรายต่อทารกแรกเกิด อาจส่งผลทำให้เกิดภาวะขาดน้ำในเด็กได้ คำแนะนำ… ไม่เครียด พักผ่อนให้เพียงพอเท่าที่ทำได้ เพราะยิ่งเครียดวิตกกังวลจะยิ่งส่งผลต่อการผลิตน้ำนมค่ะ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์อย่างหลากหลาย เพิ่มเมนูกระตุ้นน้ำนม และดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอในแต่ละวัน ให้ลูกน้อยกระตุ้นด้วยการดูดเต้า หรือปั๊มนมไม่ให้ตกรอบ ลูกดูดบ่อย ดูดถูกวิธี จะช่วยกระตุ้นการผลิตน้ำนมให้เพียงพอสำหรับลูกน้อยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ ถ้าคุณแม่ต้องให้นมเสริมในกรณีที่นมแม่ยังไม่มา หรือคุณแม่ที่มีโรคประจำตัวมีความจำเป็น ฯลฯ เลือกนมเสริมที่เหมาะสมกับลูกน้อย ที่ดีต่อระบบการย่อย ระบบขับถ่าย คงคุณค่าสารอาหารได้สูงสุด และเหมาะสมกับช่วงวัย เพื่อรอเวลาที่คุณแม่สามารถกลับมาให้นมแม่ได้ค่ะ ลูกท้องอืด Overfeeding คุณแม่มือใหม่มักจะให้ลูกดื่มนมทุกครั้งที่ลูกร้อง แต่การร้องทุกครั้งไม่ได้หมายความว่าลูกหิว ทางที่ดีคุณแม่ควรให้ลูกดื่มนมเป็นเวลา (แต่ช่วงแรกลูกจะหิวบ่อยทุกๆ 2-3 ชม.) ให้ลูกดื่มในปริมาณที่เหมาะสมกับน้ำหนักตัว เพราะถ้าลูกดื่มนมเกินพอดี จะยิ่งทำให้ลูกไม่สบายท้อง ท้องอืดได้ค่ะ อาการ Overfeeding ท้องโป่งตึง ท้องอืด ร้องกวน งอแง ไม่สบายท้อง แหวะนมออกทางปาก จมูก คำแนะนำสำหรับคุณแม่ หากลูกร้องไห้มาก คุณแม่พยายามปลอบ อุ้มลูก เช็กว่าลูกร้องไห้เพราะสาเหตุอะไร เพราะหากลูกร้องไห้หนักขึ้น อากาศจะเข้าไปในกระเพาะอาหารทำให้ลูกท้องอืดมากขึ้น แน่นอึดอัดมากขึ้นได้ค่ะ สำหรับคุณแม่มือใหม่ หลังคลอดคือช่วงปรับตัวของทั้งคุณแม่ และลูกน้อยช่วงนี้อาจจะทำอะไรไม่ค่อยถูก คุณแม่ลองนำคำแนะนำเหล่านี้ไปปรับใช้จะช่วยให้การเป็นคุณแม่มือใหม่นี้ง่ายขึ้นค่ะ
ปัญหาแม่หลังคลอด, แม่หลังคลอด, การเลี้ยงลูก, คู่มือแม่ท้อง, ปัญหาแม่ท้อง
ปลุก 5 สกิล เตรียมพร้อม เข้าโรงเรียนครั้งแรก 
img-over-post

ปลุก 5 สกิล เตรียมพร้อม เข้าโรงเรียนครั้งแรก 

ปลุก 5 สกิล เตรียมพร้อม เข้าโรงเรียนครั้งแรก ทักษะอะไรบ้างที่คุณพ่อคุณแม่ต้องช่วยลูกเตรียมพร้อมก่อนที่จะเริ่มเข้าเรียนครั้งแรก เช็กเลยค่ะลูกมีทักษะเหล่านี้ครบแล้วหรือยัง ปรับพฤติกรรม เตรียมพร้อมเข้าโรงเรียน ก่อนอื่นคุณพ่อคุณแม่ต้องปรับพฤติกรรมบางอย่างให้ลูกก่อนค่ะ เช่น เลิกใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูป หัดนั่งกระโถน นอน และตื่นให้เป็นเวลา สามารถบอกได้เมื่อปวดปัสสาวะ เลิกดื่มขวดนม ดื่มนมจากแก้ว ฯลฯ เพื่อให้ลูกพร้อมเรียนรู้อย่างเต็มที่ รู้สึกภูมิใจในตัวเอง สามารถจัดการกับเรื่องของตัวเองได้เมื่อต้องเริ่มออกไปอยู่ร่วมกับผู้อื่น เทคนิค : ปรับพฤติกรรมการนอนให้เป็นเวลา จัดบรรยากาศห้องนอนใหม่ให้เหมาะสม ปลุกลูกเวลาเดิม เข้านอนเวลาเดิม ทำซ้ำในทุกวัน และฝึกให้ลูกนั่งกระโถนทุกๆ เช้า เมื่อไหร่ที่รู้สึกปวดปัสสาวะ ให้บอก ทำซ้ำไปเรื่อยๆ ลูกจะทำได้ในที่สุดค่ะ ฝึกช่วยเหลือตัวเองเบื้องต้น พร้อมต่อยอด ใส่เสื้อผ้าเองได้ ใส่รองเท้าได้ รับทานอาหารเองได้ หยิบของที่ต้องการได้เอง ฯลฯ การช่วยเหลือตัวเองได้เบื้องต้น จะช่วยให้ลูกคลายความกังวล และประหม่าเมื่อต้องทำอะไรต่อหน้าคนอื่นด้วยตัวเอง และช่วยให้ลูกพร้อมที่จะพัฒนา เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้อย่างไม่มีขีดจำกัดค่ะ เทคนิค : ทำซ้ำ ย้ำไห้เป็นกิจวัตร ชวนลูกเล่นเกมแต่งตัว ใครใส่ถุงเท้าเสร็จก่อนกันคนนั้นชนะ หรือจะเป็นใครติดกระดุมได้ถูกต้องเร็วกว่าคนนั้นชนะ ทำไปเรื่อยๆ ลูกจะทำได้เองในที่สุดค่ะ เพิ่มความมั่นใจ เตรียมพร้อมเข้าสังคม เมื่อลูกต้องออกไปอยู่นอกบ้าน กับคนอื่นที่ไม่ใช่คนในครอบครัว อาจทำให้ลูกรู้สึกไม่มั่นใจ ประหม่า และกลัว คุณแม่ต้องช่วยเพิ่มความเชื่อมั่น และมั่นใจให้ลูก เพื่อช่วยให้ลูกไม่ต่อต้าน ขี้อาย ขาดความมั่นใจ รู้สึกไม่ปลอดภัยจนไม่ชอบไปโรงเรียนค่ะ เทคนิค : เริ่มจากให้ลูกได้คุ้นเคยกับเด็กวัยเดียวกัน มีเพื่อน ได้ทำกิจกรรม และเห็นวิถีชีวิตภายนอกบ้านจนคุ้นชิน และที่สำคัญคุณพ่อคุณแม่ต้องสร้างความมั่นใจชื่นชมความพยายามเมื่อลูกทำสำเร็จ รวมถึงรักษาคำพูดกับลูกเสมอ เช่น จะมารับลูกทันทีหลังเลิกเรียน ไม่ปล่อยให้ลูกต้องรอค่ะ ฝึกลูกแนะนำตัวเอง สร้างทักษะการสื่อสาร สวัสดีครับ สวัสดี​ค่ะ ขอโทษ ขอบคุณ และสามารถแนะนำตัวเองแบบง่ายๆ ชื่อจริง ชื่อเล่น อายุ จะช่วยให้ลูกเรียนรู้เรื่องราวของตัวเอง และฝึกทักษะการสื่อสารด้วยค่ะ เทคนิค : คุณแม่ลองแนะนำตัวเองแบบง่ายๆ ให้ลูกฟัง แล้วถามลูกกลับ ค่อยๆ บอกรายละเอียดของลูกให้ลูกรับรู้ กล่าวขอบคุณ ขอโทษ ให้ลูกเห็นในชีวิตประจำวันบ่อยๆ ลูกจะซึมซับไปในที่สุดค่ะ ฝึกลูกระงับอารมณ์ ควบคุมตัวเอง อยากให้ลูกเป็นที่รักสำหรับทุกคน คุณพ่อคุณแม่ต้องสอนให้ลูกรู้จักควบคุมอารมณ์​ของตัวเอง ไม่ขี้หงุดหงิด รู้จักการแบ่งปัน การรอคอย การพึ่งพาอาศัย​ จะช่วยให้ลูกมีความสุขในสังคมต่อๆ ไปค่ะ เทคนิค : คุณแม่ลองให้ลูกเรียนรู้การรอคอยในชีวิต การเข้าคิวซื้อของ การนั่งรอ ด้วยเกมง่ายๆ อย่างเกมฟรีซ หยุดนิ่ง วางเก้าอี้คล้ายๆ เล่นเก้าอี้ดนตรี เมื่อเพลงหยุดลูกต้องลงนั่ง และห้ามขยับรอจนกว่าเพลงจะมาอีกครั้ง จะช่วยให้ลูกเรียนรู้ระงับ ยับยั้งชั่งใจ และรอคอย ควบคุมอารมณ์ความต้องการของตัวเองค่ะ สำหรับเด็กในวัยนี้ ลูกอาจจะยังไม่สามารถทำอะไรได้อย่างเต็มที่ การเตรียมพร้อมนี้ต้องอยู่บนพื้นฐานการเข้าใจพัฒนาการช่วงวัย ค่อยๆ ฝึกเสริมทักษะไปทีละนิด เพื่อช่วยให้ลูกสามารถปรับตัวเมื่อต้องออกไปใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข และไม่กดดันค่ะ
ความพยายาม, GRIT, พัฒนาการดี, พัฒนาการเด็ก, กิจกรรม
เทคนิคเด็ดฝึกลูก รับประทานอาหาร ด้วยตัวเอง 
img-over-post

เทคนิคเด็ดฝึกลูก รับประทานอาหาร ด้วยตัวเอง 

เทคนิคเด็ดฝึกลูก รับประทานอาหาร ด้วยตัวเอง BLW (Baby Led Weaning) ปล่อยให้ลูกหัดรับประทานอาหารด้วยตัวเอง แบบไม่ป้อน ปลูกฝังทัศนคติที่ดี และพัฒนาการกล้ามเนื้อ จะเริ่มยังไงให้ลูกได้ ประโยชน์สูงสุด พี่แพะมีเทคนิคค่ะ เช็กสัญญาณ เมื่อไหร่ลูกหยิบอาหารทานได้ด้วยตัวเอง ลูกสามารถนั่งได้ด้วยตัวเอง อายุตั้งแต่ 6 เดือน + ลูกไม่มีปัญหาการย่อยอาหาร ลูกไม่มีปัญหาเรื่องพัฒนาการ หรือคลอดก่อนกำหนด สามารถเคี้ยว และหยิบจับได้เอง อาหารที่แนะนำ สำหรับฝึกลูกหยิบทานด้วยตัวเอง แตงกวา แคร์รอต ข้าวโพด ฟักทอง เนื้อปลาแซลมอน ข้อควรระวังเมื่อเริ่ม BLW ห้ามหั่นเป็นลูกเต๋า เป็นแว่น หรือวงกลม ให้หั่นเป็นแนวยาวเท่านั้น หลีกเลี่ยงอาหารที่เสี่ยงต่อการสำลัก ติดคอ เช่น ถั่ว องุ่น กระดูกอ่อน ฯลฯ สำหรับเนื้อสัตว์ควรเลือกที่ย่อยและเคี้ยวง่าย และต้องปรุงสุกเสมอ หมายเหตุ: คุณพ่อคุณแม่ ควรดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัย แต่ไม่ควรกดดันลูกนะคะ วิธีเริ่มฝึก ลูกหัดทานอาหารด้วยตัวเอง ให้ลูกนั่งเก้าอี้ทานข้าว เตรียมถาดอาหาร และอาหารที่หั่นเป็นแนวยาววางไว้ เช่น ขนมปังกรอบแบบแท่ง ฟักทองสุกเนื้อนิ่มหั่นแท่ง โดยมีคุณพ่อคุณแม่นั่งเฝ้าดูอย่างใกล้ชิด โดยไม่ต้องเข้าไปช่วยป้อน และในแต่ละมื้อจำกัดเวลาไม่เกิน 45 นาทีค่ะ ลูกจะค่อยๆ เรียนรู้ สำรวจอาหารที่อยู่ตรงหน้า ใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก ส่งเสริมการทานอาหาร ช่วยเหลือตัวเอง และไม่โตไปเป็นเด็กทานยาก หรือเลือกทานค่ะ สอนลูกหยิบอาหารเอง ลูกจะได้อะไร? ประโยชน์ของการสอนลูกรับประทานอาหารเอง สร้างทัศนคติที่ดีในการรับประทานอาหาร ลูกจะค่อยๆ เรียนรู้ สำรวจอาหารที่อยู่ตรงหน้า ช่วยส่งเสริมการรับประทานอาหาร ป้องกันการเลือกกิน หรือกินยาก พัฒนากล้ามเนื้อมือได้เป็นอย่างดี ฝึกการช่วยเหลือตัวเอง มีความรับผิดชอบต่อตัวเอง คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องเตรียมอาหารบด หรือเสียเวลานั่งป้อน หรือต้องคอยวิ่งตาม หาของเล่นมาหลอกล่อเพื่อให้ลูกรับประทานอาหาร อย่าลืมคำนึงถึงความปลอดภัย รักษาความสะอาดสถานที่ อุปกรณ์ และล้างมือด้วยสบู่-น้ำสะอาดก่อนหยิบจับอาหารทุกครั้ง ทั้งลูกน้อย และคุณแม่ด้วยนะคะ เพื่อสุขอนามัยที่ดีควบคู่ไปกับโภชนาการที่ดี และพัฒนาการที่สมวัยค่ะ
BLW, ฝึกลูกรับประทานอาหาร, โภชนาการดี, พัฒนาการเด็ก, นมแพะ DG
นมแม่มาน้อย ไม่พอ แก้ได้ด้วยวิธีนี้ 
img-over-post

นมแม่มาน้อย ไม่พอ แก้ได้ด้วยวิธีนี้ 

นมแม่มาน้อย ไม่พอ แก้ได้ด้วยวิธีนี้ บอกลาปัญหาที่แม่ลูกอ่อนแทบทุกคนกลุ้มใจ "กลัวน้ำนมมาช้า มาน้อย มาไม่พอ" หยุดปัญหาเหล่านั้นได้ด้วยเทคนิคต่อไปนี้ค่ะ ดูดเร็ว ดูดถี่ ดูดให้ถูกวิธี ให้ลูกน้อยหลังคลอดเข้าเต้าให้เร็วที่สุด จะช่วยกระตุ้นการสร้างน้ำนมให้กับคุณแม่ได้อย่างเป็นธรรมชาติค่ะ ปั้มนม เข้าเต้า ให้ตรงเวลา ไม่ว่าจะปั๊มนม หรือเข้าเต้าพยายามอย่าให้ตกรอบค่ะ ในช่วงแรกลูกน้อยจะตื่นมาขอจุ๊บเต้าคุณแม่บ่อย เพราะนมแม่ย่อยง่าย และลูกรู้สึกปลอดภัยที่ได้อยู่ใกล้คุณแม่ ไม่กดดัน พักผ่อนให้เพียงพอ เพราะความเครียดคือหนึ่งในอุปสรรคขัดขวางการสร้างน้ำนม ทางที่ดีคือไม่กดดัน และพยายามพักผ่อนให้เพียงพอดีที่สุดค่ะ เพิ่มน้ำนมด้วยอาหาร รับประทานให้หลากหลาย เลือกรับประทาน​อาหารที่มีประโยชน์​อย่างหลากหลาย เพิ่มอาหารที่กระตุ้นน้ำนม เช่น ขิง ฟักทอง ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ ดื่มนมอุ่นๆ ในตอนเช้า หรือก่อนนอน ช่วยเสริมสร้างแคลเซียมที่ดี และยังจะช่วยเพิ่มการสร้างน้ำนมได้ด้วยค่ะ ท่อน้ำนมไม่ตัน ถ้าหมั่นดูแลความสะอาด ทำความสะอาดเต้านมก่อน-หลังให้นม จะช่วยกระตุ้นน้ำนม ลดความเสี่ยงของท่อน้ำนมอุดตันได้ค่ะ ไม่ยากใช่ไหมคะ ถ้าคุณแม่สามารถทำได้ตามนี้อย่างเป็นประจำรับรองว่า ปัญหานมน้อย นมไม่พอ จะไม่มีอีกต่อไปค่ะ
กระตุ้นน้ำนมแม่, ปัญหาแม่ให้นม, กู้นมแม่, อะโพไครน์, นมแม่
How to ฟิต แอนด์ เฟิร์ม หลังคลอด! ลดน้ำหนักอย่างให้ได้ผล 
img-over-post

How to ฟิต แอนด์ เฟิร์ม หลังคลอด! ลดน้ำหนักอย่างให้ได้ผล 

How to ฟิต แอนด์ เฟิร์ม หลังคลอด! ลดน้ำหนักอย่างให้ได้ผล เจ็บกว่าโดนทักว่าอ้วนคือ ยังไม่คลอดอีกเหรอ? หรือว่าท้องอีกคน? ไม่เป็นไรค่ะ เรามาบอกลาน้ำหนักเกินๆ เปลี่ยนคุณแม่คนเดิมเป็นคุณแม่คนใหม่ที่เฮลธ์ตี้ และแฮปปี้กว่าเดิมกันค่ะ ให้นมลูกเอง การให้นมลูกน้อย นอกจากลูกจะได้รับประโยชน์มหาศาลจากนมแม่ คุณแม่ยังได้ประโยชน์จากการที่ให้นมลูกด้วยค่ะ ทราบไหมคะว่า การให้นมลูกคือการกระชับมดลูก ช่วยให้มดลูกเข้าอู่ได้อย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่ต้องพึ่งยาใดๆ อีกทั้ง ช่วยลดไขมันในร่างกาย เพราะการสร้างน้ำนมจะดึงเอาไขมันในร่างกายไปใช้ ร่างกายคุณแม่ได้เผาผลาญ​พลังงานในร่างกายได้กว่า 500 กิโลแคลอรีต่อวัน เลี่ยงอาหารเพิ่มน้ำหนัก แต่ไม่ให้คุณค่า การเลือกรับประทานอาหาร คือ อีกหนึ่งปัจจัย คุณแม่หลังคลอดช่วงนี้ร่างกายอ่อนเพลีย เพราะเพิ่งสูญเสียพลังงาน เลือด จากการคลอดเป็นจำนวนมาก ไม่แนะนำให้คุณแม่งดอาหาร หรือนั่งนับแคลอรี ร่างกายคุณแม่ต้องการพลังงานสารอาหารมาช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ​ และผลิตน้ำนม ทางที่ดีคุณแม่ควรเลือกรับประทานอาหารที่หลากหลายให้ครบ 5 หมู่ ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอในแต่ละวัน เลี่ยงอาหารประเภทน้ำอัดลม ขนมหวาน ของหมักดอง ฯลฯ แค่ขยับก็เท่ากับออกกำลังกาย กำลังคิดใช่ไหมคะ จะเอาเวลาที่ไหนไปออกกำลังกาย? คุณแม่สามารถออกกำลังกายที่บ้านได้ง่ายๆ ระหว่างวัน หรือช่วงที่ลูกน้อยหลับ เช่น โยคะเบาๆ เต้นแอโรบิก​ กายบริหาร​ง่ายๆ ยกดัมเบล หรือแม้แต่การอุ้มลูก ทำงานบ้าน ทุกอย่างล้วนต้องใช้พลังงาน ถือเป็นการออกกำลังกายทั้งสิ้นค่ะ ปรับพฤติกรรมการนอน ร่างกายคุณแม่ต้องการการพักผ่อนที่เพียงพอ เพราะเมื่อไหร่ที่ร่างกายพักผ่อนไม่เพียงพอ จะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปหลายส่วน ทั้งการเผาผลาญ​ของร่างกาย ผิวพรรณ สมอง และความเครียด เมื่อลูกน้อยหลับคุณแม่ควรนอนหลับไปพร้อมๆ กับลูก เพื่อที่จะได้ตื่นมาเริ่มวันใหม่อย่างสดใส ร่างกายได้ซ่อมแซมส่วนต่างๆ อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ระบบการย่อยอาหารก็มีส่วนช่วยให้ร่างกายคุณแม่จัดการกับอาหารที่รับประทานในแต่ละมื้อได้เป็นอย่างดี อย่างเช่นการดื่มนมแพะเป็นประจำร่วมกับดูแลสุขภาพร่างกาย คุณสมบัติในนมแพะที่มีโปรตีนนุ่มย่อยง่าย ไม่ก่อให้เกิดการแพ้ อีกทั้งยังช่วยเรื่องการดูดซึมแร่ธาตุและสารอาหารให้ร่างกาย จะช่วยให้คุณแม่มีสุขภาพที่แข็งแรง ฟิต แอนด์ เฟิร์ม ได้เร็วขึ้นค่ะ
ฟิตแอนด์เฟิร์ม, ลดน้ำหนักหลังคลอด, ปัญหาแม่หลังคลอด, แม่หลังคลอด, ความพยายาม
ทำตามนี้ดีแน่เทคนิคกระตุ้นนมแม่อย่างไรให้ได้ผล 
img-over-post

ทำตามนี้ดีแน่เทคนิคกระตุ้นนมแม่อย่างไรให้ได้ผล 

ทำตามนี้ดีแน่เทคนิคกระตุ้นนมแม่อย่างไรให้ได้ผล คุณแม่มือใหม่ส่วนใหญ่อาจจะกำลังเจอปัญหาเหล่านี้อยู่ น้ำนมไหลช้า น้ำนมไม่มา นมหด สบายใจ เลิกนอยด์ หายห่วงได้เลยค่ะ เพราะเรามีเทคนิคที่จะช่วยให้คุณแม่สามารถให้นมได้สำเร็จตลอดปี รีบเข้าเต้าให้เร็วที่สุด หลังคลอดลูกสามารถดูดนมคุณแม่ได้เลยเหมือนเป็นสัญชาตญาณ​ โดยเฉพาะในเด็กที่คลอดตามกำหนด ยิ่งถ้าสามารถดูดได้ภายในชั่วโมงแรกหลังคลอดจะยิ่งช่วยกระตุ้นการสร้างน้ำนมแม่แบบ "อะโพไครน์" ที่เปรียบเสมือนวัคซีนหยดแรกของลูก ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับลูกน้อยค่ะ ลูกคือสุดยอดเครื่องปั๊มนม ให้ลูกดูดจากเต้า น้ำนมจะไหลได้ดี และสม่ำเสมอกว่า เพราะเมื่อลูกดูด คุณแม่จะรู้สึกถึงความรัก อารมณ์​ความเป็นแม่จะเต็มเปี่ยม ลูกก็ดูดได้ตามจังหวะพอดี เป็นสิ่งที่ช่วยกระตุ้นการสร้างน้ำนม หรือถ้าคุณแม่เป็นสายปั๊ม ลองดูรูปลูก หรือมองลูกขณะปั๊ม ก็ช่วยเรียกอารมณ์​มนุษย์​แม่ได้เช่นกันค่ะ เลือกอาหารดีน้ำนมมีแน่นอน หลังคลอดร่างกายคุณแม่ต้องการสารอาหารที่จะเข้าไปช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหลอ และยังต้องผลิตน้ำนมเพื่อเบบี๋น้อย มื้ออาหารคุณภาพจึงเป็นเรื่องสำคัญ คุณแม่สามารถรับประทานอาหารได้ปกติ ไม่ต้องกดดัน หรือกังวลว่ารับประทานอะไรได้ไม่ได้ เพียงเลือกเมนูที่มีประโยชน์ และถูกปาก ปรุงสุกสะอาด เพิ่มเมนูเรียกน้ำนม เช่น ขิง หัวปลี ฟักทอง ใบกระเพรา กุยช่าย มะละกอ ใบแมงลัก พริกไท ตำลึง ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ ดื่มนมแพะอุ่นๆ ก่อนนอน ก็จะช่วยเสริมพลังงานเรียกน้ำนมได้เป็นอย่างดีค่ะ ท่าให้นมดีมีชัยไปกว่าครึ่ง บางครั้งการดูดผิดวิธี ผิดท่าก็เป็นอุปสรรคต่อการดูดนมของลูก คุณแม่ลองเลือกท่าให้นมที่แฮปปี้ทั้งคุณแม่คุณลูก ใช้หมอนให้นมดันจะช่วยให้คุณแม่ถนัดขึ้น ให้ลูกน้อยงับให้ถึงลานนม ไม่ใช่ที่หัวนม จะช่วยลดอาการหัวนมแตก และทำให้น้ำนมไหลได้ดีขึ้นด้วยค่ะ สรีระไม่ใช่ปัญหามีทางออก สำหรับคุณแม่ที่มีปัญหาเรื่องสรีระของเต้านม ในเบื้องต้นคุณแม่ที่หัวนมสั้นแบน หัวนมบอดขั้นต้น ก่อนให้ลูกน้อยเข้าเต้า ให้คุณแม่ใช้นิ้ววอร์ม และคีบดึงหัวนมออกมาก่อนให้ลูกดูด หรือจะเลือกใช้แผ่นครอบหัวนมครอบขณะให้ลูกดูด ใช้เครื่องปั๊มนมปั๊มดึงหัวนมก่อนเอาลูกเข้าเต้า ทำไปเรื่อยๆ ลูกดูดบ่อยๆ จะช่วยให้หัวนมค่อยๆ โผล่ออกมาในที่สุดค่ะ หมายเหตุ : คุณแม่ที่มีปัญหาหัวนมบอดขั้นรุนแรง สามารถรับคำแนะนำได้จากคุณหมอ หรือคลินิกนมแม่เพิ่มเติมได้เช่นกันค่ะ นอกเหนือสิ่งอื่นใด อีกหนึ่งกฎเหล็กสำคัญคือ คุณแม่ต้องห้ามเครียด และไม่กดดัน เพราะความเครียดเป็นอีกหนึ่งสาเหตุหลักที่ส่งผลต่อการสร้างน้ำนม ยิ่งเครียดน้ำนมก็จะยิ่งมาช้า ถึงแม้ว่าในช่วงวันแรกๆ น้ำนมอาจจะยังมาไม่เท่าใจหวัง แต่ถ้าคุณแม่พยายาม รับรองว่าน้ำนมจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนเพียงพอสำหรับลูกน้อยแน่นอนค่ะ
อะโพไครน์, สารอาหาร, พัฒนาการเด็ก, นมแม่, นมแพะ DG
เปิดสูตรเมนูเด็ดบำรุงแม่ท้อง แม่แข็งแรง ลูกสมบูรณ์ครบ 3 ไตรมาส 
img-over-post

เปิดสูตรเมนูเด็ดบำรุงแม่ท้อง แม่แข็งแรง ลูกสมบูรณ์ครบ 3 ไตรมาส 

เปิดสูตรเมนูเด็ดบำรุงแม่ท้อง แม่แข็งแรง ลูกสมบูรณ์ครบ 3 ไตรมาส พี่แพะขอนำเสนอเมนูเด็ดที่คัดมาแล้วว่าเหมาะกับคุณแม่ตั้งครรภ์ในทุกๆ ไตรมาส แม่แข็งแรง ลูกน้อยในครรภ์ก็แฮปปี้อร่อยดี มีประโยชน์กับทั้งคุณแม่ และคุณลูกในครรภ์แน่นอนค่ะ "กุ้งผัดบรอกโคลี" เพิ่มโฟลิก สร้างเซล์ลสมอง ในคุณแม่ตั้งครรภ์ไตรมาสแรกที่ในช่วงนี้ต้องการกรดโฟลิกเป็นพิเศษ เพื่อเข้าไปช่วยเสริมสร้างระบบประสาท และไขสันหลัง ลดความเสี่ยงการพิการแต่กำเนิด นอกเหนือจากวิตามินที่คุณหมอให้แล้ว คุณแม่สามารถเพิ่มโฟลิกได้ด้วยมื้ออาหารค่ะ ส่วนผสม : บรอกโคลี แคร์รอต กระเทียม กุ้งสด เครื่องปรุงรส “แกงส้มผักรวม” เพิ่มกากใยอาหาร หมดปัญหาท้องผูก เหมาะสำหรับ : คุณแม่ในไตรมาสที่สอง ที่ต้องเพิ่มเมนูที่มีกากใยเสริม เน้น ผักผลไม้ อาหารที่มีกากใย เพื่อช่วยให้ย่อยง่าย ระบบขับถ่ายดี และยังช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ ส่วนผสม : พริกแกงส้ม เนื้อปลา หัวไชเท้า​ แคร์รอต ผักกวางตุ้ง ดอกกะหล่ำ ถั่วฝักยาว น้ำปลา น้ำมะขาม น้ำตาลปี๊บ น้ำเปล่าสะอาด “เสต็กอกไก่ย่างนมแพะ” เพิ่มโปรตีน เสริมแคลเซียม บำรุงทั้งแม่และลูก เหมาะสำหรับ : คุณแม่ทั้ง 3 ไตรมาส เป็นเมนูที่มีประโยชน์ เสริมโปรตีนจากนมแพะ ที่ย่อยและดูดซึมได้ง่าย ช่วยในการเสริมสร้างการเจริญเติบโตของทารกน้อยในครรภ์ เสริมแคลเซียมที่ดีต่อกระดูก ส่วนผสม : อกไก่ นมแพะ (หมักอกไก่ให้นุ่ม)​ 3 เกลอ (พริกไทย กระเทียม รากผักชี)​ ผักสลัด เกลือป่น น้ำมันมะกอก มีไอเดียเมนูบำรุงครรภ์​แล้ว คุณแม่อย่าลืมเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อยในครรภ์ ด้วยสารอาหารจากธรรมชาติในนมแพะนะคะ นอกจากนี้การดื่มนมแพะอุ่นๆ หลังมื้ออาหารช่วยให้รู้สึกสบายท้อง และดีต่อระบบการย่อยอาหารด้วยค่ะ
อาหารคนท้อง, พัฒนาการทารกในครรภ์, อาหารบำรุงครรภ์, คนท้องต้องกินอะไร, นมแพะ DG
อยากให้ลูกภูมิคุ้มกันดี พัฒนาการสมวัย ไม่ป่วยง่าย ต้องเริ่มตั้งแต่ในครรภ์
img-over-post

อยากให้ลูกภูมิคุ้มกันดี พัฒนาการสมวัย ไม่ป่วยง่าย ต้องเริ่มตั้งแต่ในครรภ์

อยากให้ลูกภูมิคุ้มกันดี พัฒนาการสมวัย ไม่ป่วยง่าย ต้องเริ่มตั้งแต่ในครรภ์ อยากให้ลูกประสบความสำเร็จ เฉลียวฉลาด และเติบโตตามธรรมชาติ พ่อแม่ควรส่งเสริม GRIT ให้ลูก ซึ่งการฝึก GRIT ขณะที่คุณแม่ตั้งครรภ์จะช่วยส่งเสริม GRIT ให้ลูกหลังคลอดได้ค่ะ ในระหว่างการตั้งครรภ์ สิ่งที่คุณแม่ต้องใส่ใจ นอกจากสุขภาพร่างกายตนเองแล้ว พัฒนาการของลูกน้อยในครรภ์ก็สำคัญเช่นกัน การที่คุณแม่จะส่งเสริมและสร้าง GRIT ให้ลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นต้องเตรียมพร้อมและฝึกตัวเองให้มี GRIT ตั้งแต่ตั้งครรภ์เลยค่ะ GRIT คืออะไร GRIT สำคัญกับแม่ท้องอย่างไร GRIT นับเป็นตัวช่วยหนึ่งที่จะให้คุณแม่ตั้งเป้าหมาย มีแรงจูงใจ และมีความมุ่งมั่น ในการเลี้ยงลูก หากอยากให้ลูกประสบความสำเร็จ เฉลียวฉลาด และเติบโตตามธรรมชาติอย่างสมวัยในแบบที่เขาเป็น ก็ต้องเริ่มจากสร้าง GRIT ให้ตนเองก่อน เพื่อเวลาที่ลูกเกิดมาแล้วเราจะได้พร้อมสำหรับการส่งเสริมให้ลูกมี GRIT ได้ แม่ท้องฝึก GRIT ให้สำเร็จ เพื่อสร้างลูกรักให้เติบโตอย่างเป็นธรรมชาติ การสร้าง GRIT มี 4 ปัจจัยหลัก ซึ่งคุณแม่ท้องสามารถฝึกได้ดังนี้ 1. Interest : แรงจูงใจและความสนใจ คุณแม่สามารถทำได้โดยการหาหาข้อมูลต่างๆ เพื่อเตรียมตัวให้ พร้อมในการเลี้ยงลูก ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับพัฒนาการของลูก สุขภาพอนามัย โภชนาการ แนวทางการเลี้ยงดู การส่งเสริมพัฒนาการ เป็นต้น 2. Practice: ใช้เวลากับการพัฒนา สิ่งนั้นให้ดีขึ้น โดยให้คุณแม่หมั่นสังเกตการตอบสนองของลูกในท้อง คอยสังเกตพัฒนาการของลูก เช่น ลูกดิ้นบ่อยแค่ไหน ลูกมีปฏิกิริยากับเสียง สัมผัส หรือสิ่งเร้าภายนอกแบบไหน เมื่อสังเกตได้แล้ว คุณแม่ลองทำสิ่งนั้นซ้ำๆ เพื่อให้แน่ใจว่าสิ่งนั้นมีอิทธิพลกับลูกอย่างไร ที่สำคัญ คุณแม่ต้องระวังตัวเอง ไม่เครียดง่ายด้วยนะคะ 3. Purpose: เข้าใจว่าทุกๆ การกระทำ ของเรามีผลเสมอ คอยทบทวนว่าสิ่งที่ครอบครัวให้ความสำคัญหรือมีคุณค่าคืออะไร เพื่อหาแนวทางการเลี้ยงลูกและปลูกฝังค่านิยมให้ลูกในแบบเดียวกัน เช่น อยากให้ลูกเป็นคนที่รู้จักอดทน มีน้ำใจ ให้อภัย เห็นอกเห็นใจผู้อื่น มีความรับผิดชอบ ฯลฯ พ่อแม่ต้องทำอย่างไร ญาติพี่น้องมีบทบาทแค่ไหน สิ่งไหนที่ต้องเข้มงวด สิ่งไหนที่ผ่อนผันได้ คืออะไร เหล่านี้ต้องคุยปละหาข้อสรุปร่วมกัน 4. Hope: ฝึกฝนเรื่อง Growth mindset การมองโลกในแง่ดี มีความภูมิใจในความเป็นแม่ ฝึกพูดกับตัวเองในเชิงบวก รู้จักให้อภัย และเห็นอกเห็นใจตัวเอง ให้กำลังใจตนเอง เรียนรู้ในความผิดพลาด หลีกเลี่ยงประโยคที่โทษตัวเอง เช่น เราเป็นพ่อแม่ที่ไม่ดีเลย เราไม่รู้ เราทำไมได้ สิ่งนี้มันยากเกินไป การเป็นพ่อแม่ที่ดีอาจไม่มีโรงเรียนสอน แต่ความใส่ใจหาข้อมูลในการเลี้ยงลูก การตั้งเป้าหมาและแรงจูงใจในการเลี้ยงลูกให้ตัวเอง จะช่วยให้ลูกเติบโตขึ้นอย่างสมวัย และเป็นตัวของตัวเองอย่างเป็นธรรมชาติ
ความพยายาม, GRIT, สุขภาพแม่ตั้งครรภ์, นมแพะ ดีจี, นมแพะ DG
แม่ท้องฝึก GRIT เตรียมพร้อมการเป็นแม่ ที่เข้าใจธรรมชาติของลูก
img-over-post

แม่ท้องฝึก GRIT เตรียมพร้อมการเป็นแม่ ที่เข้าใจธรรมชาติของลูก

แม่ท้องฝึก GRIT เตรียมพร้อมการเป็นแม่ ที่เข้าใจธรรมชาติของลูก GRIT ไม่ได้สำคัญกับลูกเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ GRIT ยังสำคัญกับคุณแม่ท้องด้วย เพราะเมื่อคุณแม่มี GRIT ก็จะมีเป้าหมาย มีแรงจูงใจ และมีความมุ่งมั่นในการเลี้ยงลูกนั่นเอง ในระหว่างการตั้งครรภ์ สิ่งที่คุณแม่ต้องใส่ใจ นอกจากสุขภาพร่างกายตนเองแล้ว พัฒนาการของลูกน้อยในครรภ์ก็สำคัญเช่นกัน การที่คุณแม่จะส่งเสริมและสร้าง GRIT ให้ลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นต้องเตรียมพร้อมและฝึกตัวเองให้มี GRIT ตั้งแต่ตั้งครรภ์เลยค่ะ GRIT คืออะไร GRIT คือ บุคลิกและลักษณะนิสัยที่ทำให้คนมีแรงบันดาลใจและความมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายในระยะยาว โดยไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคใดๆ กล่าวคือ GRIT เป็นเครื่องมือหนึ่งที่จะพาลูกไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ และ GRIT จะมีความแข็งแรงก็ต่อเมื่อ ได้รับการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง GRIT สำคัญกับแม่ท้องอย่างไร GRIT นับเป็นตัวช่วยหนึ่งที่จะให้คุณแม่ตั้งเป้าหมาย มีแรงจูงใจ และมีความมุ่งมั่น ในการเลี้ยงลูก หากอยากให้ลูกร่างกายแข็งแรง สุขภาพดี เฉลียวฉลาด และเติบโตตามธรรมชาติอย่างสมวัยในแบบที่เขาเป็น ก็ต้องเริ่มจากสร้าง GRIT ให้ตนเองก่อน เพื่อเวลาที่ลูกเกิดมาแล้วเราจะได้พร้อมสำหรับการส่งเสริมให้ลูกมี GRIT ได้ แม่ท้องฝึก GRIT ให้สำเร็จ เพื่อสร้างลูกรักให้เติบโตอย่างเป็นธรรมชาติ การสร้าง GRIT มี 4 ปัจจัยหลัก ซึ่งคุณแม่ท้องสามารถฝึกได้ดังนี้ 1. Interest : แรงจูงใจและความสนใจ คุณแม่สามารถทำได้โดยการหาหาข้อมูลต่างๆ เพื่อเตรียมตัวให้ พร้อมในการเลี้ยงลูก ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับพัฒนาการของลูก สุขภาพอนามัย โภชนาการ แนวทางการเลี้ยงดู การส่งเสริมพัฒนาการ เป็นต้น 2. Practice: ใช้เวลากับการพัฒนา สิ่งนั้นให้ดีขึ้น โดยให้คุณแม่หมั่นสังเกตการตอบสนองของลูกในท้อง คอยสังเกตพัฒนาการของลูก เช่น ลูกดิ้นบ่อยแค่ไหน ลูกมีปฏิกิริยากับเสียง สัมผัส หรือสิ่งเร้าภายนอกแบบไหน เมื่อสังเกตได้แล้ว คุณแม่ลองทำสิ่งนั้นซ้ำๆ เพื่อให้แน่ใจว่าสิ่งนั้นมีอิทธิพลกับลูกอย่างไร ที่สำคัญ คุณแม่ต้องระวังตัวเอง ไม่เครียดง่ายด้วยนะคะ 3. Purpose: เข้าใจว่าทุกๆ การกระทำ ของเรามีผลเสมอ คอยทบทวนว่าสิ่งที่ครอบครัวให้ความสำคัญหรือมีคุณค่าคืออะไร เพื่อหาแนวทางการเลี้ยงลูกและปลูกฝังค่านิยมให้ลูกในแบบเดียวกัน เช่น อยากให้ลูกเป็นคนที่รู้จักอดทน มีน้ำใจ ให้อภัย เห็นอกเห็นใจผู้อื่น มีความรับผิดชอบ ฯลฯ พ่อแม่ต้องทำอย่างไร ญาติพี่น้องมีบทบาทแค่ไหน สิ่งไหนที่ต้องเข้มงวด สิ่งไหนที่ผ่อนผันได้ คืออะไร เหล่านี้ต้องคุยปละหาข้อสรุปร่วมกัน 4. Hope: ฝึกฝนเรื่อง Growth mindset การมองโลกในแง่ดี มีความภูมิใจในความเป็นแม่ ฝึกพูดกับตัวเองในเชิงบวก รู้จักให้อภัย และเห็นอกเห็นใจตัวเอง ให้กำลังใจตนเอง เรียนรู้ในความผิดพลาด หลีกเลี่ยงประโยคที่โทษตัวเอง เช่น เราเป็นพ่อแม่ที่ไม่ดีเลย เราไม่รู้ เราทำไมได้ สิ่งนี้มันยากเกินไป การเป็นพ่อแม่ที่ดีอาจไม่มีโรงเรียนสอน แต่ความใส่ใจหาข้อมูลในการเลี้ยงลูก การตั้งเป้าหมายและแรงจูงใจในการเลี้ยงลูกให้ตัวเอง จะช่วยให้ลูกเติบโตขึ้นอย่างสมวัย และเป็นตัวของตัวเองอย่างเป็นธรรมชาติ นอกจากฝึก GRIT แล้ว อย่าลืมดูแลร่างกายให้แข็งแรง ด้วยการกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ดื่มนมแพะเป็นประจำอย่างน้อยวันละ 2 แก้ว เพื่อสุขภาพที่ดี ช่วยให้ลูกน้อยในท้องแข็งแรงและมีพัฒนาการที่ดีด้วยค่ะ
ความพยายาม, GRIT, การเลี้ยงลูก, นมแพะ ดีจี, นมแพะ DG