curl-top
curb_bottom

เคล็ดลับคุณแม่
รวมทุกเคล็ดลับที่คุณแม่อยากรู้
เกี่ยวกับลูกน้อย

icon-secrets

บทความยอดนิยม

อาหารแก้อาการท้องผูกให้ลูกวัยอนุบาล ลูกกินยากมีปัญหาขับถ่ายให้กินอะไรดี
img-over-post

อาหารแก้อาการท้องผูกให้ลูกวัยอนุบาล ลูกกินยากมีปัญหาขับถ่ายให้กินอะไรดี

อาหารแก้อาการท้องผูกให้ลูกวัยอนุบาล ลูกกินยากมีปัญหาขับถ่ายให้กินอะไรดี ถ้าลูกมีปัญหาท้องผูก อึแข็งเป็นก้อน หลายวันกว่าจะอึ แถมยังเป็นเด็กกินยากอีก ปล่อยไว้ก็กลัวลูกจะมีปัญหาระบบขับถ่าย นอกจากสุขนิสัยที่ต้องฝึกแล้ว การเลือกอาหารให้ลูกอย่างเหมาะสมก็ช่วยแก้ปัญหาลูกท้องผูกได้ค่ะ แต่จะให้ลูกกินอะไรเพราะเป็นเด็กที่เลือกกิน กินยากอยู่แล้วด้วย งานนี้ต้องเลือกเมนูให้ถูกปาก และใช้เคล็ดลับหลอกล่อกันหน่อยค่ะ มะละกอสุก มะละกอเป็นผลไม้ที่นิยมกินเพื่อช่วยให้ขับถ่าย เพราะมีใยอาหารสูง ดีต่อระบบขับถ่าย ทิปส์สำหรับเด็กกินยาก หากลูกกินผลไม้ยากลองดัดแปลงผลไม้ให้ดูน่ากินขึ้น เช่น ใส่ในนมสด หรือทำเป็นเยลลี่ พุดดิ้งผลไม้ที่ลูกกินได้ง่ายเหมือนขนม จะช่วยให้ลูกยอมกินมากขึ้นค่ะ ลูกพรุน เป็นผลไม้ที่มีใยอาหาร หรือไฟเบอร์สูง จึงช่วยให้ย่อยอาหารได้ง่ายขึ้น ช่วยบรรเทาอาการท้องผูก ขับถ่ายคล่อง คุณแม่จะให้ลูกกินเป็นน้ำลูกพรุน หรือให้กินเป็นผลก็ได้ ทิปส์สำหรับเด็กกินยาก หากลูกไม่ยอมกิน ลองนำน้ำลูกพรุน หรือผลลูกพรุนไปปั่นเป็นสมูทตี้ แล้วเติมโยเกิร์ตไปนิดหน่อย หรือทำเป็นไอศกรีมแช่เย็นจะช่วยให้ลูกกินง่ายขึ้นค่ะ น้ำผลไม้ นอกจากน้ำเปล่าแล้ว ลองเพิ่มน้ำผลไม้ให้ลูกจิบระหว่างวันควบคู่ไปด้วย เช่น น้ำส้มคั้น ค่อย ๆ ให้ลูกจิบตลอดทั้งวัน แต่ไม่ควรให้ลูกกินทีเดียว เพราะลูกจะฉี่ออกหมด ทิปส์สำหรับเด็กกินยาก น้ำผลไม้ควรเป็นน้ำผลไม้ที่คั้นสดเอง และไม่ต้องเติมน้ำตาล เพราะในผลไม้มีน้ำตาลอยู่แล้ว ส่วนน้ำผลไม้สำเร็จรูปอาจมีน้ำตาลเป็นส่วนผสม ทำให้ลูกติดรสหวาน ถ้าลูกไม่ค่อยชอบดื่มน้ำ ดื่มน้ำน้อย ลองใส่น้ำในกระติกลายการ์ตูนใหม่ๆ ที่ลูก ๆ ชอบ ช่วยให้เด็กๆ ตื่นเต้นและอยากใช้หรือช่วยให้ลูกดื่มน้ำได้มากขึ้น นมแพะ ในนมแพะมีใยอาหารจากธรรมชาติคือ พรีไบโอติก (Prebiotic) อย่างอินนูลิน (Inulin) และ โอลิโกฟรุคโตส (Oligofructose) ซึ่งเป็นอาหารของจุลินทรีย์ที่ดีในลำไส้ใหญ่ จึงช่วยในเรื่องการขับถ่ายของเด็ก ทำให้ลดอาการท้องผูก และอึลูกนุ่มขึ้น ขับถ่ายง่าย สบายท้อง ทิปส์สำหรับเด็กกินยาก เลือกนมแพะคุณภาพดี เช่น นมแพะ ที่มีสารอาหารจากธรรมชาติสูงและที่สำคัญคือมีโปรตีนที่ย่อยและดูดซึมได้ง่าย มีรสชาติดี หอมอร่อย เพราะมีวิธีการผลิตที่ทันสมัย ที่รักษาคุณภาพของนมแพะให้รสชาติดี หอมอร่อย จึงทำให้เด็ก ๆ ดื่มได้ง่าย ทั้งหมดเป็นตัวอย่างของอาหารและเคล็ดลับวิธีที่คุณแม่หลายคนยืนยันและพิสูจน์กันมาแล้ว อาจดูง่าย ๆ แต่ได้ผล Advance จนคาดไม่ถึงเลยค่ะ ลองนำไปลองใช้กับลูก ๆ ที่มีอาการท้องผูก ถ่ายยากกันดูนะคะ
พรีไบโอติก, ท้องผูก, นมแพะ DG
ดูแลระบบขับถ่ายลูกด้วย 2 ใยอาหารป้องกันท้องผูกที่มีมากในนมแพะ
img-over-post

ดูแลระบบขับถ่ายลูกด้วย 2 ใยอาหารป้องกันท้องผูกที่มีมากในนมแพะ

ดูแลระบบขับถ่ายลูกด้วย 2 ใยอาหารป้องกันท้องผูกที่มีมากในนมแพะ ปัญหาท้องผูก ลูกอึแข็ง ถ่ายยาก เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่มักพบในเด็กที่ดื่มนมเสริม แต่สำหรับนมแพะที่มีใยอาหารสำคัญ 2 ชนิดช่วยดูแลระบบขับถ่าย ป้องกันลูกท้องผูก เด็กนมแพะจึงไม่ค่อยมีปัญหานี้กวนใจค่ะ ในทางวิชาการและผลการวิจัยพบว่า ในนมแพะมีสารอาหารที่เรียกว่า พรีไบโอติก (Prebiotics) หรือใยอาหารชนิดน้ำ Oligosaccharide ที่จำเป็นต่อการย่อยและระบบขับถ่ายในร่างกายมนุษย์ ช่วยลดและป้องกันอาการท้องผูก ส่งผลให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดี และช่วยกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันได้นั่นเอง (Neveu et al. Reprod Nutr Dev. 2002; 42:163-172.) 2 ใยอาหารป้องกันท้องผูกที่มีมากในนมแพะ 1. อินนูลิน (Inulin) คือ คาร์โบไฮเดรต จัดเป็นใยอาหารประเภทที่ละลายได้ในน้ำซึ่งร่างกายไม่สามารถย่อยได้ในระบบทางเดินอาหารและไม่ให้พลังงาน แต่ถูกย่อยได้ด้วยแบคทีเรียที่อยู่ในส่วนปลายของลำไส้ใหญ่ มีสมบัติเป็นพรีไบโอติก (Prebiotic) ซึ่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพ คือเป็นอาหารของแบคทีเรียในกลุ่มโปรไบโอติก (Probiotic) ซึ่งอยู่ในลำใส้ใหญ่ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ได้แก่ บิฟิดิโอแบคทีเรีย (bifidobacteria) เมื่อมีจุลินทรีย์สุขภาพในปริมาณมากก็ดีกับระบบทางเดินอาหาร ช่วยป้องกันการติดเชื้อ การอักเสบในทางเดินอาหาร รวมถึงช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายและลดปัญหาท้องผูกอีกด้วย อินนูลินยังมีผลช่วยลดการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่ในเลือด และลดระดับคอเรสเตอรอลจึงดีกับสุขภาพไม่ทำให้อ้วน 2. โอลิโกฟรุคโตส (Oligofructose) เป็นโอลิโกแซ็กคาไรด์ (Oligosaccharide) ซึ่งเป็นใยอาหาร หรืออาหารของจุลันทรีย์ชนิดดีในส่วนปลายของลำไส้ใหญ่ ที่จะช่วยดูแลระบบขับถ่ายให้ทำงานได้ปกติ ถ้าจะพูดให้เข้าใจง่ายขึ้นคือ อินนูลินและโอลิโกฟรุคโตส เป็นอาหารของจุลินทรีย์ชนิดดีที่อยู่ในลำไส้ใหญ่ของลูกเรา เมื่อลูกดื่มนมแพะที่มีใยอาหาร 2 ชนิดนี้ จุลินทรีย์ก็มีอาหาร จึงเพิ่มจำนวนขึ้นเยอะ และเมื่อจุลินทรีย์มีจำนวนมากก็จะช่วยกันทำงานให้ลำไส้ใหญ่และระบบขับถ่ายดี ขับถ่ายเป็นเวลา ลดการสะสมของของเสีย ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้เต็มที่ กระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกัน และป้องกันการติดเชื้อได้นั่นเอง และนี่คือเหตุว่าทำไมเด็กนมแพะถึงไม่ท้องผูก เพราะในนมแพะมีใยอาหารสุดเจ๋งนั่นเอง คุณแม่รู้ไหม? จริงๆ แล้วลูกของเราได้รับอินนูลินและโอลิโกฟรุคโตสตั้งแต่วันแรกที่เกิดแล้ว เพราะเด็กๆ ทุกคนที่ดื่มนมแม่จะได้รับสารอาหารครบถ้วนกว่า 200 ชนิด อินนูลินและโอลิโกฟรุคโตสก็เป็นหนึ่งในสารอาหารที่ลูกได้รับจากนมแม่เช่นกัน สังเกตง่ายๆ ว่าเด็กนมแม่ทุกคนจะขับถ่ายดี อึนุ่ม อึไม่แข็ง และไม่ท้องผูก เมื่อลูกถึงวัยเริ่มอาหารเสริม คุณแม่จึงควรให้ลูกกินอาหารครบ 5 หมู่ ดื่มนมที่เหมาะกับวัยเพื่อสุขภาพที่ดีต่อยอดไปถึงพัฒนาการในอนาคตค่ะ
ใยอาหาร, พรีไบโอติก, นมแพะ DG
4 สารอาหาร Bioactive Components ในนมแพะ เสริมภูมิคุ้มกันเพื่อลูกน้อยแข็งแรงสมวัย
img-over-post

4 สารอาหาร Bioactive Components ในนมแพะ เสริมภูมิคุ้มกันเพื่อลูกน้อยแข็งแรงสมวัย

4 สารอาหาร Bioactive Components ในนมแพะ เสริมภูมิคุ้มกันเพื่อลูกน้อยแข็งแรงสมวัย คุณแม่ช่างหาความรู้ ช่างเลือกคงทราบกันดีว่า นมแพะมีสารอาหารที่มีประโยชน์สำหรับลูกมาก เพราะโปรตีนนมแพะย่อยง่าย ไม่ทำให้ท้องผูก ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้อาหาร แพ้นมวัว แต่คุณแม่อาจจะยังไม่รู้ว่าสารอาหารตัวไหน สารอาหารชื่ออะไรในนมแพะที่ส่งผลดีกับลูก มารู้และจำไปพร้อมๆ กันค่ะ ครั้งต่อไปเวลาเลือกอาหารหรือนมสำหรับลูกจะได้ยึดสารอาหารเหล่านี้ไว้เป็นหลักค่ะ นิวคลีโอไทด์ โพลีเอมีนส์ ทอรีน และ โกรทแฟคเตอร์ คือ 4 สารอาหารสำคัญที่เรียกว่า Bioactive Components ซึ่งพบมากในนมแพะ Bioactive Components คือ สารอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และสารอาหารแต่ละตัวก็จะออกฤทธิ์เฉพาะเจาะจง ดังนั้นถ้าลูกดื่มนมแพะที่มีสารอาหาร Bioactive Components ก็จะช่วยส่งเสริม พัฒนาการด้านต่างๆ 4 สารอาหาร Bioactive Components ในนมแพะ เน้นเสริม 4 พัฒนาการเด็ก นิวคลีโอไทด์ ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันสำหรับลูกน้อย ทอรีน ช่วยให้การทำงานของจอประสาทตาของลูกน้อยดีขึ้น โพลีเอมีนส์ ช่วยส่งเสริมระบบทางเดินอาหารของลูกน้อยให้สมบูรณ์ โกรทแฟคเตอร์ ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของลูกน้อย จริงๆ แล้ว 4 สารอาหาร Bioactive Components พบมากที่สุดในนมแม่ เพราะนมแม่มีระบบการสร้างน้ำนมที่เรียกว่า เรียกว่า “อะโพไครน์” (Aprocrine) ทำให้มีสารอาหารจากธรรมชาติหลุดออกมาพร้อมกับน้ำนม ที่เรียกว่า Bioactive Components นั่นเอง เราจึงสนับสนุนและรณรงค์ให้คุณแม่ให้นมลูกตั้งแต่แรกเกิดให้นานที่สุด หรืออย่างน้อยต้องให้นมแม่นาน 6 เดือน เพื่อลูกจะได้รับสารอาหารสำคัญจากนมแม่ รวมถึงภูมิคุ้มกันต่างๆ จากนมแม่ จากการศึกษาพบว่า นมแพะมีระบบการสร้างน้ำนมแบบเดียวกับคน จึงทำให้มี Bioactive Components ในปริมาณสูงเช่นกัน นอกจากนี้นมแพะยังมี โปรตีนที่ย่อยและดูดซึมได้ง่าย ทำให้ลูกสบายท้อง เพราะมีสัดส่วนของโปรตีนเบต้าเคซีน ซึ่งย่อยง่ายในปริมาณสูง โดยเฉพาะในขวบปีแรกที่ระบบการย่อย และการดูดซึมสารอาหารของลูกยังพัฒนาไม่เต็มที่ ยิ่งกว่านั้น ในนมแพะยังมี CPP หรือ Casein Phosphopeptides ที่เป็นตัวช่วยให้ร่างกายดูดซึมแร่ธาตุสำคัญต่าง ๆ ได้แก่ แคลเซียม แมกนีเซียม ธาตุเหล็ก และสังกะสี ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงทำให้ลูกน้อยเจริญเติบโตแข็งแรงเต็มที่ และนมแพะยังมีพรีไบโอติก หรือใยอาหาร ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์สุขภาพ จึงทำให้ลูกน้อยขับถ่ายง่าย สบายท้อง ช่วยลดปัญหาท้องผูก และช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อยแข็งแรง ไม่ป่วยบ่อย (Ref. Neveu et al. Reprod Nutr Dev. 2002; 42:163-172.) ต่อไปนี้เวลาเลือกอาหารหรือนมให้ลูกดื่ม จำ 4 ชื่อสารอาหารสำคัญ Bioactive Components ไว้ให้ดีแล้วเลือกให้ลูกได้ดื่มนะคะ เพราะสุขภาพที่ดี ส่งผลต่อพัฒนาทางร่างกายและการเรียนรู้อย่างสมวัยค่ะ
ภูมิคุ้มกัน, ใยอาหาร, นมแพะ DG
เช็คให้ชัวร์! สารอาหารในนมแพะช่วยให้ลูกไม่ป่วยง่าย ภูมิคุ้มกันดีจริงหรือ
img-over-post

เช็คให้ชัวร์! สารอาหารในนมแพะช่วยให้ลูกไม่ป่วยง่าย ภูมิคุ้มกันดีจริงหรือ

เช็คให้ชัวร์! สารอาหารในนมแพะช่วยให้ลูกไม่ป่วยง่าย ภูมิคุ้มกันดีจริงหรือ การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกเป็นสิ่งที่คุณแม่สามารถสร้างได้ตั้งแต่แรกเกิดผ่านนมแม่ เราจึงมักพบว่าเด็กนมแม่จะแข็งแรง พัฒนาการสมวัย และไม่ป่วยง่าย หนึ่งในกว่า 200 สารอาหารในนมแม่ที่ช่วยส่งเสริมการสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกคือ พรีไบโอติก (Prebiotics) ชนิด “โอลิโกแซ็กคาไรด์ (Oligosaccharide) เช่น Inulin และ Oligofructose” ซึ่งเป็นใยอาหาร ที่ไม่ถูกย่อยและดูดซึมในระบบทางเดินอาหาร เป็นอาหารของจุลินทรีย์สุขภาพในลำไส้ ทำให้ขับถ่ายได้ดี และที่สำคัญยังช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับลูกน้อยอีกด้วย จากการศึกษาวิจัยพบว่า *พรีไบโอติก ชนิดโอลิโกแซ็กคาไรด์ ก็พบได้มากในนมแพะ เช่น อินูลิน และ โอลิโกฟรุกโตส ซึ่งพรีไบโอติก เป็นใยอาหาร ที่เป็นอาหารของจุลินทรีย์สุขภาพในลำไส้ โดยในนมแพะมีพรีไบโอติกโอลิโกแซคคาไรต์ อยู่ประมาณ 250 – 300 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งมีมากกว่านมชนิดอื่น 4 – 5 เท่า เมื่อมีจุลินทรีย์สุขภาพในร่างกายมาก ก็ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกให้แข็งแรง ช่วยป้องกันการติดเชื้อ การอักเสบ ในทางเดินอาหาร และช่วยลดความเสี่ยงเจ็บป่วยจากโรคต่าง ๆ พรีไบโอติก ในนมแพะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูก ไม่ป่วยบ่อย พรีไบโอติก ช่วยไม่ให้จุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดโรค เช่น เชื้อโรต้าไวรัส (Rotavirus), โนโรไวรัส (Norovirus), Clostridium difficile4 เกาะที่ผนังลำไส้ได้ เนื่องจากมีโครงสร้างที่สามารถรวมตัวบนผิวเซลล์ของเยื่อบุทางเดินอาหาร หรือที่เรียกกันว่า “กลีโคคอนจูเกส (Glycoconjugates)” มีหน้าที่ดักจับเชื้อโรคต่าง ๆ แล้วสลายเชื้อเหล่านั้นไปพร้อมกับอุจจาระ พรีไบโอติก สามารถลดการเกาะของเชื้อแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรคปอดอักเสบ (Streptococcus pneumonia), โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ (Haemophilus influenza) และเชื้อ E. Coli บนเยื่อบุทางเดินปัสสาวะได้ พรีไบโอติก ช่วยเพิ่มเม็ดเลือดขาว ฟื้นระบบภูมิคุ้มกันในลำไส้ใหญ่ พรีไบโอติก ข่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ โดยยับยั้งการสร้างสารก่อมะเร็ง พรีไบโอติก ช่วยให้จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในลำไส้เพิ่มจำนวนมากขึ้น ช่วยยับยั้งการเพิ่มจำนวนของแบคทีเรียสาเหตุโรคท้องร่วง พรีไบโอติก ช่วยป้องกันการติดเชื้อ และการอักเสบในทางเดินอาหาร ช่วยลดปัญหาท้องผูก พรีไบโอติกส์ในนมแพะมีส่วนช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายเด็กเล็กอย่างมาก เพราะพรีไบโอติกส์ช่วยเพิ่มจำนวนจุลินทรีย์สุขภาพพร้อมกับลดการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่ก่อโรค และยังช่วยให้การขีบถ่ายดีขึ้น ท้องไม่ผูก ที่สำคัญนมแพะยังมีโปรตีนย่อยง่าย ทำให้ลูกสบายท้อง เพราะมีเบต้าเคซีนซึ่งย่อยง่ายในปริมาณสูง ช่วยให้ลูกรักเติบโตแข็งแรงพัฒนาการสมวัย นมแพะ จึงเป็นแหล่งอาหารที่มีทั้ง โปรตีนที่ดี ที่ย่อยง่ายช่วยให้ลูกสบายท้อง และมีพรีไบโอติกอย่าง Inulin & Oligofructose ที่เป็นตัวกระตุ้นการเจริญของจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ ช่วยให้ลูกน้อยขับถ่ายดี ท้องไม่ผูก สร้างภูมิคุ้มกันที่ดี ดังนั้นควรให้ลูกรักดื่มนมแพะ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกมีสุขภาพแข็งแรง และพัฒนาการเติบโตสมวัย ไม่ป่วยง่าย *Ref. Martinez-Ferez et al., 2015
ภูมิคุ้มกัน, พรีไบโอติก, นมแพะ DG
โปรตีนนมแพะมาแรง! 4 ข้อดีของโปรตีนนมแพะที่ตอบโจทย์คุณแม่ที่มีลูกวัยคิดส์
img-over-post

โปรตีนนมแพะมาแรง! 4 ข้อดีของโปรตีนนมแพะที่ตอบโจทย์คุณแม่ที่มีลูกวัยคิดส์

โปรตีนนมแพะมาแรง! 4 ข้อดีของโปรตีนนมแพะที่ตอบโจทย์คุณแม่ที่มีลูกวัยคิดส์ โปรตีนในนมเป็นสารอาหารสำคัญที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของลูกน้อย แต่ทราบไหมว่า โปรตีนในนมแต่ละชนิดนั้นมีความแตกต่างกัน อย่างโปรตีนในนมแพะมีคุณสมบัติที่เหนือชั้นกว่าโปรตีนในนมชนิดอื่น เพราะโปรตีนนมแพะเป็นโปรตีน ที่ย่อยและดูดซึมง่าย ซึ่งข้อดีของโปรตีนในนมแพะนั้นมี ดังนี้ โปรตีนในนมแพะ ย่อยง่าย สบายท้อง เพราะมีสัดส่วนของโปรตีนแอลฟาเอสวันเคซีนซึ่งย่อยยากต่ำ และมีโปรตีนเบต้าเคซีนซึ่งย่อยง่ายในปริมาณสูง ทำให้นมแพะถูกย่อยและดูดซึมได้ง่าย ทำให้ลูกสบายท้อง ท้องไม่อืด และช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโต โปรตีนนมแพะ ช่วยดูดซึมสารอาหารสำคัญ เพราะนมแพะมีโปรตีน CPP (Casein Phosphopeptides) ซึ่งช่วยในการดูดซึมธาตุที่สำคัญต่อร่างกาย เช่น เหล็ก สังกะสี แคลเซียม แมกนีเซียม เพื่อให้แร่ธาตุสำคัญเหล่านี้เข้าสู่ร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปรตีนนมแพะช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโต และช่วยส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกัน นมแพะมีโปรตีนคุณภาพดีที่ย่อยและดูดซึมได้ง่าย ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตและเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย โปรตีนในนมแพะ ลดโอกาสเกิดการแพ้ เพราะมีปริมาณโปรตีนก่อแพ้ หรือเบต้า-แลคโตกลอบบูลิน (Beta Lactoglobulin) น้อยกว่านมวัว 3 เท่า โอกาสเกิดการแพ้จึงน้อยกว่า สำหรับลูกวัยคิดส์ การกินอาหารครบ 5 หมู่เป็นเรื่องสำคัญ เพราะลูกต้องการสารอาหารและพลังงานมาใช้ในการเจริญเติบโตใช้ในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ทุกวัน นมจึงเป็นอีกหนึ่งอาหารที่ลูกควรได้ดื่มทุกวัน เพื่อได้รับสารอาหารจำเป็นอย่างครบถ้วน ให้ลูกรักมีร่างกายแข็งแรง มีพัฒนาการดีสมวัย
ใยอาหาร, พรีไบโอติก, นมแพะ DG
สมองลูกพร้อมเรียนรู้ไหม เช็คได้จากนมที่ลูกดื่ม 4 สารอาหารในนมแพะช่วยส่งเสริมการทำงานของสมอง
img-over-post

สมองลูกพร้อมเรียนรู้ไหม เช็คได้จากนมที่ลูกดื่ม 4 สารอาหารในนมแพะช่วยส่งเสริมการทำงานของสมอง

สมองลูกพร้อมเรียนรู้ไหม เช็คได้จากนมที่ลูกดื่ม 4 สารอาหารในนมแพะช่วยส่งเสริมการทำงานของสมอง ลูกฉลาด แข็งแรง ไม่ป่วยบ่อยง่าย เติบโตสมวัย พัฒนาการเด็กดีตามวัยเป็นเรื่องที่คุณพ่อคุณแม่ทุกคนให้ความสำคัญค่ะ การเลี้ยงลูกให้ฉลาดสมวัย อย่างเป็นธรรมชาติ ก็เป็นอีกเรื่องที่พลาดไม่ได้ สมองลูกจึงต้องได้รับการดูแลเป็นอย่างดีโดยเฉพาะ การกินอาหารที่มีสารอาหารสำคัญในการกระตุ้นการทำงานของสมอง และเมื่อสมองพร้อม ก็จะเปิดรับกับทุกการเรียนรู้ได้ดี แต่จะรู้ได้ยังไงว่าลูกได้รับสารอาหารกระตุ้นการทำงานของสมองครบ เราเช็คได้จากนมที่ลูกดื่ม และนี่คือ 4 สารอาหารในนมแพะที่ช่วยในการทำงานของสมองลูก 1. โอเมก้า 3, 6 และ 9 ในนมแพะ มีโอเมก้า 3 6 9 ​ซึ่งสารอาหารกลุ่มนี้เป็นสารอาหารธ​รรมชาติ และเป็นสารตั้งต้นของ ​DHA และ ARA ​ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการทางสมองของลู​กน้อย ซึ่งได้มาจากน้ำมันเมล็ดทานตะวัน และ น้ำมันคาโนล่า 2. ดีเอชเอ เออาร์เอ (DHA & ARA) เป็นองค์ประกอบสำคัญในระบบประสาทส่วนกลาง ช่วยดูและระบบประสาทส่วนกลาง ช่วยพัฒนาสมองและการมองเห็น 3. โคลีน จัดอยู่ในกลุ่มของวิตามินบีรวม โคลีนจะตรงเข้าไปยังเซลล์สมองเพื่อผลิตสารเคมีที่ช่วยในเรื่องความทรงจำมีบทบาทในการสร้างสารสื่อสัญญาณประสาท ช่วยพัฒนาการเรียนรู้และความจำ โคลีนมีหน้าที่หล่อเลี้ยงเซลล์ประสาท ช่วยให้การสื่อสารของเซลล์ประสาททำงานได้ดีขึ้น โคลีนในนมแพะ จะช่วยบำรุงสมอง เพิ่มความจำ และพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กได้ดีขึ้น 4. วิตามิน B12 มีส่วนช่วยในการทำงานของระบบประสาทและสมอง วิตามินบี 12 มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในด้านความจำ โดยที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของการถ่ายทอดสัญญาณของระบบประสาทในสมอง และเป็นสารอาหารที่สำคัญต่อเซลล์เส้นประสาทในสมอง ซึ่งในนมแพะมีวิตามินบี 12 สูง จึงช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบประสาทและสมอง เมื่อสมองลูกได้รับสารอาหารที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางสมองแล้วก็อย่าอยู่แต่ในบ้านค่ะ พาลูกออกไปเรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัว เพื่อมอง สังเกต ตั้งคำถาม หาคำตอบ และสนุกไปกับทุกๆ กิจกรรม ซึ่งจะช่วยให้ลูกจดจำ พัฒนาให้ดีขึ้นและต่อยอดไปเป็นความเฉลียวฉลาดได้ นอกจากนมแพะ จะมีสารอาหารที่มีส่วนช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางสมองแล้วนมแพะยังมีโปรตีน ย่อยและดูดซึมได้ง่าย ยิ่งกว่านั้น ในนมแพะยังมี CPP หรือ Casein Phosphopeptides ที่เป็นตัวช่วยในการดูดซึม เกลือแร่ต่างๆ ที่สำคัญต่อร่างกาย เช่น แคลเซียม เหล็ก สังกะสี และแมกนีเซียม เข้าสู่ร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ในนมแพะยังมี Prebiotics หรือใยอาหารที่เป็นอาหารของจุลินทรีย์สุขภาพที่สำคัญต่อระบบทางเดินอาหาร ซึ่งมีหลายชนิด เช่น อินนูลิน และโอลิโกฟรุคโตส เป็นใยอาหารที่จะไม่ถูกย่อย และไม่ถูกดูดซึมในระบบทางเดินอาหาร แต่จะถูกย่อยด้วยจุลินทรีย์สุขภาพในลำไส้ อย่างแล็กโทบาซิลลัส และไบฟิโดแบคทีเรีย ทำให้จุลินทรีย์สุขภาพเจริญเติบโตเพิ่มจำนวนขึ้น จึงช่วยปรับสมดุลของระบบทางเดินอาหารให้ทำงานได้เป็นปกติ ขับถ่ายง่าย ลดอาการท้องผูก และที่สำคัญยังช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงให้ลูกได้เป็นอย่างดี จึงทำให้ลูกน้อยเจริญเติบโตแข็งแรงเต็มที่ มีภูมิคุ้มกันดี
ภูมิคุ้มกัน, ใยอาหาร, นมแพะ DG
เคล็ดลับดีๆ ชวนลูกกินผัก
img-over-post

เคล็ดลับดีๆ ชวนลูกกินผัก

เคล็ดลับดีๆ ชวนลูกกินผัก เด็กหลายคนมักทำหน้ายี้เมื่อมีคนพูดถึงผัก สาเหตุส่วนหนึ่งเพราะพวกเขาไม่ถูกฝึกให้กินผักมาแต่เล็กๆ พอโตขึ้นจึงเป็นเรื่องค่อนข้างยากที่จะบอกให้ลูกๆ กินผัก แต่ก็ไม่ยากเกินไป ลองมาดูเคล็ดลับเหล่านั้นกันค่ะ 5 เทคนิคให้ลูกกินผัก 1. ปรุงอาหารให้ถูกใจลูก ปัญหาหลักที่ทำให้เด็กๆ ไม่ยอมกินผักก็คือ รสชาติขม เหม็นเขียว แข็งเกินไป สีสันไม่น่ารับประทาน ปรุงไม่สุก ฯลฯ เพราะฉะนั้นลองสังเกตพฤติกรรมการรับประทานอาหารของลูกนะคะ หรือไม่ก็ให้ถามไปตรงเลยว่าเมนูผักที่คุณพ่อคุณแม่ทำนั้นเป็นอย่างไร ไม่อร่อยหรือ เพื่อคราวต่อไปเราจะได้ปรับปรุงให้เขาค่ะ 2. เมนูผักหลากหลาย ลูกอาจจะมีผักที่เขารับประทานได้ไม่กี่อย่าง ลองสลับสับเปลี่ยนเมนูผักเหล่านั้นไม่ให้ซ้ำกันในแต่ละวันดูค่ะ หรือในหนึ่งมื้ออาจจะมีเมนูผัก 2 เมนู เป็นผักที่ลูกไม่ชอบเลย กับผักที่พอรับประทานได้ เพื่อให้เขามีตัวเลือกในการรับประทานผักนั่นเอง 3. ให้ลูกได้คิดเมนูเอง เพื่อให้ลูกเกิดความรู้สึกมีส่วนร่วมและรอคอยมื้ออาหาร ดังนั้นก่อนทำกับข้าวคุณพ่อคุณแม่ควรถามลูกก่อนว่าเขาอยากรับประทานอะไร ควรใส่ผักอะไร จำนวนเท่าไหร่ แล้วจากนั้นก็ให้ลูกได้มีส่วนช่วยในการทำอาหารด้วย เช่น ช่วยล้างผัก เด็ดผัก หยิบเครื่องปรุง เป็นต้น 4. ดัดแปลงอาหารเพื่อให้รับประทานได้ง่ายๆ เช่น เมนูผักซ่อนรูป ผักชุบแป้งทอด ทำเป็นน้ำผักผลไม้ การคิดเมนูใหม่ๆ ดัดแปลงกลิ่นและรสชาติ หรือการปรับเปลี่ยนรูปร่างหน้าตาของเมนูผักเดิมๆ ให้มีสีสันสวยงามน่ารับประทานมากขึ้นก็จะช่วยให้เด็กๆ เริ่มการรับประทานผักได้ค่ะ 5. ชวนลูกปลูกผัก เมื่อไรที่เด็กๆ ได้ทำอะไรด้วยตัวเอง เขามักจะเกิดความภาคภูมิใจในผลงานของเขา เพราะฉะนั้นการที่คุณพ่อคุณแม่ชวนลูกปลูกผัก จะเป็นอีกหนึ่งแรงกระตุ้นให้ลูกรู้สึกอยากรับประทานผักมากขึ้น เพราะว่าผักมีใยอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อระบบขับถ่ายของเด็กๆ แต่หากลูกไม่ยอมรับประทานผักก็ไม่ควรเคร่งครัดเกินไปนัก ค่อยๆ ฝึกจะดีกว่า โดยระหว่างนี้ให้ลูกทานอาหารอื่นเสริม เช่น ผลไม้ หรือนมแพะ ที่มีโปรตีนที่ย่อยและดูดซึมได้ง่าย รวมทั้งมีพรีไบโอติก (Prebiotics) หรือใยอาหารที่ช่วยในการขับถ่าย ก็ช่วยให้ระบบขับถ่ายของลูกดีขึ้นได้เช่นกัน
ใยอาหาร, เมนูลูกรัก, นมแพะ DG
11 ทริค แก้นิสัยลูก “กินยาก”
img-over-post

11 ทริค แก้นิสัยลูก “กินยาก”

11 ทริค แก้นิสัยลูก “กินยาก” ลูกไม่ยอมกินข้าว...เป็นปัญหาใหญ่ของคุณพ่อคุณแม่หลายๆ คน กว่าจะป้อนข้าวได้ 1 คำ ต้องหลอกล่อกันจนเหนื่อย แต่อย่าเพิ่งหงุดหงิดใจไป เพราะอาจเป็นช่วงที่ลูกมีการเปลี่ยนแปลงพัฒนาการด้านการกิน ทำให้เกิดงอแงกันบ้าง ลองใช้เทคนิคง่ายๆ นี้ รับรองว่ามื้อต่อไปจะเป็นมื้อที่เด็กๆ รอคอยแน่นอน เริ่มป้อนจากคำเล็กๆ ไปคำโตๆ เพื่อให้ลูกได้ฝึกการใช้กล้ามเนื้อปากในการเคี้ยวอาหาร เมื่อลูกเริ่มเคี้ยวได้ดี กลืนได้ ก็ค่อยๆ เพิ่มข้าวให้คำใหญ่ขึ้น และเพิ่มครั้งในการป้อน จาก 5-6 ช้อน เป็น 10-12 ช้อน เคี้ยวให้ดูเป็นตัวอย่าง ในระหว่างที่ลูกกิน พ่อแม่อาจทำท่าเคี้ยวหรือกินไปพร้อมๆ ลูกเพื่อเป็นตัวอย่างให้ลูกฝึกเคี้ยว และทำให้เขากินข้าวได้ง่ายขึ้น สร้างบรรยากาศให้เป็นเรื่องสนุก จัดโต๊ะอาหารลูกในที่โล่ง อากาศเย็นสบาย อ่านหนังสือนิทานที่เกี่ยวกับเรื่องการกินข้าวให้ฟังไปด้วย และพ่อแม่พูดคุยชวนลูกกินข้าวอย่างอารมณ์ดี ไม่ควรมีทีวีหรือเกมอยู่ใกล้ๆ เพราะอาจเบี่ยงเบนความสนใจของลูกได้ ซ่อนผักใบเขียว ถ้าเริ่มให้ลูกกินอาหารใหม่ๆ ที่ไม่เคยกินมาก่อน เช่น ผักใบเขียว อาจต้องใช้วิธีซ่อนผักเข้าไปในเนื้อสัตว์ก่อน หรือหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ตกแต่งให้ดูน่ารัก เพื่อให้ลูกคุ้นเคยและค่อยๆ เพิ่มปริมาณ ในที่สุดลูกก็จะกินเองได้ ใช้ถ้วยจานลายการ์ตูนที่ลูกชอบ หรือให้เขาได้เลือกภาชนะใส่ข้าวเอง จะช่วยดึงดูดให้ลูกสนใจการกินมากขึ้น เปลี่ยนถ้วยพลาสติก มาเป็นใช้ขนมปังแทน หรือฟักทอง มะเขือเทศ สามารถกินภาชนะได้ ทำให้ลูกสนใจมากขึ้น อาหารแปลงร่าง ลองเปลี่ยนอาหารให้เป็นรูปต่างๆ โดยใช้แม่พิมพ์เป็นรูปหมี รูปดาว รูปแมว พร้อมกับเล่าเรื่องราวประกอบอาหาร เช่น ให้กินหูสิ กินดาวเลย ลูกจะสนุกกับการกินมากขึ้น ให้ช่วยทำอาหาร ช่วยหยิบผัก เครื่องปรุงต่างๆ ใส่กระทะ แล้วเล่าวิธีการทำให้ลูกฟังไปด้วย จะกระตุ้นให้ลูกอยากกินฝีมือตัวเอง และภูมิใจที่สามารถทำอาหารได้ ไม่บังคับให้ลูกกิน ถ้าลูกไม่ชอบอาหารที่กินอย่าตำหนิ หรือคะยั้นคะยอให้กินจนหมด เพราะจะกลายเป็นสร้างความทรงจำที่เลวร้ายให้ลูกไม่ชอบกินอาหารนั้นไปเลย และจะยิ่งทำให้เรื่องกินเป็นเรื่องที่ยากขึ้นไปอีก ให้ลูกเลือกส่วนผสมที่ชอบ หรือเป็นส่วนผสมที่ลูกบอกว่าอร่อยใส่เข้าไปในอาหารด้วย จะทำให้ถูกใจ และอยากกินในมื้อต่อๆ ไป แต่คุณแม่ก็ควรคัดสรรให้เป็นอาหารที่มีประโยชน์ด้วย อย่างการใช้นมแพะเป็นส่วนผสมในอาหาร ช่วยเพิ่มคุณค่าในอาหาร เพราะนมแพะมีทั้งโปรตีน CPP เป็นโปรตีนนุ่ม ย่อยง่าย ช่วยในการดูดซึมสารอาหารที่สำคัญเข้าสู่ร่างกายได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังมีพรีไบโอติก ซึ่งก็คือใยอาหารที่ช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น และยังช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายลูกก็พร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งต่างๆ อย่างมั่นใจ
ใยอาหาร, พัฒนาการเด็ก, นมแพะ DG
เคล็ดลับดูแลสุขภาพลูกด้วยอาหารจากธรรมชาติ
img-over-post

เคล็ดลับดูแลสุขภาพลูกด้วยอาหารจากธรรมชาติ

เคล็ดลับดูแลสุขภาพลูกด้วยอาหารจากธรรมชาติ อาหารเป็นส่วนสำคัญที่มีผลกับสุขภาพ และพัฒนาการที่ดีของเด็ก ดังนั้นการการเลือกอาหารโภชนาการจากธรรมชาติจะช่วยให้ลูกรักมีพัฒนาการที่ดี และร่างกายที่แข็งแรง แต่จะมีแนวทางการดูแลลูกด้วยอาหารจากธรรมชาติอย่างไรมาดูกัน ส่วนหนึ่งที่ทำให้สุขภาพเด็กๆ ในปัจจุบันไม่ค่อยแข็งแรง อากาศเปลี่ยน สภาพแวดล้อมเปลี่ยน ก็ทำให้เจ็บป่วยได้ง่าย แพ้ง่าย เป็นเพราะอาหารและโภชนาการที่ได้รับทำให้เด็กๆ ไม่แข็งแรง อาหารส่วนใหญ่เป็นอาหารที่ผ่านกระบวนการผลิตที่ใช้สารเคมี หรือการเพิ่มส่วนประกอบที่เป็นอันตรายกับร่างกายในระยะยาวเข้าไป ปัจจุบันจึงเห็นหลายครอบครัวตระหนักถึงความสำคัญของอาหาร และหันกลับมาดูแลเลือกอาหารที่มีกระบวนการผลิต หรือสารอาหารใกล้เคียงกับธรรมชาติเพิ่มมากขึ้น เพื่อสุขภาพและพัฒนาการที่ดีรอบด้านของลูกๆ วันนี้เรามีเคล็ดลับสำหรับครอบครัวที่กำลังดูแลเรื่องโภชนาการ อาหารสุขภาพจากธรรมชาติให้กับลูกๆ ที่บ้านมาฝากกันค่ะ ให้ลูกกินอาหารเหมือนกับพ่อแม่เมื่ออายุ 2 ขวบขึ้นไป : เมื่อลูกโตพอ ฟันขึ้นพร้อมที่จะเคี้ยวอาหารได้แล้วไม่ควรแยกอาหารเด็ก อาหารผู้ใหญ่ แต่ควรให้ลูกกินร่วมโต๊ะกันกับพ่อแม่และกินอาหารแบบเดียวกันไม่มีสิทธิพิเศษ ซึ่งอาหารก็ควรเป็นอาหารสุขภาพ ได้รับสารอาหารครบ 5 หมู่ สามารถกินด้วยกันทั้งครอบครัว เพื่อช่วยฝึกลูกๆ ไม่ให้เลือกกิน ค่อยๆ ใส่ผักลงไปในทุกเมนู : ไม่ว่าจะเลือกทำเมนูอะไรขึ้นโต๊ะ คุณแม่อย่าลืมใส่ผักลงไปให้ลูกกินด้วย โดยอาจจะตกแต่ง ดัดแปลงให้หน้าตาอาหารแปลกใหม่ หรือดึงดูดความสนใจของลูกๆ ซึ่งทั้งนี้การใช้ผักเป็นส่วนประกอบในอาหาร ควรเริ่มมาตั้งแต่ลูกเริ่มกินอาหารเสริมแล้วเพื่อให้ลูกคุ้นเคยกับ กลิ่น รส มาตั้งแต่เล็กๆ เลือกอาหารธรรมชาติผ่านการปรุงแต่งน้อย ควรเลือกอาหารที่ไม่ผ่านการปรุงแต่งด้วยสารเคมีต่าง ๆ หรือผ่านการแปรรูปน้อยที่สุดนั่นเอง เป็นไปได้คุณแม่ควรเลือกวัตถุดิบมาประกอบอาหารเอง เช่น ข้าวควรเลือกใช้ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีต ผักสด ผลไม้ ไข่ เนื้อสัตว์ต่างๆ ไม่ปรุงรสใด ๆ มากจนเกินไป เช่น เค็มจัดหรือหวานจัด น้ำและนมเท่านั้น สำหรับวัยนี้น้ำหวาน น้ำอัดลมควรเป็นสิ่งต้องห้าม น้ำและนมเท่านั้นที่มีประโยชน์สำหรับร่างกาย หรืออาจจะอนุโลมเป็นน้ำผลไม้บ้าง ซึ่งควรเป็นน้ำผลไม้สด 100% หรือคั้นจากผลไม้เอง การดื่มน้ำสะอาดช่วยเพิ่มความชุ่มชื่น สร้างสมดุลให้ร่างกาย สำหรับนมนั้นควรเลือกนมแม่จะดีที่สุด แต่ถ้าหากหย่านมแม่แล้ว ควรเลือกนมที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับนมแม่ เพราะนมแม่มีระบบการสร้างน้ำนมแบบอะโพไคร์น ที่มีสารอาหารจากธรรมชาติหลุดออกมาพร้อมกับน้ำนมในปริมาณสูง และควรมีสารอาหารสำคัญที่จำเป็นต่อร่างกาย เช่น โปรตีน แคลเซียม โอเมก้า 3, 6, 9 และวิตามิน B2, B6, B12 ฯลฯ เพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตของลูกทั้งด้านร่างกายและสมอง เพื่อพัฒนาการที่ดีอย่างเป็นธรรมชาติของลูก
ใยอาหาร, นมแพะ DG
7 เทคนิคหยุดพฤติกรรมการเลือกกินของลูก
img-over-post

7 เทคนิคหยุดพฤติกรรมการเลือกกินของลูก

7 เทคนิคหยุดพฤติกรรมการเลือกกินของลูก หลายๆ ครอบครัวที่มีลูกอยู่ในช่วงวัย 2-3 ขวบ ต้องเจอปัญหาลูกกินยาก เลือกกิน เป็นเพราะในช่วงวัยนี้เด็กๆ เริ่มคิดด้วยตัวเองมากขึ้น รู้จักปฎิเสธ หรือต่อต้าน ถ้าเกิดเจ้าตัวดีเป็นเด็กเลือกกิน อันนั้นไม่กิน อันนี้ไม่ชอบ เรามีเทคนิคมาแนะนำกันค่ะ หลายๆ ครอบครัวที่มีลูกอยู่ในช่วงวัย 2-3 ขวบ ต้องเจอปัญหาลูกกินยาก เลือกกิน เป็นเพราะในช่วงวัยนี้เด็กๆ เริ่มคิดด้วยตัวเองมากขึ้น รู้จักปฎิเสธ หรือต่อต้าน ประกอบกับอาหารเมื่อโตขึ้นกินไม่ง่ายเหมือนนมหรืออาหารเสริมตอนขวบปีแรก บ้านไหนมีลูกกินง่ายก็สบายใจไป แต่ถ้าเกิดเจ้าตัวดีเป็นเด็กเลือกกิน ร้องงอแง กินยาก อันนั้นไม่กิน อันนี้ไม่ชอบ เรามีเทคนิคมาแนะนำกันค่ะ 7 เทคนิคหยุดพฤติกรรมการเลือกกินของลูก กินตามแม่ เทคนิคแรกต้องเริ่มตั้งแต่ลูกน้อยอยู่ในครรภ์เลยค่ะ ว่ากันว่าถึงลูกจะไม่ได้รับรสชาติอาหารโดยตรงจากแม่เมื่ออยู่ในท้อง แต่แม่ที่กินอาหารหลากหลายเมื่อตั้งครรภ์จะมีแนวโน้มให้ลูกที่เกิดมากินหลากหลายไปด้วย ดังนั้นพฤติกรรมการกินของแม่ตั้งแต่ในครรภ์สำคัญมากค่ะ และเมื่อถึงเวลาลูกโตขึ้นคุณแม่และครอบครัวควรเป็นต้นแบบการกินในแต่ละมื้อ อยากให้เด็กกินอะไร คนในครอบครัวก็ต้องเป็นแบบอย่างค่ะ ไม่ให้ขนมหรือของว่างพร่ำเพรื่อ สำหรับลูกน้อยที่เริ่มโตพอขบเคี้ยวได้แล้ว คุณแม่อย่าให้กินขนมหวาน หรือของว่างที่ไม่มีประโยชน์ก่อนมื้ออาหารหลักเพราะจะทำให้ลูกอิ่มและไม่อยากกินข้าว ควรให้ลูกกินอาหารหลัก และเสริมด้วยผลไม้ และนมระหว่างมื้อดีกว่าค่ะ ถ้าเป็นนมควรเป็นนมแม่หรือนมที่มีกระบวนการผลิตน้ำนมใกล้เคียงกับนมแม่ เช่นนมแพะ เพราะจะเป็นนมที่มีโปรตีนขนาดเล็ก ย่อยง่าย ไม่ทำให้ลูกอิ่มแน่นท้องจนเกินไป ทำให้สามารถกินข้าว หรืออาหารหลักได้พอดีเมื่อถึงมื้ออาหาร ให้ลูกเลือกอาหารเอง ลองให้ลูกเป็นคนเลือกวัตถุดิบมาปรุงอาหารเอง อาจจะหาหนังสือนิทานเกี่ยวกับผัก ผลไม้ หรืออาหารมาให้ลูกดูและคุยกับเขา กระตุ้นให้ลูกสนใจ จากนั้นถ้าได้ผลลองพาเขาไปตลาดหรือซุปเปอร์มาร์เก็ตเพื่อเลือกซื้อและมาช่วยกันทำ จะทำให้รู้สึกว่าเขามีส่วนร่วมกับมื้ออาหารนั้นๆ และอยากกินเพิ่มมากขึ้น อาหารหลากหลาย ดูดีน่ากิน เลือกภาชนะ และจัดตกแต่งอาหารให้ดูน่ากิน อันนี้ไม่ใช่เทคนิคแปลกใหม่ แต่ก็ได้ผลค่อนข้างดี ซึ่งต้องอาศัยฝีมือคุณแม่พอสมควรในการจัดมื้ออาหารลูกให้ดูน่ากิน กระตุ้นด้วยเรื่องราวในจานอาหาร เพื่อให้ลูกสนใจและอยากกินมากขึ้น ค่อยๆ เพิ่มอาหารแปลกใหม่ พอเห็นว่าลูกชอบกินอะไร คุณแม่ก็ไม่ควรให้ลูกกินแต่ของเดิมๆ ซ้ำๆ ที่ลูกชอบ ควรค่อยๆ เพิ่มอาหารที่มีประโยชน์แปลกใหม่เข้าไปทีละนิด แต่ค่อยๆ ทำด้วยความแนบเนียนไปกับอาหารเดิมๆ ที่ลูกชอบ ไม่ต้องแนะนำว่าวันนี้มีอะไรใหม่เพราะลูกอาจจะเกิดอาการต่อต้านขึ้นได้ รอจนลูกเริ่มคุ้นก็ค่อยๆ เพิ่มปริมาณมากขึ้น และทำกับอย่างอื่นๆ ไปเรื่อยๆ >> คลิกดูสูตรอาหาร ไอเดียเมนูแปลกใหม่เพื่อลูกรัก เอาเมนูนมที่คุ้นเคยมาดัดแปลง ตัวอย่างปัญหาที่คุณแม่หลายบ้านเจอคือลูกกินนมและไม่ยอมกินข้าว ซึ่งอาจจะเกิดจากการที่ลูกไม่คุ้นเคยกับการบดเคี้ยวอาหาร หรือยังคุ้นเคยกับกลิ่น กับรสชาติของนมมากกว่า คุณแม่ลองนำนมแม่ หรือนมที่ลูกกินมาดัดแปลงร่วมกับอาหารเพื่อให้ลูกยังได้รับรสและกลิ่นที่คุ้นเคย เช่น นำนมมาผสมในข้าวบด เนื้อสัตว์ผักบด เป็นต้น นอกจากจะช่วยให้ลูกกินง่ายขึ้นแล้ว ลูกยังได้สารอาหารที่ครบถ้วนจากน้ำนมอีกด้วยค่ะ ต้องทำใจแข็ง บางครั้งถ้าใช้ไม้อ่อนไม่สำเร็จอาจจะต้องยอมใจแข็งกันดูบ้าง ถ้าถึงมื้ออาหารแล้วลูกไม่ยอมกิน หรือเลือกกินไม่ควรใจอ่อน ไม่จำเป็นต้องอ้อนวอน หรือดุว่า แต่ควรให้ลูกหยุดกิน และรอเวลามื้อต่อไปเลย ถ้าลูกหิวจะยอมกินเอง ซึ่งเทคนิคนี้คุณแม่หลายคนมักจะทำได้ยากเพราะจะใจอ่อน และสงสารลูก แต่ถ้าลูกกินก็ควรกล่าวชื่นชม ให้กำลังใจค่ะ
ใยอาหาร, เมนูลูกรัก, นมแพะ DG
7 แหล่งโปรตีนสำคัญที่ลูกควรได้รับ
img-over-post

7 แหล่งโปรตีนสำคัญที่ลูกควรได้รับ

7 แหล่งโปรตีนสำคัญที่ลูกควรได้รับ โปรตีนจัดเป็นสุดยอดอาหารที่ดีต่อร่างกาย แต่ก็ควรให้ลูกทานอย่างเหมาะสมไม่มากหรือน้อยจนเกินไป แต่ก็มีเด็กจำนวนไม่น้อยที่ขาดโปรตีน เราจึงมี 7 แหล่งโปรตีนสำคัญใกล้ตัวมาแนะนำ เพื่อให้เด็กๆ เติบโตสมวัย โปรตีนเป็นหนึ่งในสารอาหารที่ร่างกายของลูกควรได้รับอย่างเหมาะสม เพราะโปรตีนมีหน้าที่เพิ่มความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อ เสริมสร้างการเจริญเติบโตและช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอให้กับร่างกายได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้โปรตีนยังเป็นส่วนประกอบของอวัยวะและเซลล์อีกด้วย ดังนั้น เด็กๆ ก็ควรที่จะได้รับอาหารที่มีโปรตีนเพียงพอ เพื่อการเจริญเติบโตที่สมวัย โปรตีน 7 แหล่ง ที่คุณแม่ไม่ควรพลาดมีดังนี้ ปลา - ปลาเป็นแหล่งโปรตีนที่มีเส้นใยสั้น ๆ ไขมันต่ำย่อยง่าย ควรให้ลูกเริ่มกินปลาน้ำจืดก่อนปลาทะเล เพื่อหลีกเลี่ยงการแพ้อาหารทะเล เช่น ปลาช่อน ปลานิล ส่วนปลาทะเลเริ่มให้ได้เมื่อลูกอายุ 1 ปี เช่น ปลาแซลมอนที่มีโอเมก้าสาม และมีกรดไขมันที่ดีต่อร่างกาย ตับหมู ตับไก่ - เป็นวัตถุดิบที่ทำอาหารได้ง่าย เหมาะสำหรับหนูๆ เพราะนอกจากมีโปรตีนแล้ว ในตับยังมีธาตุเหล็กสูง ช่วยเสริมสร้างเม็ดเลือดได้ดี หมู - เป็นโปรตีนธรรมชาติจากสัตว์ที่มีกรดอะมิโนจำเป็นที่ร่างกายควรได้รับแต่สำหรับเด็กควรรับประทานอย่างเหมาะสม ไม่มากและไม่น้อยจนเกินไป สำหรับลูกๆ ในเมนูเนื้อหมูคุณแม่อาจจะทำเป็นซุปเพื่อให้ลูกทานง่าย และย่อยง่าย ไก่ - ควรใช้บริเวณที่เป็นสันในไก่ เพราะเด็กส่วนใหญ่ไม่แพ้โปรตีนจากไก่ เริ่มให้ได้ตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป ให้ทีละน้อย เพื่อให้อาหารมีส่วนกระตุ้นการสร้างน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร โดยคุณแม่ควรเริ่มจากการต้มและปั่นละเอียดผสมในโจ๊กบด ไข่แดง - เป็นแหล่งโปรตีนชนิดแรกที่เหมาะกับการเป็นอาหารเสริมตามวัยของเด็ก 6 เดือนขึ้นไป มีทั้งโปรตีน วิตามินเอ วิตามินอี เลซิติน ลูทีน ธาตุเหล็ก ช่วยบำรุงกล้ามเนื้อสายตา ผิวหนัง และความจำ ถั่ว - เป็นแหล่งให้พลังงานและเสริมโปรตีนจากพืช เช่น ถั่วเหลือง ถั่วเขียว นอกจากโปรตีนแล้ว ยังมีใยอาหารสูง ช่วยในเรื่องของระบบขับถ่าย และถั่วลันเตาหรือถั่วสีเขียวยังอุดมไปด้วยวิตามิน B12 นม - นอกจากนมแม่ที่มีโปรตีนสำคัญต่อทารก นมอื่นๆ อย่างเช่นนมแพะ ก็มีโปรตีนที่จำเป็นกับร่างกายลูกๆ เช่นกัน อย่างนมแพะมีโปรตีน CPPหรือ Casein Phosphopeptides ซึ่งเป็นโปรตีนนุ่ม ที่ย่อย และดูดซึมง่ายช่วยให้ร่างกายได้รับโปรตีนไปช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มการดูดซึมแคลเซียม เหล็ก สังกะสี และแมกนีเซียมสู่ร่างกาย อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้กับลูกน้อยได้อีกด้วย แหล่งโปรตีนสำคัญยังมีอีกมากมายให้คุณแม่เลือกสรร ทั้งโปรตีนที่มาจากสัตว์และโปรตีนที่มาจากพืชแต่สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ คือต้องเป็นสารอาหารจากธรรมชาติที่ดูแลร่างกายของลูกน้อยให้เจริญเติมโตสมวัยอย่างเป็นธรรมชาติ Ref: 1. Park et al. Small Ruminant Research 2007; 68: 88-113 2. Tsuchita et al. British Journal of Nutrition 2001; 85, 5-10
ใยอาหาร, เมนูลูกรัก, นมแพะ DG
ประโยชน์ของใยอาหารดีท็อกซ์ธรรมชาติช่วยลูกขับถ่ายสบายอารมณ์
img-over-post

ประโยชน์ของใยอาหารดีท็อกซ์ธรรมชาติช่วยลูกขับถ่ายสบายอารมณ์

ประโยชน์ของใยอาหารดีท็อกซ์ธรรมชาติช่วยลูกขับถ่ายสบายอารมณ์ ประโยชน์ของใยอาหาร หรือไฟเบอร์ (fiber) ดีต่อลูกน้อย เพราะช่วยในการดับจับหรือขัดขวางการดูดซึมของไขมันทำให้อุจจาระอย่างง่ายดาย การกินอาหารของเด็กๆ นั้นมีความสำคัญมากต่อร่างกายทั้งสารอาหารที่ได้รับต้องครบถ้วนเพียงพอและปลอดภัย โดยส่วนมากเด็กในวัยนี้เป็นวัยที่เริ่มตัดสินใจเองได้ ทำให้เกิดปัญหาของการเลือกกินอาหารที่ส่งผลทำให้เด็กได้รับสารอาหารไม่เพียงพอและขับถ่ายกันยากขึ้น ดังนั้นเราจะพาคุณแม่มาทำความรู้จักกับการดีท็อกแบบธรรมชาติด้วยประโยชน์ของใยอาหาร เพื่อที่คุณแม่จะได้ทำเมนูอาหารที่เสริมสร้างการขับถ่ายได้อย่างง่ายดายของลูก ใยอาหารมาจากไหน ใยอาหารคือส่วนต่างๆ ของพืช ผัก ผลไม้ ที่เราสามารถรับประทานได้ และจะถูกย่อยด้วยการทำงานของจุลินทรีย์ในกระเพาะอาหาร โดยคุณแม่สามารถเลือกทำเมนูได้หลากหลายจากพืชผัก รวมไปถึงธัญพืชต่างๆ แต่ถ้าหากลูกๆ ทานผักได้ไม่มากก็เสริมด้วยผลไม้ที่มีกากใยอาหารเยอะๆ ตัวอย่างดังนี้ ผัก – กวางดุ้ง ถั่วฟักยาว ถั่วงอก ผักบุ้ง แครอท ตำลึ่ง บล็อกโคลี่ บวบ และเห็ดทุกชนิด ฯลฯ ผลไม้ – ส้ม กล้วยหอม มะละกอ สับประรด ลูกพรุน อโวคาโด แก้วมังกร กีวี่ แตงโม แอปเปิ้ล แคนตาลูป ฯลฯ ธัญพืช – ถั่วชนิดต่างๆ ข้าวกล้อง ข้างโอ๊ต ข้าวสาลี เม็ดบัว ลูกเดือย เม็ดแมงลัก ฯลฯ ประเภทของใยอาหาร ใยอาหารเป็นคาร์โบไฮเดรตโมเลกุลใหญ่ ๆ แบ่งได้ 2 กลุ่มใหญ่ ใยอาหารที่ไม่ละลายน้ำ ช่วยเพิ่มกากอาหาร และทำความสะอาดทางเดินอาหาร ใยอาหารละลายน้ำ เมื่อละลายน้ำ จะมีลักษณะเป็นเจล สามารถจับน้ำตาล ดูดซับน้ำมันได้ ประโยชน์ของใยอาหาร ใยอาหารช่วยการขับถ่าย ใยอาหารชนิดที่เป็นเซลลูโลส มีคุณสมบัติอุ้มน้ำ ทำให้อุจจาระอ่อน ขับถ่ายดี ท้องไม่ผูก ช่วยในการขับถ่ายของลำไส้ใหญ่ โดยใยอาหารที่ไม่ละลายน้ำช่วยเพิ่มเนื้อของอุจจาระ และยังสามารถจับกับน้ำได้ด้วย จึงช่วยทำให้อุจจาระอ่อนนุ่ม ใยอาหารชนิดหยาบจะทำให้เกิดเนื้ออุจจาระมากขึ้น ส่วนใยอาหารละลายน้ำจะทำให้มีเนื้ออุจจาระน้อย นอกจากอาหารที่มีใยอาหารแล้วในเด็กเล็กๆ ที่ไม่สามารถทานอาหารเสริมได้ หรือกินนมได้เพียงอย่างเดียวนั้น การให้ลูกดื่มนมแม่หรือนมผสม เช่น นมแพะ ก็ช่วยส่งผลดีต่อระบบขับถ่ายของลูกได้ค่ะ โดยนมแพะจะมีโปรตีนนุ่ม หรือ CPP (Casein Phosphopeptides) CPP เป็นโปรตีนย่อยง่ายและร่างกายดูดซึมไปใช้ได้อย่างเต็มที่ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเจ้าตัวเล็กที่ระบบขับถ่ายยังไม่สมบูรณ์ Ref: 1. Park et al. Small Ruminant Research 2007; 68: 88-113 2. Tsuchita et al. British Journal of Nutrition 2001; 85, 5-10
ใยอาหาร, ท้องผูก, นมแพะ DG