curl-top

ทำอย่างไร เมื่อมีสิ่งแปลกปลอมติดคอ ติดจมูกลูก

Admin 20 Sep 2019 747
ช่วยลูกอาหารติดคอ, สิ่งแปลกปลอมเข้าจมูก, สิ่งแปลกปลอมติดคอ, ลูกสำลัก, อาหารติดคอ
กดแชร์บทความ

 ทำอย่างไร เมื่อมีสิ่งแปลกปลอมติดคอ ติดจมูกลูก 

 

 

       เด็กเล็กๆ มักหยิบฉวยสิ่งของต่างๆ ใส่ปาก ใส่จมูก โดยที่ไม่รู้ว่าสิ่งนั้นเป็นอันตรายกับตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นของเล่นชิ้นเล็กๆ กระดุม เหรียญ แบตเตอรี่ หรือแม้แต่อาหารที่ลูกรับประทาน หากเป็นการเอาเข้าปาก อาจทำให้เกิดการสำลัก สิ่งของเหล่านี้อาจไปติดอยู่ที่คอ อุดกลั้นหลอดลม หรือหากนำยัดเข้าไปในรูจมูก ก็จะทำให้หายใจไม่สะดวก ติดขัดได้ เพื่อไม่ให้ลูกคุณแม่ได้รับอันตราย นี่คือสัญญาณเตือนและวิธีป้องกันที่คุณแม่ต้องจำให้แม่น 

 

 สัญญาณเตือน!! เมื่อมีสิ่งแปลกปลอมอุดจมูกลูก 

  1. น้ำมูกไหลออกจากจมูกข้างเดียว 
  2. น้ำมูกมีกลิ่น
  3. เป็นหวัดเรื้อรัง 
  4. มีเสมหะไหลลงคอ 
  5. ไอบ่อย
  6. ปวดจมูกข้างเดียว
  7. หายใจทางปากเหมือนคัดจมูกตลอดเวลา
  8. ลูกแคะ หรือเอามือแหย่จมูกอยู่เรื่อยๆ 

 

วิธีดูแล

       เมื่อคุณแม่พบว่ามีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในจมูกลูก ห้ามคีบ หรือดึงออกด้วยตนเอง ควรรีบมาพบแพทย์ เพราะสิ่งแปลกปลอมอาจหลุดเข้าไปลึกมากขึ้น หรืออาจตกจากโพรงจมูกเข้าไปในหลอดลมได้ ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายทำให้หายใจไม่ออกและอาจอันตรายถึงชีวิต

 

 

 สัญญาณเตือน!! เมื่อมีสิ่งแปลกปลอมติดคอลูก 

  1. มีอาการสำลัก ไอรุนแรง
  2. พูดไม่มีเสียง พูดลำบาก 
  3. หายใจเร็ว หรือหายใจเสียงดัง 
  4. มีอาการแปลกๆ ดูเจ็บปวดหรือหายใจไม่ออก

 

วิธีดูแล

  1. ให้ลูกอ้าปากกว้าง แล้วลองส่องดูในปากและลำคอ เพราะบางทีเป็นวัตถุที่เหนียวหรือขนาดใหญ่อาจยังคาในช่องปากส่วนบน จะสามารถล้วงเอาออกมาได้ แต่หากมองไม่เห็นห้ามใช้มือล้วงควานหา เพราะบางครั้งอาจเป็นการดันให้สิ่งแปลกปลอมลงไปลึกกว่าเดิม
  2. หากคุณแม่ให้ลูกอ้าปากแล้วยังไม่เจอ และลูกยังมีสติ ให้ลูกนอนคว่ำลงบนท้องแขนคุณแม่ โดยใช้ฝ่ามืออีกข้างเคาะที่หลัง ระหว่างกระดูกสะบักทั้งสองข้างประมาณ 5 ครั้งติดต่อกัน แล้วตรวจดูในปากว่าสิ่งแปลกปลอมออกมาหรือยัง หากยังและน้องเริ่มไม่มีสติให้เรียกรถพยาบาล หรือรีบพาลูกไปพบแพทย์ทันทีค่ะ

 

วิธีป้องกันสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกายลูก

  1. สำรวจสิ่งแวดล้อมรอบตัว เก็บอาหารหรือสิ่งของชิ้นเล็กๆให้ห่างไกลลูก เพื่อหลีกเลี่ยงการที่เด็กจะหยิบใส่ปาก ใส่จมูกโดยที่เราไม่ทันสังเกต
  2. อาหารที่มีลักษณะเหนียวๆ ชิ้นเล็ก มีลักษณะแข็ง หรือเป็นก้อนกลม เช่น เยลลี่ ลูกชิ้น ข้าวโพด หรือปลาที่มีก้าง ต้องระมัดระวังให้มาก ควรตัดให้พอดีคำ เอาเม็ด เอากระดูกหรือเอาก้างออกให้หมด
  3. พ่อแม่ควรสอนให้ลูกทราบว่าไม่ควรจะเอาสิ่งต่างๆ ใส่เข้าไปในจมูก อาจจะเป็นการพูดพร้อมแสดงท่าทางประกอบวเพื่อให้ลูกจดจำ ว่าจะเอาสิ่งนี้เข้าไปในจมูกไม่ได้นะ ถ้าเอาเข้าไปลูกจะเจ็บ 
  4. และควรสอนให้ลูกเคี้ยวอาหารช้าๆ เคี้ยวให้ละเอียด ไม่พูดหรือหัวเราะ รวมทั้งวิ่งเล่นเวลารับประทานอาหาร เพื่อป้องกันการสำลัก

 

       เพราะเป็นธรรมชาติของเด็กในวัยกำลังเรียนรู้ สำหรับลูกสิ่งรอบตัวคือสิ่งใหม่ เขาจึงอยากสำรวจ อยากเรียนรู้สิ่งต่างๆ โดยไม่รู้ว่าการกระทำนั้นๆอาจเป็นอันตราย ดังนั้นคุณพ่อคุณแม่จึงควรดูแลอย่างใกล้ชิด เตรียมวิธีการรับมือให้พร้อม เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นค่ะ

 

 

 

icon-about

บทความแนะนำที่เกี่ยวข้อง

9 วิธีกระตุ้นพัฒนาการลูกน้อยในครรภ์ ให้แข็งแรง อารมณ์ดีตั้งแต่ในท้อง
img-over-post

9 วิธีกระตุ้นพัฒนาการลูกน้อยในครรภ์ ให้แข็งแรง อารมณ์ดีตั้งแต่ในท้อง


5 กิจกรรมผ่อนคลายแบบ New Normal สำหรับแม่ท้อง 

5 กิจกรรมผ่อนคลายแบบ New Normal สำหรับแม่ท้อง 


ความพยายาม กุญแจแห่งความสำเร็จ ลูกจะมีได้ต้องเริ่มที่แม่

ความพยายาม กุญแจแห่งความสำเร็จ ลูกจะมีได้ต้องเริ่มที่แม่


“อะโพไครน์” ระบบสร้างน้ำนมแม่ และนมแพะ กุญแจสู่ภูมิคุ้มกันดี พัฒนาการสมวัย

“อะโพไครน์” ระบบสร้างน้ำนมแม่ และนมแพะ กุญแจสู่ภูมิคุ้มกันดี พัฒนาการสมวัย


ระบบสร้างน้ำนมแบบอะโพไครน์ มีสารอาหารอะไรในนมที่เหมาะสมกับพัฒนาการเด็ก

ระบบสร้างน้ำนมแบบอะโพไครน์ มีสารอาหารอะไรในนมที่เหมาะสมกับพัฒนาการเด็ก