curl-top
curb_bottom

เคล็ดลับคุณแม่
รวมทุกเคล็ดลับที่คุณแม่อยากรู้
เกี่ยวกับลูกน้อย

icon-secrets

บทความยอดนิยม

เลือกนมแบบไหนดี ให้ลูกรักมีภูมิคุ้มกัน พร้อมเติบโตสมวัย
img-over-post

เลือกนมแบบไหนดี ให้ลูกรักมีภูมิคุ้มกัน พร้อมเติบโตสมวัย

เลือกนมแบบไหนดี ให้ลูกรักมีภูมิคุ้มกัน พร้อมเติบโตสมวัย ช่วงวัยสามขวบปีแรกของลูกสำคัญมากนะคะ เพราะเป็นวัยที่สมองกำลังพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ฉะนั้นลูกควรได้รับอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ และดื่มนมที่ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการให้เติบโตสมวัย รวมถึงช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้ลูกมีสุขภาพที่แข็งแรง ไม่เจ็บป่วยง่ายๆ ด้วยค่ะ แต่จะเลือกนมอย่างไรดีให้เหมาะสม เรามีคำแนะนำมาฝากกันดังนี้ เลือกนมอย่างไร ให้ดีต่อภูมิคุ้มกันของลูก 1. นมที่มีระบบการสร้างน้ำนมแบบ “อะโพไครน์” (Apocrine) ซึ่งระบบการสร้างน้ำนมแบบ “อะโพไครน์” นั้นจะทำให้มีสารอาหารครบถ้วนจากธรรมชาติในปริมาณสูง คือ ไบโอแอคทีฟ คอมโพเนนท์ (Bioactive Component) ที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง 2. นมที่มีนิวคลีโอไทด์ 5 ชนิด จะช่วยส่งเสริมภูมิคุ้มกันให้ลูกรักแข็งแรง ไม่เจ็บป่วยง่ายและลดปฏิกิริยาของการแพ้ ป้องกันเชื้อแบคทีเรีย และไวรัสในระบบทางเดินอาหาร 3. นมที่มีโพลีเอมีนส์ ที่ช่วยลดปฏิกิริยาของการแพ้ และช่วยให้ระบบทางเดินอาหารให้สมบูรณ์ 4. นมที่มีโกรทแฟคเตอร์ ที่ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโต รวมถึงส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันให้ลูก แข็งแรง เติบโตสมวัย 5. นมที่มีพรีไบโอติก หรือใยอาหาร 2 ชนิด คืออินนูลิน และโอลิโกฟรุคโตสช่วยในการปรับสมดุลของระบบทางเดินอาหาร ช่วยลดอาการท้องผูกป้องกันการติดเชื้อ และช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายลูกได้เป็นอย่างดี 6. นมที่มีโปรตีนที่ย่อยและดูดซึมได้ง่าย และมี CPP หรือ Casein Phosphopeptides เป็นตัวช่วยให้ร่างกายดูดซึมแร่ธาตุสำคัญต่างๆ ได้แก่ แคลเชียม แมกนีเซียม ธาตุเหล็ก และสังกะสีจึงทำให้ลูกมีสุขภาพที่แข็งแรงรวมถึงมีพัฒนาการดีสมวัย 7. นมที่มีสารอาหารสมองครบ เช่น ดีเอชเอ เออาร์เอ : ที่มีความสำคัญต่อระบบประสาทส่วนกลาง ช่วยพัฒนาสมองและการมองเห็น โอเมก้า 3, 6 และ 9 : ที่ช่วยส่งเสริมการทำงานของสมอง โคลีน : ช่วยสร้างสารสื่อสัญญาณประสาท ช่วยพัฒนาการเรียนรู้และความจำ วิตามิน B12 : มีส่วนช่วยในการทำงานของระบบประสาทและสมอง แคลเซียมสูง : มีส่วนช่วยในกระบวนการสร้างกระดูกและฟันที่แข็งแรง ทอรีน : ช่วยพัฒนาการทำงานของจอประสาทตา ช่วงวัยสามขวบปีแรก นมคือสิ่งที่ลูกบริโภคเยอะที่สุด คุณแม่จึงควรเลือกนมที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย มีสารอาหารสมองครบ และช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกได้เป็นอย่างดีค่ะ
อะโพไครน์, โภชนาการดี, นมแพะ ดีจี, พรีไบโอติก, นมแพะ DG
เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับลูกรัก ไม่ป่วยง่าย ด้วยนมแพะ
img-over-post

เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับลูกรัก ไม่ป่วยง่าย ด้วยนมแพะ

เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับลูกรัก ไม่ป่วยง่าย ด้วยนมแพะ หลังจากลูกน้อยหย่านมแม่แล้ว “นมแพะ” ก็เป็นนมเสริมที่คุณแม่ไว้วางใจเลือกเป็นอันดับต้นๆ ให้ลูกดื่มเพราะนมแพะมีคุณค่าทางโภชนาการที่มาจากธรรมชาติสูงและครบถ้วน ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อยแข็งแรง ไม่ป่วยง่ายๆ ทำไมนมแพะจึงช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายได้เป็นอย่างดี นมแพะ มีระบบการสร้างน้ำนมแบบ "อะโพไครน์" แบบเดียวกับคน ซึ่งให้สารอาหารครบถ้วนจากธรรมชาติ คือ ไบโอแอคทีฟคอมโพเนนท์ (Bioactive Components) ได้แก่นิวคลีโอไทด์ ทอรีน โพลีเอมีนส์ และโกรทแฟคเตอร์ ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อยไม่เจ็บป่วยง่าย ลดปฏิกิริยาของการแพ้อาหาร และป้องกันเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส ในระบบทางเดินอาหาร นมแพะมีพรีไบโอติก หรือใยอาหาร 2 ชนิด คือ อินนูลิน และโอลิโกฟรุคโตส ช่วยในการปรับสมดุลของระบบทางเดินอาหาร ช่วยลดอาการท้องผูก ป้องกันการติดเชื้อ และช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายลูกน้อยได้เป็นอย่างดี นมแพะ อุดมไปด้วยโปรตีนจากนมแพะ ซึ่งเป็นโปรตีนที่ย่อยและดูดซึมได้ง่าย ช่วยให้ร่างกายดูดซึมแร่ธาตุสำคัญต่างๆ ได้แก่ แคลเชียม แมกนีเซียม ธาตุเหล็ก สังกะสี อีกทั้งมีสารอาหารสมองสำคัญครบถ้วน เช่น DHA, ARA, OMEGA 3 6 9, โคลีน, ทอรีน มีแคลเซียมสูง และวิตามิน B12 สูงจึงช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้ลูกเติบโตแข็งแรง รวมถึงมีพัฒนาการดีสมวัย นมแพะ ทำให้เกิดอาการแพ้น้อยกว่านมวัว เพราะมีโปรตีนก่อแพ้ น้อยกว่านมวัวถึง 23% โอกาสเกิดการแพ้จึงน้อยกว่า นมแพะ มีความเป็นธรรมชาติสูง เพราะผ่านกระบวนการดัดแปลงน้อยกว่า และมีการให้ความร้อนน้อยครั้งกว่า จึงทำให้นมแพะมีสารอาหารจากธรรมชาติคงอยู่มากกว่า อย่างที่เราทราบกันดีว่านมแม่ คืออาหารที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อย แต่อย่างไรก็ตาม ในคุณแม่บางคนที่อาจจะมีน้ำนมไม่เพียงพอ หรือมีปัญหาไม่สามารถให้นมลูกน้อยได้ การเลือกนมแพะ ที่มีสารอาหารสร้าง ภูมิคุ้มกันให้ลูกแข็งแรง เติบโตสมวัย จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะกับการดูแลลูกน้อยค่ะ DG Smart Tips วิธีชงนมแพะให้ลูกน้อยดื่ม รินน้ำต้มสุกอุ่นตามจำนวนออนซ์ที่ต้องการผสมลงในขวด ตักนมใส่ขวดโดยใช้ช้อนตวงนม ปาดนมให้เรียบ แล้วใส่ตามปริมาณที่ต้องการ (อัตราส่วน นมแพะดีจี 1 ช้อน ต่อ น้ำ 1 ออนซ์) ผสมให้เข้ากันจนผงนมละลายดี ทดสอบความร้อนของนม โดยการหยดนมลงบนหลังมือหรือท้องแขนด้านในก่อนให้ลูกดื่ม ดื่มนมแพะสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อย ในเด็กแรกเกิดที่คุณแม่อาจจะมีปัญหาให้นมลูกไม่ได้ ให้ลูกดื่มนมแพะวันละ 8-10 ครั้ง ทุก 1-2 ชั่วโมง และเด็ก 6 เดือน ถึง 1 ปี ที่หย่านมแม่แล้ว ดื่มนมแพะได้วันละ 5-6 ครั้ง ทุก 2 ชั่วโมง หรือดื่มได้ตามที่ต้องการเลยค่ะ
อะโพไครน์, นมแพะ ดีจี, พรีไบโอติก, พัฒนาการเด็ก, นมแพะ DG
ทำไมนมแพะ จึงเป็นนมเสริมชั้นดี ให้เด็กเติบโตสมวัย
img-over-post

ทำไมนมแพะ จึงเป็นนมเสริมชั้นดี ให้เด็กเติบโตสมวัย

ทำไมนมแพะ จึงเป็นนมเสริมชั้นดี ให้เด็กเติบโตสมวัย คุณแม่หลายคนคงกำลังมองหานมเสริมที่มีสารอาหารครบถ้วน เพื่อพัฒนาการที่ดีสมวัยของลูก แต่คุณแม่เคยสงสัยไหมคะ ว่านมแพะและนมวัว ที่คุณแม่สนใจเลือกให้ลูกดื่มนั้น มีระบบการสร้างน้ำนมแบบไหน มีสารอาหารธรรมชาติอะไรบ้าง เพื่อให้คุณแม่ได้ทราบข้อมูล เราจะพามาไขข้อสงสัยกันค่ะ ระบบการสร้างนมแพะ นมแพะ มีระบบการสร้างน้ำนมแบบ “อะโพไครน์” (Apocrine Secretion) แบบเดียวกับนมแม่ จึงทำให้น้ำนมแพะมีสารอาหารจากธรรมชาติที่มีประโยชน์สูง เรียกกันว่า ไบโอแอคทีฟ คอมโพเนนท์ (Bioactive Components) ไบโอแอคทีฟ คอมโพเนนท์ (Bioactive Components) คือ สารอาหารจากธรรมชาติที่หลุดออกมาพร้อมกับน้ำนม ประกอบด้วย นิวคลีโอไทด์ ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ทอรีน ช่วยให้การทำงานของจอประสาทตาดีขึ้น โพลีเอมีนส์ ส่งเสริมระบบทางเดินอาหารให้สมบูรณ์ โกรทแฟคเตอร์ ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโต ในนมแพะมีสัดส่วนของโปรตีนย่อยง่ายอย่างเบต้าเคซีนในปริมาณสูงกว่านมวัว 2 เท่า ซึ่งร่างกายสามารถดูดซึมนำไปใช้งานได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ในนมแพะยังมีสัดส่วนของแอลฟ่า เอสวันเคซีน ซึ่งย่อยยาก ในปริมาณที่ต่ำกว่ำนมวัวถึง 8 เท่า ทำให้โปรตีนในนมแพะย่อยง่ายกว่านมวัว นอกจากนี้นมแพะมีปริมาณโปรตีนก่อแพ้ หรือเบต้าแลคโตกลอบบูลิน น้อยกว่านมวัวถึง 3 เท่า โอกาสการเกิดการแพ้จึงน้อยกว่าเด็กที่ได้รับนมวัว นมแพะจะมีสารอาหารจากธรรมชาติคงอยู่มากกว่านมวัว เพราะมีขั้นตอนการผลิตที่น้อยกว่า มีสารเติมแต่งน้อยกว่า กระบวนการดัดแปลงน้อยกว่า มีการให้ความร้อนน้อยครั้งกว่านมวัว DG Smart Tips : วิธีชงนมแพะให้ลูกน้อยดื่ม รินน้ำต้มสุกอุ่นตามจำนวนออนซ์ที่ต้องการผสมลงในขวด ตักนมใส่ขวดโดยใช้ช้อนตวงนม ปาดนมให้เรียบ แล้วใส่ตามปริมาณที่ต้องการ (อัตราส่วน นมแพะดีจี 1 ช้อน ต่อ น้ำ 1 ออนซ์) ผสมให้เข้ากันจนผงนมละลายดี ทดสอบความร้อนของนม โดยการหยดนมลงบนหลังมือหรือท้องแขนด้านในก่อนให้ลูกดื่ม ดื่มนมแพะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อย ในเด็กแรกเกิดที่คุณแม่อาจจะมีปัญหาให้นมลูกไม่ได้ ให้ลูกดื่มนมแพะวันละ 8-10 ครั้ง ทุก 1-2 ชั่วโมง และเด็ก 6 เดือน ถึง 1 ปี ที่หย่านมแม่แล้ว ดื่มนมแพะได้วันละ 5-6 ครั้ง ทุก 2 ชั่วโมง หรือดื่มได้ตามที่ต้องการเลยค่ะ
อะโพไครน์, นมแพะ ดีจี, พรีไบโอติก, พัฒนาการเด็ก, นมแพะ DG
ประโยชน์ของนมแพะ สำหรับเด็กวัยกำลังโต
img-over-post

ประโยชน์ของนมแพะ สำหรับเด็กวัยกำลังโต

ประโยชน์ของนมแพะ สำหรับเด็กวัยกำลังโต หากลูกถึงวัยที่หย่านมแม่และให้นมเสริมได้แล้ว หรือคุณแม่มีปัญหาไม่มีน้ำนมจริงๆ ขอบอกว่านมแพะคือทางเลือกสำหรับทารกและเด็กเล็กวัยกำลังโตเลยค่ะ 5 เหตุผล ที่นมแพะเหมาะสำหรับเด็กวัยกำลังโต 1. แพะมีระบบการสร้างน้ำนมแบบเดียวกับนมแม่ เรียกว่าอะโพไครน์ ( Apocrine) ทำให้ได้สารอาหารครบถ้วนจากธรรมชาติ มีประโยชน์สูง เรียกว่า ไบโอแอคทีฟ คอมโพเนนท์ (Bioactive Components) ประกอบด้วย นิวคลีโอไทด์ ทอรีน โพลีเอมีนส์ โกรทแฟคเตอร์ และสารอาหารที่ช่วยพัฒนาระบบประสาท เซลส์สมอง สายตา และการเรียนรู้ของลูก เช่น ดีเอชเอ, เออาร์เอ, โอเมก้า 3 6 9, วิตามินบี 12, ทอรีน, โคลีน, วิตามินเอ จึงช่วยให้ลูกน้อยแข็งแรงเติบโตสมวัย 2. นมแพะมีใยอาหาร 2 ชนิดคือ อินนูลิน และโอลิโกฟรุคโตส ทำให้ระบบขับถ่ายสมดุล ลดปัญหาอาการท้องผูก และช่วยส่งเสริมภูมิคุ้มกัน 3. นมแพะมีโปรตีน ที่ย่อยง่ายและดูดซึมได้ง่าย เพราะมีสัดส่วนของโปรตีนเบต้าเคซีนซึ่งย่อยง่ายในปริมาณสูงกว่านมวัวถึง 2 เท่า ลูกจึงสบายท้อง ห่างไกลจากอาการท้องอืด และนมแพะมีโปรตีน CPP (Casein Phosphopeptides) ซึ่งเป็นตัวช่วยทำให้ร่างกายดูดซึมแร่ธาตุสำคัญต่างๆ ได้แก่ แคลเซียม ธาตุเหล็ก สังกะสี แมกนีเซียม เข้าสู่ร่างกายเพื่อการเจริญเติบโต และเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ 4. นมแพะ ทำให้เกิดอาการแพ้น้อยกว่านมวัว เพราะนมแพะมีปริมาณก่อแพ้น้อยกว่านมวัวถึง 23% โอกาสเกิดการแพ้จึงน้อยกว่า 5. นมแพะมีความเป็นธรรมชาติ และมีสารอาหารที่มีความเป็นธรรมชาติสูง เพราะนมแพะมีสารเติมแต่งน้อยกว่า มีกระบวนการดัดแปลงน้อยกว่านมวัว และมีการให้ความร้อน น้อยครั้งกว่านมวัว ทำให้นมแพะมีสารอาหารจากธรรมชาติคงอยู่มากกว่า รู้ข้อดีของนมแพะแล้วนะคะ หากคุณแม่จะเลือกนมแพะให้ลูกดื่มเพื่อให้ได้สารอาหารธรรมชาติสูง จึงควรเลือกนมแพะที่ผลิตจากบริษัทที่ได้มาตรฐาน เช่น นมแพะที่ผลิตจากประเทศนิวซีแลนด์ แพะได้รับการเลี้ยงดูในฟาร์มที่ได้มาตฐาน มีการควบคุมอาหารที่รับประทาน โดยเป็นอาหารที่ปลูกจากพันธุ์หญ้าที่มีความหลากหลาย ได้แก่ หญ้าสมุนไพร ต้นโคลเวอร์ พืชตระกูลถั่ว ที่จะทำให้น้ำนมแพะไร้กลิ่นและมีความอร่อยค่ะ
อะโพไครน์, นมแพะ ดีจี, ใยอาหาร, พรีไบโอติก, นมแพะ DG
5 ประโยชน์จาก “นมแพะ” ที่ช่วยให้ลูกรักมีภูมิคุ้มกันดี แข็งแรงสมวัย
img-over-post

5 ประโยชน์จาก “นมแพะ” ที่ช่วยให้ลูกรักมีภูมิคุ้มกันดี แข็งแรงสมวัย

5 ประโยชน์จาก “นมแพะ” ที่ช่วยให้ลูกรักมีภูมิคุ้มกันดี แข็งแรงสมวัย เมื่อลูกถึงวัยที่ดื่มนมเสริม คุณแม่ก็ต้องมองหานมเสริมให้ลูก โดยมองหานมที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกรัก และ “นมแพะ” ก็ถือได้ว่าเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมจากคุณแม่เป็นอย่างมาก หากกำลังสงสัยว่านมแพะดีอย่างไร สามารถเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกรักได้จริงหรือไม่ เรามีมาบอกกันค่ะ นมแพะ ครบถ้วนด้วยสารอาหารจากธรรมชาติ แพะมีระบบการสร้างน้ำนมแบบเดียวกับคนที่เรียกว่า“อะโพไครน์”(Apocrine) ทำให้มีสารอาหารครบถ้วนจากธรรมชาติในปริมาณสูง คือ ไบโอแอคทีฟ คอมโพเนนท์(Bioactive Component) ได้แก่ นิวคลีโอไทด์ ทอรีน โพลีเอมีนส์ และโกรทแฟคเตอร์ ซึ่งช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกรักมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงสมวัย สารอาหารในนมแพะ ที่ช่วยการสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกรัก มีดังนี้... 1. นมแพะมีนิวคลีโอไทด์ 5 ชนิด ช่วยส่งเสริมภูมิคุ้มกันให้ลูกรักแข็งแรง ไม่เจ็บป่วยง่ายและลดปฏิกิริยาของการแพ้ป้องกันเชื้อแบคทีเรียและไวรัสในระบบทางเดินอาหาร 2. นมแพะมีโพลีเอมีนส์ ช่วยลดปฏิกิริยาของการแพ้และช่วยให้ระบบทางเดินอาหารให้สมบูรณ์ 3. นมแพะมีโกรทแฟคเตอร์ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโต รวมถึงส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันให้ลูก แข็งแรง เติบโตสมวัย 4. นมแพะมีพรีไบโอติก หรือใยอาหาร 2 ชนิด คืออินนูลิน และโอลิโกฟรุคโตสช่วยในการปรับสมดุลของระบบทางเดินอาหาร ช่วยลดอาการท้องผูกป้องกันการติดเชื้อ และช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายลูกได้เป็นอย่างดี 5. นมแพะมีโปรตีนที่ย่อยและดูดซึมได้ง่าย และมี CPP หรือ Casein Phosphopeptidesเป็นตัวช่วยให้ร่างกายดูดซึมแร่ธาตุสำคัญต่างๆ ได้แก่ แคลเชียม แมกนีเซียม ธาตุเหล็ก และสังกะสีจึงทำให้ลูกมีสุขภาพที่แข็งแรงรวมถึงมีพัฒนาการดีสมวัย อย่างที่เราทราบกันดีว่านมแม่คืออาหารที่ดีที่สุดสำหรับลูกแต่อย่างไรก็ตามในคุณแม่บางท่านที่อาจจะมีน้ำนมไม่เพียงพอ หรือมีปัญหาไม่สามารถให้นมลูกได้ การเลือกนมแพะ ที่มีระบบการสร้างน้ำนมแบบอะโพไครน์แบบเดียวกับคนจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะกับการดูแลลูกให้แข็งแรงเติบโตสมวัยค่ะ
อะโพไครน์, นมแพะ ดีจี, ใยอาหาร, พรีไบโอติก, นมแพะ DG
กว่าจะเป็นนมแพะดีจีแก้วนี้มีที่มาอย่างไร
img-over-post

กว่าจะเป็นนมแพะดีจีแก้วนี้มีที่มาอย่างไร

กว่าจะเป็นนมแพะดีจีแก้วนี้มีที่มาอย่างไร เมื่อคุณแม่เลือกนมแพะให้ลูกดื่มแล้วไม่ใช่นมแพะอะไรก็ได้นะคะ คุณแม่ควรเลือกนมแพะ DG เพราะเป็นนมแพะที่ดีที่สุด มีคุณค่าสารอาหารครบถ้วนจากธรรมชาติ สะอาด ปลอดภัย เพราะใส่ใจในทุกกระบวนการผลิต และเพื่อให้ได้นมแพะ 1 แก้ว ที่สารอาหารครบครัน รสชาติอร่อย มาดูกันเลยค่ะ ว่าต้องใส่ใจกระบวนการผลิตแค่ไหน 1. นมแพะดีจี ผลิตและนำเข้าจากประเทศนิวซีแลนด์ นมแพะดีจีผลิตและนำเข้าจากประเทศนิวซีแลนด์ โดยใช้แพะสายพันธุ์ซาเนนที่มีสุขภาพดี มีความสมบูรณ์และมีการถ่ายทอดพันธุกรรมที่ดี จึงทำให้ได้น้ำนมที่มีสารอาหารจากธรรมชาติในปริมาณสูง 2. นมแพะดีจีได้รับการรับรองคุณภาพจากนิวซีแลนด์ นมแพะดีจีได้รับมาตรฐานผลิตภัณฑ์อาหารขององค์การอนามัยโลก และยังได้รับ “สัญลักษณ์ใบเฟิร์น” ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่ออกโดยรัฐบาลนิวซีแลนด์ เพื่อรองรับว่าผลิตภัณฑ์นี้เป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพอย่างแท้จริง 3. เลี้ยงแพะในฟาร์มด้วยหญ้าที่ปราศจากสารเคมี แพะจะถูกเลี้ยงในทุ่งหญ้ากว้างอย่างอิสระทำให้มีสุขภาพดี สะอาดปราศจากเชื้อโรค และหญ้าที่ให้แพะกินคือ หญ้าอัลฟาฟาต้นโคลเวอร์ พืชตระกูลถั่วที่ไร้สารเคมี จึงทำให้น้ำนมแพะ หอม อร่อย และมีสารอาหารที่ครบถ้วน 4. นมแพะดีจี มีความเป็นธรรมชาติสูง เมื่อรีดนมแพะแล้ว จะนำไปเก็บในถังพักนมระบบปิดอุณหภูมิที่ 1-4 องศาเซลเซียสทันที เพื่อรักษาคุณภาพของนมแพะให้รสชาติดีแบบธรรมชาติ และนมแพะจะมีสารอาหารจากธรรมชาติคงอยู่มากกว่านมวัว เพราะมีขั้นตอนการผลิตที่น้อยกว่า มีสารเติมแต่งน้อยกว่า กระบวนการดัดแปลงน้อยกว่า มีการให้ความร้อนน้อยครั้งกว่าอีกด้วย 5. นมแพะดีจี มีสารอาหารครบถ้วนจากธรรมชาติ แพะมีระบบการสร้างน้ำนมแบบ "อะโพไครน์" แบบเดียวกับคน ซึ่งให้สารอาหารครบถ้วนจากธรรมชาติคือไบโอแอคทีฟคอมโพเนนท์ (Bioactive Components) ได้แก่นิวคลีโอไทด์ ทอรีน โพลีเอมีนส์ และโกรทแฟคเตอร์ นมแพะยังอุดมไปด้วยโปรตีนจากนมแพะ ซึ่งเป็นโปรตีนที่ย่อยและดูดซึมได้ง่ายช่วยให้ร่างกายดูดซึมแร่ธาตุสำคัญต่างๆ ได้แก่ แคลเชียม แมกนีเซียม ธาตุเหล็ก และสังกะสีไปใช้ได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งมีสารอาหารสำคัญครบถ้วน เช่น DHA, ARA, OMEGA 3 6 9, โคลีน, ทอรีน มีแคลเซียมสูง และวิตามิน B12 สูงจึงช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้ลูกเติบโตแข็งแรง มีพัฒนาการสมวัย
นมแพะ ดีจี, ภูมิคุ้มกัน, ใยอาหาร, พัฒนาการเด็ก, นมแพะ DG
Bioactive Components ในนมแพะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อย 
img-over-post

Bioactive Components ในนมแพะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อย 

Bioactive Components ในนมแพะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อย คุณแม่รู้ไหมคะ ว่าเด็กอายุ 1- 3 ขวบ สมองกำลังสร้างเซลล์อย่างรวดเร็วมากกว่าผู้ใหญ่ถึง 2 เท่า ดังนั้นถือเป็นโอกาสทองที่คุณพ่อคุณแม่จะช่วยเสริมสร้างศักยภาพสมองให้ลูกในวัยนี้นะคะ เพื่อให้ร่างกายและสมองของลูกเรียนรู้ได้ดี มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นค่ะ Bioactive Components คืออะไร? Bioactive Components (ไบโอแอคทีฟ คอมโพเนนท์) คือสารอาหารจากธรรมชาติที่มาจากระบบการสร้างน้ำนมที่เรียกว่า อะโพไครน์ (Apocrine) ระบบการสร้างน้ำนมแบบอะโพไครน์นั้นจะทำให้มีเยื้อหุ้มเซลล์น้ำนมหลุดมาพร้อมกับน้ำนม ทำให้น้ำนมมีคุณค่าทางโภชนาการสูงซึ่งประกอบไปด้วยสารอาหารจากธรรมชาติที่มีประโยชน์ต่อลูกรัก 4 ชนิด ได้แก่ นิวคลีโอไทด์ ทอรีน โพลีเอมีนส์ และโกรทแฟคเตอร์ 1. นิวคลีโอไทด์ นิวคลีโอไทด์ เป็นส่วนสำคัญของการสร้าง DNA และ RNA ซึ่งมีความสำคัญต่อระบบภูมิคุ้มกัน การเจริญเติบโต และพัฒนาการของลูกน้อย นิวคลีโอไทด์ เป็นองค์ประกอบที่สำคัญของเซลล์ในร่างกาย มีหน้าที่เผาผลาญสลายอาหารเพื่อให้ได้เป็นพลังงาน 2. ทอรีน ทอรีน มีความสำคัญต่อกระบวนการต่างๆ ภายในร่างกาย หากของลูกน้อยได้รับในปริมาณที่พอเหมาะจะช่วยให้ระบบประสาทและสมอง ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยให้ลูกมองเห็นได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย 3. โพลีเอมีนส์ โพลีเอมีนส์ อีกหนึ่งสารอาหารจากธรรมชาติที่ดีต่อสุขภาพของลูก มีบทบาทสำคัญต่อกระบวนการเจริญเติบโตของเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย ที่สำคัญมีส่วนช่วยส่งเสริมระบบทางเดินอาหาร 4.โกรทแฟคเตอร์ โกรทแฟคเตอร์ ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของลูก ช่วยให้มีการสร้างเม็ดเลือดแดง ทำให้ผิวหนังเจริญเติบโต เสริมสร้างมวลกระดูกให้แข็งแรงขึ้น ที่สำคัญช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายของลูก มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นด้วย Bioactive Components (ไบโอแอคทีฟ คอมโพเนนท์) พบมากในน้ำนมที่มาจากระบบการสร้างน้ำนมแบบอะโพไครน์ (Apocrine) ซึ่งระบบการสร้างน้ำนมแบบอะโพไครน์นั้นนอกจากในคนแล้วก็มีในแพะค่ะ จึงทำให้นมแพะมี Bioactive Components (ไบโอแอคทีฟ คอมโพเนนท์) ในปริมาณสูงเช่นกัน และในนมแพะยังมีโปรตีนที่ย่อยและดูดซึมง่าย ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้อย่างเต็มที่ รวมทั้งยังมีพรีไบโอติก (Prebiotics) หรือใยอาหารที่ไม่ถูกย่อยในทางเดินอาหารส่วนบน ทำให้ผ่านมาที่ลำไส้ใหญ่ จึงช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ที่ดีในลำไส้ใหญ่ จึงช่วยลดปัญหาท้องผูก และช่วยป้องการติดเชื้อได้เป็นอย่างดีค่ะ (Ref. Neveu et al. Reprod Nutr Dev. 2002; 42:163-172.)
นมแพะ ดีจี, ใยอาหาร, พรีไบโอติก, พัฒนาการเด็ก, นมแพะ DG
5 เมนูง่ายๆ ช่วยขับฝุ่นพิษและบำรุงร่างกายลูก
img-over-post

5 เมนูง่ายๆ ช่วยขับฝุ่นพิษและบำรุงร่างกายลูก

5 เมนูง่ายๆ ช่วยขับฝุ่นพิษและบำรุงร่างกายลูก ในทุกๆ วัน เด็กๆ ต้องเผชิญกับฝุ่นละอองจิ๋วมากมายในอากาศ การสูดดมทุกวันคงไม่ดีต่อร่างกายลูกแน่ๆ เรามีหนึ่งวิธีดูแลสุขภาพลูกรักให้แข็งแรงได้ด้วยรสมือแม่มาฝากค่ะ ดูกันเลยดีกว่ามีเมนูอะไรบ้าง ข้าวบดนมสดบร็อคโคลี่ บร็อกโคลี มีสารซันโฟราเฟน(Sulforaphane) ซึ่งออกฤทธิ์ช่วยให้ตับและเซลล์เยื่อบุสลายสารพิษ ขับสารก่อมะเร็ง และสารระคายเคือง คลิกดูสูตร http://bit.ly/2G97puj อะโวคาโดครีมฟรุตสลัด อโวคาโด มีวิตามินอีช่วยขับสารพิษในปอด และลดอัตราการเกิดโรคหอบหืดได้เป็นอย่างดี เป็นอาหารที่มีวิตามินอีสูงมาก ช่วยรับมือกับผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5 ได้เป็นอย่างดี คลิกดูสูตร http://bit.ly/2EigBLR สุกี้โอเมก้า อาหารที่มีโอเมก้า3 จะช่วยลดผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5 ได้ ซึ่งอาหารที่มีโอเมก้า3 ได้แก่ ปลาน้ำจืด อาหารทะเลปลาทะเล ถั่ว นม เป็นต้น คลิกดูสูตร http://bit.ly/2HFs6Lk Red Fruit Salad ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เช่น ส้ม มะม่วงสุก สตอว์เบอร์รี่ บลูเบอรี่ สัปปะรด เพราะวิตามินซีนั้นช่วยต้านอนุมูลอิสระ และเสริมสร้างภูมิต้านทานในร่างกายได้เป็นอย่างดี คลิกดูสูตร http://bit.ly/2rYsIWQ ซุปแครอตและส้ม แครอต มีเบต้าแคโรทีนสูงมาก เมื่อร่างกายรับเข้าไปจะเปลี่ยนจาก เบต้าแคโรทีน เป็นวิตามินเอ สร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย และช่วยให้การทำงานของปอดดีขึ้น คลิกดูสูตร http://bit.ly/2rY730O ทำไม่ยากใช่ไหมคะ อยากให้ลูกแข็งแรงสุขภาพดีสู้ฝุ่นรีบไปตลาดซื้อวัตถุดิบมาปรุงอาหารให้ลูกกันค่ะ
สุขภาพลูก, นมแพะ ดีจี, ภูมิคุ้มกัน, นมแพะ DG
เมื่อแม่ท้องติดกาแฟ ต้องปรับตัวและดื่มอะไรดีเพื่อสุขภาพครรภ์ที่ดี
img-over-post

เมื่อแม่ท้องติดกาแฟ ต้องปรับตัวและดื่มอะไรดีเพื่อสุขภาพครรภ์ที่ดี

เมื่อแม่ท้องติดกาแฟ ต้องปรับตัวและดื่มอะไรดีเพื่อสุขภาพครรภ์ที่ดี คุณแม่ตั้งครรภ์รู้ใช่ไหมเอ่ยว่า การดื่มกาแฟระหว่างตั้งครรภ์อาจส่งผลต่อพัฒนาการของลูกในท้อง ในช่วงตั้งครรภ์คุณหมอจึงแนะนำให้งดการดื่มกาแฟ หรือแม้แต่ชาต่างไปก่อน และอาจจะต้องงดยาวไปจนถึงช่วงให้นมลูกเลย เพราะกาเฟอีนในกาแฟจะส่งผลต่อพัฒนาการของทารกนั่นเองค่ะ แม่ตั้งครรภ์อาจจะจำกัดปริมาณคาเฟอีนในเครื่องดื่มอยู่ที่ไม่เกิน 200 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งถ้าคุณแม่อยากกินก็สามารถกินได้เล็กน้อยไม่ควรกินเป็นประจำทุกวัน แต่เพื่อความสบายใจของคุณแม่และพัฒนาการลูกในท้อง คุณแม่หลายคนอาจจะงดเว้นเครื่องดื่มคาเฟอีน หรือกาแฟไปในช่วงตั้งครรภ์และให้นมลูกก็ได้ค่ะ แล้วถ้าเป็นคนติดกาแฟมากล่ะ ตอนท้องจะดื่มอะไรดีเพื่อให้ลดความอยากดื่มกาแฟ แต่ยังได้ความสดชื่น กระฉับกระเฉงจากเครื่องดื่มนั้นแทนการดื่มกาแฟ เรามีคำแนะนำค่ะ แม่ท้องติดกาแฟ เลือกเครื่องดื่มอย่างไรดีช่วงตั้งครรภ์ 1. น้ำเปล่าของดีดื่มให้เพียงพอ สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์น้ำเปล่าเป็นน้ำดื่มที่มีประโยชน์ที่สุดค่ะ ควรดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ เพื่อร่างกายได้รับความชุ่มชื้น และสดชื่นค่ะ Tips: ควรมีขวดน้ำติดตัวไว้เสมอ หรือวางไว้ในที่มองเห็นได้ตลอด เพื่อคุณแม่จะได้จิบน้ำได้ตลอดทั้งวัน 2. ดื่มน้ำผลไม้ 100% ไม่มีน้ำตาล แม่ตั้งครรภ์หลายคนเลือกดื่มน้ำผลไม้ แต่น้ำผลไม้ถ้าเป็นผลไม้คั้นสดๆ จะดีที่สุดค่ะ เพราะได้รับสารอาหารจากผลไม้โดยตรง แต่ควรคั้นสดใหม่ สะอาด และไม่ต้องเติมน้ำตาลนะคะ Tips: น้ำผลไม้ควรคั่นจากผลไม้ที่สดและสะอาด หรือคุณแม่อาจจะเลือกซื้อผลไม้มาคั่นเองเพื่อความปลอดภัย และเลือกผลไม้ที่มีน้ำตาลน้อย ไม่ใส่น้ำตาล เพื่อป้องกันภาวะเบาหวานระหว่างตั้งครรภ์ 3. เลือกดื่มนมที่มีสารอาหารจากธรรมชาติ เช่น นมแพะ ที่มี Omega 3 6 9 DHA ARA และแคลเซียมสูงที่นอกจากไม่มีคาเฟอีนแล้วยังช่วยเสริมแคลเซียม และให้สารอาหาร บำรุงสมอง ระบบประสาท และเสริมสร้างพัฒนาการการเจริญเติบโตกับลูกในครรภ์ด้วย Tips: คุณแม่ควรเลือกนมที่ย่อยง่าย เพราะในช่วงตั้งครรภ์มักเกิดอาการท้องผูกบ่อย นมที่ย่อยง่ายจะช่วยลดปัญหาท้องผูก และช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วนค่ะ อาหารและเครื่องดื่มทุกชนิดในช่วงตั้งครรภ์ จำเป็นต้องคำนึงถึงสุขภาพครรภ์ที่ดีของทั้งแม่และทารกในครรภ์นะคะ ดังนั้นในช่วงตั้งครรภ์คุณแม่จึงควรเลือกอาหารที่มีประโยชน์ งดและเลี่ยงอาหารเดิมๆ ที่อาจส่งผลเสียต่อทารกในครรภ์ รวมถึงพักผ่อนอย่างเพียงพอ เพื่อสุขภาพครรภ์ที่ดีไปจนถึงวันคลอดค่ะ
อาหารคนท้อง, พัฒนาการทารกในครรภ์, นมแพะ ดีจี, นมแม่, นมแพะ DG
น้ำหนักตัวเมื่อตั้งครรภ์ แค่ไหนถึงพอดี
img-over-post

น้ำหนักตัวเมื่อตั้งครรภ์ แค่ไหนถึงพอดี

น้ำหนักตัวเมื่อตั้งครรภ์ แค่ไหนถึงพอดี คุณแม่หลายคนสงสัยว่าน้ำหนักตัวเท่าไหร่ถึงจะพอดีกับช่วงตั้งครรภ์ ก่อนอื่นเลย ว่าที่คุณแม่ทั้งหลายต้องรู้ก่อนว่า ตัวเองมีน้ำหนักมากน้อยกว่ามาตรฐานหรือไม่ โดยเฉลี่ยแล้วระหว่างตั้งครรภ์แม่ท้องควรมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น 10-15 กิโลกรัม ซึ่งคุณแม่จะสังเกตได้จากน้ำหนักตัวที่แปรผันดังนี้ ไตรมาสที่ 1 น้ำหนักจะยังไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก บางคนอาจน้ำหนักตัวลดลงเนื่องจากมีอาการแพ้ท้อง ดังนั้นหากน้ำหนักจะเพิ่มขึ้นก็มักไม่เกิน 2 กิโลกรัม ไตรมาสที่ 2 ร่างกายคุณแม่เริ่มมีการเปลี่ยนแปลง น้ำหนักค่อยๆ เพิ่มขึ้น เดือนละ 1-1.5 ไตรมาสที่ 3 ช่วงนี้ลูกจะเจริญเติบโตเร็วมาก รูปร่างคุณแม่ก็จะเปลี่ยนแปลงไปมากเช่นกัน โดยน้ำหนักตัวจะเพิ่มขึ้นสัปดาห์ละครึ่งกิโลกรัม หรือประมาณเดือนละ 2-2.5 กิโลกรัม แม่ท้องหนักเท่าไหร่ถึงพอดี คุณแม่แต่ละคนมีรูปร่างที่แตกต่างกัน ดังนั้นการคำนวณหาค่า BMI (Body Mass Index) จะช่วยให้คุณแม่ควบคุมน้ำหนักตัวเองไม่ให้มากเกินไปและน้อยเกินไป ดังสูตรตามนี้ น้ำหนัก(กิโลกรัม) ส่วนสูง(เมตร) ถ้าผล BMI ต่ำกว่า 19 ถือว่าน้ำหนักน้อยมาก ควรทำน้ำหนักตัวเพิ่มประมาณ 12-18 กิโลกรัม 19-25 ถือว่าปกติ ควรทำน้ำหนักตัวเพิ่มประมาณ 11-16 กิโลกรัม 25 ขึ้นไปถือว่าน้ำหนักเกิน ควรทำน้ำหนักตัวเพิ่มประมาณ 7-11 กิโลกรัม มากกว่า 30 ถือว่าอ้วนแล้ว ทั้งนี้เมื่อคำนวณได้ค่า BMI ตั้งแต่ 27 ขึ้นไปแม่ท้องจะต้องเพิ่มความระมัดระวังในการกินมากขึ้น เพราะนอกจากจะเสี่ยงน้ำหนักตัวเกินแล้วอาจทำให้คลอดยากด้วย ถ้าผล BMI ต่ำกว่า 19 ถือว่าน้ำหนักน้อยมาก ควรทำน้ำหนักตัวเพิ่มประมาณ 12-18 กิโลกรัม 19-25 ถือว่าปกติ ควรทำน้ำหนักตัวเพิ่มประมาณ 11-16 กิโลกรัม 25 ขึ้นไปถือว่าน้ำหนักเกิน ควรทำน้ำหนักตัวเพิ่มประมาณ 7-11 กิโลกรัม มากกว่า 30 ถือว่าอ้วนแล้ว ทั้งนี้เมื่อคำนวณได้ค่า BMI ตั้งแต่ 27 ขึ้นไปแม่ท้องจะต้องเพิ่มความระมัดระวังในการกินมากขึ้น เพราะนอกจากจะเสี่ยงน้ำหนักตัวเกินแล้วอาจทำให้คลอดยากด้วย กินอย่างไรให้น้ำหนักอยู่ในเกณฑ์พอดี คุณแม่ท้องที่หิวบ่อย ควรแบ่งอาหารมื้อใหญ่เป็นมื้อเล็กๆ ประมาณ 4-6 มื้อต่อวัน และควรเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ เลือกธัญพืชเป็นของว่าง โดยเฉพาะ ถั่ว เมล็ดทานตะวัน ข้าวโอ๊ต อาหารเหล่านี้อุดมไปด้วยวิตามินและไฟเบอร์ พักผ่อนให้เพียงพอ เพราะการนอนดึกอาจทำให้คุณแม่อ่อนเพลียและไม่อยากรับประทานอาหาร ทำให้ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอและน้ำหนักตัวไม่ขึ้น ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดและหัวใจสูบฉีด เพิ่มอัตราการเผาผลาญมากขึ้น ดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว น้ำมีผลต่อการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย ถ้าร่างกายขาดน้ำระบบเมตาบอลิซึมก็จะทำงานน้อยลงเช่นกัน ทำใจให้หายหิว หากคุณแม่รู้สึกหิวขึ้นมา ทั้งๆ ที่รับประทานอาหารครบทุกมื้อแล้ว อาจหากิจกรรมผ่อนคลาย เช่น ฟังเพลง อ่านหนังสือ เป็นต้น แต่ถ้าทำแล้วยังหิวอยู่ ขอให้เลือกกินผลไม้หรือดื่มน้ำผลไม้แทนการรับประทานอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตค่ะ
อาหารคนท้อง, คนท้องต้องกินอะไร, นมแพะ ดีจี, นมแม่, นมแพะ DG
3 ช่วงภาวะโภชนาการ ที่แม่ตั้งครรภ์และแม่ลูกเล็กต้องจำและทำให้ได้ เพื่อสุขภาพที่ดีของลูก
img-over-post

3 ช่วงภาวะโภชนาการ ที่แม่ตั้งครรภ์และแม่ลูกเล็กต้องจำและทำให้ได้ เพื่อสุขภาพที่ดีของลูก

3 ช่วงภาวะโภชนาการ ที่แม่ตั้งครรภ์และแม่ลูกเล็กต้องจำและทำให้ได้ เพื่อสุขภาพที่ดีของลูก ช่วงตั้งครรภ์เป็นช่วงเวลาสำคัญที่คุณแม่จะต้องดูแลตัวเองและลูกในท้อง โดยเฉพาะเรื่องโภชนาการ ลูกจะมีการเจริญเติบโตและพัฒนาการที่ดีก็มาจากการกินอาหารที่มีประโยชน์ของคุณแม่ ดังนั้นเพื่อสุขภาพที่ดีของทั้งแม่และลูกการดูแลโภชนาการจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลย การดูแลโภชนาการตอนตั้งครรภ์ แม้ว่าร่างกายของคุณแม่จะต้องการแคลอรีเพิ่มขึ้นแค่ 300 กิโลแคลอรีต่อวันในไตรมาสที่สองและที่สามเท่านั้น จาก 2,000 กิโลแคลอรีเป็น 2,300 กิโลแคลอรี แต่สารอาหารที่คุณแม่ได้รับต้องเป็นสารอาหารที่มีประโยชน์ มีโภชนาการครบถ้วน โดยสารอาหารสำคัญที่มีผลกับการเจริญเติบโตและพัฒนาการของสมองทารก คือ โปรตีน โฟเลต ธาตุเหล็ก ไอโอดีน และแคลเซียม การดูแลโภชนาการในช่วงแพ้ท้อง ในช่วงที่มีอาการแพ้ท้อง จะทำให้คุณแม่กินอาหารไม่ได้หรือกินได้น้อยลง และอาจส่งผลให้ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ ฉะนั้นต้องดูแลเรื่องการรับประทานของตัวเองดังนี้ แบ่งมื้ออาหารเป็นมื้อย่อยๆ แบ่งรับประทานครั้งละน้อยๆ ตลอดทั้งวัน หลีกเลี่ยงอาหารที่มีกลิ่นฉุนและกลิ่นแรงที่ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง อาหารรสจัด อาหารทอด อาหารแปรรูป อาหารสำเร็จรูปและอาหารที่เก็บได้นาน หากหิวระหว่างมื้อ สามารถรับประทานผักและผลไม้ได้เรื่อยๆ หรือหากต้องการให้อยู่ท้องเพิ่มเป็นไข่ต้มหรือไข่ตุ๋นก็ได้เช่นกัน การดูแลโภชนาการลูกหลังคลอดด้วยนมแม่ นมแม่คือสุดยอดอาหารสำหรับลูกทุกคนค่ะ ทันทีที่คลอดลุกแล้ว คุณแม่ควรเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ตั้งแค่วันแรกไปอย่างน้อย 6 เดือน หรือให้นมแม่ต่อเนื่องยาวนานได้ถึง 2 ปี เพราะในนมแม่มีสารอาหารสำคัญ รวมถึงภูมิคุ้มกันร่างกายที่จะช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของลูกแข็งแรง ไม่เจ็บป่วยค่ะ
อาหารบำรุงครรภ์, โภชนาการดี, นมแพะ ดีจี, นมแม่, นมแพะ DG
หมดปัญหาแม่ท้องนอนไม่หลับ ด้วย 7 เคล็ดลับหลับสบาย
img-over-post

หมดปัญหาแม่ท้องนอนไม่หลับ ด้วย 7 เคล็ดลับหลับสบาย

หมดปัญหาแม่ท้องนอนไม่หลับ ด้วย 7 เคล็ดลับหลับสบาย ร่างกายคุณแม่ตั้งครรภ์มีการเปลี่ยนแปลง น้ำหนักตัวเพิ่ม หน้าท้องขยายใหญ่ขึ้น จนทำให้ปวดหลัง และเกิดความกังวลสารพัด ความเครียดเหล่านี้ส่งผลให้คุณแม่ตั้งครรภ์มักจะนอนไม่หลับ เราจึงมีเคล็ดลับดีๆ ที่จะช่วยให้คุณแม่หลับสบาย แถมยังส่งผลให้ลูกในครรภ์มีพัฒนาการทั้งด้านร่างกายและสมองที่ดีอีกด้วย เคล็ดลับ หลับสบาย ควรนอนตะแคงซ้าย และงอเข่าเล็กน้อย ซึ่งการนอนตะแคงซ้ายจะช่วยให้มดลูกไม่ไปเบียดทับตับ และช่วยลดน้ำหนักไม่ให้ไปกดทับแผ่นหลัง ลดอาการปวดหลัง นอนหลับได้สบาย ใช้หมอนรองครรภ์ เพื่อรองรับน้ำหนักของท้อง และยังช่วยพยุงด้านหลังของแม่ท้อง ช่วยลดอาการปวดหลัง หลับสบาย และเมื่อรู้สึกปวดขาให้เอาขาทั้งสองข้างวางบนหมอน ช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น ลดอาการปวดขา งดดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนทุกชนิด เพราะจะส่งผลให้นอนไม่หลับ และมีผลต่อทารกในครรภ์ด้วย ยืดขา นวดเบาๆ เมื่อรู้สึกปวดที่น่อง หรือเป็นตะคริว อาจให้สามีช่วยนวด แล้วค่อยๆ ลุกเดินเพื่อยืดขา จะช่วยให้เลือดไหลเวียนบรรเทาอาการให้ดีขึ้น โยคะ สำหรับแม่ท้องจะช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานดี กล้ามเนื้อผ่อนคลาย ลดอาการปวดหลัง ฟังเพลงเบาๆ ก่อนนอน เพราะคลื่นเสียงที่มีจังหวะช้าๆ ฟังสบายๆ จะช่วยให้จิตใจและร่างกายผ่อนคลาย เพิ่มกลิ่นหอมในห้องนอน เช่น เทียนหอม น้ำมันหอมระเหยสกัดจากธรรมชาติ เป็นต้น เลือกกลิ่นที่ชอบ ไม่มีกลิ่นฉุนจนเกินไป เป็นการสร้างบรรยากาศในห้องนอนให้น่านอนและหลับสบายมากขึ้น
อาหารบำรุงครรภ์, อาการตอนตั้งครรภ์, นมแพะ ดีจี, นมแม่, นมแพะ DG