curl-top

ร่วมสร้างภูมิคุ้มกัน 5 โรคอันตราย ภัยร้ายลูกรัก

Admin 30 Oct 2017 9054
โรคมือเท้าปาก, วิธีสร้างภูมิคุ้มกัน, สุขภาพลูก, นมแพะ ดีจี, นมแพะ DG
กดแชร์บทความ

ร่วมสร้างภูมิคุ้มกัน 5 โรคอันตราย ภัยร้ายลูกน้อย

 

 

       ปัจจุบันนี้ เด็กๆ มักเจ็บป่วยด้วยโรคนานาชนิด ซึ่งมีผลร้ายแรงต่างกันไป หากพ่อแม่ไม่ดูแลเอาใจใส่ถึงสาเหตุและอันตราย เพื่อหาวิธีป้องกัน ของ 5 โรคที่เป็นภัยร้ายลูกรัก เพราะหากเชื้อร้ายลุกลามเข้ากระแสเลือด ลูกอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ค่ะ

       โรคหวัด

       เป็นการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบนที่มีอาการไม่รุนแรงได้แก่ คัดจมูก น้ำมูกไหล ไอ จาม เจ็บคอ มีไข้เล็กน้อย อาการเหล่านี้มักเกิดขึ้นในฤดูกาลที่มีอากาศเย็น ความชื้นสัมพัทธ์ต่ำเช่น ฤดูหนาว เนื่องจากอุณหภูมิเหมาะสมต่อการเติบโตของไวรัส และ เยื่อบุจมูกแห้งมีโอกาสติดเชื้อไวรัสได้ง่ายโดยเฉลี่ยเด็กมีโอกาสเป็นหวัด 6-8 ครั้งต่อปี และพบน้อยลงเมื่อเด็กโตขึ้น

        อาการโดยทั่วไปมักเกิดอาการมากที่สุดหลังรับเชื้อ 1-3 วัน เด็กจะมีน้ำมูกใสในวันแรกๆ ต่อมาอาจเปลี่ยนเป็นสีเขียว ซึ่งเกิดจากการตอบสนองของร่างกายต่อการกำจัดเชื้อ หลังจากนั้นเด็กๆ จะคัดจมูก จาม ไอ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตัว ตาแดง ซึ่งอาการเหล่านี้มักเป็นอยู่ 2-7 วัน หากถ้าเป็นนานเกิน 2 สัปดาห์ อาจมีภาวะภูมิแพ้, ไซนัสอักเสบ หรือ ติดเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วย

       ดังนั้น ถ้าลูกมีไข้ พ่อแม่ควรเช็ดตัวให้ลูก ใช้ผ้าสะอาดเช็ดน้ำมูก และใช้น้ำเกลือหยอดจมูก เด็กเล็กใช้ลูกยางแดง เด็กโตให้สั่งน้ำมูกเอง หากลูกอาการไม่ดีขึ้น ควรพาลูกไปพบแพทย์ค่ะ

       โรคมือเท้าปาก

        คือเป็นโรคที่มักพบการติดเชื้อในกลุ่มทารกและเด็กเล็ก แต่บางรายจะมีอาการรุนแรง ขึ้นอยู่กับชนิดของไวรัสที่มีการติดเชื้อ โรค HFMD โดยเฉพาะเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี

        อาการโดยทั่วไปนั้น โรคมือ เท้า ปาก มักจะมีอาการไม่รุนแรง โดยจะมีระยะฟักตัวประมาณ 3-6 วัน และมีอาการเริ่มต้นคือ เป็นไข้ต่ำ ๆ มีอาการครั่นเนื้อครั่นตัว ประมาณ 1-2 วัน จากนั้นจะเริ่มเจ็บปาก ไม่ยอมทานอาหาร เพราะมีตุ่มแดงที่เหงือก ลิ้น กระพุ้งแก้ม โดยตุ่มนี้จะกลายเป็นตุ่มพองใส รอบแผลจะอักเสบแดง ต่อมาตุ่มจะแตกออกเป็นแผลหลุมตื้น จากนั้นจะพบตุ่มหรือผื่น ที่ฝ่ามือ นิ้วมือ ฝ่าเท้า และอาจพบที่ก้น แขน ขา และอวัยวะสืบพันธุ์ด้วย ในเด็กทารกอาจพบกระจายทั่วตัวได้ แต่อาการจะทุเลาและหายเป็นปกติภายใน 7-10 วัน หากไม่มีภาวะแทรกซ้อน

       โรคนี้ไม่มียารักษาโดยเฉพาะ เพราะเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส จึงต้องใช้ภูมิคุ้มกันของตัวเองต่อสู้กับเชื้อโรค ทั้งนี้หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตเห็นลูกมีอาการที่อาจมีภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ไข้สูง ซึม อาเจียนบ่อย ๆ หอบ แขนขาอ่อนแรง ไม่ยอมรับประทานอาหารและนํ้า ก็ควรพาลูกไปพบแพทย์นะคะ

       ไซนัสอักเสบเฉียบพลัน คือการอักเสบติดเชื้อของเยื่อบุโพรงอากาศรอบจมูก โดยเฉียบพลัน หมายถึงการอักเสบของเยื่อบุโพรงอากาศรอบจมูกที่เป็นน้อยกว่า 4 สัปดาห์ และ อาการหายไปอย่างสมบูรณ์ ซึ่งโรคนี้เป็นภาวะแทรกซ้อนของโรคหวัดได้ เกิดได้ในทุกอายุรวมทั้งในเด็กทารก สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย

       ดังนั้น เด็กที่เป็นหวัด ควรนึกถึงไซนัสอักเสบเฉียบพลันที่เกิดจากเชื้อ แบคทีเรีย ด้วย เพราะถ้าหากมีอาการหวัดเรื้อรังนานกว่าปกติ เช่น ไอ และ น้ำมูกนานเกิน 10 วัน หวัดจากเชื้อไวรัสมักมีอาการมากที่สุด 7 วัน และค่อยๆ ดีขึ้นเอง หากมีอาการหวัดที่รุนแรงกว่าปกติ ได้แก่ ไข้สูง น้ำมูกข้นเป็นหนอง บางรายมีอาการบวมรอบตา กดเจ็บบริเวณไซนัส หรือ ปวดศีรษะร่วมด้วย ควรพาลูกไปพบแพทย์ทันทีค่ะ

       หูชั้นกลางอักเสบเฉียบพลัน

       เป็นโรคที่พบบ่อย ที่ทำให้ผู้ป่วยเด็กมาพบแพทย์ที่ห้องตรวจผู้ป่วยนอก ซึ่งมักเกิดร่วมหรือ ตามหลังโรคหวัด โดยหูชั้นกลางอักเสบเฉียบพลัน คือ ภาวะที่มีการอักเสบของหูชั้นกลาง ทำให้มีน้ำในช่องหูชั้นกลาง ร่วมกับมีอาการแสดงของการติดเชื้อที่เกิดขึ้นเร็ว ไม่เกิน 3 สัปดาห์

       โดยโรคนี้เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย และ อาจพบทั้งไวรัส และ แบคทีเรียร่วมกันได้ มีรายงานว่าในประเทศไทยพบเชื้อแบคทีเรีย 77.3% โดยอาการของโรคนี้จะมีไข้ ปวดหู ในเด็กเล็กอาจจะแสดงด้วยการดึงหูบ่อยๆ บางรายมีอาการไอร่วมด้วย ดังนั้น พ่อแม่ควรตรวจเช็คหูลูก เมื่อมีอาการเป็นหวัด เจ็บหู มีไข้ รวมไปถึงอาการที่ลูกร้องกวนไม่ทราบสาเหตุหรือดึงหูบ่อยผิดปกติ
ฝีหลังคอหอย มักพบในเด็กที่ มีอายุน้อยกว่า 5 ปี ซึ่งสาเหตุส่วนมากเป็นผลจากการติดเชื้อของจมูก ทอนซิล หูชั้นกลาง หรือ ไซนัสนำมาก่อน สาเหตุอื่น อาจเป็นผลจากการกวาดคอ หรือ การบาดเจ็บต่อหลังคอหอย ส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย

       อาการของโรคนี้ เด็กจะมีไข้สูง เจ็บคอ กลืนลำบาก เบื่ออาหาร น้ำลายไหล คอบวม คอแข็ง บางคนมีอาการหายใจลำบากจากการอุดกั้นทางเดินหายใจส่วนบน เด็กที่เป็นโรคนี้ แพทย์จะรักษาโดยการเปิดทางเดินหายใจให้โล่ง ส่วนเรื่องอาการแทรกซ้อนนั้นจะมีข้อควรระวังอยู่ 2 อย่างคือ การแตกกระจายของหนองเข้าไปในช่องอกและการกัดกร่อนหลอดเลือดแดงใหญ่

       ทั้งหมดนี้คือ 5 โรคที่เป็นภัยร้ายลูกน้อย ซึ่งแต่ละโรคสามารถทำให้เด็กที่มีภูมิคุ้มกันและภูมิต้านทานต่ำเกิดเจ็บป่วย ได้ง่าย ดังนั้นพ่อแม่ควรดูแลเอาใจใส่สุขภาพของลูก ทั้งเรื่องโภชนาการและสิ่งแวดล้อม เพื่อเสริมสร้างให้มีภูมิคุ้มกันที่ดีไม่เจ็บป่วยง่าย และพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งต่างๆรอบตัวนะ
 

 

 

icon-about

บทความแนะนำที่เกี่ยวข้อง

สอนลูกป้องกัน RSV เบื้องต้นด้วยตัวเองเมื่อไปโรงเรียน
img-over-post

สอนลูกป้องกัน RSV เบื้องต้นด้วยตัวเองเมื่อไปโรงเรียน


อาหารเป็นพิษ เรื่องใกล้ตัวเด็กที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม

อาหารเป็นพิษ เรื่องใกล้ตัวเด็กที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม


มือเท้าปาก โรคที่เด็กอนุบาลต้องระวัง

มือเท้าปาก โรคที่เด็กอนุบาลต้องระวัง


เช็กอึ เช็กสุขภาพลูก

เช็กอึ เช็กสุขภาพลูก


5 โรคติดต่อจากโรงเรียนป้องกันได้ เพื่อลูกแข็งแรง ไม่ป่วยง่าย

5 โรคติดต่อจากโรงเรียนป้องกันได้ เพื่อลูกแข็งแรง ไม่ป่วยง่าย