curl-top

เล่นสนุก ได้ประโยชน์กับธรรมชาติ

Admin 07 Nov 2017 606
กิจกรรมสำหรับเด็ก, เรียนผ่านธรรมชาติ, นมแพะ ดีจี, พัฒนาการเด็ก, นมแพะ DG
กดแชร์บทความ

เล่นสนุก ได้ประโยชน์กับธรรมชาติ




 

         

        เรารู้กันดีว่า กระบวนการเรียนรู้สำหรับเด็กเล็กนั้นคือ ‘การเล่น’ แต่นอกจากของเล่นพัฒนาทักษะสารพัดชนิดที่มีวางขายอยู่ทั่วไปแล้ว คุณรู้หรือไม่ว่า ‘ธรรมชาติ’ ถือเป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
 

 เล่นอะไรได้บ้างในธรรมชาติ

         ของเล่นรอบตัวแต่ละประเภทไม่ว่าจะเป็น ดิน ทราย น้ำ ใบไม้ ต้นไม้ สามารถเป็นของเล่นให้ลูกได้หมดเลย แต่จะช่วยส่งเสริมพัฒนาการด้านใดบ้างนั้น ขึ้นอยู่กับวิธีเล่นของลูกค่ะ ถ้าลูกยังเล็กก็ต้องอาศัยคุณพ่อคุณแม่ร่วมเล่นด้วย จึงจะเกิดประโยชน์สูงสุดค่ะ

  • เล่นกับทราย : การเล่นตักทราย ช่วยส่งเสริมให้ลูกได้เรียนรู้ความแตกต่างของผิวสัมผัส เรียนรู้เรื่องของปริมาณ ปริมาตร และเสริมการบริหารกล้ามเนื้อมัดเล็ก การทำงานประสานกันของกล้ามเนื้อตาและมือ พ่อแม่อาจจะชวนลูกก่อทรายเป็นรูปต่างๆ แล้วให้ลูกเล่าถึงสิ่งที่เขาคิดถึง ก็เป็นการช่วยส่งเสริมจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ ทักษะด้านภาษาอีกด้วย
     
  • เล่นกับใบไม้ ดอกไม้ : เด็กจะได้เรียนรู้เรื่องรูปร่าง และลวดลายของใบไม้ และสีของดอกไม้ที่แตกต่างกัน นอกจากนั้นคุณพ่อคุณแม่อาจเป่าใบไม้ให้เกิดเสียง ก็จะทำให้เด็กได้พัฒนาด้านการฟังเสียง สัตว์ต่างๆ ในธรรมชาติ
     
  • ปลูกผัก ทำสวน : ชวนลูกๆ มาปลูกผักทำสวน โดยอาจจะลองเลือกให้ผักสวนครัวที่มีอายุการเจริญเติบโตสั้นๆ จะได้เห็นการเติบโตรวดเร็ว เริ่มให้เขาสนุกตั้งแต่การเลือกผักที่จะปลูก เตรียมดิน เลือกภาชนะ ปลูก และดูพัฒนาการการเติบโต ช่วยให้ลูกได้ทั้งฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็ก มัดใหญ่ เรียนรู้ธรรมชาติของสิ่งมีชีวิต การเจริญเติบโตของพืช และฝึกความรับผิดชอบลูกได้ด้วยค่ะ โดยมอบหมายให้เขาคอยดูแลต้นไม้ของเขาเอง
     

สิ่งที่ลูกน้อยได้รับจากธรรมชาติ

  • ได้เรียนรู้จากของจริง: เป็นการเรียนรู้ที่สามารถใช้ประสาทได้ทั้ง 5 ด้าน คือ การมอง การได้ยิน การสัมผัส การดมกลิ่น และการรับรส ซึ่งจะทำให้เด็กจดจำสิ่งต่างๆ ได้รวดเร็วและแม่นยำ
     
  • มีสุขภาพดี: การเล่นกลางแจ้งทำให้เด็กๆ ได้ออกกำลังกาย ได้วิตามินจากแสงแดด ได้รับอากาศที่ปลอดโปร่ง ทำให้ร่างกายแข็งแรง อารมณ์แจ่มใส ดีทั้งสุขภาพภายและสุขภาพจิตเลยค่ะ
     
  • พัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กมัดใหญ่: เช่น การเล่นปั้นดิน เล่นทราย รดน้ำต้นไม้
     
  • มีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์: เช่น เล่นก่อปราสาททราย เล่นขายของ เล่นม้าก้านกล้วย
     
  • ปรับตัวเข้ากับสิ่งต่างๆ ได้เร็ว: เด็กที่ชอบเล่นนอกบ้าน จะกล้าจับดิน กล้าลุยทราย กล้าเล่นน้ำ กล้าทำความรู้จักสิ่งแปลกใหม่ ทำให้รู้จักสิ่งรอบตัวเยอะ และปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมแปลกใหม่ได้เร็ว
     
  • รู้จักแก้ปัญหาและประยุกต์ใช้: เช่น เมื่อเดินบนสนามหญ้าแล้วเหยียบโคลน ลูกก็จะรู้แล้วว่าโคลน ‘เปียก’ และ ‘เลอะ’ ต่อไปเมื่อเจอโคลนลูกไม่ชอบ ก็อาจจะเดินหนี ไม่เหยียบ หรือขอสวมรองเท้าเดิน เป็นต้น

 

Tips: คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจจะยังไม่สบายใจที่จะปล่อยลูกเล่นซนตามธรรมชาติเพราะกลัวป่วย กลัวติดเชื้อโรค กลัวอุบัติเหตุ ฯลฯ แต่ถ้าอยากให้ลูกได้เรียนรู้ก็ต้องเปลี่ยนความกังวลมาเป็นการช่วยให้ลูกพร้อมลุยแทน ดังนี้ค่ะ

  • เลือกเวลาที่เหมาะสมในการเล่น ไม่ควรเป็นช่วงที่ร้อนเกินไป ชื้นเกินไป หรือมีลมแรง ฝนจะตก
  • หากอากาศร้อนต้องเตรียมน้ำให้จิบบ่อยๆ และไม่อยู่กลางแดดจ้าเป็นเวลานาน
  • สวมกางเกงขายาวปิดเข่า เพื่อป้องการการหกล้ม ขูดขีดจากสิ่งมีคม เมื่อต้องปีนป่าย วิ่งเล่น
  • สวมรองเท้าที่เหมาะสมกับกิจกรรม
  • กิจกรรมกลางแจ้ง เช่น เล่นทรายหรือว่ายน้ำทะเล อาจทาครีมกันแดดสำหรับเด็ก
  • ไม่ควรเล่นน้ำนานเกิน 20 นาทีสำหรับเด็กเล็ก
  • ล้างมือ ล้างหน้า ทำความสะอาดร่างกายทุกครั้งหลังทำกิจกรรม

 

 

 

icon-about

บทความแนะนำที่เกี่ยวข้อง

6 วิธีรับมือ...ลูก “เอาแต่ใจ”
img-over-post

6 วิธีรับมือ...ลูก “เอาแต่ใจ”


4 พฤติกรรมที่ต้องเลิก! ถ้าไม่อยากให้ลูกโตมาเป็นเด็กก้าวร้าว

4 พฤติกรรมที่ต้องเลิก! ถ้าไม่อยากให้ลูกโตมาเป็นเด็กก้าวร้าว


เทคนิคสอนลูกให้น่ารัก ไม่ดื้อไม่งอแงยามออกนอกบ้าน

เทคนิคสอนลูกให้น่ารัก ไม่ดื้อไม่งอแงยามออกนอกบ้าน


6 วิธี ปลูกฝังลูกโตไปไม่เห็นแก่ตัว

6 วิธี ปลูกฝังลูกโตไปไม่เห็นแก่ตัว


ดื้อ วีน ขี้โมโห อารมณ์วัยเตาะแตะ

ดื้อ วีน ขี้โมโห อารมณ์วัยเตาะแตะ