curl-top
curb_bottom

เคล็ดลับคุณแม่
รวมทุกเคล็ดลับที่คุณแม่อยากรู้
เกี่ยวกับลูกน้อย

icon-secrets

บทความอัพเดทล่าสุด

รู้จักกับไขมันในนมแพะที่ช่วยให้ลูกน้ำหนักตัวดี สุขภาพแข็งแรง
img-over-post

รู้จักกับไขมันในนมแพะที่ช่วยให้ลูกน้ำหนักตัวดี สุขภาพแข็งแรง

รู้จักกับไขมันในนมแพะที่ช่วยให้ลูกน้ำหนักตัวดี สุขภาพแข็งแรง นมแพะเป็นนมที่มีสารอาหารธรรมชาติสูง เพราะนมแพะมีระบบการสร้างน้ำนมแบบ อะโพไคร์น (Apocrine) ทำให้มีสารอาหารจากธรรมชาติ หรือ Bioactive Component ในปริมาณสูง มีโปรตีนจากนมแพะที่ย่อยง่าย ทำให้สามารถดูดซึมไปใช้งานได้อย่างเต็มที่ ที่สำคัญนมแพะมีพรีไบโอติก(Prebiotics) หรือใยอาหาร ที่ดีกับระบบขับถ่าย และช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน นอกจากนี้ยังมีไขมันที่ดี ซึ่งเป็นไขมันสายโซ่ขนาดกลางที่ย่อยง่าย มาทำความรู้จักกับไขมันในนมแพะว่าเป็นไขมันแบบไหนและดีกับร่างกายลูกน้อยอย่างไรบ้าง นมแพะมีไขมันห่วงโซ่ขนาดกลางย่อยง่าย ไขมันในนมแพะมีกรดไขมันชนิด polyunsaturated fatty acid สูงกว่าไขมันในนมวัว ไขมันในนมแพะประกอบด้วยกรดไขมันสายโซ่ขนาดกลางหรือ medium chain fatty acid ในปริมาณที่สูงกว่าไขมันของนมวัว ถึง 40% ซึ่งประสิทธิภาพการย่อยกรดไขมันสายโซ่ขนาดกลางนั้นย่อยได้ง่ายกว่ากรดไขมันสายโซ่ขนาดยาว (long chain fatty acid) Ref: RMUTSB Acad. J. 1(2): 170-178 (2013) ไขมัน MCT Oil ตามธรรมชาติในนมแพะเป็นไขมันสายโซ่ปานกลาง (Medium Chain Triglycerides) ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าไขมันในนมวัว ร่างกายสามารถย่อยและนำไปใช้ได้รวดเร็ว การที่นมแพะมีไขมันย่อยได้เร็วและมีประสิทธิภาพทำให้ได้พลังงานเพื่อนำไปใช้ในกระบวนดูดซึมโปรตีนต่อได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ลูกน้อยเติบโตมีน้ำหนักตัวเหมาะสมตามวัย (Haenlein, 1992, 1996) นมแพะมีกรดไขมันที่มีประโยชน์ ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ นมแพะมีปริมาณกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวหรือ monounsaturated fatty acid กรดไขมันชนิด polyunsaturated fatty acid และกรดไขมันที่มีสายโซ่ขนาดกลางมากกว่านมวัว ซึ่งไขมันเหล่านี้มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ช่วยลดความเสี่ยงเกี่ยวกับโรคหัวใจ RMUTSB Acad. J. 1(2) : 170-178 (2013) นอกจากนี้ยังมีผลยับยั้งและจำกัดการเกาะตัวของคอเรสเตอรอลด้วย (Haenlein, 2004)
โปรตีนนมแพะ, ประโยชน์นมแพะ, นมแพะ ดีจี, ภูมิคุ้มกัน, นมแพะ DG
5 เหตุผลทำไมคุณแม่ช่างเลือกถึงมั่นใจให้ลูกดื่มนมแพะคุณภาพดีจากนิวซีแลนด์
img-over-post

5 เหตุผลทำไมคุณแม่ช่างเลือกถึงมั่นใจให้ลูกดื่มนมแพะคุณภาพดีจากนิวซีแลนด์

5 เหตุผลทำไมคุณแม่ช่างเลือกถึงมั่นใจให้ลูกดื่มนมแพะคุณภาพดีจากนิวซีแลนด์ นมแพะเป็นนมที่มีสารอาหารธรรมชาติสูง มีคุณค่าทางโภชนาการที่เหมาะกับเด็ก ๆ แต่นมแพะที่มาจากแหล่งผลิต หรือกระบวนการผลิตที่ต่างกันก็มีคุณภาพที่แตกต่างกันไปด้วย และนี่คือเหตุผลที่ทำไมนมแพะดีจีจากนิวซีแลนด์จึงเป็นนมที่เหมาะสมสำหรับลูกรัก 1. นมแพะพันธุ์ "ซาเนน" นิวซีแลนด์ แพะสายพันธุ์ซาเนนเป็นแพะสายพันธุ์จากนิวซีแลนด์ที่ให้นมดีที่สุด ผลิตน้ำนมแพะคุณภาพดี มีสารอาหารจากธรรมชาติในปริมาณสูง 2. นมแพะนิวซีแลนด์เลี้ยงในฟาร์มที่มีสภาพแวดล้อมที่ดี แพะจากนิวซีแลนด์ถูกเลี้ยงในฟาร์มทุ่งหญ้าที่มีสภาพแวดล้อมที่ดี มีบริเวณได้วิ่งเล่นอย่างอิสระ ได้รับอากาศที่บริสุทธิ์ แพะจึงมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง สามารถผลิตน้ำนมแพะที่ได้คุณภาพออกมาเป็นน้ำนมแพะดีจี 3. นมแพะจากนิวซีแลนด์มีกระบวนการผลิตได้มาตรฐาน นมแพะดีจีที่ผลิตและนำเข้าจากนิวซีแลนด์โดย Dairy Goat Co-operative ประเทศนิวซีแลนด์ ผ่านกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานและใส่ใจทุกขั้นตอน ได้รับมาตรฐานผลิตภัณฑ์อาหาร (Codex) ขององค์การอนามัยโลก 4. นมแพะผ่านการรับรองจากรัฐบาลนิวซีแลนด์ นมแพะดีจีได้รับ "สัญลักษณ์ใบเฟิร์น" ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่ออกโดยรัฐบาลนิวซีแลนด์ เพื่อรองรับว่า ผลิตภัณฑ์ที่ได้สัญลักษณ์นี้เป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพอย่างแท้จริง ผ่านการรับรองจากรัฐบาลนิวซีแลนด์ 5. นมแพะจากนิวซีแลนด์มีสารอาหารธรรมชาติครบถ้วน นมแพะดีจีที่ผลิตจากนิวซีแลนด์เป็นนมแพะที่ให้สารอาหารที่เป็นธรรมชาติในปริมาณสูง หรือ Bioactive Components ซึ่งประกอบด้วย นิวคลีโอไทด์ ทอรีน โพลีเอมีนส์ และโกรทแฟคเตอร์ และมีสารอาหารครบถ้วน นมแพะมีโปรตีนที่ย่อยและดูดซึมง่าย มีพรีไบโอติกหรือยอาหารสูงช่วยในการขับถ่ายและช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย ช่วยให้ลูกเติบโตแข็งแรง มีพัฒนาการสมวัย
พัฒนาการลูก, นมแพะ ดีจี, ภูมิคุ้มกัน, พรีไบโอติก, นมแพะ DG
5 เทคนิคช่วยให้ลูกหลับง่ายหลับสบายตลอดคืน 
img-over-post

5 เทคนิคช่วยให้ลูกหลับง่ายหลับสบายตลอดคืน 

5 เทคนิคช่วยให้ลูกหลับง่ายหลับสบายตลอดคืน การที่ลูกน้อยนอนหลับยาก หรือตื่นมาร้องไห้งอแงตอนกลางคืน เป็นเรื่องปกติที่คุณพ่อคุณแม่ต้องพบเจอ แต่จะทำยังไงให้ปัญหาเหล่านี้หมดไปนั้น วันนี้เรามี 5 เทคนิคง่ายๆ มาบอกค่ะ 5 เทคนิคช่วยลูกน้อยหลับง่ายหลับสบายตลอดคืน ผ้าอ้อม ไม่ควรเปลี่ยนผ้าอ้อมบ่อยๆ ถ้าไม่เปียกหรือเย็น เพราะการเปลี่ยนผ้าอ้อมบ่อยๆ จะรบกวนเวลานอนของลูก อาจทำให้ลูกตื่นมางอแงได้ค่ะ ดังนั้นควรเลือกผ้าอ้อมที่ซึมซับได้ดี และป้องกันความเปียกชื้น ทำให้ลูกรู้สึกอบอุ่น ช่วงเวลาลูกหลับคุณแม่อย่าลืมห่มผ้าหรือห่อตัวให้ ลูกจะได้รู้สึกอบอุ่น หลับสบาย และไม่ป่วยง่าย มีกิจกรรมเบาๆก่อนนอน ร้องเพลงกล่อม เล่านิทาน หรือเปิดดนตรีทำนองสบายๆ จะช่วยให้ลูกน้อยผ่อนคลาย อีกทั้งยังช่วยสานสัมพันธ์แม่ลูกอีกด้วย ลูบท้องลูบหลังลูกน้อยคุณแม่ลองใช้มือลูบบริเวณท้อง หลัง และลำตัวลูกน้อยพร้อมกับร้องเพลง เพราะการสัมผัสอย่างอ่อนโยนจะสามารถช่วยให้ลูกน้อยหลับสบาย ดื่มนมก่อนนอน คุณแม่ควรให้เขาดื่มนมแม่ก่อนนอน หรือถ้าคุณแม่ให้นมเองไม่ได้ก็สามารถให้ลูกน้อยดื่มนมแพะแทน เมื่อท้องอิ่ม หนังตาหย่อน ลูกน้อยก็จะนอนหลับสบาย ไม่ตื่นมางอแงตอนกลางคืนค่ะ การนอนของลูกน้อยคือสิ่งสำคัญที่ทั้งคุณพ่อคุณแม่ไม่ควรละเลย เพราะถ้าลูกน้อยได้นอนหลับอย่างเต็มอิ่ม เขาจะตื่นมาอารมณ์ดี สดใส ทำให้วันทั้งวันกลายเป็นวันที่ดีของครอบครัวค่ะ
ทำยังไงให้ลูกหลับยาว, วิธีช่วยลูกนอนหลับง่าย, นมแพะ ดีจี, พัฒนาการเด็ก, นมแพะ DG
เช็กสุขภาพทารกในครรภ์ตลอด 40 สัปดาห์ เช็กให้ชัดว่าแต่ละสัปดาห์ทารกมีพัฒนาการอย่างไร
img-over-post

เช็กสุขภาพทารกในครรภ์ตลอด 40 สัปดาห์ เช็กให้ชัดว่าแต่ละสัปดาห์ทารกมีพัฒนาการอย่างไร

เช็กสุขภาพทารกในครรภ์ตลอด 40 สัปดาห์ เช็กให้ชัดว่าแต่ละสัปดาห์ทารกมีพัฒนาการอย่างไร เชื่อว่าคุณแม่ท้องทุกคนต้องอยากรู้ว่าแต่ละสัปดาห์ร่างกายลูกน้อยเปลี่ยนแปลงมากน้อยแค่ไหน มีการพัฒนาอย่างไร แล้วตลอด 40 สัปดาห์ลูกน้อยขนาดตัวเท่าไหร่ คุณแม่อย่ารอช้าค่ะ ตามเรามาดูพัฒนาการของลูกน้อยกันเลย สัปดาห์ที่ 4 - 8 หลังจากการปฏิสนธิจะเป็นช่วงของการสร้างอวัยวะต่างๆ ลูกน้อยจะมีขนาดตัวเท่า “ถั่วแดงขนาดใหญ่” สัปดาห์ที่ 10 - 12 เริ่มมีการสร้างเนื้อกระดูก พัฒนานิ้วมือและเท้า เริ่มแยกเพศได้ ลูกน้อยจะมีขนาดเท่า “ลูกมะนาว” สัปดาห์ที่ 16 กล้ามเนื้อส่วนหลังของลูกจะแข็งแรงขึ้น แถมเริ่มคุ้นชินกับเสียงคุณพ่อคุณแม่ สัปดาห์นี้ลูกน้อยจะมีขนาดตัวเท่ากับ “ลูกแพร์” สัปดาห์ที่ 20 ลูกเริ่มมีขนคิ้ว ขนตา ที่สำคัญสามารถพลิกตัวและเตะท้องจนคุณแม่สัมผัสได้ เปรียบเทียบความยาวตั้งแต่หัวถึงก้นของลูกเท่ากับ “กล้วย” สัปดาห์ที่ 28 ระบบประสาทจะพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว สมองจะโตขึ้นจนเต็มกะโหลก อีกทั้งกระดูกยังมีความแข็งแรงจนเกือบหมด สัปดาห์นี้ลูกน้อยมีขนาดใหญ่เท่ากับ “มะเขือยาว” สัปดาห์ที่ 32 ตอนนี้ลูกมีผม เล็บมือ เล็บเท้า และผิวที่เนียนนุ่มพร้อมคลอดแล้วค่ะ ขนาดตัวเท่ากับผล “มันแกว” สัปดาห์ที่ 36 ลูกจะอวบอ้วนขึ้น มีเส้นผมขึ้นทั่วศีรษะ รวมทั้งขนอ่อนๆ ทั่วร่างกาย ขนาดตัวเท่ากับ “ผักกาดขาว” สัปดาห์ที่ 40 ลูกจะพัฒนาสมบูรณ์เต็มที่ นิ้วมือและนิ้วเท้ามีเล็บยาวเลยปลายนิ้วออกมา มีขนาดตัวเท่ากับ “ลูกฟักทอง” Tips ควรรับประทานอาหารที่มีโฟเลตสูง เช่น ผักใบเขียว ถั่วต่างๆ นมแพะ นมวัว หรือนมถั่วเหลือง เป็นต้น เพื่อช่วยพัฒนาสมองและระบบประสาทของทารก การลูบท้องบ่อยๆ จะช่วยกระตุ้นประสาทสัมผัสของลูกได้ดี โดยขณะที่สัมผัสควรร้องเพลงหรือพูดคุยไปด้วย ขอบคุณนิตยสารรักลูก เรียบเรียงจาก รศ.นพ.ธีระพงศ์ เจริญวิทย์
พัฒนาการลูก, พัฒนาการทารกในครรภ์, ทารกในครรภ์, พัฒนาการเด็ก, นมแม่
แม่ท้องนอนยังไงให้หลับสบาย ไม่ปวดหลังตลอดคืน ตื่นมาสดชื่นและดีกับลูกในท้อง
img-over-post

แม่ท้องนอนยังไงให้หลับสบาย ไม่ปวดหลังตลอดคืน ตื่นมาสดชื่นและดีกับลูกในท้อง

แม่ท้องนอนยังไงให้หลับสบาย ไม่ปวดหลังตลอดคืน ตื่นมาสดชื่นและดีกับลูกในท้อง ปัญหาอย่างหนึ่งที่มักพบเสมอในแม่ท้องคือการนอนไม่หลับ เนื่องจากร่างกายที่เปลี่ยนแปลงทำให้คุณแม่ไม่สบายเนื้อสบายตัว พยายามนอนเร็วก็แล้ว ข่มตานอนก็แล้ว ยังไง๊ ยังไงก็นอนไม่หลับสักที ถ้าคุณแม่กำลังมองหาวิธีนอนง่าย หลับสบาย วันนี้เรามีวิธีง่ายๆ มานำเสนอ เพื่อช่วยให้แม่ท้องนอนหลับง่าย สบายตัว นอนหลับสบายง่ายนิดเดียว 1. นอนในท่าที่ถูกต้อง การนอนตะแคงซ้ายและงอเข่าเล็กน้อย จะช่วยลดน้ำหนักไม่ให้กดทับแผ่นหลังในตอนกลางคืน 2. ใช้หมอนหนุนหลัง ถ้าคุณแม่นอนตะแคง ลองใช้หมอนรองน้ำหนักท้อง และเมื่อรู้สึกเมื่อยล้า ปวดขา ก็ให้เอาขาวางบนหมอนทั้ง 2 ข้าง 3. งดดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีนทุกชนิด เพราะตัวคาเฟอีนจะทำให้คุณแม่นอนไม่หลับ หรือหลับยากนั่นเองค่ะ 4. นวดเบาๆ ก่อนนอน ให้คุณพ่อนวดบริเวณหลัง ไหล่ และคอ ยิ่งนวดพร้อมกับโลชั่นกลิ่นหอมอ่อนๆ คุณแม่อาจเคลิ้มหลับไม่รู้ตัว 5. ผ่อนคลายก่อนนอน การฟังเพลงช้าๆ ก่อนนอนจะช่วยให้จิตใจและร่างกายคุณแม่ผ่อนคลาย เมื่อไม่มีความเครียด คุณแม่ก็จะนอนง่ายค่ะ 6. อาบน้ำอุ่น การที่คุณแม่อาบน้ำอุ่นก่อนนอนจะทำให้กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ในร่างกายได้รับการผ่อนคลาย คุณแม่จะหลับสบายและหลับง่ายขึ้น การนอนหลับพักผ่อนของคุณแม่เป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะนอกจากจะส่งผลต่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงของคุณแม่แล้วการนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอยังทำให้คุณแม่อารมณ์ดี ไม่หงุดหงิดง่าย ส่งผลให้ลูกน้อยในท้องเป็นเด็กอารมณ์ดีตามไปด้วยค่ะ
แม่ท้องกับการนอน, ท่านอนคนท้อง, แก้อาการเท้าบวม, นมแม่
แม่ท้องฟันผุ เหงือกอักเสบ เป็นเพราะอะไร มาดูแลสุขภาพฟันกันเถอะ
img-over-post

แม่ท้องฟันผุ เหงือกอักเสบ เป็นเพราะอะไร มาดูแลสุขภาพฟันกันเถอะ

แม่ท้องฟันผุ เหงือกอักเสบ เป็นเพราะอะไร มาดูแลสุขภาพฟันกันเถอะ ขณะตั้งครรภ์ฮอร์โมนในร่างกายจะเปลี่ยนไป พฤติกรรมต่างๆ ของคุณแม่ก็จะเปลี่ยนตาม กินจุกจิกขึ้น กินไม่เป็นเวลามากขึ้น คุณแม่อาจหลงลืมให้ความสำคัญกับการดูแลช่องปากไปบ้าง เป็นสาเหตุให้เกิดปัญหาสุขภาพฟันตามมาอย่างไม่รู้ตัว แต่ไม่ต้องกังวลนะคะคุณแม่ เรามีวิธีดูแลช่องปากง่ายๆ สำหรับแม่ท้องมาฝากค่ะ สาเหตุที่แม่ท้องฟันผุ เหงือกอักเสบ คืออะไร แพ้ท้อง เวลาอาเจียน เศษอาหาร และกรดในกระเพาะต่างๆ จะติดค้างในบริเวณช่องปากและฟัน ส่งผลให้เหงือกอักเสบง่ายขึ้น กินจุบจิบ การที่กินไม่หยุด ทำให้มีอาหารอยู่ภายในช่องปากตลอดเวลา คุณแม่จึงเสี่ยงเป็นฟันผุได้ ฮอร์โมนเปลี่ยนระหว่างตั้งครรภ์ ส่งผลให้ผนังเส้นเลือดฝอยในเหงือกและเนื้อเยื่อในช่องปากเปลี่ยนแปลง นำไปสู่อาการเหงือกอักเสบ บวม แดง หรือมีเลือดออกได้ง่าย ยิ่งมีคราบอาหารก็จะยิ่งทำให้เหงือกอักเสบง่ายขึ้นไปอีก 5 วิธีดูแลช่องปากแม่ท้อง แปรงฟันและใช้ไหมขัดฟันทุกวัน อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ที่สำคัญอย่าลืมบ้วนปากหรือแปรงฟันทุกครั้งหลังอาหารว่าง กินแคลเซียม คุณแม่สามารถหาแคลเซียมได้จากนม แต่แนะนำให้ดื่มนมแต่ต้องระวังเรื่องไขมัน ฉะนั้นควรดื่มนมพร่องมันเนย หรือเลือกรับแคลเซียมจากแหล่งอื่น เช่นปลาเล็กปลาน้อย น้ำต้มกระดูก เพราะนอกจากจะบำรุงแม่แล้วยังบำรุงไปถึงลูกในท้องอีกด้วย หลีกเลี่ยงอาหารรสหวาน หรืออาหารเหนียวติดฟันเพื่อป้องกันฟันผุ อาหารรสจัดหรือมีรสเปรี้ยวเพื่อลดการกัดกร่อนของฟัน เมื่อมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ควรบ้วนปากด้วยน้ำเปล่าหรือน้ำยาบ้วนปากผสมฟลูออไรด์ ควรตรวจฟันทุก 6 เดือน สิ่งสำคัญคือควรแจ้งทันต์แพทย์และเจ้าหน้าที่ทุกครั้งว่าตั้งครรภ์ การดูแลสุขภาพช่องปากนั้นไม่ยากเลย เพียงแต่ช่วงตั้งครรภ์อาจจะต้องใส่ใจเป็นพิเศษ ก็เพื่อเจ้าตัวน้อยจะได้มีสุขภาพที่ดีตามไปด้วย อย่างไรก็ตามหากมีปัญหาเรื่องช่องปากควรรีบพบทันตแพทย์ทันที และแจ้งทุกครั้งว่าตั้งครรภ์
การดูแลช่องปากตอนตั้งครรภ์, แม่ท้องฟันผุ, พัฒนาการเด็ก, นมแม่
ลูกควรเล่นอะไร เช็คเลยว่าลูกในท้องไปจนถึง 6 ขวบควรเล่นอะไร ได้ประโยชน์อะไร
img-over-post

ลูกควรเล่นอะไร เช็คเลยว่าลูกในท้องไปจนถึง 6 ขวบควรเล่นอะไร ได้ประโยชน์อะไร

ลูกควรเล่นอะไร เช็คเลยว่าลูกในท้องไปจนถึง 6 ขวบควรเล่นอะไร ได้ประโยชน์อะไร ลูกแต่ละวัยมีการเล่นที่แตกต่างกัน เพื่อส่งเสริมพัฒนาการให้เต็มที่และตรงช่วงวัย เราเลยนำวิธีการเล่น หรือของเล่นที่เหมาะกับวัยของเขามาฝากคุณแม่ค่ะ การเล่นของเด็กในแต่ละวัย เล่นกับลูกในท้อง การพูดกับลูก อ่านหนังสือ หรือร้องเพลงให้ฟัง จะช่วยกระตุ้นพัฒนาการทางสมองของลูก การลูบท้องจะช่วยส่งผ่านความรู้สึกจากแม่สู่ลูก อาจจะลูบเป็นวงกลม จากบนลงล่าง หรือจากล่างขึ้นบน บริเวณไหนก่อนก็ได้นะ เด็กแรกเกิดถึง 4 เดือน ควรเล่นอะไร แค่คุณแม่ยื่นหน้าเข้าไปพูดคุยกับลูกหรือยื่นของเล่นในระยะที่ลูกเอื้อมมือไปถึง หรือแขวนโมบายให้ลูกเล่นในระยะที่ลูกสามารถยื่นมือจับได้ เด็กอายุ 4-6 เดือน ควรเล่นอะไร ลูกวัยนี้จะชอบการหยิบจับสิ่งของ คุณแม่ควรหาซื้อของเล่นนิ่มๆ ที่บีบแล้วเกิดเสียงมาให้เล่น เช่น ลูกบอลมีเสียง เป็นต้น เด็กอายุ 7-9 เดือน ลูกจะเริ่มคลานได้ คุณแม่ควรจัดบ้านให้เป็นสนามเด็กเล่นที่ปลอดภัย เช่น นำหมอนข้างมากันให้ลูกคลานข้ามไปมาเพื่อฝึกกล้ามเนื้อมัดใหญ่ของลูก การเล่นจ๊ะเอ๋ ตอนเล่นให้คุณแม่เอามือปิดหน้า รอจังหวะลูกหันมามองหรือยิ้มเล่นโต้ตอบ ก็ค่อยดึงมือลงแล้วพูดจ๊ะเอ๋ ให้คุณแม่เล่นกับเขาบ่อยๆ กระทั่งลูกสามารถร่วมเล่นจ๊ะเอ๋ได้ เด็กอายุ 10 เดือน – 1 ปี ลูกจะใช้มือและนิ้วได้ดีขึ้น หากเห็นลูกหยิบของเล่นใส่กล่องแล้วเทออกแล้วใส่ใหม่ซ้ำไปซ้ำมา คุณแม่ไม่ต้องสงสัยไปนะคะ เพราะนั่นคือการเล่นอย่างหนึ่งของเด็กวัยนี้ค่ะ ฝึกเดิน คุณแม่อาจกระตุ้นให้ลูกก้าวเดินสั้นๆ โดยการถอยห่างเพียงเล็กน้อย อ้าแขนรอรับและเรียกลูกให้มาหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งอย่าลืมชมเชยหากลูกสามารถเดินมาสู่อ้อมแขนของคุณแม่โดยไม่ล้ม เด็กอายุ 2-4 ปี เมื่อเริ่มเคลื่อนไหวคล่องแคล่วและทรงตัวได้ดี ก็ถึงเวลาที่คุณแม่จะซื้อจักรยานสี่ล้อสักคันให้ลูกฝึกขี่ และเมื่อขี่คล่องขึ้นก็ค่อยๆ ถอดล้อออกจนเหลือเพียงสองล้อ ลูกบอลยาง เพราะเคลื่อนไหวกกระฉับกระเฉง ลูกจึงมักชอบทำกิจกรรมต่างๆ ซึ่งการเตะบอลหรือขว้างบอลเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้ทั้งออกกำลังกาย และสามารถเล่นได้ภายในบ้าน เด็กอายุ 4-6 ปี ลูกจะชอบเล่นกับกลุ่มเพื่อนมากขึ้น คุณแม่สามารถหาซื้อชุดของเล่นทำอาหารมาให้ลูกเล่นขายของกับเพื่อนๆ ได้ พาไปเล่นสนามเด็กเล่น แต่พึงระวังความสะอาดและความปลอดภัยด้วยนะคะ เด็กอายุ 7 ปีขึ้นไป ช่วงวัยนี้จะจดจ่อในขั้นตอน กระบวนการ และผลลัพธ์มากยิ่งขึ้น เกมที่เล่นคนเดียวหรือเล่นร่วมกับผู้อื่นจึงเหมาะสมมากที่สุด เช่น crossword, ตัวต่อเลโก้ เป็นต้น
ของเล่นเสริมพัฒนาการ, นมแพะ ดีจี, พัฒนาการเด็ก, นมแม่, นมแพะ DG
แม่ท้องนอนน้อยส่งผลกับทารกในครรภ์อย่างไร พร้อมวิธีง่ายๆ ช่วยให้แม่ท้องหลับสบายตลอดคืน
img-over-post

แม่ท้องนอนน้อยส่งผลกับทารกในครรภ์อย่างไร พร้อมวิธีง่ายๆ ช่วยให้แม่ท้องหลับสบายตลอดคืน

แม่ท้องนอนน้อยส่งผลกับทารกในครรภ์อย่างไร พร้อมวิธีง่ายๆ ช่วยให้แม่ท้องหลับสบายตลอดคืน คุณแม่ทราบหรือไม่คะว่าการนอนดึก พักผ่อนไม่เพียงพอ ไม่ใช่แค่ร่างกายของคุณแม่ที่จะอ่อนแอ แต่ยังพาลูกน้อยในครรภ์ได้รับผลกระทบไปด้วย เนื่องจากแม่ท้องควรนอนอย่างน้อย 8 ชั่วโมง และควรนอนกลางวันเพิ่มเติมด้วย ถ้าหากพยายามนอนแล้วแต่ยังนอนไม่หลับสักที สามารถแก้ได้ง่ายๆ ตามนี้ค่ะ ถ้าแม่ท้องนอนไม่พอจะส่งผลกระทบต่อลูกในท้อง และตัวแม่อย่างไร อาการนอนไม่หลับอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่ที่น่ากังวลที่สุดคือสาเหตุจากความเครียด เพราะเมื่อฮอร์โมนความเครียดหลั่งออกมา ฮอร์โมนนี้จะส่งผลกระทบไปยังอารมณ์ของลูกน้อยโดยตรง จะทำให้กลายเป็นเด็กที่เลี้ยงยาก ขี้แย และหงุดหงิดง่าย แถมยังส่งผลให้ลูกมีพัฒนาการช้ากว่าปกติเนื่องจากเลือดไปเลี้ยงมดลูกลดลง สารอาหารที่ส่งไปเลี้ยงลูกก็จะลดลงด้วย อีกทั้งคุณแม่ยังเสี่ยงมีโรครุมเร้าด้วยนะคะ ดังนั้นถ้านอนไม่หลับต้องรีบหาทางแก้ไขแล้วค่ะ แม่ท้องควรปรับพฤติกรรมการนอนอย่างไร จัดตารางการทำงานและเวลาพักผ่อนให้ชัดเจน งดดูโทรทัศน์ หรือเล่นโทรศัพท์ก่อนนอน ถ้าปวดหลัง คุณแม่ควรใช้หมอนพยุงหลัง จะได้นอนสบายมากขึ้น ใช้กลิ่นสร้างบรรยากาศ เลือกกลิ่นหอมที่ชอบ ไม่ฉุน จะทำให้ผ่อนคลาย หลับเร็วขึ้น หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มหรือขนมที่มีคาเฟอีน เพราะจะทำให้หลับยาก โยคะสำหรับแม่ตั้งครรภ์ หรือนั่งสมาธิ ช่วยให้ร่างกายหลับได้ดีขึ้นในเวลากลางคืน อย่างไรก็ตามการนอนอย่างเต็มที่จะช่วยให้คุณแม่มีสุขภาพที่ดี ส่งผลให้ลูกน้อยมีสุขภาพแข็งแรงตามไปด้วย นอกจากนี้คุณแม่ยังสามารถเลือกดื่มนมแพะ ช่วยให้ท้องสบาย หลับง่ายยิ่งขึ้นค่ะ
แม่ท้องกับการนอน, ท่านอนคนท้อง, พัฒนาการทารกในครรภ์, พัฒนาการเด็ก, นมแม่
แม่ท้องอยากกินขนมของหวาน ควรกินอะไร กินอย่างไร ป้องกันภาวะเบาหวานระหว่างตั้งครรภ์
img-over-post

แม่ท้องอยากกินขนมของหวาน ควรกินอะไร กินอย่างไร ป้องกันภาวะเบาหวานระหว่างตั้งครรภ์

แม่ท้องอยากกินขนมของหวาน ควรกินอะไร กินอย่างไร ป้องกันภาวะเบาหวานระหว่างตั้งครรภ์ ช่วงแพ้ท้องขนมอันนั้นก็น่ากิน ขนมอันนี้ก็น่าอร่อย แต่คุณแม่รู้ไหมคะว่าการกินของคุณแม่ส่งผลต่อลูกน้อยในท้องมาก เพราะเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานระหว่างตั้งครรภ์ วันนี้เรามีวิธีเลือกขนมที่ให้ประโยชน์และปลอดภัยต่อคุณแม่และลูกน้อยมาฝากค่ะ เลือกขนมแบบไหน ให้น้ำตาลในเลือดไม่สูง ขนมที่ทำจากธัญพืช เช่น ถั่ว เมล็ดอัลมอนด์ คุกกี้ข้าวโอ๊ต ถั่วแปบ เป็นต้น เลือกขนมที่มีน้ำตาลน้อย สำคัญคือไม่ควรทานหวานจนเกินไป ขนมที่ทำจากนม นมถั่วเหลือง นมแพะ ที่มีคอเรสเตอรอลต่ำ ถ้าเป็นช็อกโกแลต ต้องเลือกแบบดาร์กช็อกโกแลต เพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันมะเร็ง แนะนำคุณแม่ทานเพียงเล็กน้อยเท่านั้นค่ะ กินหวานเกินไป ส่งผลเสียได้นะ เพราะน้ำตาลมีผลทำให้คุณแม่เสี่ยงเป็นเบาหวาน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อทารกในครรภ์ อาจทำให้ทารกตัวโตผิดปกติ คลอดก่อนกำหนด และบางส่วนทารกอาจจะพิการ นี่คือเหตุผลที่ว่าแม่ท้องควรรับประทานหวานแต่พอดี ถ้าคุณแม่ต้องการป้องกันก็ควรควบคุมอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาล จะช่วยลดความเสี่ยงการเกิดเบาหวานได้ค่ะ อย่างไรก็ตามคุณแม่ควรเลือกทานของว่างหรือขนมช่วงกลางวัน หากก่อนนอนรู้สึกหิวให้ทานอาหารเบาๆ อย่าง นมสด ขนมปังโฮลวีท ผลไม้ เช่น กล้วย แตงโม ส้ม ที่สำคัญ รับประทานของหวานแล้วอย่าลืมควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงของคุณแม่และลูกน้อยด้วยค่ะ
ท้องแล้วอยากกินของหวาน, อาหารคนท้อง, นมแม่
จริงไหม? แม่ท้องเดินออกกำลังกายบ่อยๆ ช่วยให้คลอดลูกได้ง่ายขึ้น
img-over-post

จริงไหม? แม่ท้องเดินออกกำลังกายบ่อยๆ ช่วยให้คลอดลูกได้ง่ายขึ้น

จริงไหม? แม่ท้องเดินออกกำลังกายบ่อยๆ ช่วยให้คลอดลูกได้ง่ายขึ้น การเดินไม่ได้ช่วยให้แม่ท้องคลอดง่ายโดยตรง แต่มันคือการออกกำลังกายที่เหมาะกับช่วงตั้งครรภ์มากที่สุด เพราะการออกกำลังกายเบาๆ จะช่วยให้ร่างกายคุณแม่พร้อมสำหรับการคลอดในวันข้างหน้าค่ะ 4 เคล็ดลับช่วยคุณแม่คลอดง่ายขึ้น การออกกำลังกายเบาๆ เช่น เดิน หรือเล่นโยคะ จะช่วยเพิ่มความแข็งแรง และเกิดการยืดหยุ่นกับร่างกาย สำหรับโยคะคนท้องควรอยู่ในความดูแลของผู้เชี่ยวชาญ ฝึกลมหายใจเข้าออกจะช่วยให้คลอดง่ายขึ้น ถ้าฝึกควบคุมอย่างถูกวิธี จะช่วยลดความเจ็บปวดระหว่างคลอด รวมถึงยังช่วยเพิ่มกำลังในการเบ่งคลอดให้มีมากขึ้นอีกด้วย ดูแลตนเองให้รู้สึกผ่อนคลาย ฟังเพลงที่ชอบ หรือการนวด แต่ควรเลี่ยงนวดกดจุดบริเวณต่าง ๆ เพราะอาจมีผลต่อทารกในครรภ์ นอนให้ได้อย่างน้อย 7-8 ชั่วโมงต่อวัน ถ้าคุณแม่พักผ่อนอย่างเต็มที่ ถึงเวลาคลอด คุณแม่จะมีแรงเบ่งทารกค่ะ Tips ควรระวังเรื่องเพศสัมพันธ์ ถ้าแม่ท้องมีรกเกาะต่ำ เคยแท้งบุตร หรือเคยคลอดก่อนกำหนดมาก่อน หากคุณหมอแนะนำให้งดเว้นก็ควรปฏิบัติตามนะคะ เพื่อความปลอดภัยทั้งของคุณแม่และลูกในท้อง
คลอดลูกแบบธรรมชาติ, ทำยังไงให้คลอดลูกง่าย, ออกกำลังกายทำให้คลอดลูกง่าย, นมแม่
5 วิธีสุดง่าย แม่พาลูกเล่นกับธรรมชาติและของรอบตัว กระตุ้นพัฒนาการสมอง และร่างกาย
img-over-post

5 วิธีสุดง่าย แม่พาลูกเล่นกับธรรมชาติและของรอบตัว กระตุ้นพัฒนาการสมอง และร่างกาย

5 วิธีสุดง่าย แม่พาลูกเล่นกับธรรมชาติและของรอบตัว กระตุ้นพัฒนาการสมอง และร่างกาย ยุคนี้ใครๆ ก็ใช้เทคโนโลยีเลี้ยงลูก แต่เรามาหยุดพักหน้าจอแล้วลองพาลูกออกไปเล่นกับธรรมชาติ สิ่งของรอบตัวกันดูไหมคะ เพราะนี่คือ 5 วิธีสุดง่ายแต่ได้ผลจริงในการพาลูกออกไปเล่นนอกบ้าน กระตุ้นพัฒนาการเด็กได้ทั้งร่างกาย สมอง และอารมณ์ไปพร้อมๆ กัน ปลูกต้นไม้ วันว่างของครอบครัว ลองชวนลูกน้อยปลูกต้นไม้บริเวณบ้านหรือลงกระถางเล็กๆ โดยอย่าลืมบอกให้ลูกคอยดูแลต้นไม้ต้นนี้ เขาจะได้รู้สึกถึงการมีส่วนร่วมและเฝ้ารอคอยวันที่ต้นไม้ซึ่งปลูกกับมือเติบโต ไปทะเล ภูเขา น้ำตก การที่ลูกได้สัมผัสสิ่งแปลกใหม่ที่ไม่เคยเห็น จะเป็นการกระตุ้นให้เขาตื่นตัวที่จะเรียนรู้สิ่งแปลกใหม่ที่แตกต่างจากเดิม ชวนลูกดูก้อนเมฆ รูปร่างก้อนเมฆไม่เคยซ้ำกัน วันนี้ลูกอาจจะเห็นก้อนเมฆบนหลังคาบ้านเป็นรูปหมี วันพรุ่งนี้ลูกอาจจะเห็นเป็นรูปหัวใจ การที่ลองชวนลูกดูก้อนเมฆแล้วจินตนาการว่ามันคือรูปอะไร ก็เป็นกิจกรรมเล็กๆ ที่สร้างเสียงหัวเราะได้เหมือนกัน ให้ลูกเดินเท้าเปล่า การให้ลูกได้ใช้เท้าสัมผัสกับพื้นผิวแปลกใหม่ เช่น บนหญ้า บนน้ำค้าง หรือหาดทราย จะทำให้พัฒนาการทางสมองลูกเกิดการตื่นตัว และถือเป็นการนวดฝ่าเท้าอย่างหนึ่งด้วย สนามเด็กเล็ก ความสนุกไม่ได้อยู่แค่ในจอทีวี อย่างสนามเด็กเล็กใกล้ๆ บ้านก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่คุณแม่ควรมองข้าม ลูกจะได้สัมผัสแสงแดด ได้รับวิตามินดี และการปล่อยให้ลูกวิ่งเล่นเต็มที่จะทำให้ลูกได้ใช้พัฒนาการทางร่างกายครบทุกสัดส่วน หากลูกเกิดความหวาดกลัวที่จะสัมผัสสิ่งแปลกใหม่ คุณแม่ต้องทำให้ลูกเห็นว่ามันไม่ได้น่ากลัวอะไร หรือถ้าครั้งนี้ไม่สำเร็จ ครั้งหน้าคุณแม่สามารถพาเขาไปใหม่จนลูกเกิดความคุ้นเคย และกล้าจะสัมผัสค่ะ
การเล่นของเด็ก, พัฒนาการลูก, วิธีเลี้ยงลูก, พัฒนาการเด็ก, นมแม่
แม่ตั้งครรภ์ไตรมาสแรก อายุครรภ์ 1-3 เดือน ร่างกายและพัฒนาการลูกในท้องเป็นอย่างไร เช็คได้ตรงนี้
img-over-post

แม่ตั้งครรภ์ไตรมาสแรก อายุครรภ์ 1-3 เดือน ร่างกายและพัฒนาการลูกในท้องเป็นอย่างไร เช็คได้ตรงนี้

แม่ตั้งครรภ์ไตรมาสแรก อายุครรภ์ 1-3 เดือน ร่างกายและพัฒนาการลูกในท้องเป็นอย่างไร เช็คได้ตรงนี้ ขณะตั้งครรภ์จะมีการเปลี่ยนแปลงทั้งทางร่ายกาย และจิตใจเกิดขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย โดยขณะที่ตั้งครรภ์ 1 – 3 เดือนแรก คุณแม่และลูกในท้องจะมีการเปลี่ยนแปลงดังนี้ค่ะ การเปลี่ยนแปลงของคุณแม่ หัวใจทำงานหนักขึ้น ตัวอุ่นขึ้น เหงื่อออกง่ายขึ้น เพราะร่างกายมีปริมาณเลือดเพิ่มขึ้นและต้องหายใจเผื่อลูกในท้อง เต้านมขยายใหญ่ขึ้น อาจจะรู้สึกคัดตึงเต้าเพราะมีเลือดไปเลี้ยงมากขึ้น ปวดปัสสาวะบ่อยขึ้น เพราะมดลูกเริ่มขยายไปกดทับกระเพาะปัสสาวะ แต่เอวและสะโพกอาจจะยังไม่ผายออกมาก อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย เช่น หงุดหงิด หรืออยากทานอะไรมากขึ้น รวมถึงมีอาการแพ้ท้อง การเปลี่ยนแปลงของทารกในครรภ์ ช่วง 6 สัปดาห์แรก ทารกน้อยจะมีลักษณะคล้ายกุ้ง และขนาดเท่าเม็ดสาคู ช่วง 10 สัปดาห์ ลำตัวแขนขาเริ่มยืดยาวขึ้น อวัยวะสำคัญต่างๆ เช่น หัวใจ กระเพาะอาหาร ตับ ม้าม สำไส้ เริ่มมีการพัฒนาและทำงาน ทารกจะมีขนาดตัวเท่าลูกมะกอกเขียว ช่วง 14 สัปดาห์ ทารกเริ่มมีอวัยวะครบถ้วนสมบูรณ์ สามารถทราบเพศได้แล้ว ทารกจะมีขนาดพอๆ กับมะนาวเหลือง 1 – 3 เดือนแรก แม่ท้องควรดูแลตัวเองและทารกยังไง ช่วง 3 เดือนแรกควรเพิ่มอาหารโปรตีนและคาร์โบไฮเดรต เพื่อเสริมสร้างการเจริญเติบโตของทารก และควรดื่มน้ำให้มากๆ รวมถึงงดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน คุณแม่ยังสามารถทำงานและออกกำลังกายได้ แต่จะเป็นการออกกำลังกายเบาๆ เช่น การเดิน รวมถึงไม่ทำงานยกของหนัก แต่ถ้าแพทย์ผู้ดูแลครรภ์แนะนำว่าสามารถทำได้ ก็สามารถทำงานหรือออกกำลังกายได้ตามปกติ คุณแม่ควรฝากครรภ์ตั้งแต่วันแรกที่ทราบว่าตั้งครรภ์ รวมถึงควรตรวจสุขภาพและโรคที่อาจส่งผลต่อการตั้งครรภ์และการเจริญเติบโตของทารก แม่ตั้งครรภ์ กับสารพันอาการแปลกๆ มาดูกันดีค่ะว่าอาการแปลกๆ ที่แม่ตั้งครรภ์ต้องเผชิญนั้นมีอะไรบ้าง และจะรับมือได้อย่างไร เหม็นสามี ประสาทสัมผัสของคนท้องจะมีการรับรู้กลิ่นที่ไวขึ้น กลิ่นที่คุ้นเคยก็อาจเหม็นได้ ระหว่างนี้ควรพูดคุยกับสามีว่าอาการนี้เกิดจากฮอร์โมน และจะทุเลาเมื่ออายุครรภ์เพิ่มขึ้น มีน้ำลายมาก ช่วงตั้งครรภ์ต่อมน้ำลายจะผลิตน้ำลายมากกว่าปกติ อาจจะรู้สึกว่าน้ำลายขมขึ้นด้วย ลองแก้ด้วยการจิบน้ำเปล่าเย็นจัด ใช้น้ำยาบ้วนปากรสมิ้นต์ หรือเคี้ยวหมากฝรั่งปราศจากน้ำตาล จะช่วยให้รู้สึกดีขึ้นค่ะ อารมณ์แปรปรวน เดี๋ยวก็อยากร้องไห้ เดี๋ยวก็โมโหปรี๊ดขึ้นมาเฉยๆ เมื่อรู้สึกตัวว่าเกิดอารมณ์เชิงลบ ลองหายใจเข้าลึกๆ นึกถึงลูกในท้อง นอกจากนี้อาจขอความร่วมมือจากสามีไว้ล่วงหน้า ขอให้เขาพยายามเข้าใจและช่วยเป็นกำลังใจให้คุณผ่านช่วงเวลาเหล่านี้ไปได้ในที่สุด
พัฒนาการทารกในครรภ์, ทารกในครรภ์, แพ้ท้องหนักมากต้องทำยังไง, แก้อาการแพ้ท้อง, นมแม่