curl-top
curb_bottom

เคล็ดลับคุณแม่
รวมทุกเคล็ดลับที่คุณแม่อยากรู้
เกี่ยวกับลูกน้อย

icon-secrets

บทความอัพเดทล่าสุด

6 วิธีรับมือ...ลูก “เอาแต่ใจ”
img-over-post

6 วิธีรับมือ...ลูก “เอาแต่ใจ”

6 วิธีรับมือ...ลูก “เอาแต่ใจ” เด็กๆ เป็นวัยที่สนใจสิ่งรอบข้าง และอยากเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ รอบตัว เริ่มมีพฤติกรรมเลียนแบบคนใกล้ตัว และมีนิสัยชอบเอาแต่ใจตนเอง ซึ่งถือเป็นพัฒนาการตามวัย จึงเป็นเรื่องที่พ่อแม่ต้องเข้าใจและส่งเสริมพัฒนาการอย่างเหมาะสม เมื่อโตขึ้นนิสัยเหล่านี้จะค่อยๆ หายไป และเป็นเด็กที่น่ารักของทุกคน “เอาแต่ใจ” พัฒนาการตามวัย แต่ต้องแก้ เมื่อลูกเริ่มเดินได้คล่องแคล่วมากขึ้น เขาจะชอบทดลองการใช้กำลังแขนของตัวเอง จึงชอบทุบ ตีสิ่งต่างๆ ทำเอาคุณแม่ปวดหัว บอกให้หยุดตีก็ไม่หยุด ถ้าเป็นแบบนี้อย่าเพิ่งดุลูกแต่ควรหาของเล่นที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ เช่น ของเล่นประเภททุบ ตอก ปั้นแป้งโดว์ ก่อกองทราย เป็นต้น เพื่อลูกจะได้เรียนรู้การใช้กำลังของกล้ามเนื้อมือด้วย นอกจากนี้ จะมีนิสัยเริ่มแสดงความก้าวร้าวกับผู้อื่น ยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง ชอบใช้อำนาจ ต่อต้านคำสั่งของแม่ ชอบเรียกร้องความสนใจ และแสดงออกด้วยการโวยวาย แกล้ง หรือทำอะไรตลกๆ จึงทำให้มองว่าเป็นเด็กที่ “เอาแต่ใจ” ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่ต้องมีวิธีแก้นิสัยแบบนี้อย่างเหมาะสม 6 วิธีรับมือลูก “เอาแต่ใจ” ต้องเข้าใจพัฒนาการตามวัยของลูก ควรสอนและไม่ตามใจลูกมากเกินไป และลูกจะโตขึ้นโดยไม่ติดนิสัยเหล่านี้มา ควบคุมอารมณ์ของตัวเองให้ได้ ถ้าลูกโวยวาย หรือแกล้งยั่วอารมณ์ให้โกรธ ต้องไม่โกรธตอบและค่อยๆ ถามว่าลูกต้องการอะไร พยายามสอนและอธิบายด้วยเหตุผล ถ้าลูกแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวกับผู้อื่น ว่าไม่ควรทำแบบนี้เพราะอะไร ควรปลอบด้วยการกอด เวลาที่ลูกโกรธ เสียใจ เพื่อให้ลูกสงบสติอารมณ์ แล้วค่อยๆ พูดอธิบายให้เข้าใจ ตั้งคำถามกับลูกบ่อยๆ ว่าลูกต้องการอะไร รู้สึกอย่างไร ลูกคิดอย่างไรกับสิ่งที่ตัวเองอยากได้ ทำไมถึงอยากได้สิ่งนั้น ได้มาแล้วทำอะไรได้บ้าง เพื่อฝึกให้ลูกเป็นคนมีเหตุผล พูดคุยกับลูกบ่อยๆ เพราะการที่พูดคุยกัยลูกเสมอ เล่นกับลูก ให้ความรักกับลูก ลูกก็จะไม่ใช้ความก้าวร้าวเป็นตัวต่อรองกับพ่อแม่ เป็นเด็กที่มีเหตุผล เชื่อฟังผู้อื่น และเติบโตมาเป็นที่รักของทุกๆ คน สิ่งที่ลืมไม่ได้ที่จะช่วยส่งเสริมพัฒนาการด้านต่างๆ ได้อย่างดี คือการที่ลูกได้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ อย่างการดื่มนมแพะ ที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน ในน้ำนมแพะอุดมไปด้วยโปรตีนนุ่ม ที่ย่อยและดูดซึมง่าย อีกทั้งยังช่วยในการดูดซึมแร่ธาตุต่างๆ เช่น แคลเซียม เหล็ก สังกะสี และแมกนีเซียม เข้าสู่ร่างกายได้อย่างมีประสิทฺภาพ และช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน นอกจากนี้นมแพะยังมีไขมันห่วงโซ่ขนาดกลาง (MCT Oil ที่ย่อยง่าย ช่วยให้ลูกรัก มีสุขภาพกายและใจที่ดี อารมณ์ดี ร่าเริง และพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งต่างๆ อย่างเต็มศักยภาพ Ref: 1. Park et al. Small Ruminant Research 2007; 68: 88-113 2. Tsuchita et al. British Journal of Nutrition 2001; 85, 5-10
วิธีเลี้ยงลูก, เอาแต่ใจตนเอง, นมแพะ ดีจี, พัฒนาการเด็ก, นมแพะ DG
4 พฤติกรรมที่ต้องเลิก! ถ้าไม่อยากให้ลูกโตมาเป็นเด็กก้าวร้าว
img-over-post

4 พฤติกรรมที่ต้องเลิก! ถ้าไม่อยากให้ลูกโตมาเป็นเด็กก้าวร้าว

4 พฤติกรรมที่ต้องเลิก! ถ้าไม่อยากให้ลูกโตมาเป็นเด็กก้าวร้าว จริงอยู่ที่ว่าพ่อแม่เป็นคนที่รักและหวังดีกับลูกมากที่สุด แต่ในบางครั้งคุณแม่อาจพลาดทำบางสิ่งซึ่งเป็นการทำร้ายลูกแบบไม่รู้ตัว เราลองมาดูกันค่ะว่ามีพฤติกรรมไหนบ้าง ที่คุณแม่ควรหยุดถ้าอยากเห็นลูกเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่ก้าวร้าว และน่ารักสำหรับทุกคน ทะเลาะกันต่อหน้าลูกเป็นกิจวัตร เด็กจะซึมซับจากพฤติกรรมที่พ่อแม่กระทำ ส่งผลให้เป็นเด็กก้าวร้าว สูบบุหรี่ ดื่มสุราหรือของมึนเมาเป็นประจำ พฤติกรรมนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการทะเลาะวิวาท และการดื่มของมึนเมาก็ทำให้เสียสุขภาพด้วยเช่นกัน ดังนั้นไม่ควรทำให้ลูกเห็นเด็ดขาด เห็นลูกเป็นที่ระบายอารมณ์ ลงโทษแบบไร้เหตุผล หากโกรธ หรือโมโหแล้วตี หรือใช้ความรุนแรง โดยไร้เหตุผล จะส่งผลให้ลูกเป็นเด็กเก็บกด ก้าวร้าว หากลูกทำผิดควรกล่าวตักเตือน อธิบายเหตุผล และลงโทษอย่างพอดี ตามใจลูกมากเกินไป เข้าใจว่าคุณพ่อคุณแม่ย่อมรักลูกทุกคน แต่การตามใจมากเกินไป จะทำให้เด็กขาดระเบียบวินัย เอาแต่ใจ เมื่อไม่ได้ตามต้องการก็จะเกรี้ยวกราด ก้าวร้าว หากคุณแม่ลองสำรวจตัวเองแล้วพบว่ามีพฤติกรรมดังกล่าว ก็ควรเลิกทำและปรับเปลี่ยนวิธีการเลี้ยงลูกใหม่นะคะ เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเขา เพื่อให้เขามีสภาพแวดล้อมที่ดี และกลายเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพนะคะ
วิธีเลี้ยงลูก, ลูกอาละวาด, นมแพะ ดีจี, พัฒนาการเด็ก, นมแพะ DG
เทคนิคสอนลูกให้น่ารัก ไม่ดื้อไม่งอแงยามออกนอกบ้าน
img-over-post

เทคนิคสอนลูกให้น่ารัก ไม่ดื้อไม่งอแงยามออกนอกบ้าน

เทคนิคสอนลูกให้น่ารัก ไม่ดื้อไม่งอแงยามออกนอกบ้าน เวลาจะพาลูกออกนอกบ้านคุณพ่อคุณแม่หลายคนคงกังวลใจใม่น้อย เพราะใครจะรู้ว่าลูกเราจะไปเผลอซนที่ไหนบ้าง และหากหลุดกริยาไม่น่ารักขึ้นจะทำอย่างไรดี แต่สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่เลี้ยงลูกแบบ Advance แล้ว ย่อมรับมือกับลูกไม้ต่างๆ ของลูกได้ จริงมั้ยคะ ดังนั้นก่อนพาลูกออกจากบ้านเราต้องเตรียมตัวจอมซนไว้ให้ดีค่ะ วางแผนก่อนออกจากบ้าน ก่อนพาลูกออกไปเที่ยว ไปทำธุระ ไปซื้อของ คุณพ่อคุณแม่ควรจะเลือกสถานที่ที่เหมาะสมกับลูก คำนวณเวลาเดินทางไป-กลับ เวลาที่อยู่ระหว่างออกข้างนอก ของกินของเล่นเตรียมให้พร้อมเผื่อลูกเกิดงอแงหรือหิวขึ้นมากลางทางต้องมีนมหรือขนมรองท้องไว้ รวมถึงทำข้อตกลงกับลูกๆ ด้วยว่าออกนอกบ้านแล้วต้องทำตัวอย่างไร เช่น ไม่ส่งเสียงดังรบกวนผู้อื่น ไม่วิ่งเล่นซนทั่วร้าน เป็นต้น ฝึกมารยาทก่อนออกจากบ้าน เด็ก ๆ ต้องเรียนรู้มารยาททางสังคมก่อนออกจากบ้าน เช่นการพูด ขอบคุณ ขอโทษ รู้จักการเข้าคิวรอ ไม่กรี๊ด ตะโกน หรือส่งเสียงดังเวลาออกนอกบ้าน เป็นต้น มอบหมายความรับผิดชอบให้ลูก เพื่อเบี่ยงเบนลูกออกจากความซน การมอบหมายงานเล็กๆ น้อยๆ จะทำให้ลูกจดจ่อกับภารกิจที่ได้รับ เช่น ให้ลูกช่วยคุณแม่เลือกสินค้า ช่วยคุณแม่ถือของ เป็นต้น พ่อแม่ต้องมีสติ เป็นเรื่องปกติที่เด็กๆ งอแงแล้วคุณพ่อคุณแม่จะอารมณ์เสีย แต่การเลี้ยงลูกแบบ Advance นั้น พ่อแม่ต้องความอารมณ์ของตนเองให้ได้ค่ะ เพราะถ้ายิ่งอารมณ์เสีย การเดินทางก็จะหมดสนุก แต่ถ้าลองเอาใจเขามาใส่ใจเรา เข้าใจอารมณ์และพัฒนาการของลูก และค่อยๆ หาวิธีคลี่คลายสถานการณ์ไป จะทำให้ทริปนั้นเป็นทริปที่สนุกที่สุดของเด็กๆ เลย ห้ามลืมของเล่นชิ้นโปรดเด็ดขาด เด็กๆ มักจะมีของเล่นคู่กายเขา เมื่อต้องออกนอกบ้านสามารถให้ลูกพกติดตัวออกไปได้ 1 หรือ 2 ชิ้น (เพราะหากมากกว่านั้นจะกลายเป็นภาระของคุณพ่อคุณแม่เอง) เผื่อเวลาที่ต้องการเรียกร้องความสนใจจากเด็กๆ เช่น เวลาอยู่ในร้านอาหาร แล้วกังวลเรื่องลูกส่งเสียงดังหรือเล่นซน การให้ลูกอ่านหนังสือที่ชอบ ระบายสี เล่นตุ๊กตาตัวโปรด หรือติดสติ๊กเกอร์ในสมุดก็ช่วยได้ค่ะ ที่สำคัญ หลังจากกลับเข้าบ้านแล้ว คุณพ่อคุณแม่อย่าลืมชื่นชมเขาด้วยนะคะ ว่าวันนี้หนูน่ารักมากค่ะ ช่วยคุณแม่ถือของด้วย วันนี้หนูน่ารักมาก ไม่ดื้อไม่ซนเลย เพื่อให้ลูกรู้สึกดีกับตนเองและพร้อมเรียนรู้การเข้าสังคมและมารยาททางสังคม
สอนมารยาทให้ลูก, นมแพะ ดีจี, พัฒนาการเด็ก, นมแพะ DG
6 วิธี ปลูกฝังลูกโตไปไม่เห็นแก่ตัว
img-over-post

6 วิธี ปลูกฝังลูกโตไปไม่เห็นแก่ตัว

6 วิธี ปลูกฝังลูกโตไปไม่เห็นแก่ตัว ลูกรักวัยซนเป็นวัยที่กำลังพัฒนาตัวตน ยังไม่สามารถแยกแยะได้ว่าสิ่งไหนเป็นของตัวเอง สิ่งไหนเป็นของคนอื่น จึงอาจทำให้มีพฤติกรรมชอบหวงของ ไม่แบ่งของให้ผู้อื่นและถูกมองว่าเป็นเด็กเอาแต่ใจ เห็นแก่ตัว แต่นั่นเป็นพัฒนาการตามวัยของเด็กๆ เมื่อโตขึ้นนิสัยเหล่านี้จะหายไปเอง ซึ่งช่วงเวลานี้เองก็ถือเป็นโอกาสดี ที่คุณพ่อคุณแม่จะปลูกฝังเรื่องการแบ่งปัน การช่วยเหลือผู้อื่น เพื่อเป็นรากฐานให้ลูก เมื่อโตขึ้นเขาจะไม่เป็นคนเห็นแก่ตัว รู้จักให้ผู้อื่น และให้เกียรติผู้อื่นอยู่เสมอ 6 วิธี ปลูกฝังลูก โตไปไม่เห็นแก่ตัว ให้ลูกได้เล่นเป็นกลุ่ม เช่น พาลูกไปสนามเด็กเล่น ได้เล่นของเล่นร่วมกับเพื่อนๆ ที่ต้องรอคอย ต่อคิว หรือสลับกันเล่น ซึ่งจะช่วยฝึกให้ลูกรู้จักการอดทน รอคอย และรู้จักยอมแบ่งให้คนอื่นเล่นด้วย คอยสังเกตและใส่ใจอารมณ์ของลูกอยู่เสมอ เมื่อลูกออกไปเล่นกับเพื่อนๆ เป็นกลุ่ม ต้องมีบ้างที่โดนเพื่อนแกล้ง โดนแย่งของ ทำให้ลูกอารมณ์เสีย หงุดหงิด เสียใจ คุณพ่อคุณแม่ต้องพูดคุยและถามความรู้สึกของลูก เช่น หนูโกรธอยู่ไหม หนูเสียใจใช่ไหมที่เพื่อนแย่งของ ค่อยๆ อธิบาย ปลอบใจและเสนอแนวทางให้ลูกคิดตาม เช่น หนูลองเอาของชิ้นอื่นไปแลกดีไหม อยากให้แม่ช่วยอะไรไหม ซึ่งจะทำให้ลูกรู้สึกว่าแม่รับรู้ถึงปัญหาของเขา และทำให้เขาคิดไตร่ตรองหาทางแก้ปัญหาด้วยตัวเองได้ สอนให้ลูกรู้จักเคารพผู้อื่น เช่น ถ้าลูกกำลังเล่นของเล่นคนอื่นอยู่แล้วโดนแย่งของกลับไป คุณแม่ต้องค่อยๆ อธิบายว่าของเล่นชิ้นนั้นของเพื่อน หากหนูไปหยิบก็ต้องขออนุญาตก่อน ซึ่งเป็นการฝึกนิสัยของลูกเมื่อโตขึ้นจะไม่เอาของคนอื่นมาโดยไม่ได้รับอนุญาต ให้ลูกรู้จักรับและให้อย่างเหมาะสม โดยคุณแม่อาจจะคุยกับเขาว่าของบางชิ้นที่ลูกรักเป็นพิเศษอาจจะไม่แบ่งใครเลยได้ ในขณะที่ของบางชิ้นรักเหมือนกันแต่แบ่งเพื่อนเล่นได้ เพื่อให้ลูกแยกแยะได้ว่าของชิ้นไหนที่แบ่งให้คนอื่นยืมได้ และของชิ้นไหนเป็นของส่วนตัวก็ต้องเก็บรักษาและดูแลอย่างดี ซึ่งเป็นการปลูกฝังให้ลูกรู้จักการรักษาสิ่งของด้วย ไม่ลงโทษหรือตำหนิลูก เวลาที่ลูกไม่แบ่งของให้คนอื่นควรใช้ ใช้วิธีพูดในเชิงว่า คุณแม่ผิดหวังมากเลยที่หนูไม่แบ่งแบบนี้ เพื่อบอกให้ลูกรู้ว่าสิ่งที่เขาทำมีผลต่อความรู้สึกของคุณแม่และคนอื่นด้วย ซึ่งเป็นวิธีที่ทำให้ลูกได้ตระหนักคิดและครั้งต่อไปเขาจะไม่ทำแบบนี้อีก พาลูกทำกิจกรรมอาสา ลองช่วยกันเลือกของเล่นหรือเสื้อผ้าที่ไม่ใช้แล้วไปบริจาค เป็นการฝึกให้ลูกรู้จักการแยกแยะสิ่งของและรู้จักการช่วยเหลือแบ่งปัน การปลูกฝังและฝึกพัฒนาการด้านต่างๆ ของลูกให้ดีนั้นจะเป็นรากฐานนิสัยที่ดีงามให้ลูก แต่ต้องไม่ลืมที่จะดูแลให้ลูกมีสุขภาพดีควบคู่กันไปด้วย จึงควรให้ลูกได้รับอาหารที่มีโภชนาการครบถ้วน อย่างการดื่มนมแพะ ที่มีโปรตีนนุ่ม ที่ย่อยและดูดซึมได้ง่าย ช่วยในการดูดซึมสารอาหารที่สำคัญ อย่างแคลเซียม เหล็ก สังกะสี และแมกนีเซียม เข้าสู่ร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และในนมแพะยังมีพรีไบโอติก ชนิด Oligosaccharide เช่น Inulin และ Oligofructose ซึ่งเป็นใยอาหารที่ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์สุขภาพ เช่น แลคโตบาซิลัส และบิฟิโดแบคทีเรีย จึงช่วยปรับสมดุลของระบบทางเดินอาหาร ทำให้ระบบทางเดินอาหารทำงานได้อย่างเป็นปกติ ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ลูกรักจึงมีร่างกายแข็งแรง มีพัฒนาการดีครบทุกด้าน ลูกรักจึงพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งต่างๆ อย่างสมวัย
วิธีเลี้ยงลูก, ทักษะการเข้าสังคม, นมแพะ ดีจี, พัฒนาการเด็ก, นมแพะ DG
ดื้อ วีน ขี้โมโห อารมณ์วัยเตาะแตะ
img-over-post

ดื้อ วีน ขี้โมโห อารมณ์วัยเตาะแตะ

ดื้อ วีน ขี้โมโห อารมณ์วัยเตาะแตะ …. เสียงดัง โวยวาย ร้องไห้ไม่หยุด กรี๊ด ลงไปนอนกับพื้น ตีอกชกหัว ขว้างปาข้าวของ ห้ามไม่ฟัง …. อาการแบบนี้ของลูกๆ พ่อแม่อย่างเราๆ ไม่ปลื้มแน่นอนค่ะ สาเหตุของอาการ เป็นพัฒนาการตามวัย: มักเกิดกับเด็กวัย 2 – 3 ปี เพราะเป็นช่วงที่เจ้าตัวน้อยเริ่มมีความรู้สึกนึกคิดเป็นของตัวเอง จึงยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง หากแต่ยังไม่รู้จักควบคุมอารมณ์ตัวเอง เรียกร้องความสนใจ: เด็กวัยนี้มักจะต้องการความสนใจและใส่ใจจากคุณพ่อคุณแม่มากเป็นพิเศษ เพราะเขาเริ่มรู้จักและสนใจสิ่งต่างๆ มากขึ้น ทำอะไรด้วยตัวเองได้มากขึ้น แน่นอนว่าเขาต้องการใช้เวลาทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกับคุณอยู่ตลอดเวลา เอาแต่ใจตัวเอง: ข้อนี้เป็นสาเหตุที่เรียกได้ว่า ไร้เหตุผลโดยสิ้นเชิงค่ะ เพราะเด็กที่เอาแต่ใจตัวเองมักจะไม่มีเหตุผลและมีจุดมุ่งหมายเดียวคือ ต้องการเอาชนะคุณ เพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการ วิธีรับมือ หาสาเหตุ: ทำได้โดยการสังเกตหรือถามลูกตรงๆ ว่าเป็นอะไร ต้องการอะไร แก้ปัญหาให้ตรงจุด: ถ้าลูกง่วงนอน ร้อน หิว คุณแม่ควรตอบสนองให้ทันท่วงทีก่อนลูกจะอารมณ์เสียมากจนเหตุการณ์บานปลาย กอดลูก: แค่เพียงสัมผัสด้วยความรัก ปลอบโยน แสดงให้เห็นว่าคุณรักและสนใจเขา ลูกจะรู้สึกมั่นคงทางอารมณ์ เบี่ยงเบนความสนใจ: ถ้าลูกโยเยงอแงจากสาเหตุเล็กๆ น้อยๆ คุณแม่อาจชวนคุย ชวนดูโน่นนี่ ให้ลูกลืมอารมณ์เสีย ให้ลูกได้ตัดสินใจเอง: เช่น เมื่อลูกงอแงไม่อยากแต่งตัว คุณแม่อาจชวนให้เค้าเลือกเสื้อผ้าเองบ้าง“มาดูซิ วันนี้ลูกอยากใส่เสื้อสีอะไรดีน้า” “เอ๊... ใส่เสื้อพี่หมี หรือพี่กระต่ายดีเอ่ย” เป็นต้น ปล่อยให้อาละวาด: ถ้าลูกร้องไม่หยุด ไม่ให้อุ้ม ดิ้นกับพื้น คุณแม่ควรปล่อยให้ร้อง เดินหนี ไม่สนใจ (คอยสังเกตว่าลูกปลอดภัย) เมื่อลูกสงบลงค่อยกลับไปอุ้ม ลูกจะเรียนรู้ว่าการร้องไห้ขัดขืนต่อต้าน ไม่ใช้วิธีที่ทำให้แม่สนใจ สั่งสอนและให้เหตุผล: คุณแม่ควรสอนลูกและชี้ให้เขาเห็นเหตุผล สิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำทุกครั้งทันทีที่ลูกสงบลงแล้ว ชมเชย: ควรชมเชยให้กำลังใจ เมื่อลูกยอมสงบ เป็นเด็กดี เพื่อให้เขารู้ว่านี่คือสิ่งดี ที่ควรทำ แม่รักลูกที่ลูกเป็นแบบนี้ พูดคุยกับลูกบ่อยๆ: ให้ลูกได้มีโอกาสแสดงความคิด อารมณ์ ความรู้สึก และให้ลูกได้รู้ว่าคุณใส่ใจในตัวเขา ข้อควรระวัง อย่าแหย่หรือแกล้งให้ลูกอารมณ์เสีย: ลูกจะกลายเป็นคนขี้หงุดหงิดไปโดยใช่เหตุ ไม่พูดเชิงลบ: เช่น ลูกนี่ดื้อจริงๆ ทำไมเป็นเด็กก้าวร้าวแบบนี้ แม่เกลียดมากเวลาลูกเป็นแบบนี้ ฯลฯ ไม่ตะคอก ดุด่า: ลูกจะเลียนแบบอารมณ์และคำพูดคุณแล้วนำไปใช้เมื่อรู้สึกโกรธ ไม่ลงโทษด้วยการทำร้ายร่างกาย: ลูกจะเข้าใจว่าการทำร้ายร่างกาย คือ วิธีแก้ปัญหาเมื่อโกรธ ไม่เข้าไปโอ๋ลูกขณะลูกกำลังถูกอบรมอยู่: ข้อนี้คุณควรสร้างกติกากับคนในบ้านให้ชัดเจน เพราะขณะที่คนใดคนหนึ่งกำลังปรับพฤติกรรมของลูก แต่อีกคนกลับทำสิ่งตรงข้าม ลูกจะไม่เรียนรู้สิ่งที่ควรทำ แต่จะกลายเป็นว่าโดนดุไม่เป็นไร เดี๋ยวก็มีคนมาช่วย แม้ว่าอาการ ดื้อ วีน ขี้โมโห จะเป็นพัฒนาตามวัย เกิดได้ตามธรรมชาติ แต่ถ้าไม่อยากเข้าสุภาษิต ‘พ่อแม่รังแกฉัน’ คุณพ่อคุณแม่ก็อย่าได้ละเลยให้พฤติกรรมเหล่านี้กลายมาเป็น ‘นิสัย’ ที่แก้ไม่หายนะคะ Tips: ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดที่ทำให้ลูกกลายเป็นเด็กขี้วีน สิ่งที่คุณแม่ต้องพึงระลึกอยู่เสมอในการรับมือกับลูก คือ ต้องเข้าหาลูกอย่างเป็นมิตร มีเมตตา และไม่ทำเมื่ออยู่ในอารมณ์โกรธ ค่ะ
ลูกอาละวาด, ลูกงอแง, นมแพะ ดีจี, พัฒนาการเด็ก, นมแพะ DG
รวมเมนูเด็ดสยบปัญหาลูกท้องผูก ขับถ่ายยาก
img-over-post

รวมเมนูเด็ดสยบปัญหาลูกท้องผูก ขับถ่ายยาก

รวมเมนูเด็ดสยบปัญหาลูกท้องผูก ขับถ่ายยาก ชวนคุณแม่แก้ปัญหาลูกท้องผูก ขับถ่ายยากด้วยเมนูเด็ด ทำง่าย ใช้วัตถุดิบน้อย อร่อย แถมได้ประโยชน์แบบเน้นๆ จบปัญหาท้องผูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ลูกรักขับถ่ายง่าย สบายท้อง สมองไบรท์พร้อมเรียนรู้ เพื่อพัฒนาการที่ดีสมวัย Strawberry Smoothie สตรอเบอรี่ผลไม้รสเปรี้ยวอมหวานอุดมไปด้วยกากใยอาหาร ช่วยให้ลูกขับถ่ายดี ดูสูตร คลิก!! ซุปแอปเปิ้ล แอปเปิ้ลมีวิตามินและกากใยสูง ช่วยให้ระบบทางเดินอาหารทำงานตามปกติ เพิ่มประสิทธิภาพในการขับถ่าย ดูสูตร คลิก!! ซุปหน่อไม้ฝรั่ง หน่อไม้ฝรั่งเป็นผักสีเขียว ช่วยปรับสมดุลลำไส้ ลดอาการท้องอืด ดูสูตร คลิก!! กล้วยหอม จอมพลัง กล้วยหอมมีกากใยอาหาร ช่วยให้การทำงานของระบบย่อยอาหารคล่องตัว ช่วยปรับจูนระบบย่อยอาหารให้ทำงานได้เป็นปกติ ดูสูตร คลิก!! เมนูนมปั่นครบรส ช่วยลูกขับถ่าย ข้าวโอ้ตและแอปเปิ้ลมีไฟเบอร์สูง ช่วยทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น ดูสูตร คลิก!! ซุปส้มแสนอร่อย ส้ม ช่วยให้ขับถ่ายได้ดี มีสรรพคุณเป็นยาระบายอ่อนๆ ดูสูตร คลิก!! อะโวคาโดครีมฟรุตสลัด อะโวคาโด ย่อยง่าย มีเส้นใยสูง ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อระบบขับถ่าย ดูสูตร คลิก!! ผักโขมอบชีส ผักโขมเป็นผักที่มีไฟเบอร์สูง ช่วยให้ทางเดินอาหารทำงานได้ดีขึ้น ดูสูตร คลิก!! ซุปเจ้าเนื้อส้มทรงพลัง ส้ม มีกากใยสูง ช่วยให้ขับถ่ายได้ดี ดูสูตร คลิก!! นอกจากการรับประทานอาหารจำพวกผักและผลไม้จะช่วยให้ลูกท้องไม่ผูก อย่าลืมให้ลูกรักดื่มน้ำสะอาดเยอะๆ ออกกำลังกายตามวัย และควรฝึกหัดให้ลูกขับถ่ายเป็นเวลา ก็จะช่วยให้ระบบขับถ่ายของลูกเป็นปกติ และการให้ลูกดื่มนมแพะก็ช่วยในเรื่องขับถ่ายดีด้วยเช่นกัน เพราะนมแพะมีโปรตีนที่สามารถย่อยและดูดซึมง่าย เป็นมิตรกับระบบขับถ่ายค่ะ
โภชนาการดี, นมแพะ ดีจี, พรีไบโอติก, ท้องผูก, นมแพะ DG
สยบปัญหาลูกรักท้องผูก เรื่องง่ายๆ ที่คุณแม่จัดการได้
img-over-post

สยบปัญหาลูกรักท้องผูก เรื่องง่ายๆ ที่คุณแม่จัดการได้

สยบปัญหาลูกรักท้องผูก เรื่องง่ายๆ ที่คุณแม่จัดการได้ ปัญหาลูกรักท้องผูก เป็นปัญหาที่ทำให้คุณแม่หลายท่านหนักใจใช่ไหมคะ มาค่ะพี่แพะรวบรวม เรื่องที่คุณแม่หลายท่านกังวลใจ และแนวทางการแก้ปัญหาให้ลูกรักขับถ่ายง่าย สบายท้องไม่ผูกมาให้ด้านล่างนี้แล้วค่ะ โภชนาการเพื่อลูกรักสุขภาพดีท้องไม่ผูก อาหารแก้อาการท้องผูกให้ลูกวัยอนุบาล ลูกกินยากมีปัญหาขับถ่ายให้กินอะไรดี ดูแลระบบขับถ่ายลูกด้วย 2 ใยอาหารป้องกันท้องผูกที่มีมากในนมแพะ เส้นใยอาหาร ลดอาการลูกท้องผูก 5 ผลไม้สำหรับเด็ก ตัวช่วยลูกท้องผูก ไขข้อข้องใจปัญหาลูกรักท้องผูก ลูกน้อยท้องผูก อึไม่ออก ทำอย่างไรดี? ลดปัญหาท้องผูกในลูกน้อย เรื่องง่าย ๆ ที่คุณแม่ทำได้ เทคนิคดีๆ ช่วยลูกท้องไม่ผูก ปัญหา “ลูกท้องผูก” สยบจบได้ด้วยพรีไบโอติกในนมแพะ ลูกท้องผูก สยบปัญหาแก้อาการลูกท้องผูกอย่างได้ผล และไม่ท้องผูกอีกจนแม่ปลื้ม เห็นไหมคะ ปัญหาลูกท้องผูกแก้ได้ และง่ายนิดเดียว หากคุณแม่นำไปปฏิบัติรับรองว่าได้ผลจริง และอีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญสำหรับลูกที่ท้องผูกนั้นก็คือนมแพะ เพราะมีใยอาหารจากธรรมชาติคือ พรีไบโอติก (Prebiotic) อย่างอินนูลิน (Inulin) และ โอลิโกฟรุคโตส (Oligofructose) ซึ่งเป็นอาหารของจุลินทรีย์ที่ดีในลำไส้ใหญ่ ทำให้ลูกขับถ่ายง่าย ลดอาการท้องผูก แถมยังมีรสชาติดี หอมอร่อย จึงทำให้เด็ก ๆ ดื่มได้ง่ายแถมถ่ายคล่องด้วยค่ะ
ฝึกลูกขับถ่าย, นมแพะ ดีจี, พรีไบโอติก, ท้องผูก, นมแพะ DG
5 วิธีอุ้มลูกเรอนม ไล่ลม หลับสบาย ป้องกันอาการแหวะนม
img-over-post

5 วิธีอุ้มลูกเรอนม ไล่ลม หลับสบาย ป้องกันอาการแหวะนม

5 วิธีอุ้มลูกเรอนม ไล่ลม หลับสบาย ป้องกันอาการแหวะนม ลูกแหวะนมตลอดเลยทำยังไงดี? คุณแม่มือใหม่คนไหนกำลังมีปัญหานี้บ้างคะ ลูกแหวะนมมีสาเหตุหลักจากมีลมในท้องมากเกินไป ซึ่งอาจมาจากการเข้าเต้าไม่ถูกวิธี การดื่มนมจากขวดที่ปิดขวดแน่นหรือหลวมไป หรือคุณแม่จับลูกเรอนมไล่ลมไม่ถูกวิธี ลมจึงออกไม่หมด ยังมีลมอยู่ในท้องทำให้เกิดอาการแหวะนมตามมาค่ะ ถ้าเจอปัญหาลูกแหวะนมต้องรีบแก้ไขโดยด่วนเลยค่ะ เพราะอาจส่งผลต่อพัฒนาการในระยะยาวค่ะ เรามี 5 วิธีอุ้มลูกเรอนมไล่ลมมาแนะนำ คุณแม่ลองปรับทำตามดูนะคะ 5 วิธีอุ้มลูกเรอนม ไล่ลม วิธีอุ้มลูกเรอนม ไล่ลม 1 อุ้มลูกพาดบ่า โดยอุ้มลูกหันหน้าเข้าหาตัว วางศีรษะลูกบนบ่าหันหน้าไปด้านใดด้านหนึ่ง ใช้มือข้างที่ถนัดประคองต้นคอลูก ส่วนมืออีกข้างประคองก้นลูกไว้ การอุ้มลูกท่านี้ไหล่ของคุณแม่จะช่วยนวดลิ้นปี่ของลูกเบาๆ ทำให้ลูกเรอได้ วิธีอุ้มลูกเรอนม ไล่ลม 2 อุ้มลูกนั่งบนตัก ให้ใช้มือข้างที่ถนัดประคองช่วงคางของลูก จากนั้นโน้มตัวลูกมาข้างหน้าเล็กน้อย หลังตรง อุ้งมือคุณแม่จะอยู่บริเวณลิ้นปี่ลูก ให้ทิ้งน้ำหนักตัวลูกมากดทับที่มือคุณแม่ เป็นการช่วยคลึงท้องเพื่อไล่ลมออก ส่วนมืออีกข้างก็ลูบหลังลูกเบาๆ วิธีอุ้มลูกเรอนม ไล่ลม 3 อุ้มลูกวางพาดบนขา ให้คุณแม่นั่งบนเก้าอี้แล้วอุ้มลูกนอนคว่ำโดยช่วงหน้าอก (ลิ้นปี่) ของลูกอยู่บนหน้าขา จากนั้นใช้มือข้างที่ถนัดประคองช่วงไหล่ลูก และใช้มืออีกข้างหนึ่งลูบหลังลูกเบาๆ หน้าขาคุณแม่จะช่วยนวดเบาๆ ที่ท้องลูก ขับลมได้เช่นกัน วิธีอุ้มลูกเรอนม ไล่ลม 4 คล้ายกับวิธีที่ 3 แต่เป็นการจับลูกนอนคว่ำบนพื้น เพื่อให้น้ำหนักตัวของลูกกดท้องเพื่อขับลม วิธีอุ้มลูกเรอนม ไล่ลม 5 คุณแม่ลองใช้มหาหิงค์ขับลม ทาที่ฝ่าเท้าหรือหน้าท้องลูก เพื่อให้กลิ่นระเหยช่วยทำให้ลำไส้เคลื่อนตัวและบีบตัว ไล่ลมในท้องของลูกได้ แต่ระวังอย่าทามากเกินไป เพราะความร้อนจะทำให้ผิวของลูกไหม้ได้ นอกจากวิธีอุ้มลูกเรอนมไล่ลมข้างต้นแล้ว คุณแม่ควรลองปรับเปลี่ยนวิธีให้นมลูกด้วยค่ะ เช่น อาจให้กินนมครั้งละน้อยๆ แต่บ่อยขึ้นเคยให้ลูกกินนม 3-4 ออนซ์ ทุก 3 ชั่วโมง ก็เปลี่ยนมาให้ลูกกินนม 1.5-2.5 ออนซ์ ทุก 1 หรือ 2 ชั่วโมงแทน เป็นต้น
ป้องกันอาการแหวะนม, ลูกแหวะนม, นมแพะ ดีจี, พัฒนาการเด็ก, นมแพะ DG
แม่ตั้งครรภ์ท้องอืด จัดการด้วย 6 วิธีให้สบายท้อง สบายตัว
img-over-post

แม่ตั้งครรภ์ท้องอืด จัดการด้วย 6 วิธีให้สบายท้อง สบายตัว

แม่ตั้งครรภ์ท้องอืด จัดการด้วย 6 วิธีให้สบายท้อง สบายตัว แม่ตั้งครรภ์อย่างเราแค่น้ำหนักตัวมากขึ้นก็อึดอัดแล้วนะคะ ถ้าเจออาการท้องอืดเข้าไปอีกจะยิ่งแย่ พาลนอนไม่หลับทั้งคืนได้เหมือนกันค่ะ ซึ่งสาเหตุหลักที่ทำให้คุณแม่ท้องอืด ท้องเฟ้อ คือ กระเพาะและลำไส้ทำงานลดลงเพราะมดลูกที่ขยายใหญ่เบียดมากขึ้น จึงทำให้ย่อยอาหารได้ยากกว่าปกติ มีอาหารตกค้างในกระเพาะและลำไส้มาก สะสมจนกลายเป็นแก๊สที่ทำให้ท้องอืดนั่นเองค่ะ แม่ตั้งครรภ์ท้องอืด แก้อาการและป้องกันได้ด้วย 6 วิธีนี้ รับประทานอาหารให้ตรงต่อเวลา เพราะถ้าปล่อยให้ท้องว่างจะเกิดการหลั่งกรดในกระเพาะ จะทำให้เกิดแก๊สได้ ควรรับประทานอาหารให้พอดี หรือเลือกเป็นการรับประทานมื้อละน้อยๆ แต่หลายมื้อจะทำให้ระบบย่อยทำงานได้ง่ายขึ้น ควรรับประทานอาหารที่มีเส้นใย เพราะจะช่วยขับกากอาหารออกจากร่างกายได้เร็วขึ้น ลดการสะสมของอาหารในลำไส้ ช่วยป้องกันอาการท้องผูกได้ด้วย โดยใยอาหารที่ดีชนิดหนึ่ง คือ ฟรุกโตโอลิโกแซ็คคาไรค์ พบได้ในธรรมชาติ เช่น หัวหอมใหญ่ กระเทียม มะเขือเทศ กล้วยหอม แก้วมังกร เป็นต้น คุณแม่ควรเคี้ยวอาหารประเภทเนื้อสัตว์ให้ละเอียด เพื่อให้ย่อยได้ง่ายขึ้น อาหารตกค้างจะน้อยลง หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เหล้า เบียร์ น้ำอัดลม โซดา เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน คุณแม่ตั้งครรภ์ควรดื่มนมเป็นประจำก่อนนอนเพื่อให้อยู่ท้องตอนกลางคืน เช่น นมแพะ เพราะย่อยง่าย ลดปัญหาท้องผูก และมีสารอาหารจากธรรมชาติที่มีประโยชน์สูงด้วย อาการท้องอืดในคุณแม่ตั้งครรภ์ถือเป็นเรื่องปกติค่ะ แต่เราก็ต้องรู้วิธีแก้อาการและป้องกันไว้ด้วย เพื่อทำให้การกินของคุณแม่รู้สึกสบายท้อง สบายตัว ส่งผลดีต่อใจแม่ และดีกับพัฒนาการลูกในท้องด้วยค่ะ
แม่ท้องดื่มนมอะไรดี, คนท้องต้องกินอะไร, อาการตอนตั้งครรภ์, นมแพะ ดีจี, นมแพะ DG
แม่ท้องดื่มนมแบบไหนถึงดีกับสุขภาพ
img-over-post

แม่ท้องดื่มนมแบบไหนถึงดีกับสุขภาพ

แม่ท้องดื่มนมแบบไหนถึงดีกับสุขภาพ แคลเซียมคือ หนึ่งในแร่ธาตุสำคัญสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ค่ะ เพราะแคลเซียมจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกคุณแม่ที่ต้องแบกรับน้ำหนักเพิ่มมากขึ้น และแคลเซียมยังมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมพัฒนาการอย่างสมบูรณ์ของทารกในครรภ์ด้วย แต่นมสำหรับคนท้องแบบไหนที่แม่ท้องควรเลือกดื่ม และแต่ละวันควรดื่มนมมากน้อย แค่ไหน เรามีคำแนะนำค่ะ นมสำหรับคนท้องควรเลือกอย่างไร แม่ท้องควรเลือกดื่มนมรสจืด หรือ นมที่มีความหวานน้อย เพื่อควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด แม่ท้องควรเลือกดื่มนมที่หลากหลาย เช่น นมแพะ นมถั่วเหลือง เป็นต้น เพื่อให้ได้รับสารอาหารเหมาะสมกับช่วงตั้งครรภ์ เช่น นมแพะเป็นนมที่โปรตีนย่อยง่ายและทำให้ไม่ท้องอืด ทำให้คุณแม่รู้สึกสบายท้อง แม่ท้องควรเลือกนมที่มีแคลเซียมสูง รวมถึงสาราหารสำคัญอื่นๆ เช่น ฟอสฟอรัส เหล็ก วิตามิน เป็นต้น ซึ่งสารอาหารเหล่านี้สำคัญกับการดูแลร่างกายในช่วงตั้งครรภ์ด้วย แม่ท้องควรดื่มนมมากน้อยแค่ไหน ใครที่ดื่มนมเป็นประจำตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์อยู่แล้ว ช่วงตั้งครรภ์อาจเพิ่มการดื่มนมเป็นวันละ 2-3 แก้ว คุณแม่ที่ดื่มนมน้อย หรือ ไม่ชอบดื่มนมมากนัก อาจเปลี่ยนเป็นการกินผลิตภัณฑ์จากนมหรือนำนมมาดัดแปลงให้กินง่ายขึ้น เช่น ไอศกรีมนมแพะ โยเกิร์ตรสจืดใส่ผลไม้ เป็นต้น คุณแม่ตั้งครรภ์ควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่และหลากหลายเพื่อร่างกายจะได้รับสารอาหารอย่างเหมาะสมและเพียงพอนะคะ และควรเน้นอาหารสด ใหม่ สะอาด เพื่อให้ได้รับสารอาหารจากธรรมชาติที่ดีที่สุดสำหรับสุขภาพค่ะ
อาหารบำรุงครรภ์, แม่ท้องดื่มนมอะไรดี, เครื่องดื่มสำหรับคนท้อง, นมแพะ ดีจี, นมแพะ DG
แม่ตั้งครรภ์กินคลีนรักษาสุขภาพ ส่งผลกับทารกในครรภ์หรือไม่
img-over-post

แม่ตั้งครรภ์กินคลีนรักษาสุขภาพ ส่งผลกับทารกในครรภ์หรือไม่

แม่ตั้งครรภ์กินคลีนรักษาสุขภาพ ส่งผลกับทารกในครรภ์หรือไม่ เดี๋ยวนี้มองไปทางไหนก็เจอคุณแม่สาย Beauty & Healthy เต็มไปหมดค่ะ เพราะแม่ตั้งครรภ์ก็เป็นผู้หญิง เราเลยยังเห็นคุณแม่แต่งหน้าแต่งตัว ออกกำลังกาย รวมไปถึงการเลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพค่ะ คุณแม่ตั้งครรภ์หลายคนเลือกกินอาหารคลีนในช่วงตั้งครรภ์ เพื่อดูแลสุขภาพให้ดี แต่ก็ยังกังวลกันอยู่ใช่ไหมคะว่า “เอ๊ะ! เรากินคลีนแบบนี้แล้วจะดีกับลูกในครรภ์ไหม” “กินคลีนแล้วลูกในครรภ์จะได้รับสารอาหารครบถ้วนไหม” อาหารคลีนคืออะไร อาหารคลีน คือ อาหารที่สด สะอาด มาจากธรรมชาติ ผ่านกระบวนการผลิตน้อยที่สุด เช่น อาหารออร์แกนิค ไม่ปรุงแต่งรสชาติ ไม่ผ่านกระบวนการผลิตที่มีสารปนเปื้อน หรือปรุงและผ่านกระบวนการต่างๆ น้อยที่สุด จะทำให้ร่างกายได้สารอาหารมากกว่าอาหารที่ผ่านการปรุงทั่วไป และได้รับสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยดูแลการทำงานภายในร่างกายและทำให้ผิวพรรณคุณแม่ดูสดใสขึ้นด้วยค่ะ แม่ตั้งครรภ์อยากกินคลีนต้องทำอย่างไร ก่อนแม่ตั้งครรภ์จะเริ่มกินคลีน ต้องเข้าใจก่อนว่า แม่ตั้งครรภ์ต้องได้รับพลังงานจากอาหารวันประมาณ 2,500 กิโลแคลอรี เพื่อให้ลูกในครรภ์ได้รับสารอาหารเพียงพอสำหรับใช้การสร้างอวัยวะต่างๆ ดังนั้นคุณแม่ตั้งครรภ์ยังสามารถกินคลีนได้ แต่ต้องเลือกกินให้ได้สารอาหารครบ 5 หมู่และมีความหลากหลาย โดยเราแนะนำดังนี้ค่ะ อย่าให้ขาดอาหารประเภทโปรตีน คุณแม่อาจเลือก เนื้อหมูไม่ติดมัน ปลา ไก่ไม่มีหนัง ไข่ไก่ เต้าหู้ขาว รวมไปถึงโปรตีนจากพืชอย่างถั่ว ถั่วงอก ยอดอ่อนของผักต่าง ๆ นมแพะ นมถั่วเหลือง นมอัลมอนด์ เป็นต้น คุณแม่ควรกินผักสดที่ล้างสะอาดจะดีที่สุดค่ะ เพราะได้รับวิตามินและเกลือแร่ในผักต่างๆ อย่างครบถ้วน ไม่ผ่านความร้อนจนวิตามินบางชนิดเสียไป อาหารคลีนสำหรับคุณแม่ควรมีการปรุงรสน้อย ไม่มีผงชูรส ไม่มีสารกันบูด รวมถึงไม่มีเกลือในปริมาณมาก ซึ่งอาจส่งผลให้คุณแม่มีอาหารบวมค่ะ ควรเลือกทานให้หลากหลาย ไม่กินซ้ำกันนานๆ ซึ่งเป็นหลักการเดียวกันกับคุณแม่ที่รับประทานอาหารทั่วไปค่ะ เพราะการกินซ้ำอาจทำให้ร่างกายสะสมสารเคมีบางอย่างจนส่งผลเสียต่อร่างกาย หรือได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน ดังนั้นเลือกรับประทานให้หลากหลาย เช่น กินคลีนสลับกับอาหารปกติบ้าง มี Cheat Day บ้าง เพื่อให้ได้รับสารอาหารอย่างเหมาะสมนะคะ หลักโภชนาการที่เหมาะสมกับคุณแม่ตั้งครรภ์คือ กินให้ครบ 5 หมู่ – กินให้หลากหลาย – กินให้สะอาด เพียงเท่านี้ลูกในครรภ์ก็ได้รับสารอาหารครบถ้วนและมีพัฒนาการดีได้แล้วค่ะ
พัฒนาการทารกในครรภ์, ทารกในครรภ์, คนท้องต้องกินอะไร, พรีไบโอติก, นมแพะ DG
โฟเลต สุดยอดวิตามินคนท้องที่แม่ท้องต้องกิน!
img-over-post

โฟเลต สุดยอดวิตามินคนท้องที่แม่ท้องต้องกิน!

โฟเลต สุดยอดวิตามินคนท้องที่แม่ท้องต้องกิน! โฟเลตเป็นวิตามินสำคัญ ช่วยเสริมสร้างร่างกายและป้องกันภาวะพิการทางสมองของลูกในครรภ์ได้นะคะ คุณหมอจึงมักแนะนำให้ว่าที่คุณแม่กินวิตามินหรืออาหารที่มีโฟเลตตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์และต่อเนื่องไปจนถึง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ เพราะโฟเลตเป็นสารตั้งต้นในการสร้าง DNA และ โปรตีน เพื่อเป็นองค์ประกอบของเซลล์และเนื้อเยื่อต่างๆ คุณแม่ตั้งครรภ์จึงจำเป็นต้องได้รับโฟเลตมากกว่าผู้หญิงทั่วไปถึง 2 เท่าค่ะ ทำไมแม่ท้องต้องการโฟเลตสูงขึ้น ช่วงตั้งครรภ์ ลำไส้ของแม่ท้องสามารถดูดซึมกรดโฟลิกจากอาหารได้ลดลง และมีการสูญเสียกรดโฟลิกทางปัสสาวะมากกว่าปกติอีกด้วย จึงทำให้คุณแม่ท้องต้องกินวิตามินหรืออาหารที่มีโฟเลตมากกว่าปกติและต่อเนื่อง หากได้รับน้อยเกินไปก็เสี่ยงต่อการเกิดความผิดปกติของพัฒนาการทางสมองและระบบประสาทของทารก แม่ท้องกินโฟเลตแค่ไหนถึงเพียงพอ แม่ท้องต้องกินโฟเลตให้ได้วันละ 400-600 ไมโครกรัมต่อวัน ควรกินโฟเลตก่อนตั้งครรภ์ 3 เดือน และต่อเนื่องไปถึงตั้งครรภ์ 3 เดือนแรก กินอาหารที่มีโฟเลต เช่น ผักใบเขียว ในทุกๆ มื้ออาหาร ผักที่มีโฟเลตสูงเหมาะสำหรับแม่ตั้งครรภ์ ดอกกุยช่าย 100 กรัม มีโฟเลต 283 ไมโครกรัม ผักโขม 100 กรัม มีโฟเลต 160.1 ไมโครกรัม ผักกาดหอม 100 กรัม มีโฟเลต 105 ไมโครกรัม ผักแขนง 100 กรัม มีโฟเลต 97 ไมโครกรัม ผักหางหงส์ 100 กรัม มีโฟเลต 93.8 ไมโครกรัม ปวยเล้ง 100 กรัม มีโฟเลต 90 ไมโครกรัม คะน้า 100 กรัม มีโฟเลต 80.1 ไมโครกรัม บร็อคโคลี 100 กรัม มีโฟเลต 64 ไมโครกรัม แม่ท้องกินโฟเลตอย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุดกับลูกในท้อง คุณแม่ควรกินผักสด หรือไม่ปรุงนานเกินไป เพราะกรดโฟลิกจะสลายตัวเมื่อถูกความร้อนสูง นอกจากแม่ท้องจะกินโฟเลตให้เพียงพอแล้ว ต้องไม่ลืมกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ด้วย และควรดื่มนมเป็นประจำด้วยนะคะ
อาหารคนท้อง, คนท้องต้องกินอะไร, อาการตอนตั้งครรภ์, นมแพะ ดีจี, นมแพะ DG