curl-top
curb_bottom

เคล็ดลับคุณแม่
รวมทุกเคล็ดลับที่คุณแม่อยากรู้
เกี่ยวกับลูกน้อย

icon-secrets

บทความอัพเดทล่าสุด

นมแพะเหมือนกันแต่คุณภาพและสารอาหารไม่เหมือนกัน? เคล็ดลับเลือกนมแพะให้ลูกแบบแอดวานซ์
img-over-post

นมแพะเหมือนกันแต่คุณภาพและสารอาหารไม่เหมือนกัน? เคล็ดลับเลือกนมแพะให้ลูกแบบแอดวานซ์

นมแพะเหมือนกันแต่คุณภาพและสารอาหารไม่เหมือนกัน? เคล็ดลับเลือกนมแพะให้ลูกแบบแอดวานซ์ ปัจจุบันมีนมแพะวางจำหน่ายให้คุณแม่เลือกมากมาย นมแพะที่ดูเหมือนกัน แต่จริง ๆ แล้วคุณภาพและสารอาหารอาจแตกต่างกัน จะเลือกนมแพะให้ลูกต้องเลือกอย่างไรเพื่อให้ได้นมแพะที่เต็มเปี่ยมด้วยคุณค่าครบถ้วนเพื่อลูกน้อย นมแพะดีจี เป็นนมแพะจากแพะสายพันธุ์ดี ฟาร์มนิวซีแลนด์ แตกต่างจากนมแพะอื่น ๆ ดังนี้ เป็นแพะสายพันธุ์ ซาเนน ซึ่งเป็นแพะสายพันธุ์ที่ให้นมดีที่สุด เป็นแพะที่เลี้ยงในนิวซีแลนด์ ถูกเลี้ยงในทุ่งหญ้ากว้าง ที่อุดมสมบูรณ์ อากาศที่บริสุทธิ์ สะอาด ปลอดภัย ปราศจากเชื้อโรค ผลิตน้ำนมแพะคุณภาพสูง ได้น้ำนมที่มีสารอาหารจากธรรมชาติในปริมาณสูง เป็นแพะที่เลี้ยงด้วยหญ้าที่ปราศจากสารเคมี อุดมด้วยโปรตีนและแคลเซียมสูง จึงทำให้น้ำนมแพะ มีรสชาติดี หอม อร่อย มีการรักษาคุณภาพของนมแพะให้รสชาติดี หอมอร่อยตามธรรมชาติ ด้วยถังพักนมระบบปิดที่คงอุณหภูมิน้ำนมไว้ที่ 1-4 องศาเซลเซียส เคล็ดลับการเลือกนมแพะแบบแอดวานซ์ เลือกนมแพะที่มีสารอาหารที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน เหมือนกับที่นมแพะ DG3 Advance Gold สูตรพัฒนาไปอีกขึ้น ด้วยการเพิ่มพรีไบโอติก ชนิด Oligosaccharides (Inulin & Oligofructose) ซึ่งพรีไบโอติกคืออาหารของจุลินทรีย์สุขภาพที่สำคัญต่อระบบทางเดินอาหาร ซึ่งมีหลายชนิด เช่น Inulin & Oligofructose เป็นใยอาหารที่จะไม่ถูกย่อย และไม่ถูกดูดซึมในระบบทางเดินอาหาร แต่จะถูกย่อยด้วยจุลินทรีย์สุขภาพในลำไส้ อย่างแล็กโทบาซิลลัส และไบฟิโดแบคทีเรีย ทำให้จุลินทรีย์ชนิดดีเพิ่มจำนวนขึ้น จึงช่วยปรับสมดุลของระบบทางเดินอาหารให้ทำงานได้เป็นปกติ ขับถ่ายง่าย ลดอาการท้องผูก ลดการอักเสบบริเวณลำไส้ และที่สำคัญยังช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงให้ลูกได้เป็นอย่างดี เลือกนมแพะที่เพิ่มสารอาหารสำคัญอย่าง ดีเอชเอ (DHA) และ เออาร์เอ (ARA) ที่มีประโยชน์ต่อพัฒนาการทางสมอง และสายตาของลูกๆ เข้าไปด้วย เลือกผลิตภัณฑ์นมแพะที่มี "สัญลักษณ์ใบเฟิร์น" ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่ออกโดยรัฐบาลนิวซีแลนด์ เพื่อรองรับว่า ผลิตภัณฑ์ที่ได้สัญลักษณ์นี้เป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพอย่างแท้จริง
ใยอาหาร, พรีไบโอติก, นมแพะ DG
 ดื่มนมแพะมีโอกาสเกิดอาการแพ้น้อยกว่านมอื่นจริงหรือ?
img-over-post

ดื่มนมแพะมีโอกาสเกิดอาการแพ้น้อยกว่านมอื่นจริงหรือ?

ดื่มนมแพะมีโอกาสเกิดอาการแพ้น้อยกว่านมอื่นจริงหรือ? นมแพะเป็นหนึ่งในนมที่คุณแม่ยุคใหม่หาข้อมูล และเห็นถึงคุณค่าของสารอาหารที่มีอยู่อย่างครบถ้วนในนมแพะ นอกจากนี้ หนึ่งในเหตุผลที่แม่ ๆ เลือกนมแพะให้ลูกคือดื่มนมแพะแล้วมีโอกาสแพ้น้อยกว่านมอื่น เป็นเพราะอะไร วันนี้เรามาหาคำตอบกัน จริงหรือ? นมแพะมีโปรตีนก่อแพ้น้อยกว่านมวัว ในนมแพะจะมีปริมาณโปรตีนก่อแพ้หรือเบต้าแลคโตกลอบบูลินน้อยกว่านมวัวถึง 3 เบต้าแลคโตกลอบบูลิน คือ โปรตีนขนาดใหญ่ที่ก่อให้เกิดอาการแพ้นมวัว ร่างกายย่อยได้ยาก จึงเหลือตกค้างอยู่ใน ลำไส้กลายเป็นสารก่อภูมิแพ้ที่กระตุ้นให้ร่างกายแสดงอาการแพ้ออกมาในลักษณะต่างๆ การดื่มนมแพะจึงมีโอกาสเกิดภูมิแพ้น้อยกว่าเด็กที่ได้รับนมวัว (Ref: H. Almaas et al, 2006) แพ้นมวัว จะดื่มนมแพะแทนได้ไหม สำหรับเด็กที่แพ้นมวัวจะเปลี่ยนมาดื่มนมแพะ ต้องขึ้นอยู่กับอาการแพ้ ถ้าแพ้ไม่มาก สามารถปรับมาดื่มนมแพะได้ แต่ต้องค่อย ๆ เริ่มทีละน้อย แต่ถ้ามีอาการแพ้รุนแรง เช่น ถ่ายเหลว มีเลือดปน มีโอกาสที่จะแพ้นมแพะเช่นกัน เพราะในนมแพะมีปริมาณโปรตีนก่อแพ้หรือเบต้าแลคโตกลอบบูลินน้อยกว่านมวัวถึง 3 เท่า เมื่อเด็กดื่มนมแพะจึงมีโอกาสเกิดภูมิแพ้น้อยกว่าเด็กที่ได้รับนมวัว ซึ่งทั้งนี้การปรับเปลี่ยนนมในกรณีที่มีอาการแพ้ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ก่อนค่ะ นมแพะ ย่อยง่าย สบายท้องกว่านมวัว นมแพะมีแลคโตสน้อยกว่านมวัว จึงอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะกว่าสำหรับเด็กที่แพ้แลคโตส หรือดื่มนมวัวแล้วมีปัญหาท้องอืดหรือย่อยยาก แต่ในนมแพะมีแลคโตสต่ำกว่า ทำให้ย่อยง่าย สบายท้อง ไม่มีปัญหาท้องอืด (Ref: Park et al., 2007) นอกจากนี้นมแพะยังมีสัดส่วนของเบต้าเคซีนซึ่งย่อยง่าย สูงกว่านมวัว และมีแอลฟา เอสวันเคซีน ซึ่งย่อยยากในปริมาณที่ต่ำกว่านมวัว ทำให้โปรตีนของนมแพะ ย่อยได้ง่าย และรวดเร็วกว่า อีกทั้งนมแพะยังมีโปรตีน CPP (Casein Phosphopeptide) ที่เป็นตัวช่วยให้ร่างกายดูดซึมแร่ธาตุสำคัญต่าง ๆ ได้แก่ แคลเซียม แมกนีเซียม ธาตุเหล็ก และสังกะสี ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงทำให้ลูกน้อยเจริญเติบโตแข็งแรงเต็มที่ นอกจากนี้ยังมีไขมันห่วงโซ่ขนาดกลาง (MCT Oil) ในปริมาณสูงที่ร่างกายสามารถย่อย และนำไปใช้ได้รวดเร็วกว่า (Ref: Park et al., 2007)
ภูมิคุ้มกัน, ใยอาหาร, นมแพะ DG
3 เรื่องนมแพะที่คุณแม่มักจะเข้าใจผิดแล้วอาจพลาดสิ่งดี ๆ ให้กับลูก
img-over-post

3 เรื่องนมแพะที่คุณแม่มักจะเข้าใจผิดแล้วอาจพลาดสิ่งดี ๆ ให้กับลูก

3 เรื่องนมแพะที่คุณแม่มักจะเข้าใจผิดแล้วอาจพลาดสิ่งดี ๆ ให้กับลูก 1. เข้าใจผิดว่า นมแพะเป็นนมสำหรับเด็กแพ้นมวัว คุณแม่หลายคนมักเข้าใจผิดว่านมแพะเป็นนมสำหรับเด็กที่แพ้นมวัว แต่จริง ๆ แล้วถ้าหากลูกแพ้โปรตีนในนมวัว ก็มีโอกาสแพ้โปรตีนจากนมแพะได้เช่นกัน เพราะในนมแพะมีปริมาณโปรตีนก่อแพ้หรือเบต้าแลคโตกลอบบูลิน เช่นเดียวกับนมวัว แต่ในนมแพะมีน้อยกว่านมวัวถึง 3 เท่า การดื่มนมแพะจึงมีโอกาสเกิดภูมิแพ้น้อยกว่าเด็กที่ได้รับนมวัว เบต้าแลคโตกลอบบูลิน คือ โปรตีนขนาดใหญ่ที่ก่อให้เกิดอาการแพ้นมวัว ร่างกายย่อยได้ยาก จึงเหลือตกค้างอยู่ใน ลำไส้กลายเป็นสารก่อภูมิแพ้ที่กระตุ้นให้ร่างกายแสดงอาการแพ้ออกมาในลักษณะต่างๆ (Ref: H. Almaas et al, 2006) นอกจากนี้นมแพะยังมีระบบการสร้างน้ำนมแบบเดียวกับคน ที่เรียกว่า อะโพไคร์น (Apocrine) ทำให้มีสารอาหารจากธรรมชาติในปริมาณสูง ที่สำคัญนมแพะมีโปรตีนที่ย่อยและดูดซึมได้ง่าย เพราะมีสัดส่วนของโปรตีนเบต้าเคซีนซึ่งย่อยง่ายในปริมาณสูง และโปรตีนแอลฟ่า เอสวัน เคซีนซึ่งย่อยยากในปริมาณต่ำ นมแพะจึงย่อยและดูดซึมได้ง่าย ช่วยให้ท้องไม่อืด และลดโอกาสการเกิดภูมิแพ้ 2. เข้าใจผิดว่า นมแพะมีกลิ่นและไม่อร่อย คุณแม่หลายคนยังเข้าใจผิด ๆ ว่านมแพะคือนมที่มีกลิ่นและไม่หอมอร่อย แต่สำหรับนมแพะดีจีเป็นนมแพะที่ผลิตและนำเข้าจากประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งมีการผลิตที่มีคุณภาพสูง มีการควบคุมคุณภาพตั้งแต่การคัดสายพันธุ์ของแพะ ที่ต้องเป็นแพะที่มีสุขภาพดี มีความสมบูรณ์ เพื่อให้ได้น้ำนมที่มีสารอาหารจากธรรมชาติในปริมาณสูง เลี้ยงด้วยหญ้าที่ปราศจากสารเคมี เลี้ยงในพื้นที่ที่มีอากาศบริสุทธิ์ และการรีดนมแพะจะรีดด้วยเครื่องรีดนมอัตโนมัติ ทันสมัย เพื่อให้ได้น้ำนมที่มีคุณภาพดีที่สุด จึงได้เป็นนมแพะดีจีที่มีรสชาติดี หอมอร่อย 3. เข้าใจผิดว่า นมแพะเป็นนมสำหรับเด็กที่มีปัญหาระบบขับถ่าย นมแพะช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานดี เหมาะสำหรับเด็กทุกคนไม่เฉพาะเด็กที่มีปัญหาระบบขับถ่ายเท่านั้น เพราะในนมแพะมีพรีไบโอติก (Prebiotics) หรือใยอาหารชนิด Oligosaccharide เช่น Inulin และ Oligofructose เป็นใยอาหารที่จะไม่ถูกย่อย และไม่ถูกดูดซึมในระบบทางเดินอาหาร แต่จะถูกย่อยด้วยจุลินทรีย์สุขภาพในลำไส้ อย่างแล็กโทบาซิลลัส และไบฟิโดแบคทีเรีย ทำให้จุลินทรีย์สุขภาพเจริญเติบโตเพิ่มจำนวนขึ้น จึงช่วยปรับสมดุลของระบบทางเดินอาหารให้ทำงานได้เป็นปกติ นอกจากนี้ยังช่วยขัดขวางการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรค ช่วยเพิ่มสมดุลของระบบทางเดินอาหารและมีประโยชน์ต่อการขับถ่าย ทำให้ไม่ท้องผูก อึลูกนิ่ม ถ่ายง่าย สบายท้อง ดีกับเด็กทุกคน (Ref. Neveu et al. Reprod Nutr Dev. 2002; 42:163-172.)
ภูมิคุ้มกัน, ใยอาหาร, นมแพะ DG
ดาวน์โหลดฟรี Menu For Smart Kid 50 เมนูเพิ่มพลังสมองลูกวัยอนุบาล
img-over-post

ดาวน์โหลดฟรี Menu For Smart Kid 50 เมนูเพิ่มพลังสมองลูกวัยอนุบาล

ดาวน์โหลดฟรี Menu For Smart Kid 50 เมนูเพิ่มพลังสมองลูกวัยอนุบาล เมนูเพิ่มพลังสมองลูกวัยอนุบาล_1_หน่อไม้ฝรั่งห่อไข่ เมนูเพิ่มพลังสมองลูกวัยอนุบาล_2_ข้าวผัดมันฝรั่งแฮมไก่ เมนูเพิ่มพลังสมองลูกวัยอนุบาล_3_โครเกต์ผักโขม เมนูเพิ่มพลังสมองลูกวัยอนุบาล_4_ฉึกฉัก...ซูชิซูกินี เมนูเพิ่มพลังสมองลูกวัยอนุบาล_5_ผักสวมเสื้อเกราะ เมนูเพิ่มพลังสมองลูกวัยอนุบาล_6_สลัดปลาจี๊ดจ๊าด เมนูเพิ่มพลังสมองลูกวัยอนุบาล_7_หน่อไม้ฝรั่งผัดแซลมอน เมนูเพิ่มพลังสมองลูกวัยอนุบาล_8_หมึกน้อยเริงร่า เมนูเพิ่มพลังสมองลูกวัยอนุบาล_9_ต้มยำเห็ด 3 สหาย เมนูเพิ่มพลังสมองลูกวัยอนุบาล_10_ไก่โจรสลัด เมนูเพิ่มพลังสมองลูกวัยอนุบาล_11_Salmon Fish Cake เมนูเพิ่มพลังสมองลูกวัยอนุบาล_12_ไข่ในหิน เมนูเพิ่มพลังสมองลูกวัยอนุบาล_13_ข้าวผัดไก่กุ๊กๆ เมนูเพิ่มพลังสมองลูกวัยอนุบาล_14_เปาะเปี๊ยะไข่ เมนูเพิ่มพลังสมองลูกวัยอนุบาล_15_ข้าวผัดน้ำพริกมะขาม เมนูเพิ่มพลังสมองลูกวัยอนุบาล_16_สเต็กปลาอบชีส เมนูเพิ่มพลังสมองลูกวัยอนุบาล_17_แซนด์วิชซอสไก่ เมนูเพิ่มพลังสมองลูกวัยอนุบาล_18_ทาร์ตบร็อกโคลี่ เมนูเพิ่มพลังสมองลูกวัยอนุบาล_19_ไก่ตุ๋นสองสี เมนูเพิ่มพลังสมองลูกวัยอนุบาล_20_ออมเล็ตสีสันสดใส เมนูเพิ่มพลังสมองลูกวัยอนุบาล_21_โจ๊กงาดำสีทอง เมนูเพิ่มพลังสมองลูกวัยอนุบาล_22_บอลสติ๊กผักโขม เมนูเพิ่มพลังสมองลูกวัยอนุบาล_23_Black Salad เมนูเพิ่มพลังสมองลูกวัยอนุบาล_24_ก๋วยเตี๋ยวไก่ทรงเครื่อง เมนูเพิ่มพลังสมองลูกวัยอนุบาล_25_สปาเกตตีเส้นดำแซลมอล เมนูเพิ่มพลังสมองลูกวัยอนุบาล_26_ยำวุ้นเส้นปลากรอบ เมนูเพิ่มพลังสมองลูกวัยอนุบาล_27_แฮมเบิร์กเห็ดแสนอร่อย เมนูเพิ่มพลังสมองลูกวัยอนุบาล_28_เกี๊ยวน้ำพลังผัก เมนูเพิ่มพลังสมองลูกวัยอนุบาล_29_แกงจืดหมูปั้นและเพื่อน เมนูเพิ่มพลังสมองลูกวัยอนุบาล_30_บะหมี่แห้งปลาทูบู๊ตึ๊ง เมนูเพิ่มพลังสมองลูกวัยอนุบาล_31_สุกี้โอเมก้า เมนูเพิ่มพลังสมองลูกวัยอนุบาล_32_แกงมะเขือเทศใส่ไก่สับ เมนูเพิ่มพลังสมองลูกวัยอนุบาล_33_ขนมปังมันฝรั่ง เมนูเพิ่มพลังสมองลูกวัยอนุบาล_34_ซุปแครอและส้ม เมนูเพิ่มพลังสมองลูกวัยอนุบาล_35_ครีมมี่ริซอตโตถั่วลันเตา เมนูเพิ่มพลังสมองลูกวัยอนุบาล_36_แซลมอนเซอร์ไพรส์ เมนูเพิ่มพลังสมองลูกวัยอนุบาล_37_แคร็กเกอร์ชุ่มนม เมนูเพิ่มพลังสมองลูกวัยอนุบาล_38_ข้าวอบทูน่า เมนูเพิ่มพลังสมองลูกวัยอนุบาล_39_ซุปผักก้อน เมนูเพิ่มพลังสมองลูกวัยอนุบาล_40_ซุปใสไก่ เมนูเพิ่มพลังสมองลูกวัยอนุบาล_41_Ruby Inside Crystal เมนูเพิ่มพลังสมองลูกวัยอนุบาล_42_Jelly Mix Fruit เมนูเพิ่มพลังสมองลูกวัยอนุบาล_43_คานาเป้เมลอน เมนูเพิ่มพลังสมองลูกวัยอนุบาล_44_Chocolate French Toast เมนูเพิ่มพลังสมองลูกวัยอนุบาล_45_Cornflake & Milk เมนูเพิ่มพลังสมองลูกวัยอนุบาล_46_Black & White Banana เมนูเพิ่มพลังสมองลูกวัยอนุบาล_47_ไข่หวานน้ำมะพร้าวอ่อน เมนูเพิ่มพลังสมองลูกวัยอนุบาล_48_โยเกิร์ตมะละกอ เมนูเพิ่มพลังสมองลูกวัยอนุบาล_49_พายข้าวโพด เมนูเพิ่มพลังสมองลูกวัยอนุบาล_50_Red Fruit Salad
ใยอาหาร, เมนูลูกรัก, นมแพะ DG
3 ขั้นตอนตั้งค่า YouTube ป้องกันลูกดูคลิปไม่เหมาะสม
img-over-post

3 ขั้นตอนตั้งค่า YouTube ป้องกันลูกดูคลิปไม่เหมาะสม

3 ขั้นตอนตั้งค่า YouTube ป้องกันลูกดูคลิปไม่เหมาะสม “ห้ามลูกดู YouTube” ยากมาก เก็บแล้ว เลี่ยงแล้ว ดุแล้ว ลูกยังหาทางดูจนได้ ในเมื่อห้ามยากก็ต้องป้องกัน นี่คือวิธีป้องกันลูกเปิดคลิปไม่ดีขึ้นมาดู คุณแม่ทำตามกันได้เลย เริ่ม! 3 ขั้นตอนตั้งค่า YouTube ป้องกันลูกดูคลิปไม่เหมาะสม 1. คลิกที่ปุ่ม “Setting” > “Restricted Mode Off” เลื่อน “Activate Restricted Mode” ให้เป็นสีฟ้า YouTube จะ Auto Refresh 1 ครั้ง 2. คลิก “Setting” > “Restricted Mode On” เลือก “Lock Restricted Mode on this browser” 3. YouTube จะให้ Sign In และเมื่อคลิกที่ชื่อจะพบว่าเปิดโหมดเรียบร้อย แม่จำไว้นะ โหมดนี้ป้องกันไม่ได้ 100% ปิดได้เฉพาะคลิปที่ใส่ข้อมูลว่าเนื้อหารุนแรงหรือไม่เหมาะ ดาวน์โหลดวิดีโอให้ดูแบบ Offline เป็นอีกหนึ่งวิธีช่วยไม่ให้ลูกดูคลิปไม่เหมาะสม บอร์ดเกม จิ๊กซอว์ เลโก้ ชุดประดิษฐ์ ฯลฯ พกไว้ช่วยเบี่ยงเบนลูกจากมือถือได้
พัฒนาการเด็ก, นมแพะ DG
โหลดฟรี!! แบบฝึกหัดดี้ดีที่ลูกต้องมีช่วยเสริมสร้างพัฒนาการ
img-over-post

โหลดฟรี!! แบบฝึกหัดดี้ดีที่ลูกต้องมีช่วยเสริมสร้างพัฒนาการ

โหลดฟรี!! แบบฝึกหัดดี้ดีที่ลูกต้องมีช่วยเสริมสร้างพัฒนาการ โหลดฟรี!! แบบฝึกหัดดี้ดีสำหรับลูกรักวัยอนุบาลแบบต่างๆ รับรองช่วยพัฒนาทักษะด้านต่างๆ ทั้งด้านการเขียน การอ่าน รวมถึงการฝึกวิเคราะห์ด้วยนะคะ สามารถคลิกดูแบบฝึกหัดด้านล่าง จากนั้น Save ไป Print ให้น้อง ๆ ลองทำกันเลย!! เริ่มเรียนคณิตศาสตร์ บวกเลขสุดหรรษา ดาวน์โหลด 1 2 3 4 5 6 พัฒนาการเขียน ฝึกลากเส้นสร้างกล้ามเนื้อมั่นคง ดาวน์โหลด 1 2 3 4 5 6 เสริมเชาวน์ปัญญา ฝึกคิดค้นหาคำตอบที่ถูกต้อง ดาวน์โหลด 1 2 3 4 5 6 ดาวนน์โหลดแบบฝึกหัดเพิ่มเติมได้ที่ education.com : http://bit.ly/2GggVrb kindergartenworksheets.net : http://bit.ly/2GgKHMv ขอบคุณข้อมูลจาก -education.com -kindergartenworksheets.net
พัฒนาการเด็ก, กิจกรรม, นมแพะ DG
5 นิสัยที่ต้องสอนให้ลูกทำได้ด้วยตัวเอง ถ้าไม่อยากให้ลูกป่วยบ่อย
img-over-post

5 นิสัยที่ต้องสอนให้ลูกทำได้ด้วยตัวเอง ถ้าไม่อยากให้ลูกป่วยบ่อย

5 นิสัยที่ต้องสอนให้ลูกทำได้ด้วยตัวเอง ถ้าไม่อยากให้ลูกป่วยบ่อย บางครั้งที่ลูกเจ็บป่วย เข้าโรงพยาบาลบ่อย ๆ อาจเป็นเพราะพฤติกรรมหรือสุขนิสัยที่ลูกทำอยู่ เรื่องอะไรบ้างที่ต้องฝึกหรือส่งเสริมลูก เพื่อช่วยให้ลูกมีสุขภาพที่ดีไม่เจ็บป่วยบ่อย ทั้ง 5 นิสัยนี้คือคำตอบ 1. ล้างมือบ่อย ๆ ความสะอาดเป็นนิสัยสำคัญที่ต้องส่งเสริมให้ลูก ถ้าไม่อยากให้ลูกป่วยบ่อย ควรสอนให้ลูกล้างมือบ่อย ๆ และล้างให้สะอาด เด็ก ๆ มักไม่ค่อยชิน นอกจากที่โรงเรียนแล้ว กลับมาบ้าน พ่อแม่ต้องชวนลูกล้างมือ หรือกึ่งบังคับทุกครั้งหลังเข้าห้องน้ำ หรือก่อนหยิบกินขนม กินข้าวทุกครั้ง ทำให้ชินจนเป็นนิสัย ที่สำคัญคือพ่อแม่ต้องเป็นตัวอย่างให้ลูกทำตามด้วย สอนลูกล้างมือ : สอนลูกให้ล้างมือให้สะอาดทุกซอกทุกมุม และล้างให้นานพอถึง 20 วินาทีเพื่อให้สามารถกำจัดเชื้อโรคได้ อาจจะใช้การร้องเพลงที่มีความยาว 20 วินาที เพื่อให้ลูกรู้สึกสนุกและจดจำว่าต้องล้างมือนานเท่าไหร่ 2. เลือกรับประทานผักสารพัดสี นอกจากผักใบเขียวที่มีวิตามินอย่างที่เรารับประทานกันเป็นประจำแล้ว ควรให้ลูกได้รับประทานผักหลากหลายสี ทั้งสีเขียว สีขาว สีส้ม เพื่อให้ได้รับสารอาหารที่ให้ประโยชน์แตกต่างกัน เช่น ในผักสีส้มมีเบต้า-แคโรทีนที่ช่วยดูแลสร้างภูมิคุ้มกันให้กับผิวลูกด้วย ปกป้องผิวจากแสงแดด ผิวอักเสบ ผิวแดง ฝึกลูกรับประทานผัก : ควรฝึกลูกรับประทานผักสีเขียวก่อน เพราะผักที่มีเบตา-แคโรทีน หรือผักที่มีสีส้ม สีเหลือง เช่น ฟักทอง แครอท จะมีรสหวานรับประทานง่ายกว่าผักสีเขียว หากฝึกให้ลูกเริ่มกินรับประทานผักสีส้มก่อนผักสีเขียวอาจทำให้ลูกติดรสหวาน และอาจจะไม่ยอมรับประทานผักสีเขียวค่ะ 3. ดื่มน้ำเปล่า แทนน้ำหวาน เด็กไม่ควรได้รับน้ำตาลเกินวันละ4 ช้อนชา เพราะในแต่ละวันเราได้รับน้ำตาลจากอาหารมากเพียงพอแล้ว จึงไม่ควรฝึกให้ลูกดื่มน้ำหวาน แต่ควรฝึกลูกดื่มน้ำเปล่า เด็กบางคนดื่มน้ำน้อย ไม่ค่อยดื่มน้ำ ทำให้มีปัญหาการขับถ่าย หรือปัญหาระบบทางเดินปัสสาวะ จึงควรให้ลูกได้ดื่มน้ำเปล่าอย่างเพียงพอทุก ๆ วัน ฝึกลูกดื่มน้ำเปล่า : หากลูกไม่ชอบดื่มน้ำ หรือไม่ยอมดื่มน้ำอาจจะหาแก้วลายการ์ตูนน่ารัก แบบต่างๆ หลอดสีสันสวย ๆ เปลี่ยนไปมาอาจจะช่วยให้ลูกดื่มน้ำบ่อยมากขึ้น หรือช่วงเล็ก ๆ ที่ยังไม่ยอมกินดื่มน้ำอาจจะใช้น้ำใส่กระบอกฉีดยาป้อนให้ดื่มก่อนเพื่อเป็นการฝึก 4. สร้างนิสัยการนอนที่ดี ช่วงเวลาการนอนหลับเป็นช่วงเวลาสำคัญเพราะร่างกายที่เหนื่อยล้ามาทั้งวันจะได้พักผ่อน และภายในร่างกายจะได้ทำการซ่อมแซมระบบต่างๆ ของร่างกาย และเตรียมตัวสะสมพลังในช่วงนอน ซึ่งหากอดนอน หรือนอนได้ไม่เพียงพอ นอกจากจะทำให้คนเราอ่อนเพลียแล้ว ยังทำให้ระบบภูมิคุ้มกันนั้นอ่อนแอลง ทำให้ลูกเจริญเติบโตไม่เต็มที่และเจ็บป่วยง่าย ฝึกนิสัยการนอนให้ลูก : ควรเริ่มฝึกให้ลูกเข้านอนเป็นเวลาตั้งแต่เล็ก ๆ เริ่มจากสร้างกิจวัตรที่ทำให้รู้ว่าได้เวลานอนแล้ว เช่น ดื่มนมอุ่น ๆ หรืออ่านนิทานก่อนนอน และควรจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกับการนอนเพื่อให้ลูกนอนหลับยาว หลับสนิทตลอดคืน 5. ดื่มนมที่มีสารอาหารที่ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน การให้ลูกดื่มนมแพะจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกไม่เจ็บป่วยได้ เพราะนมแพะระบบการสร้างน้ำนมแบบอะโพไคร์น (Apocrine) แบบเดียวกับคน ทำให้มีสารอาหารจากธรรมชาติในปริมาณสูง อย่างนิวคลีโอไทด์ ที่ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน นอกจากนี้นมแพะยังมีโปรตีนที่ย่อยและดูดซึมได้ง่าย ที่สำคัญนมแพะมีพรีไบโอติก ซึ่งเป็นใยอาหารธรรมชาติ อย่างอินนูลิน (Inulin) และโอลิโกฟรุคโตส (Oligofructose) ซึ่งเป็นอาหารของจุลินทรีย์ที่ดีต่อสุขภาพ ช่วยให้การทำงานของระบบย่อยอาหารและการขับถ่ายให้ดีขึ้น ลดการเกิดท้องเสีย ท้องผูก ทำให้ลูกมีภูมิคุ้มกันดี ไม่ป่วยบ่อย เริ่มให้ลูกดื่มนมแพะตอนไหน? นมแม่คือนมที่มีโภชนาการครบถ้วน และสารอาหารที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกได้ดีที่สุดสำหรับลูก แต่หลังจากลูกน้อยหย่านมแม่ หรือมีความจำเป็นต้องให้นมเสริมกับลูก คุณแม่สามารถให้นมแพะกับลูกได้อย่างต่อเนื่องทันที เพราะนมแพะเป็นนมที่มีคุณค่าทางโภชนาการและมีสารอาหารครบถ้วน มีโปรตีนและไขมันที่ย่อยง่าย ให้ลูกน้อยเติบโตแข็งแรงอย่างเป็นธรรมชาติ
ใยอาหาร, พรีไบโอติก, นมแพะ DG
นมแพะช่วยพัฒนาสมองและการมองเห็นให้ลูก
img-over-post

นมแพะช่วยพัฒนาสมองและการมองเห็นให้ลูก

นมแพะช่วยพัฒนาสมองและการมองเห็นให้ลูก การทำงานของสมอง ระบบประสาท และสายตา นั้นเป็นส่วนสำคัญที่ต้องทำงานประสานร่วมกัน ถ้าทั้งหมดได้รับการบำรุง และกระตุ้นอย่างเหมาะสมจะส่งผลกับความจำ และความฉลาดของลูกค่ะ ซึ่งการเลือกอาหารให้ลูกเพื่อช่วยพัฒนาสมอง และการมองเห็นของลูก เริ่มได้ตั้งแต่นมที่เลือกให้ลูก อย่างเช่นในนมแพะที่มีสารอาหารต่างๆ หลายชนิดที่ช่วยพัฒนาสมองและการมองเห็นให้ลูก สารอาหารที่ช่วยบำรุงสายตาและส่งเสริมการทำงานของสมองในนมแพะ ทอรีน ส่งเสริมการทำงานของจอประสาทตาและสารสื่อประสาทในสมอง แพะมีระบการสร้างน้ำนมแบบอะโพไคร์น (Apocrine) แบบเดียวกับคน ทำให้มีสารอาหารจากธรรมชาติ ที่เรียกว่าไบโอแอคทีฟ คอมโพเนนท์ (Bioactive Components)สูง ประกอบด้วย นิวคลีโอไทด์ โพลีเอมีนส์ โกรทแฟคเตอร์ และทอรีน โดยเฉพาะทอรีนที่ช่วยส่งเสริมการทำงานของจอประสาทตาและสารสื่อประสาทในสมอง เนื่องจากทอรีนในจอภาพของตาและสมองจะช่วยทำให้เมมเบรนของเซลล์ประสาทเหล่านี้แข็งแรงและทำหน้าที่ได้ดีโดยเฉพาะอย่างยิ่งทอรีนที่อยู่ในชั้นของส่วนทีรับแสงด้านนอกของเรติน่า นอกจากนี้ยังเชื่อว่าทอรีนอาจทำหน้าที่เป็นตัวนำกระแสประสาทในสมองอีกด้วย โอเมก้า 3 6 9 ช่วยในการทำงานของสมอง นมแพะมีกรดไขมันจำเป็น โอเมก้า 3 6 ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของ DHA และARA ที่มีส่วนช่วยในการทำงานของระบบประสาทและสมอง และโอเมก้า 9 ช่วยในการทำงานของสมอง ให้ลูกฉลาดสมวัยอย่างเป็นธรรมชาติ DHA และ ARA ช่วยพัฒนาสมองและการมองเห็น กรดไขมัน DHA มีความสำคัญต่อการพัฒนาและบำรุงเซลส์สมอง ส่วน ARA ช่วยในการพัฒนาสมองและการมองเห็นและมีความจำเป็นต่อการเสริมสร้างเซลล์ประสาทและสายตา ซึ่ง ARA เป็นสิ่งที่ต้องการควบคู่ไปกับสารอาหาร DHA โคลีน ช่วยพัฒนาเรื่องการเรียนรู้และความจำ โคลีนเป็นส่วนประกอบของแอซิติลโคลีน (Acetylcholine) ซึ่งจำเป็นสำหรับการทำงานของระบบประสาท ช่วยในการส่งกระแสประสาท โดยเฉพาะในสมองส่วนที่ทำหน้าที่ทางด้านความจำ โคลีนในนมแพะ จะช่วยบำรุงสมอง เพิ่มความจำ และพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กได้ดีขึ้น วิตามินเอบำรุงสายตา วิตามินเอเป็นวิตามินที่เชื่อกันว่าช่วยบำรุงสายตาและการมองเห็น ช่วยแก้โรคตามัวตอนกลางคืน นอกจากนมแพะจะมีสารอาหารที่ช่วยพัฒนาสมองและการมองเห็นให้ลูกแล้ว นมแพะยังมีสารอาหารที่ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโต และส่งเสริมพัฒนาการที่สมวัยให้กับลูกน้อย อย่างโปรตีนจากนมแพะย่อยและดูดซึมได้ง่าย ทำให้ลูกสบายท้อง ท้องไม่อืด เพราะมีเบต้าเคซีนในปริมาณสูง ยิ่งกว่านั้น ในนมแพะยังมี CPP หรือ Casein Phosphopeptides ที่เป็นตัวช่วยให้ร่างกายดูดซึมแร่ธาตุสำคัญต่าง ๆ ได้แก่ แคลเซียม แมกนีเซียม ธาตุเหล็ก และสังกะสี ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงทำให้ลูกน้อยเจริญเติบโตแข็งแรง ที่สำคัญนมแพะมี Prebiotics อย่าง Inulin & Oligofructose ที่เป็นตัวกระตุ้นการเจริญของจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ ช่วยให้ลูกน้อยขับถ่ายดี ท้องไม่ผูก สร้างภูมิคุ้มกันที่ดีให้กับลูกน้อยอีกด้วย ในช่วงวัยขวบปีแรก เป็นช่วงเวลาสำคัญที่สมองของลูกกำลังพัฒนา และมีการสร้างเครือข่ายใยประสาทที่เชื่อมต่อกัน ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ควรส่งเสริมและดูแลลูกในทุก ๆ ด้าน เพื่อช่วยกระตุ้นให้ลูกเกิดการเรียนรู้และจดจำได้ดี
ภูมิคุ้มกัน, พัฒนาการเด็ก, นมแพะ DG
ความแตกต่างระหว่างนมแพะกับนมชนิดอื่น ทำไมต้องเลือกนมแพะ
img-over-post

ความแตกต่างระหว่างนมแพะกับนมชนิดอื่น ทำไมต้องเลือกนมแพะ

ความแตกต่างระหว่างนมแพะกับนมชนิดอื่น ทำไมต้องเลือกนมแพะ เมื่อต้องตัดสินใจเลือกนมให้กับลูก สิ่งสำคัญที่แม่ต้องคำนึงถึงคือ สารอาหารในนมที่ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโต ให้ลูกมีร่างกายแข็งแรง มีพัฒนาการที่ดี และช่วยส่งเสริมภูมิคุ้มกันให้ลูกได้ มีนมหลากหลายชนิดให้เลือก นมแพะเป็นหนึ่งในนมที่แม่หลายคนเลือกให้ลูก ๆ แต่ยังมีคุณแม่อีกจำนวนหนึ่งที่ยังสงสัยว่า นมแพะดีและแตกต่างจากนมแบบอื่น ๆ อย่างไร ความแตกต่างของนมแพะกับนมชนิดอื่น นมแพะมีสารอาหารจากธรรมชาติในปริมาณสูง เพราะนมแพะมีระบบการสร้างน้ำนมแบบเดียวกับนมแม่ ที่เรียกว่า Apocrine (อะโพไคร์น) ทำให้มีสารอาหารจากธรรมชาติในปริมาณสูง อย่างไบโอแอคทีฟ คอมโพเนนท์ (Bioactive Component) ประกอบด้วย นิวคลีโอไทด์ ที่ช่วยส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกัน ทอรีน ช่วยให้การทำงานของจอประสาทตาดีขึ้น โพลีเอมีนส์ ส่งเสริมระบบทางเดินอาหารให้สมบูรณ์ และโกรทแฟคเตอร์ ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโต นมแพะช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโต ให้ลูกน้อยมีพัฒนาการที่ดีสมวัย เพราะนมแพะมีโปรตีนที่ย่อยง่าย ทำให้ลูกสบายท้อง ท้องไม่อืด เพราะมีเบต้าเคซีนซึ่งย่อยง่ายในปริมาณสูง ในขณะที่นมวัวมีโปรตีนแอลฟ่า เอสวัน เคซีน ซึ่งย่อยยากในปริมาณสูง ยิ่งกว่านั้น ในนมแพะยังมี CPP หรือ Casein Phosphopeptides ที่เป็นตัวช่วยให้ร่างกายดูดซึมแร่ธาตุสำคัญต่าง ๆ ได้แก่ แคลเซียม แมกนีเซียม ธาตุเหล็ก และสังกะสี ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงทำให้ลูกน้อยเจริญเติบโตแข็งแรงและมีพัฒนาการที่ดีสมวัย นมแพะทำให้โอกาสเกิดการแพ้ได้น้อยกว่า เด็ก ๆ สมัยนี้มีปัญหาภูมิแพ้ แพ้อาหารกันเยอะขึ้น ซึ่งในนมแพะต่างจากนมอื่น เพราะมีปริมาณโปรตีนก่อแพ้หรือเบต้าแลคโตกลอบบูลินน้อยกว่านมวัวถึง 3 เท่า ซึ่งเบต้าแลคโตกลอบบูลิน คือ โปรตีนขนาดใหญ่ที่ก่อให้เกิดอาการแพ้นมวัว ร่างกายย่อยได้ยาก จึงเหลือตกค้างอยู่ในลำไส้กลายเป็นสารก่อภูมิแพ้ ดังนั้นการดื่มนมแพะที่มีโปรตีนก่อแพ้น้อย จึงมีโอกาสเกิดภูมิแพ้น้อยกว่า นมแพะทำให้ลูกมีหนักตัวดีสมวัย เพราะนมแพะมีไขมัน MCT Oil ซึ่งเป็นไขมันห่วงโซ่ขนาดกลาง ที่ย่อยและดูดซึมได้ง่าย ทำให้ลูกน้อยมีน้ำหนักตัวดีสมวัย นมแพะช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น และช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ในนมแพะมีพรีไบโอติกส์ (Prebiotics) ชนิด โอลิโกแซ็กคาไรด์ (Oligosaccharides) คือ อินนูลิน (Inulin) และ โอลิโกฟรุคโตส (Oligofructose ซึ่งเป็นใยอาหารที่จะไม่ถูกย่อย และไม่ถูกดูดซึมในระบบทางเดินอาหาร แต่จะถูกย่อยด้วยจุลินทรีย์สุขภาพในลำไส้ ทำให้จุลินทรีย์สุขภาพเจริญเติบโตเพิ่มจำนวนขึ้น ช่วยปรับสมดุลของระบบทางเดินอาหาร ที่สำคัญยังช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ลดปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร และดีต่อระบบขับถ่ายด้วย นอกจากนี้ในนมแพะยังมีกรดไขมัน โอเมก้า 3, 6 และ 9 ซึ่งเป็นกรดไขมันที่จำเป็นสำหรับเด็กในการนำไปพัฒนาสมอง และสร้างโครงข่ายใยสมอง ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการทางสมอง ให้ลูกน้อยฉลาดสมวัยอย่างเป็นธรรมชาติ
ภูมิคุ้มกัน, นมแม่, นมแพะ DG
4 เหตุผลคุณแม่สมัยใหม่ไว้ใจให้ลูกดื่มนมแพะ
img-over-post

4 เหตุผลคุณแม่สมัยใหม่ไว้ใจให้ลูกดื่มนมแพะ

4 เหตุผลคุณแม่สมัยใหม่ไว้ใจให้ลูกดื่มนมแพะ ให้ลูกดื่มนมอะไรดี นี่เป็นคำถามและปัญหาร่วมของคุณแม่หลายคนค่ะ เพราะมีนมหลายสูตรให้เลือกเยอะมาก แต่มีคุณแม่กลุ่มหนึ่งที่ตั้งใจเลือกนมแพะให้ลูกดื่มต่อเนื่องไปจนโต ด้วยหลายเหตุผล เช่น มีผู้เชี่ยวชาญแนะนำ หาข้อมูลเรื่องนมแพะแล้วข้อมูลทางวิชาการบอกว่ามีประโยชน์และมีสารอาหารจากธรรมชาติสูง รวมถึงได้รับคำแนะนำจากเพื่อนที่เป็นคุณแม่ด้วยกันว่าลูกที่ดื่มนมแพะสุขภาพดีอย่างไร และนี่คือ 4 เหตุผลที่เรารวบรวมมาให้แล้วว่า ทำไมคุณแม่ถึงตัดสินใจเลือกนมแพะให้ลูกดื่มทันทีหลังหย่านมแม่ และยังคงให้ดื่มไปจนโต 4 เหตุผลคุณแม่สมัยใหม่ไว้ใจให้ลูกดื่มนมแพะ 1. นมแพะมีสารอาหารจากธรรมชาติในปริมาณสูง เพราะแพะมีระบบให้น้ำนมแบบอะโพไคร์น (Apocrine Secretion) แบบเดียวกับคน ทำให้นมแพะมีสารอาหารจากธรรมชาติในปริมาณสูง เรียกว่า ไบโอแอคทีฟ คอมโพเนนท์ (Bioactive Components) ซึ่งประกอบด้วย นิวคลีโอไทด์ ทอรีน โพลีเอมีนส์ และโกรทแฟคเตอร์ ซึ่งเป็นสารอาหารที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาระบบทางเดินอาหาร ระบบภูมิคุ้มกันโรค เสริมสร้างการทำงานของระบบประสาทและสมอง ส่งเสริมการเจริญเติบโตและเสริมสร้างพัฒนาการของลูก 2. นมแพะช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโต ให้ลูกมีร่างกายแข็งแรง พัฒนาการสมวัย โปรตีนในนมแพะเป็นโปรตีนคุณภาพดีที่ย่อยและดูดซึมได้ง่าย เพราะมีสัดส่วนของโปรตีนแอลฟ่า เอสวันเคซีนซึ่งย่อยยากต่ำ และมีเบต้าเคซีนซึ่งย่อยง่ายในปริมาณสูง ทำให้นมแพะถูกย่อยและดูดซึมได้ง่าย ยิ่งกว่านั้น ในนมแพะยังมี CPP หรือ Casein Phosphopeptides ที่เป็นตัวช่วยให้ร่างกายดูดซึมแร่ธาตุสำคัญต่าง ๆ ได้แก่ แคลเซียม แมกนีเซียม ธาตุเหล็ก และสังกะสี ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้นมแพะยังมีโปรตีนก่อแพ้ หรือโปรตีนเบต้า แลคโตกลอบบูลิน น้อยกว่านมวัวถึง 3 เท่า โอกาสเกิดการแพ้จึงน้อยกว่า เมื่อเด็กได้รับสารอาหารจากโปรตีนที่ดี ย่อมส่งผลให้เด็กเติบโตแข็งแรง มีพัฒนาการที่ดีสมวัย 3. นมแพะช่วยดูแลระบบขับถ่าย และช่วยส่งเสริมภูมิคุ้มกัน ลูกดื่มนมแพะแล้วไม่ท้องผูก ภูมิคุ้มกันดี ไม่ป่วยบ่อย ในนมแพะมีพรีไบโอติก (Prebiotics) ชนิดโอลิโกแซ็กคาไรด์ (Oligosaccharide) เช่น อินนูลิน (Inulin) และ โอลิโกฟรุคโตส (Oligofructose) ที่เป็นอาหารของจุลินทรีย์สุขภาพในลำไส้ ทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดี ลดปัญหาอาการท้องผูก รักษาสมดุลในระบบทางเดินอาหาร และช่วยยับยั้งการเพิ่มจำนวนของจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคจากการติดเชื้อ ซึ่งทำให้มีอาการท้องเสีย ปวดท้อง ที่สำคัญยังช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงให้ลูกได้เป็นอย่างดี 4. นมแพะช่วยบำรุงสายตาและสมอง ในนมแพะมีโอเมก้า 3 6 9 ที่ช่วยในการทำงานของระบบประสาทและสมอง DHA และ ARA ช่วยพัฒนาสมองและการมองเห็น ทอรีนดูแลจอประสาทตาและสื่อประสาทในสมอง โคลีนช่วยพัฒนาเรื่องการเรียนรู้และความจำ ใครเป็นคุณแม่สายโซเชียลก็จะยิ่งพบว่าในโลกออนไลน์มีข้อมูลเรื่องนมแพะทั้งงานวิชาการ งานวิจัย หรือการแนะนำจากคุณแม่ด้วยกันเองให้อ่านเยอะมาก นั่นยิ่งสร้างความมั่นใจได้ว่า นมแพะเป็นนมที่มีสารอาหารธรรมชาติเหมาะสมกับลูก ต่อไปนี้ก็มั่นใจได้แล้วนะคะว่านมแพะไม่ใช่นมทางเลือก หรือนมสำหรับเด็กแพ้นมวัวอย่างที่เคยเข้าใจ เพราะนมแพะให้ประโยชน์กับลูกและส่งเสริมพัฒนาการรอบด้านจริงๆ
ใยอาหาร, พัฒนาการเด็ก, นมแพะ DG
ปัญหา “ลูกท้องผูก” สยบจบได้ด้วยพรีไบโอติกในนมแพะ
img-over-post

ปัญหา “ลูกท้องผูก” สยบจบได้ด้วยพรีไบโอติกในนมแพะ

ปัญหา “ลูกท้องผูก” สยบจบได้ด้วยพรีไบโอติกในนมแพะ ลูกท้องผูกเป็นปัญหาของคุณแม่ทุกคนค่ะ วิธีจัดการปัญหาลูกท้องผูก มาทำความรู้จักกับพรีไบโอติกส์ในนมแพะที่นอกจากช่วยกระตุ้นระบบขับถ่ายที่ดี ยังมีประโยชน์ในเรื่องของการช่วยป้องกัน และลดอัตราการติดเชื้อแบคทีเรียก่อโรคในลำไส้ได้อีกด้วย พรีไบโอติกส์ ดีกับลำไส้ ช่วยดูแลระบบขับถ่ายอย่างไรบ้าง ในนมแพะมีพรีไบโอติก (Prebiotics)ชนิด Oligosaccharide เช่น Inulin และ Oligofructose พรีไบโอติก คือใยอาหารที่ร่างกายของเราไม่สามารถย่อยและดูดซึมผ่านระบบทางเดินอาหารได้ พรีไบโอติกส์ เป็นอาหารของจุลินทรีย์สุขภาพ พรีไบโอติกส์นั้นจะกระตุ้นการทำงาน และส่งเสริมการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์สุขภาพในลำไส้ใหญ่ ทำให้จุลินทรีย์สุขภาพเพิ่มจำนวนขึ้น จึงช่วยปรับสมดุลของระบบทางเดินอาหารให้ทำงานได้เป็นปกติ ขับถ่ายง่าย ลดอาการท้องผูก ลดการอักเสบบริเวณลำไส้ และที่สำคัญยังช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงให้ลูกได้เป็นอย่างดี พรีไบโอติกดีกับลำไส้ ช่วยดูแลระบบขับถ่าย พรีไบโอติกช่วยลดปัญหาติดเชื้อในทางเดินอาหาร พรีไบโอติกซึ่งเป็นใยอาหารที่ละลายน้ำได้ช่วยรักษาสมดุลในระบบทางเดินอาหาร โดยเพิ่มจำนวนจุลินทรีย์ที่ดีในลำไส้ ยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียชนิดร้ายส่งผลให้ระบบทางเดินอาหารแข็งแรง กระตุ้นการเจริญเติบโต ของจุลินทรีย์สุขภาพในลำไส้ใหญ่ เช่น ไบฟิโดแบคทีเรีย (Bifidobacteria) แลคโตบาซิลไล (Lactobacilli) และช่วยยับยั้งการเพิ่มจำนวนของจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคจากการติดเชื้อ ซึ่งทำให้มีอาการท้องเสีย ปวดท้อง พรีไบโอติกช่วยลดอาการท้องผูก พรีไบโอติกส์ (Prebiotics) ซึ่งเป็นใยอาหาร ที่เป็นอาหารของจุลินทรีย์สุขภาพในลำไส้ ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์สุขภาพ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ลดปัญหาอาการท้องผูก ทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดี พรีไบโอติก ช่วยให้อุจจาระอ่อนนุ่ม ขับถ่ายได้มากขึ้น พรีไบโอติกส์ช่วยให้ลำไส้มีการบีบตัว และยังทำให้อุจจาระอ่อนนุ่มขึ้น เพิ่มมวลอุจจาระทำให้มีการขับถ่ายดีขึ้น ทำให้ลูกขับถ่ายได้ง่าย พรีไบโอติกมีประโยชน์ต่อร่างกายของเด็กเล็กอย่างมาก ซึ่งนอกจากพรีไบโอติกจะมีอยู่ในนมแม่แล้ว ยังมีอยู่ในนมแพะ พรีไบโอติกส์ในนมแพะมีส่วนช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย เพราะพรีไบโอติกจะช่วยเพิ่มจำนวนจุลินทรีย์สุขภาพพร้อมกับลดการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่ก่อโรค ช่วยป้องกันการติดเชื้อ และช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่ลูกน้อย ทำให้ลูกแข็งแรง ไม่ป่วยบ่อย นอกจากนี้ในนมแพะยังมีโปรตีนที่ดี ที่ย่อยและดูดซึมได้ง่าย ทำให้ลูกสบายท้อง และนมแพะยังมีไขมันชนิดดี อย่าง MCT Oil ซึ่งเป็นไขมันที่ย่อยได้ง่าย ทำให้ลูกท้องไม่ผูก และมีน้ำหนักตัวดีสมวัย นมแพะ จึงเป็นแหล่งอาหารที่มีทั้ง โปรตีนที่ดี ที่ย่อยง่ายช่วยให้ลูกสบายท้อง ท้องไม่อืด และยังเสริมทัพด้วย Prebiotics จึงช่วยให้ลูกน้อยขับถ่ายดี หมดปัญหาอาการท้องผูก
ใยอาหาร, พรีไบโอติก, นมแพะ DG
9 เหตุผลที่คุณแม่เลือกและพูดถึงนมแพะมากที่สุดในโซเชียล
img-over-post

9 เหตุผลที่คุณแม่เลือกและพูดถึงนมแพะมากที่สุดในโซเชียล

9 เหตุผลที่คุณแม่เลือกและพูดถึงนมแพะมากที่สุดในโซเชียล เราอาจเคยสงสัยว่า นมแพะดีอย่างไร ทำไมต้องดื่มนมแพะ ถ้าได้รู้ประโยชน์ และข้อดีของนมแพะแล้ว อาจจะทำให้คุณแม่ต้องอึ้ง! ทำไมใคร ๆ ถึงบอกว่านมแพะช่วยให้ลูกแข็งแรง ไม่ป่วยบ่อย ท้องไม่ผูก ในนมแพะมีสารอาหารอะไรบ้าง และนมแพะดีต่อร่างกายอย่างไร มาดู 9 ประโยชน์น่าทึ่ง! ในนมแพะกัน 1. นมแพะมีสารอาหารจากธรรมชาติสูง แพะมีระบบการสร้างน้ำนมแบบเดียวกับคน เรียกว่า อะโพไคร์น ทำให้มีสารอาหารจากธรรมชาติที่เรียกว่า ไบโอแอคทีฟ คอมโพเนนท์ ประกอบด้วย นิวคลีโอไทด์ ช่วยส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกัน ส่งผลให้ลูกน้อยแข็งแรง ไม่ป่วยง่าย ทอรีน ช่วยให้การทำงานของจอประสาทตาดีขึ้น โพลีเอมีนส์ ช่วยส่งเสริมระบบทางเดินอาหารให้สมบูรณ์ และโกรทแฟคเตอร์ ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตให้ลูกรักมีร่างกายที่แข็งแรง มีพัฒนาการดีสมวัย 2. นมแพะช่วยให้ลูกรักมีร่างกายแข็งแรง มีพัฒนาการดีสมวัย เด็กหลายคนมีปัญหาดื่มนม แล้วงอแงไม่สบายตัว ไม่สบายท้อง ท้องอืด เพราะเด็กเล็กระบบย่อยอาหารยังทำงานไม่เต็มที่ ทำให้ย่อยโปรตีนในนมที่ย่อยยากไม่ได้ แต่โปรตีนในนมแพะ เป็นโปรตีนที่ย่อยและดูดซึมได้ง่าย เพราะมีสัดส่วนของโปรตีนเบต้าเคซีนซึ่งย่อยง่ายในปริมาณสูง และมีสัดส่วนของโปรตีนแอลฟ่า เอสวัน เคซีน ซึ่งย่อยยากในปริมาณต่ำ จึงทำให้โปรตีนนมแพะย่อยและดูดซึมได้ง่าย ที่สำคัญนมแพะยังมีโปรตีน CPP หรือ Casein Phosphopeptides ที่เป็นตัวช่วยให้ร่างกายดูดซึมแร่ธาตุสำคัญต่าง ๆ ได้แก่ แคลเซียม แมกนีเซียม ธาตุเหล็ก และสังกะสี ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ลูกรักมีร่างกายแข็งแรง มีพัฒนาการที่ดีสมวัย 3. นมแพะช่วยลดความเสี่ยงการเกิดภูมิแพ้ นมแพะมีโปรตีนก่อแพ้ หรือโปรตีนเบต้าแลคโตกลอบบูลิน ซึ่งเป็นโปรตีนก่อแพ้ที่มีขนาดใหญ่ น้อยกว่านมทั่วๆไปถึง 3 เท่า โอกาสเกิกการแพ้จึงน้อย 4. นมแพะดูดซึมำได้ง่าย นมแพะมีไขมัน MCT Oil ตามธรรมชาติ MCT Oil เป็นไขมันสายโซ่ปานกลาง (Medium Chain Triglycerides) ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าไขมันในนมวัว จึงย่อยได้ง่าย ร่างกายลูกน้อยดูดซึมนำไปใช้ได้อย่างรวดเร็ว ทำให้มีน้ำหนักตัวเหมาะสมตามวัย 5. นมแพะช่วยให้ลูกขับถ่ายดี ท้องไม่ผูก นมแพะมีพรีไบโอติกส์ (Preboitics) ชนิดOligosaccharide (Inulin & Oligofrcutose) ที่ช่วยในเรื่องของระบบขับถ่ายของลูกน้อย พรีไบโอติกส์ คือใยอาหารที่ละลายน้ำได้ และไม่ถูกย่อยในทางเดินอาหารส่วนบน ทำให้ผ่านมาที่ลำไส้ใหญ่ จึงช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ที่ดี ซึ่งก่อให้เกิดผลดีต่อสุขภาพ ช่วยเพิ่มสมดุลของระบบทางเดินอาหาร ดีกับระบบขับถ่าย ช่วยลดปัญหาการท้องผูก และเสริมภูมิคุ้มกันได้ 6. นมแพะช่วยส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกัน ในนมแพะมีพรีไบโอติก (Prebiotics) ชนิดOligosaccharide (Inulin & Oligofrcutose) หรือใยอาหารชนิดไม่ละลายน้ำ ซึ่งเป็นอาหารของจุลินทรีย์สุขภาพในทางเดินอาหาร ซึ่งในนมแพะมีมากกว่าในนมวัว 4-5 เท่า และเป็นแบบเดียวกับนมแม่ จึงช่วยป้องกันการติดเชื้อ การอักเสบในทางเดินอาหาร รวมถึงช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย 7. นมแพะช่วยให้กระดูกและฟันของลูกน้อยแข็งแรง นมแพะมีแคลเซียมสูง ซึ่งทราบกันอยู่แล้วว่าแคลเซียมมีส่วนช่วยในกระบวนการสร้างกระดูกและฟันที่แข็งแรง 8. นมแพะดีกับจอประสาทตา และการมองเห็น นมแพะอุดมไปด้วยวิตามินต่าง ๆ ได้แก่ วิตามิน A ที่ช่วยพัฒนาจอประสาทตาและการมองเห็น และ ทอรีนที่ช่วยพัฒนาการทำงานของจอประสาทตา ซึ่งเป็นพัฒนาการสำคัญที่ต้องได้รับการพัฒนาตั้งแต่เล็ก ๆ 9. นมแพะดีกับสมองและการเรียนรู้ นมแพะมีโอเมก้า 3, 6, 9 ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของ DHA และ ARA ที่เป็นกรดไขมันจำเป็นสำคัญที่มีส่วนช่วยในการทำงานของระบบประสาทและสมอง ดีต่อพัฒนาการของสมอง สติปัญญา ทำให้ลูกน้อยมีความพร้อมที่จะเรียนรู้สมวัยอย่างเป็นธรรมชาติ
ใยอาหาร, พัฒนาการเด็ก, นมแพะ DG