curl-top
curb_bottom

เคล็ดลับคุณแม่
รวมทุกเคล็ดลับที่คุณแม่อยากรู้
เกี่ยวกับลูกน้อย

icon-secrets

บทความอัพเดทล่าสุด

น้ำหนัก - ส่วนสูงเท่าไหร่ ถึงเรียกว่าลูกสมวัย เช็กได้ที่นี่
img-over-post

น้ำหนัก - ส่วนสูงเท่าไหร่ ถึงเรียกว่าลูกสมวัย เช็กได้ที่นี่

น้ำหนัก - ส่วนสูงเท่าไหร่ ถึงเรียกว่าลูกสมวัย เช็กได้ที่นี่ น้ำหนักส่วนสูงของลูกวัยทารกเป็นเรื่องพ่อแม่ต้องติดตามสม่ำเสมอค่ะ โดยเฉพาะน้ำหนักตัวนั้น ถ้าปล่อยให้หนักเกินเกณฑ์ ลูกอาจเสี่ยงเป็นเด็กอ้วนเมื่อโตขึ้นก็ได้ เพราะฉะนั้นจึงต้องหมั่นสังเกตค่ะ เด็กทารกวัยแรกเกิด-1 ปี จะตัวยืดยาวมีน้ำหนักมากน้อยแค่ไหน ส่วนหนึ่งมาจากโภชนาการของคุณแม่ขณะตั้งครรภ์ และแรกคลอดถึง 6 เดือนอาหารหลักของลูกคือนมแม่ จากนั้นจึงเป็นหน้าที่ของอาหารเสริม และอาหารมื้อหลักที่จะช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตให้กับลูก ทั้งนี้น้ำหนักและส่วนสูงของลูกวัย 1 ปี ควรสัมพันธ์กันตามช่วงอายุ โดยเด็กผู้ชายมักจะมีน้ำหนักและส่วนสูงมากกว่าเด็กผู้หญิงในวัยเดียวกันเล็กน้อย ซึ่งคุณพ่อคุณแม่สามารถเทียบน้ำหนักและส่วนสูงของลูก ตามตารางดังต่อไปนี้ได้เลย ตารางเทียบน้ำหนัก ส่วนสูงของลูกวัย 1-12 เดือน ที่มา : สำนักโภชนาการ กรมอนามัย เนื่องจากเด็กแต่ละคนมีปัจจัยการเติบโตไม่เหมือนกัน การประเมินการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็กทารกจึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับน้ำหนักหรือส่วนสูงเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับ สิ่งแวดล้อม การนอนหลับพักผ่อน การเลี้ยงดู พันธุกรรม และโภชนาการของลูกวัยทารกด้วย โดยเฉพาะหลัง 6 เดือนไปแล้ว เด็กต้องได้รับอาหารเสริม 1-2 มื้อ สลับกับให้ลูกดื่มนมแพะดีจีวันละประมาณ 20-24 ออนซ์ จำนวน 3-4 มื้อต่อวัน เนื่องจากมีสารอาหารครบถ้วนช่วยให้ลูกมีน้ำหนักตัวสมวัย ที่สำคัญนมแพะเป็นนมที่มีระบบการสร้างน้ำนมแบบ อะโพไครน์ (Apocrine) แบบเดียวกับนมแม่ จึงย่อยง่าย และมีสารอาหารจากธรรมชาติในปริมาณสูง ช่วยให้ลูกร่างกายแข็งแรง เติบโตตามเกณฑ์ด้วยค่ะ
พัฒนาการทารก, น้ำหนักส่วนสูง, สุขภาพเด็กทารก, อะโพไครน์, นมแม่
ทารกตัวเหลือง อันตรายไหม?
img-over-post

ทารกตัวเหลือง อันตรายไหม?

ทารกตัวเหลือง อันตรายไหม? ลูกตัวเหลืองอาจเป็นเรื่องน่าตกใจสำหรับพ่อแม่มือใหม่ แต่หากทำความรู้จักให้ดี ภาวะตัวเหลืองนี้มีที่มาที่ไป และสามารถรักษาให้หายได้ คุณแม่หลายคนที่อาจจะจินตนาการว่าภาวะที่ทารกตัวเหลืองเป็นภาวะที่ลูกเราตัวสีเหลืองเหมือนทาขมิ้นชัน ทั้งที่จริงแล้วเนื้อตัวลูกไม่ได้มีสีออกเหลืองชัดขนาดนั้นค่ะ ส่วนจะเป็นอันตรายต่อลูกหรือไม่ มาทำความรู้จักภาวะทารกตัวเหลืองกันเลยค่ะ สาเหตุที่เด็กทารกตัวเหลือง ภาวะทารกตัวเหลืองหลังคลอด เป็นภาวะที่ร่างกายมีสารบิลิรูบิน (Bilirubin) หรือสารสีเหลืองในกระแสเลือดมากกว่าปกติ ซึ่งบิลิรูบินนี้เกิดจากการสลายตัวของเม็ดเลือดแดง มีตับทำหน้าที่เปลี่ยนแปลงสารสีเหลืองให้ขับออกทางท่อน้ำดี โดยจะออกมากับอุจจาระและปัสสาวะด้วย ภาวะตัวเหลืองของเด็กทารกหลังคลอดจะมี 2 กลุ่มคือ 1. ภาวะตัวเหลืองปกติ ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นกับทารกหลังคลอด โดยเฉพาะ 2-3 วันแรก เนื่องจากมีสาร “บิลิรูบิน” ในเลือดสูงกว่าปกติ ซึ่งเกิดขึ้นตลอดเวลาในร่างกายของคนเรา ดังนั้นแม้ว่าเด็กทารกจะมีสุขภาพแข็งแรงดีก็อาจมีภาวะตัวเหลืองได้ และมักจะหายตัวเหลืองเมื่ออายุ 5-7 วัน 2. ภาวะตัวเหลืองที่ผิดปกติ กลุ่มเลือดของแม่กับลูกไม่สัมพันธ์กัน มักพบในคู่ที่แม่มีเลือดหมู่โอกับลูกหมู่เลือดเอหรือบี หรือ คู่ที่แม่มีหมู่เลือด Rh ลบกับลูกหมู่เลือด Rh บวก ขาดเอนไซม์ในเม็ดเลือดแดง ชื่อ G6PD ทำให้เม็ดเลือดแดงแตกง่ายกว่าปกติ เด็กทารกได้รับนมแม่ไม่เพียงพอ ปัญหาอื่นๆ เช่น โรคท่อน้ำดีตีบ โรคตับ ภาวะพร่องไทรอยด์แต่กําเนิด ฯลฯ ภาวะลูกตัวเหลืองสังเกตได้ สังเกตจากตาของลูกทารกจะดูมีสีเหลือง ผิวหนังก็ออกสีเหลืองเช่นกัน เด็กบางคนมีบิลิรูบินไม่เท่ากัน คุณแม่อาจใช้วิธีสังเกตลักษณะผิวของลูก หากลูกมีภาวะตัวเหลืองที่เด่นชัด ต้องรีบพาไปพบแพทย์ เพราะอาจเป็นภาวะตัวเหลืองที่เกิดจากสาเหตุอื่น การรักษา หากลูกเกิดจากภาวะตัวเหลืองปกติ ภายใน 5-7 วัน อาการจะหายไปเอง คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องทำอะไรค่ะ แต่ในกรณีที่ตัวเหลืองชัดเจน และตรวจพบว่ามีระดับบิลิลูบินสูงจนอาจเกิดอันตรายได้ คุณหมอจะพิจารณาการรักษาด้วยวิธีการต่างๆ ตามความเหมาะสม เช่น การส่องไฟรักษา หรือกรณีที่ระดับบิลิรูบินมีค่าสูงมากๆ เด็กทารกอาจต้องได้รับการเปลี่ยนถ่ายเลือด วิธีป้องกัน สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ คือการฝากครรภ์แต่เนิ่นๆ จะช่วยให้คุณหมอตรวจประเมินความเสี่ยงและตรวจเลือดหาความผิดปกติทางพันธุกรรม หรือตรวจหาภาวะติดเชื้อต่างๆ ของคุณแม่ เพราะโรคบางอย่างถ้าตรวจพบได้เร็ว ก็สามารถรักษาได้หลังคลอด สำหรับคุณแม่ให้นม ควรให้ลูกได้ดูดนมเร็วที่สุด ให้ลูกดูดบ่อยๆ เพราะจะทำให้ลำไส้ของลูกเคลื่อนตัวทำงานได้ดี ช่วยขับสารสีเหลืองออกไป นอกจากนี้ในนมแม่ยังมีระบบการสร้างน้ำนมแบบอะโพไคร์น ทีให้สารอาหารจากธรรมชาติในปริมาณสูง ทั้งนิวคลีโอไทด์ (nucleotides) โพลีเอมีนส์ (polyamines) และกรดอะมิโนอิสระ (free amino acid) โกรทแฟคเตอร์ (growth factor) ที่ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโต และภูมิคุ้มกันร่างกายของลูกทารก การดูแลสุขภาพของคุณแม่ทั้งคุณแม่ตั้งครรภ์และคุณแม่ให้นมก็สำคัญ คุณแม่ควรดูแลร่างกายให้แข็งแรง กินอาหารที่มีประโยชน์ กินอาหารให้ครบ 5 หมู่และหลากหลาย ก็ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้คุณแม่และลูกทารกหลังคลอดแล้วค่ะ
สุขภาพเด็กทารก, วิธีป้องกันลูกตัวเหลือง, ลูกตัวเหลือง, อะโพไครน์, นมแม่
ชงนมเสริมถูกวิธี ป้องกันลูกท้องผูก
img-over-post

ชงนมเสริมถูกวิธี ป้องกันลูกท้องผูก

ชงนมเสริมถูกวิธี ป้องกันลูกท้องผูก ชงนมไม่ถูกวิธีทำลูกท้องผูกได้นะคะ เนื่องระบบทางเดินอาหารของเด็กทารกที่ยังไม่สมบูรณ์ ระบบย่อยอาหารยังทำงานได้ไม่เต็มที่ เมื่อดื่มนมผสมที่ชงไม่ถูกวิธีจึงมักมีปัญหาท้องผูก หรือท้องอืดท้องเฟ้อได้ง่าย เด็กทารกระบบทางเดินอาหารยังไม่สมบูรณ์ ทำให้ระบบย่อยอาหารยังทำงานได้ไม่เต็มที่ เมื่อดื่มนมเข้าไปจึงมักมีปัญหาท้องผูก หรือท้องอืดท้องเฟ้อได้ง่าย สำหรับคุณแม่ที่มีปัญหาเรื่องสุขภาพ ไม่สามารถให้ลูกดื่มนมแม่ได้ การให้ลูกดื่มนมผสมจึงเป็นทางเลือกหนึ่ง แต่คุณแม่หลายคนอาจคิดว่าการชงนมให้ลูกนั้นเป็นเรื่องง่าย เพราะเพียงแค่ชงตามสูตรข้างกระป๋องเติมน้ำในปริมาณที่พอเหมาะก็เอาให้ลูกดื่มได้แล้ว แต่ความจริงการชงนมที่ถูกต้องนั้น มีรายละเอียดและขั้นตอนที่สำคัญอยู่ค่ะ ชงนมให้ลูก ต้องสะอาดทุกขั้นตอน องค์การอนามัยโลกได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการชงนมที่ถูกวิธีดังนี้ 1. ล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำสบู่และเช็ดให้แห้งทุกครั้งก่อนชงนมให้ลูก 2. อุปกรณ์การชงนมต้องล้าง ต้ม หรือนึ่งฆ่าเชื้อโรคก่อน จากนั้นตากให้แห้งสนิทและเก็บในที่แห้งสะอาด 3. อ่านคำแนะนำข้างกระป๋องนมทุกครั้ง ว่าต้องตวงนมกับน้ำในสัดส่วนเท่าไหร่ 7 วิธีชงนมเสริม ลดปัญหาลูกท้องผูก 1. เลือกขวดนมที่เหมาะสมกับการดื่มนมของลูก ไม่ใหญ่เกินไปเพื่อลดปริมาตรอากาศในขวดนมของลูก 2. ควรเลือกใช้จุกนมที่มีรูไม่ใหญ่หรือเล็กเกินไป เพื่อให้ลูกดูดนมได้สะดวก ไม่ดูเร็วเกินไปป้องกันการสำลักและลดการดูดเอาอากาศเข้าไปในท้องด้วย 3. ใช้ช้อนตวงที่บรรจุมากับกระป๋องนม ในการตัก ตวง นมผงเพื่อให้ได้สัดส่วนที่เหมาะกับความต้องของลูกในแต่ละช่วงวัย 4. ใส่น้ำสุกอุ่นที่อุณหภูมิ 70 องศาเซลเซียส ไม่ควรใช้น้ำต้มสุกที่เก็บไว้นานเกิน 30 นาทีมาชงนมให้ลูก เนื่องจากอาจปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียได้ ตามด้วยนมผงในสัดส่วนที่เหมาะสม ซึ่งการอ่านคำแนะนำข้างกระป๋องจะช่วยให้คุณแม่ผสมนมได้ตรงตามความต้องการของลูก ทำให้ลูกได้รับปริมาณนมและน้ำตามความต้องการของร่างกาย ลดปัญหาท้องผูกของลูกเล็กได้ 5. ปิดขวดนมให้สนิท เกว่งขวดนมโดยการหมุนมือเป็นวงกลมจนนมผงละลาย ระวังการเกว่งขวดนมที่แรงเกินไปจะทำให้เกิดฟอง เพราะหากลูกดื่มนมที่มีฟองอากาศจะทำให้ลูกท้องอืดได้เช่นกัน 6. รอให้เย็นหรือนำไปแช่ในน้ำเย็นเพื่อให้คลายความร้อน ทดสอบกับหลังมือหรือท้องแขนว่าหายร้อนหรือยัง จากนั้นเช็ดขวดให้แห้งแล้วจึงให้ลูกดูดได้ 7. จัดท่าทางของลูกขณะป้อนนม ยกศีรษะให้อยู่สูงกว่าลำตัวเล็กน้อย ขณะป้อนนมให้คุณแม่ยกขวดนมขึ้นเพื่อป้องกันอากาศไหลผ่านจุกนม Ref: https://www.who.int/foodsafety/publications/micro/PIF_Bottle_en.pdf
วิธีเก็บนม, วิธีชงนม, นมเสริม, นมแม่, นมแพะ DG
การแหวะนมของลูก เกิดจากอะไร หาคำตอบได้ที่นี่
img-over-post

การแหวะนมของลูก เกิดจากอะไร หาคำตอบได้ที่นี่

การแหวะนมของลูก เกิดจากอะไร หาคำตอบได้ที่นี่ ปัญหาเรื่องการแหวะนมของเด็กทารกนั้นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้บ่อยๆ โดยเฉพาะทารกวัยแรกเกิด ถึง 3 เดือน แม้ไม่ใช่อาการที่น่ากังวล แต่หากปล่อยให้ลูกแหวะนมบ่อยๆ อาจทำให้ลูกรู้สึกไม่สบายตัว หงุดหงิด และร้องงอแงได้ค่ะ สาเหตุที่ทำให้ลูกแหวะนม เนื่องจากกล้ามเนื้อหูรูดตรงรอยต่อของหลอดอาหารและกระเพาะของลูกยังทำงานได้ไม่เต็มที่ เมื่อดูดนมเข้าไปแล้วกล้ามเนื้อที่ปกติต้องหดตัวปิดไม่ให้อาหารไหลกลับยังไม่ทำงาน เมื่อดูดนมอิ่มใหม่ๆ แล้วคุณแม่ให้นอนหงายทันทีโดยไม่มีการอุ้มเรอ เมื่อนั้นแหละค่ะที่เจ้าตัวเล็กจะสำลักหรือแหวะนมออกมา นอกจากนี้การให้ลูกดูดนมในปริมาณมากเกินไปในแต่ละมื้อ และอาจเรอออกมาได้ไม่หมด ซึ่งโดยปกติทารกจะผายลมออกมาด้วย แต่ด้วยความที่ลูกน้อยยังไม่รู้จักการเบ่ง จึงผายลมไม่เก่งนัก อาจต้องให้คุณแม่ช่วยด้วยการนวดเบาๆ ที่บริเวณท้อง หรือพลิกตัวลูกน้อยไปมา บริหารให้ลำไส้ทำงานได้ดีขึ้น รับมือเมื่อลูกแหวะนม วิธีที่ช่วยให้คุณแม่รับมือกับอาการแหวะนมของลูกมีง่ายๆ ดังนี้ 1. จัดท่านอนให้ลูก ป้องกันลูกแหวะนม กรณีที่ลูกดูดนมจากเต้านมโดยตรง หากลูกนอนในท่าไม่สบาย หรือดูดหัวนมเข้าไปได้ไม่ลึกพอ ทำให้น้ำนมไหลน้อย และลูกก็ตั้งหน้าตั้งตาดูดเอาลมเข้าไปจนเต็มท้อง คุณแม่ต้องเปลี่ยนท่าให้ลูกดูดได้ถนัดและดูดหัวนมให้ลึก เพราะไม่อย่างนั้นลูกจะดูดลมเข้าไปในท้องจนดันเอาน้ำนมออกมา 2. เลือกขวดนมให้เหมาะสม และปรับปริมาณการให้นม หากให้ลูกดูดนมจากขวด เพียงแค่หมุนปิดฝาจุกนมแน่นเกินไป หรือหลวมเกินไป จนมีฟองอากาศไหลเข้าขวดนม ก็เป็นสาเหตุทำให้ลูกแหวะนมได้ ขวดที่ใช้ไม่ควรใหญ่เกินไป ขนาดของจุกนมไม่เล็กหรือใหญ่เกินไปเช่นกัน เพราะจะทำให้ลูกดูดเอาแต่ลมเข้าไปจนเต็มกระเพาะ วิธีแก้คือ ปรับปริมาณนมให้น้อยลงและเพิ่มความถี่ในการให้นมมากขึ้น 3. อุ้มลูก เรอนม หลังจากที่ลูกดูดนมอิ่มแล้ว การอุ้มลูกให้เรอจะช่วยให้ลูกสบายท้องมากขึ้น โดยอุ้มลูกขึ้นยกตัวคว่ำพาดไหล่ ลูบหลังเบาๆ กระทั่งลูกเรอออกมา นอกจากนี้การให้ลูกดูดนมในปริมาณมากเกินไปในแต่ละมื้อ และอาจเรอออกมาได้ไม่หมด ซึ่งโดยปกติทารกจะผายลมออกมาด้วย 4. นวดท้อง ให้ลูกเรอ นวดท้องให้ลูกสบายตัว วิธีนี้จะช่วยไล่ลมในกระเพาะให้ลูก ควรทำหลังลูกดูดนมไปแล้วประมาณ 1-2 ชั่วโมง เริ่มจากให้ลูกนอนหงายแล้วคุณแม่วางมือข้างหนึ่งลงบนหน้าอกของลูก ใช้ฝ่ามือค่อยๆ กดไล่ลงมาจนถึงบริเวณใต้สะดือ ใช้หัวแม่มือนวดวนเป็นวงกลมบริเวณท้องของลูก จนกว่าลูกจะเรอหรือผายลม ลูกแหวะนมไม่ใช่เรื่องร้ายแรงค่ะ เมื่อลูกโตขึ้น กระเพาะอาหารขยายใหญ่ขึ้น แข็งแรงมากขึ้น อาการแหวะนมก็จะค่อยๆ หายไปเอง ที่สำคัญคือระหว่างที่ลูกยังเริ่มอาหารเสริมไม่ได้ควรให้ลูกดื่มนมแม่ค่ะ เพราะนมแม่เป็นนมที่มีสารอาหารครบถ้วน และมีระบบการสร้างน้ำนมแบบอะโพไครน์ (Apocrine) ที่ให้สารอาหารจากธรรมชาติสูงสุด ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ลดโอกาสเกิดโรคติดเชื้อและโรคภูมิแพ้ได้เป็นอย่างดี
อะโพไครน์, ป้องกันอาการแหวะนม, ลูกแหวะนม, นมแม่, นมแพะ DG
เก็บ-ชง-ดื่ม นมแพะอย่างไรให้ได้คุณค่าสารอาหารจากธรรมชาติอย่างเต็มที่?
img-over-post

เก็บ-ชง-ดื่ม นมแพะอย่างไรให้ได้คุณค่าสารอาหารจากธรรมชาติอย่างเต็มที่?

เก็บ-ชง-ดื่ม นมแพะอย่างไรให้ได้คุณค่าสารอาหารจากธรรมชาติอย่างเต็มที่? เก็บ-ชง-ดื่ม นมแพะอย่างไรให้ได้คุณค่าสารอาหารจากธรรมชาติอย่างเต็มที่? พี่แพะมีคำตอบให้แล้วค่ะ ตามพี่แพะมาเลย วิธีการเก็บนมที่ดีที่สุด โดยปกตินมผงหากมีการเก็บไว้ในที่แสงแดดส่องหรือในที่มีอุณหภูมิ และความชื้นที่ไม่เหมาะสมจะทำให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมีได้ง่ายค่ะ เนื่องจากประเทศไทยมีสภาพอากาศเป็นเมืองร้อนชื้น อาจส่งผลจะทำให้นมเกิดการเหม็นหืน มีสี และกลิ่นที่เปลี่ยนไปได้ง่าย ทางที่ดีที่สุดคือไม่ควรตากแดด เก็บในอุณหภูมิ​ห้องปกติ อากาศถ่ายเทสะดวก และถ้าหากเป็นนมผงที่เปิดใช้แล้วจะทำให้มีอากาศ ความชื้นเข้าไปในบรรจุภัณฑ์ได้ง่ายมากขึ้น จึงควรใช้ให้หมดภายใน 4 สัปดาห์หรือใน 1 เดือน และควรปิดฝาให้สนิททุกครั้งหลังใช้ค่ะ และสำหรับนมที่ชงแล้วเก็บได้นานแค่ไหน? สำหรับนมที่ชงแล้วถ้าน้องยังไม่ได้ดื่มสามารถเก็บในอุณหภูมิห้องปกติ แนะนำให้เก็บได้ประมาณ 3-4 ชั่วโมงค่ะ และสำหรับนมที่ชงแล้ว และยังไม่ได้ดื่ม ถ้าแช่ไว้ในตู้เย็นสามารถเก็บได้ประมาณไม่เกิน 12 ชั่วโมงค่ะ หมายเหตุ : แต่ถ้าน้องดื่มแล้วแต่ดื่มยังไม่หมด จริงๆ ไม่แนะนำให้เก็บนะคะ ดื่มให้หมดทีเดียวดีที่สุดค่ะ เพื่อป้องกันอาการท้องเสียที่อาจเกิดขึ้นกับลูกน้อยค่ะ ชงนมอย่างไรให้ถูกต้อง รินน้ำต้มสุกที่ปล่อยให้เย็นตามอุณหภูมิห้อง ตามจำนวนออนซ์ที่ต้องการผสมลงในขวด ตักนมใส่ขวดโดยใช้ช้อนตวงนม ปาดนมให้เรียบ แล้วใส่ตามปริมาณที่ต้องการ (อัตราส่วน นมแพะดีจี 1 ช้อน ต่อ น้ำ 1 ออนซ์) ปิดฝาให้สนิท ไม่เขย่า จับขวดนมในแนวตั้งแล้วแกว่งก้นขวดนมไปมาในแนวนอน เพื่อให้ผงนม และน้ำเข้ากัน หมายเหตุ : ไม่ควรใช้มืออุดที่รูจุกนมและเขย่าขวดนมในแนวตั้งนะคะ เพราะจะทำให้นมมีฟองมาก อีกทั้งการใช้มือไปสัมผัสกับจุกนมจะทำให้ไม่สะอาด และอาจทำให้ลูกท้องเสียได้ค่ะ ดื่มวันละ 2 แก้ว เพื่อสุขภาพที่แข็งแรง พัฒนาการสมวัย นมแพะมีระบบการสร้างน้ำนมเรียกว่า “อะโพไครน์” จึงทำให้มีสารอาหารจากธรรมชาติที่หลุดออกมาพร้อมกับน้ำนมในปริมาณสูง เรียกว่า ไบโอแอคทีฟ คอมโพเนนท์ (Bioactive Components) ประกอบไปด้วย นิวคลีโอไทด์ ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ทอรีน ช่วยเสริมสร้างการทำงานของจอประสาทตา โพลิเอมีนส์ ส่งเสริมระบบทางเดินอาหารให้สมบูรณ์ และมีประสิทธิภาพ โกรทแฟคเตอร์ ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตที่ดีสมวัยอย่างเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมีสารอาหารชนิดอื่นๆ อีกมากมาย เช่น โอเมก้า 3,6,9 ดีเอชเอและเออาร์เอ วิตามินบี12 แคลเซียมในปริมาณสูง และใยอาหารสำคัญอย่าง อินนูลินและโอลิโกฟรุคโตส ช่วยปรับสมดุลของระบบทางเดินอาหาร ป้องกันการติดเชื้อการอักเสบ ลดปัญหาท้องผูก ช่วยส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรงไม่ป่วยง่าย และมีพัฒนาการที่ดีสมวัย เพื่อสุขภาพดีของลูกน้อย อย่าลืมดื่มนมแพะทุกวันเป็นประจำวันละ 2 แก้วนะคะ หลังจากนี้คุณพ่อ คุณแม่ก็ทราบวิธี เก็บ-ชง-ดื่มนมแพะให้ถูกวิธี เพื่อประโยชน์สูงสุดแล้ว อย่าลืมนำเทคนิคเหล่านี้ไปใช้นะคะ เพื่อรักษาคุณค่าสารอาหารจากธรรมชาติใน​นมแพะไว้สำหรับลูกรักให้ดีที่สุดค่ะ
วิธีเก็บนม, วิธีชงนม, นมเสริม, นมแพะ ดีจี, นมแพะ DG
รับมือปัญหาท้องผูกขณะตั้งครรภ์ ด้วยเทคนิคที่ทำได้จริง
img-over-post

รับมือปัญหาท้องผูกขณะตั้งครรภ์ ด้วยเทคนิคที่ทำได้จริง

รับมือปัญหาท้องผูกขณะตั้งครรภ์ ด้วยเทคนิคที่ทำได้จริง คุณแม่ตั้งครรภ์ในช่วงนี้อาจสังเกตตัวเองได้ว่ามีพฤติกรรมการขับถ่ายที่เปลี่ยนไป ขับถ่ายลำบากขึ้น ในคุณแม่บางท่านมีอาการท้องผูกเรื้อรัง ส่งผลให้เกิดโรคริดสีดวงระหว่างตั้งครรภ์ สาเหตุมาจาก ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนขณะตั้งครรภ์ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และขนาดของมดลูกคุณแม่ในช่วงนี้มีการขยายใหญ่ขึ้นมาก ทำให้ไปกดทับลำไส้ กระทบต่อการทำงานของลำไส้ และระบบขับถ่ายให้ไม่เป็นปกติ รวมไปถึงการไหลเวียนของหลอดเลือดในระหว่างตั้งครรภ์ที่เพิ่มมากขึ้นส่งผลให้หลอดเลือดบริเวณทวารหนักเกิดการขยายตัว ทำให้การขับถ่ายลำบากมากยิ่งขึ้นค่ะ รับมือปัญหาท้องผูกขณะตั้งครรภ์ได้ไม่ยาก เพิ่มมื้ออาหารที่มีกากใย จำเป็นมากๆ ค่ะ รับประทานอาหารที่มีกากใย เพราะขณะตั้งครรภ์วิตามินเสริมที่คุณแม่ได้รับจำพวกธาตุเหล็ก และแคลเซียม อาจส่งผลต่อระบบขับถ่ายได้ แต่ก็จำเป็นต่อคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ ทางออกที่ดีที่สุดดือ การเพิ่มการรับประทานอาหารที่มีกากใย เช่น ผัก ผลไม้ หรือเลือกดื่มนมที่มีส่วนช่วยในเรื่องระบบขับถ่าย หรือนมที่มีใยอาหาร หรือพรีไบโอติก ซึ่งจะมีจุลินทรีย์ชนิดดีต่อลำไส้ ช่วยปรับสมดุลของระบบทางเดินอาหาร ช่วยลดปัญหาท้องผูก ส่งผลให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดี ย่อยง่าย ดูดซึมแร่ธาตุได้ดี สามารถช่วยลดปัญหานี้ได้ค่ะ ออกกำลังกายเบาๆ หรือเล่นโยคะ เพื่อช่วยให้ลำไส้ได้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอในแต่ละวัน ปรับพฤติกรรมการขับถ่ายใหม่ เช่น เข้าห้องน้ำเพิ่มโอกาสการขับถ่ายในช่วงเช้า เพียง 4 ข้อเท่านั้น คุณแม่ท้องก็สามารถพิชิตอาการท้องผูกได้ง่ายๆ หากคุณแม่ทำเป็นประจำ รับรองบอกลาอาการท้องผูกได้อย่างแน่นอนค่ะ
คู่มือแม่ท้อง, ปัญหาแม่ท้อง, แม่ท้อง, ท้องผูก, นมแพะ DG
ปลดล็อกอาการท้องอืด ท้องผูก ไม่สบายท้อง ด้วยโปรตีนย่อยง่ายจากนมแพะ 
img-over-post

ปลดล็อกอาการท้องอืด ท้องผูก ไม่สบายท้อง ด้วยโปรตีนย่อยง่ายจากนมแพะ 

ปลดล็อกอาการท้องอืด ท้องผูก ไม่สบายท้อง ด้วยโปรตีนย่อยง่ายจากนมแพะ ลูกน้อยไม่ถ่าย ลูกท้องผูกเป็นอาการที่เกิดได้บ่อยในเด็กเล็ก และยิ่งปล่อยเอาไว้นานยิ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพของเด็กๆ ดังนั้นหากคุณแม่ดูแลเรื่องอาหารการกินของลูกแต่เนิ่นๆ ก็ช่วยให้ห่างไกลจากอาการท้องผูกได้ค่ะ ท้องผูกเพราะให้ลูกรับประทานผิดๆ อาหารการกินเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ลูกท้องผูก สำหรับเด็กเล็กที่มักเกิดช่วงวัยที่เปลี่ยนจากการดื่มนมแม่มาเป็นการรับประทานอาหารเสริมอื่น ๆ ที่มีเส้นใยต่ำ ทำให้เกิดอาการท้องผูกได้ง่าย รวมถึงการดื่มนมผสมก็อาจมีอาการท้องผูกได้เช่นกัน เพราะในนมผสมที่เป็นนมวัวจะมีโปรตีนที่ย่อยยากกว่านมแม่นั่นเอง นมแพะมีโปรตีนย่อยง่าย ดื่มแล้วลูกอิ่มสบายท้อง เนื่องจากนมหลายประเภทมักมีโปรตีนย่อยยากสูง เมื่อให้ลูกดื่มเข้าไปจึงมักเกิดอาการไม่สบายท้อง ในขณะที่นมแพะนั้นเป็นนมที่มีโปรตีนย่อยง่ายสูง ด้วยค่ะ โดยโปรตีนย่อยง่ายที่ว่านั้นคือโปรตีนเบต้าเคซีนซึ่งมีอยู่ในปริมาณสูง ร่างกายสามารถดูดซึมได้ง่าย ไม่เหลือตกค้างอยู่ในลำไส้ จึงทำให้ลูกอิ่มสบายท้อง ลดปัญหาท้องอืด และท้องผูกได้เป็นอย่างดี อีกทั้งนมแพะยังมีใยอาหารชนิด อินนูลิน และโอลิโกฟรุคโตส ที่ทำให้ระบบขับถ่ายสมดุล ลดปัญหาท้องผูก และช่วยส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายของลูกอีกด้วย นอกจากนี้นมแพะยังเป็นนมที่มีคุณค่าทางสารอาหารสูง เนื่องจากมีกระบวนการสร้างน้ำนมแบบ “อะโพไครน์” ที่ให้สารอาหารครบถ้วนจากธรรมชาติ ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกายและช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน รวมถึงช่วยทำให้ระบบทางเดินอาหารสมบูรณ์อีกด้วยค่ะ
อะโพไครน์, นมอะไรไม่ทำให้ลูกท้องผูก, การขับถ่าย, ท้องผูก, นมแม่
3 กลยุทธ์ สยบนิสัย เจ้าอารมณ์ของลูก 
img-over-post

3 กลยุทธ์ สยบนิสัย เจ้าอารมณ์ของลูก 

3 กลยุทธ์ สยบนิสัย เจ้าอารมณ์ของลูก เมื่อลูกน้อยกำลังแปลงร่างเป็นก็อตซิล่า คุณแม่ลองใช้เทคนิค และกิจกรรมเหล่านี้ให้ลูกได้เรียนรู้การระงับอารมณ์ แถมยังปลูกฝังทักษะด้านอารมณ์ที่ถูกต้องให้ลูกน้อยไปในตัวด้วยค่ะ สอนการรอคอย ด้วยเกมส์เต้นและหยุด เกมสนุกๆ กับกติกาง่าย เปิดเพลงปล่อยให้ลูกเต้นอย่างอิสระ แต่เมื่อเพลงหยุดลูกต้องห้ามขยับ ต้องรอจนกว่าเพลงจะดังขึ้นมาอีกครั้ง หรือถ้าเป็นเพลงเร็วก็ต้องขยับร่างกายให้เร็วตามจังหวะ ถ้าเป็นเพลงช้าก็ขยับช้าๆ จะสามารถช่วยให้ลูกเรียนรู้จักการรอคอย การอดทน รู้จักกฏ กติกา​ ไปในตัวค่ะ ฝึกความอดทน ด้วยการให้ลูกช่วยเหลือตัวเอง เริ่มฝึกให้ลูกรู้จักช่วยเหลือตัวเอง พยายามหัดทำอะไรด้วยตัวเองเบื้องต้น เช่น เล่นของเล่นแล้วเก็บเอง หยิบของที่ต้องการเอง ฝึกนั่งกระโถน แต่งตัวเอง ดื่มน้ำจากแก้วเอง หรือสอนให้ลูกรู้จักช่วยเหลือตัวเอง ด้วยการเริ่มแต่งตัวด้วยตัวเอง หัดใส่เสื้อ ติดกระดุมให้ถูกต้อง เมื่อลูกพยายาม จนสามารถทำได้ด้วยตัวเอง คุณพ่อคุณแม่ควรให้คำชื่นชมลูกทุกครั้ง ลูกจะเรียนรู้ที่จะทำอะไรด้วยตนเองมากกว่าการโวยวายร้องขอให้คนอื่นมาทำให้ และเมื่อลูกได้เข้าไปอยู่ร่วมกับผู้อื่นเพื่อนๆ ในวัยเดียวกัน การอยู่กับผู้อื่นจะเป็นการฝึกทักษะทางสังคม และช่วยให้ลูกควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้มากขึ้นค่ะ สร้างสมาธิ ด้วยกิจกรรมปอกเปลือกไข่ เทคนิคง่ายๆ ที่มีประโยชน์มากมายอย่างการปอกเปลือกไข่ต้ม ให้ลูกฝึกปอกเปลือกไข่ต้มให้ผิวเนียนเรียบไม่มีรอย จะช่วยฝึกให้ลูกใช้ความพยายามจนเกิดสมาธิ จดจ่อตั้งใจ ยับยั้งอารมณ์เร่งรีบ เพื่อที่จะทำให้สำเร็จ แถมยังช่วยให้ลูกน้อยใจเย็นขึ้นด้วยค่ะ ลูกน้อยกำลังต้องการความช่วยเหลือจากคุณแม่ และคุณพ่อ เพราะลูกยังไม่รู้จักการควบคุมอารมณ์​ตนเอง ถ้าคุณแม่คุณพ่อสามารถช่วยให้ลูกรู้จักวิธีจัดการกับอารมณ์​ในช่วงนี้ได้ จะช่วยสร้างพื้นฐานทักษะทางอารมณ์​ การเข้าสังคม และพัฒนาการที่ดีรอบด้านอื่นๆ ไปในตัวด้วยค่ะ
เด็กเจ้าอารมณ์, ความพยายาม, GRIT, พัฒนาการรอบด้าน , พัฒนาการเด็ก
คำแนะนำ 5 ปัญหาหลังคลอดที่
img-over-post

คำแนะนำ 5 ปัญหาหลังคลอดที่

คำแนะนำ 5 ปัญหาหลังคลอดที่ "แม่มือใหม่" ส่วนใหญ่ต้องเจอ ถ้าคุณแม่กำลังจะมีเบบี๋ตัวน้อยเร็วๆ นี้ ห้ามพลาดโพสต์​นี้เด็ดขาดค่ะ เรามาเตรียมความพร้อมกับ 5 ปัญหาที่คุณแม่หลังคลอดส่วนใหญ่ต้องเจอ ถึงจะเป็นคุณแม่มือใหม่ แต่รับรองว่ารับมือได้แบบคุณแม่มือโปรแน่นอน! "เบบี้ บลู" ฮอร์โมนหลังคลอด "เบบี้ บลู" (Baby Blue) คือ ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด ในระหว่างที่คุณแม่ตั้งครรภ์ฮอร์โมน​เอสโตรเจน กับโปรเจสเตอโรนจะเพิ่มขึ้นสูงมาก แต่เมื่อหลังคลอดฮอร์โมนสองชนิดนี้จะลดลงไปทันที ทำให้เกิดภาวะเบบี้บลู ซึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนนั่นเองค่ะ อาการ และวิธีรับมือ รู้สึกเศร้า หดหู่ ไม่มีกำลังใจ ส่วนใหญ่จะค่อยๆ ดีขึ้นหลังจาก 6 สัปดาห์โดยประมาณค่ะ ถ้าไม่ดีขึ้นควรรีบปรึกษาแพทย์นะคะ คำแนะนำ คนใกล้ตัวควรช่วยเหลือคุณแม่หลังคลอด เพราะเพิ่งคลอดลูกร่างกายคุณแม่อ่อนแอมาก เสียเลือดเยอะ ร่วมกับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ถ้าจะต้องมีเรื่องทำให้คุณแม่วิตกกังวล เสียใจ หรือเหนื่อยจนเกินไปอาจทำให้มีภาวะนี้ได้ค่ะ หนาวง่าย ผมเริ่มร่วง คุณแม่ต้องเคยได้ยินคุณแม่หลายๆ คนแอบบ่นว่าตั้งแต่คลอดลูกก็ขี้หนาว แถมผมก็ร่วงใช่ไหมคะ สาเหตุเกิดจาก ในขณะที่คุณแม่ตั้งครรภ์ได้ใช้พลังงาน และแคลเซียมไปจำนวนมาก อีกทั้งระหว่างคลอดคุณแม่ได้เสียเลือดขณะคลอดเป็นจำนวนมากอีกเช่นกัน ทำให้ร่างกายต้องการธาตุเหล็ก และแคลเซียม เพื่อใช้ในการสร้างเม็ดเลือด และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ เพื่อทดแทนที่สูญเสียไประหว่างตั้งครรภ์ และการคลอด คำแนะนำ ให้คุณแม่ทานวิตามินขณะตั้งครรภ์ต่อ และเลือกรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กให้เพียงพอในแต่ละวัน เช่น ไข่ ผักที่มีสีเขียวเข้ม สวมใส่เสื้อผ้าที่ให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย พักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และเลือกใช้แชมพูสระผมสูตรไม่ระคายเคือง ไม่เกาหรือนวดศีรษะแรงๆ เลี่ยงการไว้ผมยาวมาก หรือหวีผมแรงๆ สะดือลูกเมื่อไหร่จะหลุด คุณแม่มือใหม่ส่วนใหญ่จะกังวลกับสะดือลูกน้อย กลัวลูกเจ็บ ไม่กล้าเช็ด กลัวสะดือเน่า ฯลฯ ส่วนใหญ่แล้วสะดือลูกจะค่อยๆ แห้ง และหลุดเองใช้เวลา 14 วันโดยประมาณ เทคนิคดูแลสะดือลูกแบบง่ายๆ เช็ดด้วยแอลกอฮอล์ 70% เช็ดวนทีละด้าน แล้วเปลี่ยนสำลี ไม่ใช้ซ้ำ เลือกใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูปแบบเทปจะไม่รัดบริเวณสะดือ หรือสวมกางเกงที่ไม่กดทับสะดือลูก ห้ามแกะ เป่า ทา อะไรก็ตามลงบนสะดือลูก นมแม่ไม่พอ นมแม่มาช้า เชื่อว่าคุณแม่ส่วนใหญ่ต้องเผชิญกับปัญหานมแม่ไม่พอ นมแม่มาช้าในช่วงแรกหลังคลอด กลัวว่าลูกจะได้รับน้ำนมไม่พอ ซึ่งอันตรายต่อทารกแรกเกิด อาจส่งผลทำให้เกิดภาวะขาดน้ำในเด็กได้ คำแนะนำ… ไม่เครียด พักผ่อนให้เพียงพอเท่าที่ทำได้ เพราะยิ่งเครียดวิตกกังวลจะยิ่งส่งผลต่อการผลิตน้ำนมค่ะ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์อย่างหลากหลาย เพิ่มเมนูกระตุ้นน้ำนม และดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอในแต่ละวัน ให้ลูกน้อยกระตุ้นด้วยการดูดเต้า หรือปั๊มนมไม่ให้ตกรอบ ลูกดูดบ่อย ดูดถูกวิธี จะช่วยกระตุ้นการผลิตน้ำนมให้เพียงพอสำหรับลูกน้อยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ ถ้าคุณแม่ต้องให้นมเสริมในกรณีที่นมแม่ยังไม่มา หรือคุณแม่ที่มีโรคประจำตัวมีความจำเป็น ฯลฯ เลือกนมเสริมที่เหมาะสมกับลูกน้อย ที่ดีต่อระบบการย่อย ระบบขับถ่าย คงคุณค่าสารอาหารได้สูงสุด และเหมาะสมกับช่วงวัย เพื่อรอเวลาที่คุณแม่สามารถกลับมาให้นมแม่ได้ค่ะ ลูกท้องอืด Overfeeding คุณแม่มือใหม่มักจะให้ลูกดื่มนมทุกครั้งที่ลูกร้อง แต่การร้องทุกครั้งไม่ได้หมายความว่าลูกหิว ทางที่ดีคุณแม่ควรให้ลูกดื่มนมเป็นเวลา (แต่ช่วงแรกลูกจะหิวบ่อยทุกๆ 2-3 ชม.) ให้ลูกดื่มในปริมาณที่เหมาะสมกับน้ำหนักตัว เพราะถ้าลูกดื่มนมเกินพอดี จะยิ่งทำให้ลูกไม่สบายท้อง ท้องอืดได้ค่ะ อาการ Overfeeding ท้องโป่งตึง ท้องอืด ร้องกวน งอแง ไม่สบายท้อง แหวะนมออกทางปาก จมูก คำแนะนำสำหรับคุณแม่ หากลูกร้องไห้มาก คุณแม่พยายามปลอบ อุ้มลูก เช็กว่าลูกร้องไห้เพราะสาเหตุอะไร เพราะหากลูกร้องไห้หนักขึ้น อากาศจะเข้าไปในกระเพาะอาหารทำให้ลูกท้องอืดมากขึ้น แน่นอึดอัดมากขึ้นได้ค่ะ สำหรับคุณแม่มือใหม่ หลังคลอดคือช่วงปรับตัวของทั้งคุณแม่ และลูกน้อยช่วงนี้อาจจะทำอะไรไม่ค่อยถูก คุณแม่ลองนำคำแนะนำเหล่านี้ไปปรับใช้จะช่วยให้การเป็นคุณแม่มือใหม่นี้ง่ายขึ้นค่ะ
ปัญหาแม่หลังคลอด, แม่หลังคลอด, การเลี้ยงลูก, คู่มือแม่ท้อง, ปัญหาแม่ท้อง
ปลุก 5 สกิล เตรียมพร้อม เข้าโรงเรียนครั้งแรก 
img-over-post

ปลุก 5 สกิล เตรียมพร้อม เข้าโรงเรียนครั้งแรก 

ปลุก 5 สกิล เตรียมพร้อม เข้าโรงเรียนครั้งแรก ทักษะอะไรบ้างที่คุณพ่อคุณแม่ต้องช่วยลูกเตรียมพร้อมก่อนที่จะเริ่มเข้าเรียนครั้งแรก เช็กเลยค่ะลูกมีทักษะเหล่านี้ครบแล้วหรือยัง ปรับพฤติกรรม เตรียมพร้อมเข้าโรงเรียน ก่อนอื่นคุณพ่อคุณแม่ต้องปรับพฤติกรรมบางอย่างให้ลูกก่อนค่ะ เช่น เลิกใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูป หัดนั่งกระโถน นอน และตื่นให้เป็นเวลา สามารถบอกได้เมื่อปวดปัสสาวะ เลิกดื่มขวดนม ดื่มนมจากแก้ว ฯลฯ เพื่อให้ลูกพร้อมเรียนรู้อย่างเต็มที่ รู้สึกภูมิใจในตัวเอง สามารถจัดการกับเรื่องของตัวเองได้เมื่อต้องเริ่มออกไปอยู่ร่วมกับผู้อื่น เทคนิค : ปรับพฤติกรรมการนอนให้เป็นเวลา จัดบรรยากาศห้องนอนใหม่ให้เหมาะสม ปลุกลูกเวลาเดิม เข้านอนเวลาเดิม ทำซ้ำในทุกวัน และฝึกให้ลูกนั่งกระโถนทุกๆ เช้า เมื่อไหร่ที่รู้สึกปวดปัสสาวะ ให้บอก ทำซ้ำไปเรื่อยๆ ลูกจะทำได้ในที่สุดค่ะ ฝึกช่วยเหลือตัวเองเบื้องต้น พร้อมต่อยอด ใส่เสื้อผ้าเองได้ ใส่รองเท้าได้ รับทานอาหารเองได้ หยิบของที่ต้องการได้เอง ฯลฯ การช่วยเหลือตัวเองได้เบื้องต้น จะช่วยให้ลูกคลายความกังวล และประหม่าเมื่อต้องทำอะไรต่อหน้าคนอื่นด้วยตัวเอง และช่วยให้ลูกพร้อมที่จะพัฒนา เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้อย่างไม่มีขีดจำกัดค่ะ เทคนิค : ทำซ้ำ ย้ำไห้เป็นกิจวัตร ชวนลูกเล่นเกมแต่งตัว ใครใส่ถุงเท้าเสร็จก่อนกันคนนั้นชนะ หรือจะเป็นใครติดกระดุมได้ถูกต้องเร็วกว่าคนนั้นชนะ ทำไปเรื่อยๆ ลูกจะทำได้เองในที่สุดค่ะ เพิ่มความมั่นใจ เตรียมพร้อมเข้าสังคม เมื่อลูกต้องออกไปอยู่นอกบ้าน กับคนอื่นที่ไม่ใช่คนในครอบครัว อาจทำให้ลูกรู้สึกไม่มั่นใจ ประหม่า และกลัว คุณแม่ต้องช่วยเพิ่มความเชื่อมั่น และมั่นใจให้ลูก เพื่อช่วยให้ลูกไม่ต่อต้าน ขี้อาย ขาดความมั่นใจ รู้สึกไม่ปลอดภัยจนไม่ชอบไปโรงเรียนค่ะ เทคนิค : เริ่มจากให้ลูกได้คุ้นเคยกับเด็กวัยเดียวกัน มีเพื่อน ได้ทำกิจกรรม และเห็นวิถีชีวิตภายนอกบ้านจนคุ้นชิน และที่สำคัญคุณพ่อคุณแม่ต้องสร้างความมั่นใจชื่นชมความพยายามเมื่อลูกทำสำเร็จ รวมถึงรักษาคำพูดกับลูกเสมอ เช่น จะมารับลูกทันทีหลังเลิกเรียน ไม่ปล่อยให้ลูกต้องรอค่ะ ฝึกลูกแนะนำตัวเอง สร้างทักษะการสื่อสาร สวัสดีครับ สวัสดี​ค่ะ ขอโทษ ขอบคุณ และสามารถแนะนำตัวเองแบบง่ายๆ ชื่อจริง ชื่อเล่น อายุ จะช่วยให้ลูกเรียนรู้เรื่องราวของตัวเอง และฝึกทักษะการสื่อสารด้วยค่ะ เทคนิค : คุณแม่ลองแนะนำตัวเองแบบง่ายๆ ให้ลูกฟัง แล้วถามลูกกลับ ค่อยๆ บอกรายละเอียดของลูกให้ลูกรับรู้ กล่าวขอบคุณ ขอโทษ ให้ลูกเห็นในชีวิตประจำวันบ่อยๆ ลูกจะซึมซับไปในที่สุดค่ะ ฝึกลูกระงับอารมณ์ ควบคุมตัวเอง อยากให้ลูกเป็นที่รักสำหรับทุกคน คุณพ่อคุณแม่ต้องสอนให้ลูกรู้จักควบคุมอารมณ์​ของตัวเอง ไม่ขี้หงุดหงิด รู้จักการแบ่งปัน การรอคอย การพึ่งพาอาศัย​ จะช่วยให้ลูกมีความสุขในสังคมต่อๆ ไปค่ะ เทคนิค : คุณแม่ลองให้ลูกเรียนรู้การรอคอยในชีวิต การเข้าคิวซื้อของ การนั่งรอ ด้วยเกมง่ายๆ อย่างเกมฟรีซ หยุดนิ่ง วางเก้าอี้คล้ายๆ เล่นเก้าอี้ดนตรี เมื่อเพลงหยุดลูกต้องลงนั่ง และห้ามขยับรอจนกว่าเพลงจะมาอีกครั้ง จะช่วยให้ลูกเรียนรู้ระงับ ยับยั้งชั่งใจ และรอคอย ควบคุมอารมณ์ความต้องการของตัวเองค่ะ สำหรับเด็กในวัยนี้ ลูกอาจจะยังไม่สามารถทำอะไรได้อย่างเต็มที่ การเตรียมพร้อมนี้ต้องอยู่บนพื้นฐานการเข้าใจพัฒนาการช่วงวัย ค่อยๆ ฝึกเสริมทักษะไปทีละนิด เพื่อช่วยให้ลูกสามารถปรับตัวเมื่อต้องออกไปใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข และไม่กดดันค่ะ
ความพยายาม, GRIT, พัฒนาการดี, พัฒนาการเด็ก, กิจกรรม
เทคนิคเด็ดฝึกลูก รับประทานอาหาร ด้วยตัวเอง 
img-over-post

เทคนิคเด็ดฝึกลูก รับประทานอาหาร ด้วยตัวเอง 

เทคนิคเด็ดฝึกลูก รับประทานอาหาร ด้วยตัวเอง BLW (Baby Led Weaning) ปล่อยให้ลูกหัดรับประทานอาหารด้วยตัวเอง แบบไม่ป้อน ปลูกฝังทัศนคติที่ดี และพัฒนาการกล้ามเนื้อ จะเริ่มยังไงให้ลูกได้ ประโยชน์สูงสุด พี่แพะมีเทคนิคค่ะ เช็กสัญญาณ เมื่อไหร่ลูกหยิบอาหารทานได้ด้วยตัวเอง ลูกสามารถนั่งได้ด้วยตัวเอง อายุตั้งแต่ 6 เดือน + ลูกไม่มีปัญหาการย่อยอาหาร ลูกไม่มีปัญหาเรื่องพัฒนาการ หรือคลอดก่อนกำหนด สามารถเคี้ยว และหยิบจับได้เอง อาหารที่แนะนำ สำหรับฝึกลูกหยิบทานด้วยตัวเอง แตงกวา แคร์รอต ข้าวโพด ฟักทอง เนื้อปลาแซลมอน ข้อควรระวังเมื่อเริ่ม BLW ห้ามหั่นเป็นลูกเต๋า เป็นแว่น หรือวงกลม ให้หั่นเป็นแนวยาวเท่านั้น หลีกเลี่ยงอาหารที่เสี่ยงต่อการสำลัก ติดคอ เช่น ถั่ว องุ่น กระดูกอ่อน ฯลฯ สำหรับเนื้อสัตว์ควรเลือกที่ย่อยและเคี้ยวง่าย และต้องปรุงสุกเสมอ หมายเหตุ: คุณพ่อคุณแม่ ควรดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัย แต่ไม่ควรกดดันลูกนะคะ วิธีเริ่มฝึก ลูกหัดทานอาหารด้วยตัวเอง ให้ลูกนั่งเก้าอี้ทานข้าว เตรียมถาดอาหาร และอาหารที่หั่นเป็นแนวยาววางไว้ เช่น ขนมปังกรอบแบบแท่ง ฟักทองสุกเนื้อนิ่มหั่นแท่ง โดยมีคุณพ่อคุณแม่นั่งเฝ้าดูอย่างใกล้ชิด โดยไม่ต้องเข้าไปช่วยป้อน และในแต่ละมื้อจำกัดเวลาไม่เกิน 45 นาทีค่ะ ลูกจะค่อยๆ เรียนรู้ สำรวจอาหารที่อยู่ตรงหน้า ใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก ส่งเสริมการทานอาหาร ช่วยเหลือตัวเอง และไม่โตไปเป็นเด็กทานยาก หรือเลือกทานค่ะ สอนลูกหยิบอาหารเอง ลูกจะได้อะไร? ประโยชน์ของการสอนลูกรับประทานอาหารเอง สร้างทัศนคติที่ดีในการรับประทานอาหาร ลูกจะค่อยๆ เรียนรู้ สำรวจอาหารที่อยู่ตรงหน้า ช่วยส่งเสริมการรับประทานอาหาร ป้องกันการเลือกกิน หรือกินยาก พัฒนากล้ามเนื้อมือได้เป็นอย่างดี ฝึกการช่วยเหลือตัวเอง มีความรับผิดชอบต่อตัวเอง คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องเตรียมอาหารบด หรือเสียเวลานั่งป้อน หรือต้องคอยวิ่งตาม หาของเล่นมาหลอกล่อเพื่อให้ลูกรับประทานอาหาร อย่าลืมคำนึงถึงความปลอดภัย รักษาความสะอาดสถานที่ อุปกรณ์ และล้างมือด้วยสบู่-น้ำสะอาดก่อนหยิบจับอาหารทุกครั้ง ทั้งลูกน้อย และคุณแม่ด้วยนะคะ เพื่อสุขอนามัยที่ดีควบคู่ไปกับโภชนาการที่ดี และพัฒนาการที่สมวัยค่ะ
BLW, ฝึกลูกรับประทานอาหาร, โภชนาการดี, พัฒนาการเด็ก, นมแพะ DG
นมแม่มาน้อย ไม่พอ แก้ได้ด้วยวิธีนี้ 
img-over-post

นมแม่มาน้อย ไม่พอ แก้ได้ด้วยวิธีนี้ 

นมแม่มาน้อย ไม่พอ แก้ได้ด้วยวิธีนี้ บอกลาปัญหาที่แม่ลูกอ่อนแทบทุกคนกลุ้มใจ "กลัวน้ำนมมาช้า มาน้อย มาไม่พอ" หยุดปัญหาเหล่านั้นได้ด้วยเทคนิคต่อไปนี้ค่ะ ดูดเร็ว ดูดถี่ ดูดให้ถูกวิธี ให้ลูกน้อยหลังคลอดเข้าเต้าให้เร็วที่สุด จะช่วยกระตุ้นการสร้างน้ำนมให้กับคุณแม่ได้อย่างเป็นธรรมชาติค่ะ ปั้มนม เข้าเต้า ให้ตรงเวลา ไม่ว่าจะปั๊มนม หรือเข้าเต้าพยายามอย่าให้ตกรอบค่ะ ในช่วงแรกลูกน้อยจะตื่นมาขอจุ๊บเต้าคุณแม่บ่อย เพราะนมแม่ย่อยง่าย และลูกรู้สึกปลอดภัยที่ได้อยู่ใกล้คุณแม่ ไม่กดดัน พักผ่อนให้เพียงพอ เพราะความเครียดคือหนึ่งในอุปสรรคขัดขวางการสร้างน้ำนม ทางที่ดีคือไม่กดดัน และพยายามพักผ่อนให้เพียงพอดีที่สุดค่ะ เพิ่มน้ำนมด้วยอาหาร รับประทานให้หลากหลาย เลือกรับประทาน​อาหารที่มีประโยชน์​อย่างหลากหลาย เพิ่มอาหารที่กระตุ้นน้ำนม เช่น ขิง ฟักทอง ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ ดื่มนมอุ่นๆ ในตอนเช้า หรือก่อนนอน ช่วยเสริมสร้างแคลเซียมที่ดี และยังจะช่วยเพิ่มการสร้างน้ำนมได้ด้วยค่ะ ท่อน้ำนมไม่ตัน ถ้าหมั่นดูแลความสะอาด ทำความสะอาดเต้านมก่อน-หลังให้นม จะช่วยกระตุ้นน้ำนม ลดความเสี่ยงของท่อน้ำนมอุดตันได้ค่ะ ไม่ยากใช่ไหมคะ ถ้าคุณแม่สามารถทำได้ตามนี้อย่างเป็นประจำรับรองว่า ปัญหานมน้อย นมไม่พอ จะไม่มีอีกต่อไปค่ะ
กระตุ้นน้ำนมแม่, ปัญหาแม่ให้นม, กู้นมแม่, อะโพไครน์, นมแม่