curl-top
curb_bottom

เคล็ดลับคุณแม่
รวมทุกเคล็ดลับที่คุณแม่อยากรู้
เกี่ยวกับลูกน้อย

icon-secrets

บทความอัพเดทล่าสุด

ถ้าแม่ท้องเจอปัญหาเหล่านี้ มาถูกทางแล้ว เพราะนมแพะช่วยได้
img-over-post

ถ้าแม่ท้องเจอปัญหาเหล่านี้ มาถูกทางแล้ว เพราะนมแพะช่วยได้

ถ้าแม่ท้องเจอปัญหาเหล่านี้ มาถูกทางแล้ว เพราะนมแพะช่วยได้ ช่วงตั้งครรภ์ ร่างกายของคุณแม่เกิดการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ถ้าแม่ ๆ กำลังกังวลกับปัญหาเหล่านี้อยู่ นมแพะช่วยคุณแม่ได้ค่ะ 1. ภูมิแพ้ อาการแพ้ นมแพะเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ดี เพราะมีสารเบต้าแลคโตกลอบูลินที่จะกระตุ้นการแพ้น้อยกว่านมชนิดอื่นๆ ทำให้คุณแม่หมดกังวลเรื่องการแพ้ได้ 2. ท้องอืด จุกเสียด แม่ท้องเจอได้ตั้งแต่ในไตรมาสแรกจนไตรมาสสุดท้าย เพราะฮอร์โมน และสรีระ​ที่เปลี่ยนไปส่งผลให้ร่างกายย่อยอาหารได้ไม่ดีเหมือนเดิม การดื่มนมแพะจะช่วยลดอาการท้องอืด จุกเสียด แน่น อาหารไม่ย่อย เพราะในนมแพะมีขนาดโปรตีนที่นุ่ม ไขมันขนาดเล็กย่อยง่ายสบายท้อง 3. ท้องผูก ระบบขับถ่ายไม่ดี กินผลไม้ก็แล้ว ดื่มน้ำสะอาดเยอะๆ ก็แล้วก็ยังไม่พอ ลองดื่มนมแพะควบคู่กับการกินอาหารที่มีกากใยสูงเป็นประจำจะช่วยให้ระบบขับถ่ายคุณแม่ดีขึ้น ร่างกายดูดซึมได้ดี ระบบทางเดินอาหารไม่มีปัญหา 4. ร่างกายขาดแคลเซียม แม่ท้อง และแม่หลังคลอดต้องการแคลเซียมเป็นจำนวนมาก เพราะร่างกายจำเป็นต้องใช้แคลเซียมเพื่อการเสริมสร้างลูกในครรภ์ และการให้นมอาจทำให้แม่ๆ ที่ได้รับแคลเซียมไม่พอเกิดปัญหาเกี่ยวกับกระดูกในระยะยาว ดื่มนมแพะควบคู่กับการกินอาหารที่อุดมไปด้วยแคลเซียมอย่าง งาดำ กุ้งแห้ง กุ้งฝอย ผักใบเขียวต่างๆ ฯลฯ ช่วยลดปัญหาเหล่านี้ได้ แม่ตั้งครรภ์สามารถเสริมนมแพะได้วันละ 2-3 แก้วต่อวัน และนอกเหนือจากการดื่มนมแล้ว ควรพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารให้หลากหลายครบ 5 หมู่อย่างเหมาะสม ดื่มน้ำสะอาดให้มากๆ จะช่วยลดปัญหาที่มากวนตัวกวนใจให้แม่ท้องได้ค่ะ
อาหารบำรุงครรภ์, แม่ท้องดื่มนมอะไรดี, อาการตอนตั้งครรภ์, นมแพะ ดีจี, นมแพะ DG
รู้ไหม! ภูมิคุ้มกันเสริมสร้างความแข็งแรงให้ลูกจากน้ำนมหยดแรกของแม่
img-over-post

รู้ไหม! ภูมิคุ้มกันเสริมสร้างความแข็งแรงให้ลูกจากน้ำนมหยดแรกของแม่

รู้ไหม! ภูมิคุ้มกันเสริมสร้างความแข็งแรงให้ลูกจากน้ำนมหยดแรกของแม่ คุณแม่รู้ไหมคะ ว่าลูกน้อยมีภูมิคุ้มกันติดตัวมาตั้งแต่แรกเกิด ภูมิคุ้มที่ว่าก็มาจากการที่คุณแม่ให้ลูกน้อยกินนมแม่ตั้งแต่แรกเกิดนั่นเอง เพราะในน้ำนมหยดแรกหรือน้ำนมเหลือง (โคลอสตรัม) จะมีสารอาหารที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายลูก นมแม่ มีระบบการสร้างน้ำนมอย่างไร นมแม่มีระบบการสร้างน้ำนมแบบ “อะโพไครน์” (Apocrine Secretion) ซึ่งเป็นระบบการสร้างน้ำนมที่จะทำให้มีเยื่อหุ้มเซลล์น้ำนมหลุดออกมากับนมในปริมาณสูง เรียกว่า “ไบโอแอคทีฟ คอมโพเนนท์ (Bioactive Components)” ซึ่งเป็นสารอาหารธรรมชาติที่ดีกับร่างกายและสมองของลูกน้อย ได้แก่ นิวคลีโอไทด์ ทอรีน โพลีเอมีนส์ และโกรทแฟคเตอร์ ซึ่งมีส่วนช่วยในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อยด้วย นมแม่ สร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกได้อย่างไร นมแม่จะสร้างแอนติบอดี (Antibody) มาต่อต้านอาการเจ็บป่วยทั่วไปให้ลูกน้อยได้ อย่างเช่น ไข้หวัด การติดเชื้อจากแบคทีเรีย ไปจนถึงการป้องกันการติดเชื้อไวรัสบางชนิด เช่น โรคติดเชื้อทางเดินหายใจ (RSV) โรคงูสวัด ภูมิคุ้มกันเหล่านี้มาจากการที่แม่เคยเป็นโรคเหล่านี้มาก่อน และมีภูมิคุ้มกันโรคแล้ว แอนติบอดีก็จะส่งผ่านไปยังลูกน้อยผ่านทางน้ำนมแม่ ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถช่วยป้องกันโรคที่จะเกิดกับลูกได้ 100% แต่ก็ช่วยลดโอกาสการเกิดโรคเหล่านี้กับลูกได้ นอกจากนี้นมแม่ยังช่วยลดการเกิดโรคภูมิแพ้ในเด็กได้ รวมไปถึงโรคร้ายแรงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เช่น โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคไหลตายในเด็กทารก (SIDS) เป็นต้น นมแม่หยดแรกเหมือนวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูก และถือเป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก องค์การอนามัยโลกแนะนำให้คุณแม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว อย่างน้อย 6 เดือนนะคะ
ไบโอแอคทีฟ, อะโพไครน์, ภูมิคุ้มกัน, นมแม่, นมแพะ DG
ปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 ภัยร้ายที่มองไม่เห็น
img-over-post

ปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 ภัยร้ายที่มองไม่เห็น

ปัญหาฝุ่นพิษ PM2.5 ภัยร้ายที่มองไม่เห็น ปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ก่อให้เกิดอันตรายกับผู้ที่สูดดมเข้าไปนะคะ เมื่อพบว่าค่าฝุ่นละอองเริ่มมีแนวโน้มสูงขึ้นจนมีอันตรายต่อสุขภาพ จำเป็นที่จะต้องป้องกันด้วยการสวมหน้ากากป้องกันฝุ่นละออง และงดกิจกรรมที่อยู่กลางแจ้งค่ะ 4 สารเคมีอันตรายที่แฝงอยู่ในฝุ่นพิษ PM2.5 P-A-Hs เกิดจากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ของท่อไอเสียรถยนต์ โรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ไปจนถึงควันบุหรี่ เจ้าสารพิษตัวนี้เป็นสารพิษที่ก่อให้เกิดมะเร็ง ปรอท เกิดจากการเผาไหม้ของน้ำมันและถ่านหิน ระเหยเป็นไอ สารจะตกค้างยาวนานและฟุ้งกระจายได้ไกล ความรุนแรงของปรอทจะเข้าไปทำลายระบบประสาท ส่งผลให้เป็นอัมพาต มะเร็ง ไปจนถึงความผิดปกติทางพันธุกรรมได้ สารหนู เกิดจากโรงงานอุตสาหกรรม การทำเหมืองแร่ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และยาฆ่าแมลง ส่งผลให้เกิดโรคผิวหนัง มึนชา อยากอาเจียน และมีผลต่อระบบประสาท แคดเมียม เป็นโลหะหนักที่เกิดจากการทำอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น เหมืองแร่สังกะสี สารเคมีตัวนี้จะเข้าไปทำลายส่วนต่างๆ ของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นผิวหนัง ปอด ทางเดินอาหาร หรือกระดูก เลือกหน้ากากอนามัยให้ถูกต้อง ช่วยป้องกันฝุ่น PM2.5 ได้ หน้ากากอนามัยชนิด N95 หน้ากากอนามัยชนิด N95 มีความสามารถในการกรองฝุ่นละอองขนาด 0.1-0.3 ไมครอน ได้ 95% เป็นอย่างน้อย มีน้ำหนักเบา สวมใส่ง่าย มี 2 แบบคือ ชนิดมีวาล์วเปิด-ปิด เพื่อให้สะดวกในการหายใจ กับชนิดที่ไม่มีวาล์วปิด ชนิดนี้จะหายใจลำบากกว่าแต่จะมีราคาที่ถูกกว่า หน้ากากอนามัยแบบเยื่อกระดาษ 3 ชั้น (หน้ากากอนามัยปกติ) หากหน้ากากชนิด N95 ขาดตลาด สามารถสวมทับกัน 2 ชั้น แล้วใช้แม็กเย็บด้านข้างทั้ง 2 ข้างเพื่อกันเผยอ หรือซ้อนด้วยทิชชู่ 2 ชั้นด้านใน โดยกดขดลวดให้แนบกับใบหน้าแล้วดึงส่วนล่างของหน้ากากให้คลุมถึงใต้คาง ก็สามารถใช้ทดแทนหน้ากากอนามัยชนิด N95 ได้เช่นกัน แม้จะมีประสิทธิภาพในการกรองฝุ่นละอองไม่เทียบเท่ากับหน้ากากอนามัยชนิด N95 แต่ก็ดีกว่าที่ไม่มีอะไรป้องกันเลย สิ่งสำคัญคือการใส่หน้าการอนามัยให้กระชับ ครอบจมูกและปาก และควรล้างมือให้สะอาดก่อนหยิบหน้ากากอนามัยมาสวมใส่ หากเป็นหน้ากากอนามัยชนิด N95 สามารถนำมาใช้ใหม่ได้ไม่เกิน 3 ครั้ง แต่หากมีฝุ่นละอองที่หนาเกินไป หรือมีรอยฉีกขาด ไม่ควรนำกลับมาใช้ซ้ำ แต่สำหรับหน้ากากอนามัยปกติไม่ควรนำกลับมาใช้ซ้ำเลยเพราะจะเป็นการสะสมของเชื้อโรคค่ะ ขอบคุณข้อมูล : Themomentum.co rakluke.com mgronline.com
หน้ากาก N95 , ป้องกัน PM 2.5 , อันตราย PM 2.5 , ฝุ่น PM 2.5 , ฝุ่นละออง
ทำอย่างไร เมื่อมีสิ่งแปลกปลอมติดคอ ติดจมูกลูก
img-over-post

ทำอย่างไร เมื่อมีสิ่งแปลกปลอมติดคอ ติดจมูกลูก

ทำอย่างไร เมื่อมีสิ่งแปลกปลอมติดคอ ติดจมูกลูก เด็กเล็กๆ มักหยิบฉวยสิ่งของต่างๆ ใส่ปาก ใส่จมูก โดยที่ไม่รู้ว่าสิ่งนั้นเป็นอันตรายกับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นของเล่นชิ้นเล็กๆ กระดุม เหรียญ แบตเตอรี่ หรือแม้แต่อาหารที่ลูกรับประทาน หากเป็นการเอาเข้าปาก อาจทำให้เกิดการสำลัก สิ่งของเหล่านี้อาจไปติดอยู่ที่คอ อุดกลั้นหลอดลม หรือหากนำยัดเข้าไปในรูจมูก ก็จะทำให้หายใจไม่สะดวก ติดขัดได้ เพื่อไม่ให้ลูกคุณแม่ได้รับอันตราย นี่คือสัญญาณเตือนและวิธีป้องกันที่คุณแม่ต้องจำให้แม่น สัญญาณเตือน!! เมื่อมีสิ่งแปลกปลอมอุดจมูกลูก น้ำมูกไหลออกจากจมูกข้างเดียว น้ำมูกมีกลิ่น เป็นหวัดเรื้อรัง มีเสมหะไหลลงคอ ไอบ่อย ปวดจมูกข้างเดียว หายใจทางปากเหมือนคัดจมูกตลอดเวลา ลูกแคะ หรือเอามือแหย่จมูกอยู่เรื่อยๆ วิธีดูแล เมื่อคุณแม่พบว่ามีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในจมูกลูก ห้ามคีบ หรือดึงออกด้วยตนเอง ควรรีบมาพบแพทย์ เพราะสิ่งแปลกปลอมอาจหลุดเข้าไปลึกมากขึ้น หรืออาจตกจากโพรงจมูกเข้าไปในหลอดลมได้ ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายทำให้หายใจไม่ออกและอาจอันตรายถึงชีวิต สัญญาณเตือน!! เมื่อมีสิ่งแปลกปลอมติดคอลูก มีอาการสำลัก ไอรุนแรง พูดไม่มีเสียง พูดลำบาก หายใจเร็ว หรือหายใจเสียงดัง มีอาการแปลกๆ ดูเจ็บปวดหรือหายใจไม่ออก วิธีดูแล ให้ลูกอ้าปากกว้าง แล้วลองส่องดูในปากและลำคอ เพราะบางทีเป็นวัตถุที่เหนียวหรือขนาดใหญ่อาจยังคาในช่องปากส่วนบน จะสามารถล้วงเอาออกมาได้ แต่หากมองไม่เห็นห้ามใช้มือล้วงควานหา เพราะบางครั้งอาจเป็นการดันให้สิ่งแปลกปลอมลงไปลึกกว่าเดิม หากคุณแม่ให้ลูกอ้าปากแล้วยังไม่เจอ และลูกยังมีสติ ให้ลูกนอนคว่ำลงบนท้องแขนคุณแม่ โดยใช้ฝ่ามืออีกข้างเคาะที่หลัง ระหว่างกระดูกสะบักทั้งสองข้างประมาณ 5 ครั้งติดต่อกัน แล้วตรวจดูในปากว่าสิ่งแปลกปลอมออกมาหรือยัง หากยังและน้องเริ่มไม่มีสติให้เรียกรถพยาบาล หรือรีบพาลูกไปพบแพทย์ทันทีค่ะ วิธีป้องกันสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกายลูก สำรวจสิ่งแวดล้อมรอบตัว เก็บอาหารหรือสิ่งของชิ้นเล็กๆให้ห่างไกลลูก เพื่อหลีกเลี่ยงการที่เด็กจะหยิบใส่ปาก ใส่จมูกโดยที่เราไม่ทันสังเกต อาหารที่มีลักษณะเหนียวๆ ชิ้นเล็ก มีลักษณะแข็ง หรือเป็นก้อนกลม เช่น เยลลี่ ลูกชิ้น ข้าวโพด หรือปลาที่มีก้าง ต้องระมัดระวังให้มาก ควรตัดให้พอดีคำ เอาเม็ด เอากระดูกหรือเอาก้างออกให้หมด พ่อแม่ควรสอนให้ลูกทราบว่าไม่ควรจะเอาสิ่งต่างๆ ใส่เข้าไปในจมูก อาจจะเป็นการพูดพร้อมแสดงท่าทางประกอบวเพื่อให้ลูกจดจำ ว่าจะเอาสิ่งนี้เข้าไปในจมูกไม่ได้นะ ถ้าเอาเข้าไปลูกจะเจ็บ และควรสอนให้ลูกเคี้ยวอาหารช้าๆ เคี้ยวให้ละเอียด ไม่พูดหรือหัวเราะ รวมทั้งวิ่งเล่นเวลารับประทานอาหาร เพื่อป้องกันการสำลัก เพราะเป็นธรรมชาติของเด็กในวัยกำลังเรียนรู้ สำหรับลูกสิ่งรอบตัวคือสิ่งใหม่ เขาจึงอยากสำรวจ อยากเรียนรู้สิ่งต่างๆ โดยไม่รู้ว่าการกระทำนั้นๆอาจเป็นอันตราย ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงควรดูแลอย่างใกล้ชิด เตรียมวิธีการรับมือให้พร้อม เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นค่ะ
ช่วยลูกอาหารติดคอ, สิ่งแปลกปลอมเข้าจมูก, สิ่งแปลกปลอมติดคอ, ลูกสำลัก, อาหารติดคอ
น้ำนมแม่ทุกหยด ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันชั้นเยี่ยมให้ลูก : อะโพไครน์
img-over-post

น้ำนมแม่ทุกหยด ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันชั้นเยี่ยมให้ลูก : อะโพไครน์

น้ำนมแม่ทุกหยด ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันชั้นเยี่ยมให้ลูก โปรตีน คือสารอาหารสำคัญและจำเป็นมากต่อร่างกายของลูกน้อย เพราะว่าโปรตีนช่วยให้ร่างกายลูกมีภูมิคุ้มกัน ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและการเจริญเติบโตของลูกน้อยได้ดี และโปรตีนในนมแม่ถือเป็นโปรตีนคุณภาพสูงและดีที่ดีที่สุด นมแม่ มีระบบการสร้างน้ำนมอย่างไร นมแม่ มีระบบการสร้างแบบอะโพไครน์ (Apocrine) ทำให้มีสารอาหารจากธรรมชาติในปริมาณสูงเรียกว่า ไบโอแอคทีฟ คอมโพเนนท์ (Bioactive Components) ประกอบด้วย นิวคลีโอไทด์ ทอรีน โพลีเอมีนส์ และ โกรทแฟคเตอร์ ซึ่งมีส่วนช่วยในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อย ซึ่งระบบการสร้างน้ำนมแบบอะโพไครน์นั้นจะพบได้ในสัตว์ที่มี 2 เต้าเท่านั้น เช่น คน หรือแพะ โปรตีนในนมแม่ ดีต่อลูกน้อยอย่างไร ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของร่างกาย ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอภายในร่างกาย ช่วยให้พลังงาน ช่วยสร้างน้ำย่อย ช่วยรักษาสมดุลของร่างกาย ช่วยกระตุ้นการผลิตกลูโคส ทำให้ร่างกายรู้สึกอิ่ม โปรตีนในน้ำนมแม่มีส่วนประกอบสำคัญของ 2 โปรตีนหลัก คือ เวย์ (whey) และเคซีน (casein) โปรตีนเวย์ (whey) โปรตีนเวย์เป็นโปรตีนที่มีคุณภาพสูง ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้เร็ว เป็นโปรตีนที่ย่อยง่ายจะสังเกตได้จากการที่คุณแม่นําน้ำนมแม่ที่ปั๊มออกมาแล้ววางทิ้งไว้ จะเห็นได้ว่าน้ำนมจะมีการแยกชั้นตกตะกอน โปรตีนเวย์จะเป็นส่วนใสๆ ลอยตัวอยู่ด้านบนของน้ำนมแม่ โปรตีนเคซีน (casein) ในน้ำนมแม่ระยะแรก ๆ หลังคลอดที่มีสีเหลืองข้น ในส่วนนี้จะมีโปรตีนอยู่มากในสัดส่วน โปรตีนเวย์ : โปรตีนเคซีน 90:10 แล้วลดลงเป็น 80:20 และค่อยๆ ลดลงเป็น 50:50 ในนมแม่ระยะหลังๆ แต่ถ้าเป็นโปรตีนเวย์ในน้ำนมวัว ลูกน้อยมีความเสี่ยงที่จะเกิดอาการแพ้ได้ นอกจากนี้ ในน้ำนมแม่ช่วงแรกเรียกว่าระยะ “หัวน้ำนม” หรือ "โคลอสตรัม" จะอุดมไปด้วยโปรตีน Growth factor ภูมิคุ้มกันโรค สารช่วยในการเจริญเติบโต อีกทั้งโปรตีนของน้ำนมแม่นั้นย่อยง่ายจึงทําให้ทารกหิวบ่อย ลูกน้อยท้องไม่อืด และยังช่วยให้อุจจาระง่ายหรือไม่ท้องผูกอีกด้วย ระบบภูมิคุ้มกันของลูกน้อยสำคัญอย่างยิ่งในช่วง 2-3 ปีแรกของชีวิต การมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง จะช่วยให้ลูกน้อยสามารถพัฒนาศักยภาพด้านต่างๆได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาและการเจริญเติบโตทางร่างกาย การพัฒนาทางสติปัญญา ตลอดจนการพัฒนาทางอารมณ์ การให้ลูกน้อยได้รับโปรตีนคุณภาพดีและเหมาะสมก็เป็นการกระตุ้นภูมิคุ้มกันอีกหนึ่งทางที่ดีเยี่ยม เรามักจะเน้นย้ำกันเสมอว่า การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่นั้นดีที่สุด แต่หากคุณแม่มีความจำเป็นต้องใช้ตัวช่วยก็ควรเลือกสิ่งที่ดี มีประโยชน์และเหมาะสมกับลูกน้อยมากที่สุดเช่นกัน อย่างการเลือกนมที่มีระบบการสร้างน้ำนมแบบอะโพไครน์ที่เหมือนกับคน อย่างนมแพะจะช่วยให้ลูกมีพัฒนาการสมวัย ร่างกายแข็งแรง
ไบโอแอคทีฟ, อะโพไครน์, พัฒนาการทารกในครรภ์, พัฒนาการเด็ก, นมแม่
สอนลูกปฎิเสธคนแปลกหน้า
img-over-post

สอนลูกปฎิเสธคนแปลกหน้า

สอนลูกปฎิเสธคนแปลกหน้า เด็กๆ ต้องพบกับคนแปลกหน้าอยู่ทุกวันนะคะ ทั้งที่ละแวกบ้าน โรงเรียน หรือ สถานที่ต่างๆ แต่ไม่ว่าจะสถานที่ไหนๆ คุณแม่สามารถป้องกัน และรับมือ ให้ลูกปลอดภัยจากคนแปลกหน้าได้ หากคุณแม่เริ่มทำ 4 ข้อนี้ 1. สร้างรหัสลับระหว่างแม่ลูก คุณแม่ควรมีรหัสลับระหว่างแม่ลูกหากรู้ว่าตัวเองไม่สามารถไปรับลูกที่โรงเรียนได้และจำเป็นต้องให้คนอื่นไปรับแทน รหัสลับนี้ล่ะค่ะจะช่วยให้ลูกรักปลอดภัย 2. สอนให้ลูกรู้จักขอความช่วยเหลือ ด้วยการร้อง หรือตะโกนดังๆ ว่า “ช่วยด้วย” 3. ชวนลูกทำกิจกรรมเสริมประสบการณ์ ด้วยการให้ลูกบรรยายรายละเอียดของคน เช่น คนนี้มีผม ผิว สีอะไร สวมเสื้อสีอะไร ฯลฯ จะเป็นพื้นฐานให้จดจำรายละเอียดของคนแปลกหน้าได้ 4. จดเบอร์โทรแม่ติดตัวไว้ การเก็บชื่อ เบอร์โทรศัพท์ และที่อยู่คุณแม่ติดตัวลูกไว้ จะช่วยให้พลเมืองดีติดต่อผู้ปกครองเพื่อมารับตัวเด็กได้ง่ายขึ้น เห็นไหมค่ะว่า เพียง 4 ข้อเท่านั้น คุณแม่ก็สามารถป้องกันลูกรักไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของคนแปลกหน้าได้แม้อยู่คนเดียว
สอนลูกเข้าสังคม, สอนลูกให้รอคอย, ทักษะก่อนเข้าโรงเรียน, ทักษะการเข้าสังคม, นมแพะ DG
8 เทคนิคดูแลเต้านมของแม่ ให้น้ำนมไหลได้ดีมากขึ้น
img-over-post

8 เทคนิคดูแลเต้านมของแม่ ให้น้ำนมไหลได้ดีมากขึ้น

8 เทคนิคดูแลเต้านมของแม่ ให้น้ำนมไหลได้ดีมากขึ้น การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ถือเป็นภารกิจอันยิ่งใหญ่เลยนะคะ เพราะนอกจากจะเป็นการส่งผ่านความรักที่มีไปให้ลูกโดยตรงแล้ว ยังนำส่งสารอาหารมีคุณค่าสูง และส่งผ่านภูมิคุ้มกันให้ลูกแข็งแรงไปด้วย การดูแลเต้านมจึงเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้นๆ ที่คุณแม่ควรใส่ใจตั้งแต่ตอนตั้งครรภ์จนหลังคลอดเลยค่ะ ขั้นตอนการดูแลเต้านม ที่จะช่วยให้คุณแม่มีน้ำนมไหลดีมากขึ้น 1. ใช้ลูกประคบอุ่นๆ ประคบเต้านมและนวดท่อน้ำนมให้ทั่ว เพื่อช่วยให้ท่อน้ำนมขยายตัวได้ดี ป้องกันท่อน้ำนมอุดตัน 2. อาบน้ำอุณหภูมิปกติ ไม่ควรอาบน้ำอุ่นหรือขัดถูบริเวณหัวนม เพราะจะทำให้หัวนมแตก หรือผิวถลอก สูญเสียความชุ่มชื้นของผิวหัวนม 3. ฝึกให้ลูกดูดนมอย่างถูกวิธี เพื่อป้องกันหัวนมแตก โดยจัดให้ริมฝีปากลูกอ้ากว้างๆ งับถึงลานหัวนม เวลาดูดจะทำให้ลูกดูดน้ำนมได้เยอะ และยังช่วยไม่ให้ลูกกัดหัวนมแตกอีกด้วย 4. หลังให้นมทุกครั้ง คุณแม่ควรบีบน้ำนมสัก 2-3 หยดมาทาหัวนมและลานหัวนม เป็นการเคลือบหัวนม จะช่วยป้องกันหัวนมแตก หรือหากมีการแตกแล้ว การทาเคลือบด้วยน้ำนมแม่ก็จะช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น 5. บีบนมให้เกลี้ยงเต้าทุกครั้ง เพราะการที่น้ำนมค้าง ไม่ได้ระบายออกามา ไขมันที่อยู่ในน้ำนมจะจับตัวจนเป็นครีมข้น เกิดท่อน้ำนมอุดตัน 6. ดื่มน้ำเยอะๆ ช่วยให้น้ำนมไหลเยอะขึ้น ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 2-3 ลิตร 7. กระตุ้นการทำงานของท่อน้ำนม ด้วยการให้ลูกดูดนมกระตุ้นจากเต้าเสมอ แม้ขณะลูกหลับก็สามารถใช้เครื่องปั๊มนมกระตุ้นบ่อยๆ ได้ ที่สำคัญควรนอนพักผ่อนให้เพียงพอ และไม่เครียด เพราะความเครียดก็ส่งผลให้ปริมาณน้ำนมน้อยลงได้ 8. ใช้อุปกรณ์ช่วยกรณีหัวนมตื้น เช่น ตัวดูดหัวนม ลักษณะจะคล้ายแตร ให้คุณแม่ครอบไว้ที่ฐานหัวนมให้แนบสนิท และบีบตรงยางที่คล้ายแตร จะเสมือนเป็นการนวดให้หัวนมตั้งขึ้นมา แล้วค่อยเอาลูกเข้าเต้า เป็นเทคนิคดีๆ ที่ช่วยดูแลเต้านมของคุณแม่ เพื่อให้น้ำนมไหลดีมากขึ้นนะคะ และควรทานอาหารกระตุ้นน้ำนมควบคู่ไปกับการดูแลเต้านมด้วย เช่น ขิง หัวปลี ฟักทอง มะละกอ เป็นต้น สิ่งสำคัญที่สุดคือความตั้งใจที่จะให้นมลูกด้วยตัวเองค่ะ อย่างไรก็ตาม เราทราบกันดีว่านมแม่ คืออาหารที่ดีที่สุดสำหรับลูก แต่ในคุณแม่บางท่านที่อาจจะมีน้ำนมไม่เพียงพอ หรือมีปัญหาไม่สามารถให้นมลูกได้ การเลือกนมแพะ ที่มีระบบการสร้างน้ำนมแบบอะโพไครน์แบบเดียวกับคน และมีสารอาหารบำรุงร่างกายและสมองครบถ้วน จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะกับการดูแลลูกให้แข็งแรงเติบโตสมวัย DG Smart Tips : ให้ลูกดื่มนมแพะวันละ 8-10 ครั้ง ทุก 1-2 ชั่วโมง และเด็ก 6 เดือน ถึง 1 ปี ที่หย่านมแม่แล้ว ดื่มนมแพะได้วันละ 5-6 ครั้ง ทุก 2 ชั่วโมง หรือดื่มได้ตามที่ต้องการเลยค่ะ
นมแพะ ดีจี, ใยอาหาร, พรีไบโอติก, นมแม่, นมแพะ DG
ลูกท้องผูก ปัญหานี้แม่จัดการได้!!
img-over-post

ลูกท้องผูก ปัญหานี้แม่จัดการได้!!

ลูกท้องผูก ปัญหานี้แม่จัดการได้!! ลูกท้องผูก นอกจากทำให้ลูกไม่สบายตัว ไม่สบายท้อง ยังส่งผลเสียถึงพัฒนาการของลูกรักอีกด้วย เพื่อให้ลูกรักสุขภาพดี ถ่ายคล่อง พี่แพะจึงรวบรวม แนวทางการแก้ปัญหาให้ลูกรักขับถ่ายง่าย สบายท้องไม่ผูกมาให้ด้านล่างนี้ค่ะ ผลเสียเมื่อลูกรักท้องผูก ไม่อยากกินอาหาร น้ำหนักน้อย หงุดหงิดง่ายงอแง เสี่ยงเป็นริดสีดวง พัฒนาการแต่ละด้านหยุดชะงัก ป้องกันลูกท้องผูก ดื่มน้ำ 6-8 แก้ว / วัน รับประทานผักและผลไม้ที่มีกากใยสูง ฝึกลูกให้ขับถ่ายเป็นเวลา ดื่มนมแพะ DG เพราะนมแพะมีระบบการสร้างน้ำนมแบบอะโพไครน์ ทำให้โปรตีนในนมแพะเป็นโปรตีนที่ย่อยและดูดซึมได้ง่าย จึงช่วยลดอาการท้องผูกและช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ลูกรักจึงเติบโตแข็งแรงพัฒนาการสมวัยค่ะ เห็นไหมคะปัญหาท้องผูกแก้ได้ หากคุณแม่นำแนวทางที่พี่แพะนำมาฝากไปปรับใช้ รับรองลูกรักสุขภาพดี ท้องไม่ผูกอย่างแน่นอน
ลูกท้องเสีย, การขับถ่าย, นมแพะ ดีจี, พรีไบโอติก, นมแพะ DG
รู้ก่อนจะได้ระวัง! 5 โรคที่มาพร้อมหน้าฝน
img-over-post

รู้ก่อนจะได้ระวัง! 5 โรคที่มาพร้อมหน้าฝน

รู้ก่อนจะได้ระวัง! 5 โรคที่มาพร้อมหน้าฝน ไม่อยากให้ลูกรักเป็นเหยื่อของเชื้อโรคที่มาพร้อมกับฤดูฝน คุณแม่ต้องรีบอ่าน เพราะต่อให้เชื้อโรคจะมีมากแค่ไหน หากคุณแม่รู้จักป้องกัน ลูกแม่ต้องผ่านหน้าฝนไปได้แบบสุขภาพดี ไม่ป่วยง่าย อย่างแน่นอน 5 โรคยอดฮิต ที่มาพร้อมกับหน้าฝน โรคฉี่หนู โรคฉี่หนูเป็นโรคที่พบว่าระบาดมากที่สุดในช่วงฤดูฝนน้ำฝนจะชะล้างเอาเชื้อโรคต่างๆไหลมารวมกันอยู่ในบริเวณที่น้ำท่วมขัง วิธีป้องกัน หลีกเลี่ยงบริเวณที่มีน้ำขัง ไม่เดินย่ำโดยเฉพาะเมื่อมีบาดแผล ตาแดง ความชื้นที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อไวรัสทำให้โรคตาแดงระบาดและติดต่อกันได้ง่ายในหน้าฝนโดยสามารถติดต่อได้ทั้งทางการไอจามและการสัมผัสเชื้อจากตาสู่ตาผ่านทางมือแมลงหรือสิ่งของที่ใช้ร่วมกัน วิธีป้องกัน หากมีน้ำสกปรกเข้าตาให้ล้างตาด้วยน้ำสะอาดทันทีไม่คลุกคลีหรือใช้สิ่งของร่วมกับผู้ป่วยห้ามใช้มือขยี้ตารวมถึงรักษาความสะอาดเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัว ไข้หวัด แน่นอนว่าโรคหน้าฝนยอดฮิตคงหนีไม่พ้นโรคไข้หวัด สาเหตุของโรคเกิดจากสภาพอากาศที่แปรปรวนบวกกับเชื้อไวรัสและแบคทีเรียที่ปนเปื้อนอยู่ช่วงฤดูฝน วิธีป้องกัน หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยเนื่องจากเชื้อไวรัสติดต่อผ่านทางการหายใจหมั่นล้างมือด้วยสบู่บ่อยๆ หากต้องหยิบจับสิ่งของที่ใช้ร่วมกับผู้อื่นและไม่ควรใช้มือสัมผัสกับปากจมูกและตาโดยที่ไม่ได้ล้างมือก่อนเพราะอาจทำให้เชื้อเข้าสู่ร่างกายได้ โรคอุจจาระร่วง อยู่ในกลุ่มโรคติดต่อทางน้ำและอาหาร สาเหตุของโรคเกิดได้ทั้งจากเชื้อแบคทีเรียเชื้อไวรัสโปรโตซัวปรสิตหนอนพยาธิและเชื้อไวรัสโรต้าโดยเชื้อจะปนเปื้อนในอาหารและน้ำดื่ม วิธีป้องกัน ระมัดระวังเรื่องอาหารการกินโดยควรรับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ๆใช้ช้อนกลางและล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนรับประทานอาหารหรือยึดหลัก “กินร้อนช้อนกลางล้างมือ”นั่นเอง ไข้เลือดออก โรคร้ายที่มียุงลายเป็นพาหะนำโรคซึ่งยุงลายจะเพาะพันธุ์ได้ดีในหน้าฝนที่มีฝนตกลงมาท่วมขังอาการเริ่มต้นคือมีไข้สูงมากไข้ไม่ยอมลดเบื่ออาหารอ่อนเพลียเซื่องซึม วิธีป้องกัน ควรกำจัดยุงลายที่เป็นพาหะนำโรคและการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่จะเกิดโรคด้วยการดูแลตัวเองโดยป้องกันไม่ให้ยุงกัดเช่นการนอนในมุ้งหรือทายากันยุง ทั้ง 5 โรคที่กล่าวมานี้ วิธีที่ดีที่สุดคือ การดูแลความสะอาด รักษาสุขภาพให้แข็งแรง กินอาหารที่ถูกสุขลักษณะ และที่สำคัญคุณแม่ต้องหมั่นสังเกตความผิดปกติของลูกรัก หากพบความผิดปกติควรรีบไปพบแพทย์นะคะ นอกจากวิธีป้องกันที่กล่าวมาแล้ว การได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน โดยเฉพาะสารอาหารที่ช่วยส่งเสริมภูมิคุ้มกัน ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง ซึ่งนมแพะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยเสริมได้ เนื่องจากนมแพะมีระบบการให้น้ำนมแบบเดียวกับคนตามธรรมชาติ ที่เรียกว่า อะโพไครน์ ทำให้มีสารอาหารครบถ้วนที่มีประโยนช์สูง เช่น นิวคลีโอไทด์ ที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ให้ร่างกายลูกแข็งแรง ไม่ป่วยง่าย
ลูกป่วยง่าย, การแพร่ระบาดโรค, การป้องกัน, นมแพะ ดีจี, นมแพะ DG
5 เมนูไข่ทำง่าย อร่อยได้ทุกครัวเรือน
img-over-post

5 เมนูไข่ทำง่าย อร่อยได้ทุกครัวเรือน

5 เมนูไข่ทำง่าย อร่อยได้ทุกครัวเรือน เด็กๆ บ้านไหนเริ่มเบื่อเมนูหมูๆ ไก่ๆ คุณแม่ลองหันมาทำเมนูไข่ง่ายๆ แต่อร่อยเว่อร์ แถมช่วยเพิ่มพลังสมองพร้อมเรียนรู้ให้ลูกในทุกวัน รับรองลูกติดใจแน่นอน 1. เมนูฟักทองตุ๋นไข่ เปลี่ยนจากไข่ตุ๋นใส่ในถ้วย มาเป็นไข่ตุ๋นใส่ในฟักทอง ที่อร่อยและได้ประโยชน์เพิ่มขึ้น คลิกดูสูตร http://bit.ly/2UHMCpx 2. เมนูเปาะเปี๊ยะไข่ ไข่ม้วนเก๋ๆ ไส้วุ้นเส้นและกะหล่ำปลี ทำง่าย ประโยชน์เยอะ คลิกดูสูตร http://bit.ly/2IZzsxn 3. เมนูไข่ทอดรังนกน้อย เมนูน่ารักชวนรับประทาน แถมเหมาะสำหรับวัยซนที่ต้องใช้พลังงานเยอะอีกด้วย คลิกดูสูตร http://bit.ly/2XhakFS 4. เมนูไข่หวานน้ำมะพร้าวอ่อน เมนูของหวานที่ได้ประโยชน์จากน้ำมะพร้าวเต็มๆ คลิกดูสูตร http://bit.ly/2GIdTwk 5. เมนูออมเล็ตสีสันสดใส เพิ่มสีสันให้เมนูนี้ด้วยผักที่หลากหลายสี ให้ลูกอยากรับประทานอาหารยิ่งขึ้น คลิกดูสูตร http://bit.ly/2IBMLox และอย่าลืมให้ลูกรักดื่มนมแพะเป็นประจำทุกวัน เช้า-เย็น เพื่อประโยชน์ที่มากขึ้นเพราะในนมแพะมีระบบการสร้างน้ำนมแบบอะโพไครน์ ที่ให้สารอาหารครบถ้วนจากธรรมชาติ มีความเป็นธรรมชาติและมีประโยชน์สูง มีปริมาณโปรตีนก่อแพ้น้อย อีกทั้งโปรตีนในนมแพะยังเป็นโปรตีนที่ย่อยและดูดซึมได้ง่าย จึงช่วยลดอาการท้องผูกและช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ลูกรักจึงเติบโตแข็งแรงพัฒนาการสมวัยค่ะ
บำรุงสายตา, นมแพะ ดีจี, ใยอาหาร, เมนูลูกรัก, นมแพะ DG
5 ทักษะ ช่วยพัฒนาEQ ลูกให้มั่นคง
img-over-post

5 ทักษะ ช่วยพัฒนาEQ ลูกให้มั่นคง

5 ทักษะ ช่วยพัฒนาEQ ลูกให้มั่นคง EQ หมายถึงความฉลาดทางอารมณ์ เป็นความสามารถในการรับรู้แล ะเข้าใจอารมณ์ทั้งของตัวเองและผู้อื่น ตลอดจนสามารถปรับ หรือควบคุมได้อย่างเหมาะสมกับสภาพการณ์ เพื่อให้ลูกรักเติบโตขึ้นอย่างมีคุณภาพ เรามาเพิ่มความฉลาดทางอารมณ์ให้ลูกรักกันค่ะ 5 ทักษะ ช่วยพัฒนา EQ ลูกให้มั่นคง 1. ทักษะควบคุมอารมณ์ คงไม่มีคุณแม่คนไหนอยากให้ลูกเป็นเด็กเจ้าอารมณ์ หงุดหงิดง่ายการฝึกควบคุมอารมณ์จึงต้องเริ่มจากตัวคุณแม่เองก่อน แล้วลูกจะได้เรียนรู้สิ่งดีๆ จากคุณแม่ค่ะ 2. ทักษะความอดทน โดยคุณแม่ต้องสอนให้ลูกรู้จักการอดทนและรอคอย รับรองว่าลูกของคุณแม่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มี EQ สูงแน่นอน 3. ทักษะความเชื่อมั่นในตนเอง เชื่อว่าเด็กๆ หลายคนไม่เชื่อมั่นในตัวเอง คุณแม่สามารถเพิ่มความมั่นใจให้ลุกง่ายๆ เริ่มจากการพูดชมเชยเมื่อเขาทำในสิ่งที่ถูกต้อง เท่านี้ก็ช่วยสร้างความมั่นใจให้ลูกแล้วค่ะ 4.ทักษะความรับผิดชอบ ควรปลูกฝังให้ลูกมีความรับผิดชอบตั้งแต่ยังเด็กเริ่มตั้งแต่เรื่องใกล้ตัวอย่างการทำการบ้านการเก็บของเล่นเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่พวกเขาจะได้ติดนิสัยดีๆเช่นนี้ไปด้วย 5. ทักษะการมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี คุณแม่สามารถสอนลูกให้สร้างมนุษยสัมพันธ์ที่ดีจากเรื่องง่ายๆเช่น สอนให้รู้จักแบ่งปันของเล่น รู้จักการขอบคุณ การขอโทษ เป็นต้น เห็นไหมคะ เลี้ยงลูกให้ EQ ดี ไม่ใช่เรื่องยาก หากคุณแม่เพิ่มทักษะ 5 ข้อนี้ให้ลูกได้
พัฒนาการทางภาษา, กิจกรรมพัฒนาสมอง , สมองพัฒนา, นมแพะ ดีจี, นมแพะ DG
5 เคล็ดลับ ช่วยลูกรักขับถ่ายง่าย สบายท้อง
img-over-post

5 เคล็ดลับ ช่วยลูกรักขับถ่ายง่าย สบายท้อง

5 เคล็ดลับ ช่วยลูกรักขับถ่ายง่าย สบายท้อง ทำอย่างไรลูกถึงขับถ่ายง่าย? เรื่องที่คุณแม่หลายคนสงสัย ซึ่งจริงๆ แล้วการที่ลูกรักขับถ่ายง่ายนั้น เป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายมากๆ ขอแค่คุณแม่ทำตาม 5 เคล็ดลับนี้ 1. ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ คุณแม่ควรให้ลูกรักดื่มน้ำให้เพียงพอ ไม่ว่าจะเป็นระหว่างวัน หลังลูกรับประทานอาหาร หรือหลังดื่มนมชง 2. รับประทานผักผลไม้เพิ่มกากใย เพราะกากใยที่ได้จากผักผลไม้ต่างๆจะช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ง่ายขึ้น ช่วยทำให้อุจาระไม่แข็งขับถ่ายเป็นปกติในทุกวันค่ะ 3. ฝึกเรื่องการขับถ่าย เมื่อถึงเวลาที่ลูกพร้อมเรียนรู้เรื่องการขับถ่าย คุณแม่ควรชวนลูกไปนั่งกระโถนหรือเข้าห้องน้ำเป็นเวลาต่อเนื่อง สม่ำเสมอจนกว่าลูกจะฝึกสำเร็จ 4. ออกกำลังกายกระตุ้นระบบขับถ่าย เช่น ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ หรือแม้แต่การเดินเล่นด้วยกันกับคุณพ่อคุณแม่ เพราะการออกกำลังกายจะทำการทำงานของอวัยวะและระบบต่างๆในร่างกาย รวมทั้งระบบการขับถ่ายได้ทำงานอย่างเต็มที่ 5. ดื่มนมที่ดีต่อระบบขับถ่าย อย่างนมแพะ ที่มีกระบวนการผลิตน้ำนมที่เรียกว่า อะโพไครน์ ซึ่งการผลิตน้ำนมในระบบอะโพไครน์นั้นจะมีสารอาหารจากธรรมชาติอย่างครบถ้วน มีใยอาหาร ทำให้ระบบขับถ่ายสมดุล รวมทั้งมีโปรตีนที่ย่อยและดูดซึมได้ง่าย ซึ่งดีต่อระบบขับถ่ายของลูกค่ะ รู้แล้วอย่าเก็บไว้คนเดียวนะคะ คุณแม่อย่าลืมนำไปปฎิบัติและบอกต่อเพื่อนๆ เพื่อให้ลูกรักและเด็กๆ ทุกคนขับถ่ายง่ายพร้อมเรียนรู้ในทุกวัน
ฝึกลูกขับถ่าย, นมแพะ ดีจี, พรีไบโอติก, ท้องผูก, นมแพะ DG