curl-top
curb_bottom

เคล็ดลับคุณแม่
รวมทุกเคล็ดลับที่คุณแม่อยากรู้
เกี่ยวกับลูกน้อย

icon-secrets

บทความยอดนิยม

เมื่อแม่ท้องติดกาแฟ ต้องปรับตัวและดื่มอะไรดีเพื่อสุขภาพครรภ์ที่ดี
img-over-post

เมื่อแม่ท้องติดกาแฟ ต้องปรับตัวและดื่มอะไรดีเพื่อสุขภาพครรภ์ที่ดี

เมื่อแม่ท้องติดกาแฟ ต้องปรับตัวและดื่มอะไรดีเพื่อสุขภาพครรภ์ที่ดี คุณแม่ตั้งครรภ์รู้ใช่ไหมเอ่ยว่า การดื่มกาแฟระหว่างตั้งครรภ์อาจส่งผลต่อพัฒนาการของลูกในท้อง ในช่วงตั้งครรภ์คุณหมอจึงแนะนำให้งดการดื่มกาแฟ หรือแม้แต่ชาต่างไปก่อน และอาจจะต้องงดยาวไปจนถึงช่วงให้นมลูกเลย เพราะกาเฟอีนในกาแฟจะส่งผลต่อพัฒนาการของทารกนั่นเองค่ะ แม่ตั้งครรภ์อาจจะจำกัดปริมาณคาเฟอีนในเครื่องดื่มอยู่ที่ไม่เกิน 200 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งถ้าคุณแม่อยากกินก็สามารถกินได้เล็กน้อยไม่ควรกินเป็นประจำทุกวัน แต่เพื่อความสบายใจของคุณแม่และพัฒนาการลูกในท้อง คุณแม่หลายคนอาจจะงดเว้นเครื่องดื่มคาเฟอีน หรือกาแฟไปในช่วงตั้งครรภ์และให้นมลูกก็ได้ค่ะ แล้วถ้าเป็นคนติดกาแฟมากล่ะ ตอนท้องจะดื่มอะไรดีเพื่อให้ลดความอยากดื่มกาแฟ แต่ยังได้ความสดชื่น กระฉับกระเฉงจากเครื่องดื่มนั้นแทนการดื่มกาแฟ เรามีคำแนะนำค่ะ แม่ท้องติดกาแฟ เลือกเครื่องดื่มอย่างไรดีช่วงตั้งครรภ์ 1. น้ำเปล่าของดีดื่มให้เพียงพอ สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์น้ำเปล่าเป็นน้ำดื่มที่มีประโยชน์ที่สุดค่ะ ควรดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ เพื่อร่างกายได้รับความชุ่มชื้น และสดชื่นค่ะ Tips: ควรมีขวดน้ำติดตัวไว้เสมอ หรือวางไว้ในที่มองเห็นได้ตลอด เพื่อคุณแม่จะได้จิบน้ำได้ตลอดทั้งวัน 2. ดื่มน้ำผลไม้ 100% ไม่มีน้ำตาล แม่ตั้งครรภ์หลายคนเลือกดื่มน้ำผลไม้ แต่น้ำผลไม้ถ้าเป็นผลไม้คั้นสดๆ จะดีที่สุดค่ะ เพราะได้รับสารอาหารจากผลไม้โดยตรง แต่ควรคั้นสดใหม่ สะอาด และไม่ต้องเติมน้ำตาลนะคะ Tips: น้ำผลไม้ควรคั่นจากผลไม้ที่สดและสะอาด หรือคุณแม่อาจจะเลือกซื้อผลไม้มาคั่นเองเพื่อความปลอดภัย และเลือกผลไม้ที่มีน้ำตาลน้อย ไม่ใส่น้ำตาล เพื่อป้องกันภาวะเบาหวานระหว่างตั้งครรภ์ 3. เลือกดื่มนมที่มีสารอาหารจากธรรมชาติ เช่น นมแพะ ที่มี Omega 3 6 9 DHA ARA และแคลเซียมสูงที่นอกจากไม่มีคาเฟอีนแล้วยังช่วยเสริมแคลเซียม และให้สารอาหาร บำรุงสมอง ระบบประสาท และเสริมสร้างพัฒนาการการเจริญเติบโตกับลูกในครรภ์ด้วย Tips: คุณแม่ควรเลือกนมที่ย่อยง่าย เพราะในช่วงตั้งครรภ์มักเกิดอาการท้องผูกบ่อย นมที่ย่อยง่ายจะช่วยลดปัญหาท้องผูก และช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วนค่ะ อาหารและเครื่องดื่มทุกชนิดในช่วงตั้งครรภ์ จำเป็นต้องคำนึงถึงสุขภาพครรภ์ที่ดีของทั้งแม่และทารกในครรภ์นะคะ ดังนั้นในช่วงตั้งครรภ์คุณแม่จึงควรเลือกอาหารที่มีประโยชน์ งดและเลี่ยงอาหารเดิมๆ ที่อาจส่งผลเสียต่อทารกในครรภ์ รวมถึงพักผ่อนอย่างเพียงพอ เพื่อสุขภาพครรภ์ที่ดีไปจนถึงวันคลอดค่ะ
อาหารคนท้อง, พัฒนาการทารกในครรภ์, นมแพะ ดีจี, นมแม่, นมแพะ DG
น้ำหนักตัวเมื่อตั้งครรภ์ แค่ไหนถึงพอดี
img-over-post

น้ำหนักตัวเมื่อตั้งครรภ์ แค่ไหนถึงพอดี

น้ำหนักตัวเมื่อตั้งครรภ์ แค่ไหนถึงพอดี คุณแม่หลายคนสงสัยว่าน้ำหนักตัวเท่าไหร่ถึงจะพอดีกับช่วงตั้งครรภ์ ก่อนอื่นเลย ว่าที่คุณแม่ทั้งหลายต้องรู้ก่อนว่า ตัวเองมีน้ำหนักมากน้อยกว่ามาตรฐานหรือไม่ โดยเฉลี่ยแล้วระหว่างตั้งครรภ์แม่ท้องควรมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น 10-15 กิโลกรัม ซึ่งคุณแม่จะสังเกตได้จากน้ำหนักตัวที่แปรผันดังนี้ ไตรมาสที่ 1 น้ำหนักจะยังไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก บางคนอาจน้ำหนักตัวลดลงเนื่องจากมีอาการแพ้ท้อง ดังนั้นหากน้ำหนักจะเพิ่มขึ้นก็มักไม่เกิน 2 กิโลกรัม ไตรมาสที่ 2 ร่างกายคุณแม่เริ่มมีการเปลี่ยนแปลง น้ำหนักค่อยๆ เพิ่มขึ้น เดือนละ 1-1.5 ไตรมาสที่ 3 ช่วงนี้ลูกจะเจริญเติบโตเร็วมาก รูปร่างคุณแม่ก็จะเปลี่ยนแปลงไปมากเช่นกัน โดยน้ำหนักตัวจะเพิ่มขึ้นสัปดาห์ละครึ่งกิโลกรัม หรือประมาณเดือนละ 2-2.5 กิโลกรัม แม่ท้องหนักเท่าไหร่ถึงพอดี คุณแม่แต่ละคนมีรูปร่างที่แตกต่างกัน ดังนั้นการคำนวณหาค่า BMI (Body Mass Index) จะช่วยให้คุณแม่ควบคุมน้ำหนักตัวเองไม่ให้มากเกินไปและน้อยเกินไป ดังสูตรตามนี้ น้ำหนัก(กิโลกรัม) ส่วนสูง(เมตร) ถ้าผล BMI ต่ำกว่า 19 ถือว่าน้ำหนักน้อยมาก ควรทำน้ำหนักตัวเพิ่มประมาณ 12-18 กิโลกรัม 19-25 ถือว่าปกติ ควรทำน้ำหนักตัวเพิ่มประมาณ 11-16 กิโลกรัม 25 ขึ้นไปถือว่าน้ำหนักเกิน ควรทำน้ำหนักตัวเพิ่มประมาณ 7-11 กิโลกรัม มากกว่า 30 ถือว่าอ้วนแล้ว ทั้งนี้เมื่อคำนวณได้ค่า BMI ตั้งแต่ 27 ขึ้นไปแม่ท้องจะต้องเพิ่มความระมัดระวังในการกินมากขึ้น เพราะนอกจากจะเสี่ยงน้ำหนักตัวเกินแล้วอาจทำให้คลอดยากด้วย ถ้าผล BMI ต่ำกว่า 19 ถือว่าน้ำหนักน้อยมาก ควรทำน้ำหนักตัวเพิ่มประมาณ 12-18 กิโลกรัม 19-25 ถือว่าปกติ ควรทำน้ำหนักตัวเพิ่มประมาณ 11-16 กิโลกรัม 25 ขึ้นไปถือว่าน้ำหนักเกิน ควรทำน้ำหนักตัวเพิ่มประมาณ 7-11 กิโลกรัม มากกว่า 30 ถือว่าอ้วนแล้ว ทั้งนี้เมื่อคำนวณได้ค่า BMI ตั้งแต่ 27 ขึ้นไปแม่ท้องจะต้องเพิ่มความระมัดระวังในการกินมากขึ้น เพราะนอกจากจะเสี่ยงน้ำหนักตัวเกินแล้วอาจทำให้คลอดยากด้วย กินอย่างไรให้น้ำหนักอยู่ในเกณฑ์พอดี คุณแม่ท้องที่หิวบ่อย ควรแบ่งอาหารมื้อใหญ่เป็นมื้อเล็กๆ ประมาณ 4-6 มื้อต่อวัน และควรเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ เลือกธัญพืชเป็นของว่าง โดยเฉพาะ ถั่ว เมล็ดทานตะวัน ข้าวโอ๊ต อาหารเหล่านี้อุดมไปด้วยวิตามินและไฟเบอร์ พักผ่อนให้เพียงพอ เพราะการนอนดึกอาจทำให้คุณแม่อ่อนเพลียและไม่อยากรับประทานอาหาร ทำให้ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอและน้ำหนักตัวไม่ขึ้น ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดและหัวใจสูบฉีด เพิ่มอัตราการเผาผลาญมากขึ้น ดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว น้ำมีผลต่อการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย ถ้าร่างกายขาดน้ำระบบเมตาบอลิซึมก็จะทำงานน้อยลงเช่นกัน ทำใจให้หายหิว หากคุณแม่รู้สึกหิวขึ้นมา ทั้งๆ ที่รับประทานอาหารครบทุกมื้อแล้ว อาจหากิจกรรมผ่อนคลาย เช่น ฟังเพลง อ่านหนังสือ เป็นต้น แต่ถ้าทำแล้วยังหิวอยู่ ขอให้เลือกกินผลไม้หรือดื่มน้ำผลไม้แทนการรับประทานอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตค่ะ
อาหารคนท้อง, คนท้องต้องกินอะไร, นมแพะ ดีจี, นมแม่, นมแพะ DG
3 ช่วงภาวะโภชนาการ ที่แม่ตั้งครรภ์และแม่ลูกเล็กต้องจำและทำให้ได้ เพื่อสุขภาพที่ดีของลูก
img-over-post

3 ช่วงภาวะโภชนาการ ที่แม่ตั้งครรภ์และแม่ลูกเล็กต้องจำและทำให้ได้ เพื่อสุขภาพที่ดีของลูก

3 ช่วงภาวะโภชนาการ ที่แม่ตั้งครรภ์และแม่ลูกเล็กต้องจำและทำให้ได้ เพื่อสุขภาพที่ดีของลูก ช่วงตั้งครรภ์เป็นช่วงเวลาสำคัญที่คุณแม่จะต้องดูแลตัวเองและลูกในท้อง โดยเฉพาะเรื่องโภชนาการ ลูกจะมีการเจริญเติบโตและพัฒนาการที่ดีก็มาจากการกินอาหารที่มีประโยชน์ของคุณแม่ ดังนั้นเพื่อสุขภาพที่ดีของทั้งแม่และลูกการดูแลโภชนาการจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลย การดูแลโภชนาการตอนตั้งครรภ์ แม้ว่าร่างกายของคุณแม่จะต้องการแคลอรีเพิ่มขึ้นแค่ 300 กิโลแคลอรีต่อวันในไตรมาสที่สองและที่สามเท่านั้น จาก 2,000 กิโลแคลอรีเป็น 2,300 กิโลแคลอรี แต่สารอาหารที่คุณแม่ได้รับต้องเป็นสารอาหารที่มีประโยชน์ มีโภชนาการครบถ้วน โดยสารอาหารสำคัญที่มีผลกับการเจริญเติบโตและพัฒนาการของสมองทารก คือ โปรตีน โฟเลต ธาตุเหล็ก ไอโอดีน และแคลเซียม การดูแลโภชนาการในช่วงแพ้ท้อง ในช่วงที่มีอาการแพ้ท้อง จะทำให้คุณแม่กินอาหารไม่ได้หรือกินได้น้อยลง และอาจส่งผลให้ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ ฉะนั้นต้องดูแลเรื่องการรับประทานของตัวเองดังนี้ แบ่งมื้ออาหารเป็นมื้อย่อยๆ แบ่งรับประทานครั้งละน้อยๆ ตลอดทั้งวัน หลีกเลี่ยงอาหารที่มีกลิ่นฉุนและกลิ่นแรงที่ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง อาหารรสจัด อาหารทอด อาหารแปรรูป อาหารสำเร็จรูปและอาหารที่เก็บได้นาน หากหิวระหว่างมื้อ สามารถรับประทานผักและผลไม้ได้เรื่อยๆ หรือหากต้องการให้อยู่ท้องเพิ่มเป็นไข่ต้มหรือไข่ตุ๋นก็ได้เช่นกัน การดูแลโภชนาการลูกหลังคลอดด้วยนมแม่ นมแม่คือสุดยอดอาหารสำหรับลูกทุกคนค่ะ ทันทีที่คลอดลุกแล้ว คุณแม่ควรเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ตั้งแค่วันแรกไปอย่างน้อย 6 เดือน หรือให้นมแม่ต่อเนื่องยาวนานได้ถึง 2 ปี เพราะในนมแม่มีสารอาหารสำคัญ รวมถึงภูมิคุ้มกันร่างกายที่จะช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของลูกแข็งแรง ไม่เจ็บป่วยค่ะ
อาหารบำรุงครรภ์, โภชนาการดี, นมแพะ ดีจี, นมแม่, นมแพะ DG
หมดปัญหาแม่ท้องนอนไม่หลับ ด้วย 7 เคล็ดลับหลับสบาย
img-over-post

หมดปัญหาแม่ท้องนอนไม่หลับ ด้วย 7 เคล็ดลับหลับสบาย

หมดปัญหาแม่ท้องนอนไม่หลับ ด้วย 7 เคล็ดลับหลับสบาย ร่างกายคุณแม่ตั้งครรภ์มีการเปลี่ยนแปลง น้ำหนักตัวเพิ่ม หน้าท้องขยายใหญ่ขึ้น จนทำให้ปวดหลัง และเกิดความกังวลสารพัด ความเครียดเหล่านี้ส่งผลให้คุณแม่ตั้งครรภ์มักจะนอนไม่หลับ เราจึงมีเคล็ดลับดีๆ ที่จะช่วยให้คุณแม่หลับสบาย แถมยังส่งผลให้ลูกในครรภ์มีพัฒนาการทั้งด้านร่างกายและสมองที่ดีอีกด้วย เคล็ดลับ หลับสบาย ควรนอนตะแคงซ้าย และงอเข่าเล็กน้อย ซึ่งการนอนตะแคงซ้ายจะช่วยให้มดลูกไม่ไปเบียดทับตับ และช่วยลดน้ำหนักไม่ให้ไปกดทับแผ่นหลัง ลดอาการปวดหลัง นอนหลับได้สบาย ใช้หมอนรองครรภ์ เพื่อรองรับน้ำหนักของท้อง และยังช่วยพยุงด้านหลังของแม่ท้อง ช่วยลดอาการปวดหลัง หลับสบาย และเมื่อรู้สึกปวดขาให้เอาขาทั้งสองข้างวางบนหมอน ช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น ลดอาการปวดขา งดดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนทุกชนิด เพราะจะส่งผลให้นอนไม่หลับ และมีผลต่อทารกในครรภ์ด้วย ยืดขา นวดเบาๆ เมื่อรู้สึกปวดที่น่อง หรือเป็นตะคริว อาจให้สามีช่วยนวด แล้วค่อยๆ ลุกเดินเพื่อยืดขา จะช่วยให้เลือดไหลเวียนบรรเทาอาการให้ดีขึ้น โยคะ สำหรับแม่ท้องจะช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานดี กล้ามเนื้อผ่อนคลาย ลดอาการปวดหลัง ฟังเพลงเบาๆ ก่อนนอน เพราะคลื่นเสียงที่มีจังหวะช้าๆ ฟังสบายๆ จะช่วยให้จิตใจและร่างกายผ่อนคลาย เพิ่มกลิ่นหอมในห้องนอน เช่น เทียนหอม น้ำมันหอมระเหยสกัดจากธรรมชาติ เป็นต้น เลือกกลิ่นที่ชอบ ไม่มีกลิ่นฉุนจนเกินไป เป็นการสร้างบรรยากาศในห้องนอนให้น่านอนและหลับสบายมากขึ้น
อาหารบำรุงครรภ์, อาการตอนตั้งครรภ์, นมแพะ ดีจี, นมแม่, นมแพะ DG
5 อาหารดูแลสุขภาพ ลดเครียดก่อนคลอด
img-over-post

5 อาหารดูแลสุขภาพ ลดเครียดก่อนคลอด

5 อาหารดูแลสุขภาพ ลดเครียดก่อนคลอด ไม่ว่าจะเป็นคุณแม่มือใหม่หรือเคยผ่านการตั้งครรภ์มาแล้ว คงปฏิเสธไม่ได้ว่าช่วงก่อนคลอดหลายคนมีภาวะเครียด วันนี้เรามีหนึ่งตัวช่วยอย่างการเลือกอาหารที่ดี มีคุณประโยชน์ กับ 5 อาหารดูแลสุขภาพ ลดเครียดก่อนคลอดมาแนะนำค่ะ ไม่ว่าจะเป็นคุณแม่มือใหม่หรือเคยผ่านการตั้งครรภ์มาแล้วคงปฏิเสธไม่ได้ว่าช่วงก่อนคลอดหลายคนมีภาวะเครียด กังวล บางคนยาวไปจนถึงหลังคลอด การเลือกกินอาหารบางชนิดสามารถช่วยลดความเครียด ทำให้ผ่อนคลาย และดีต่อสุขภาพแม่ตั้งครรภ์ วันนี้เรามีหนึ่งตัวช่วยอย่างการเลือกอาหารที่ดี มีคุณประโยชน์ แถมยังได้สุขภาพที่ดีกับ 5 อาหารดูแลสุขภาพ ลดเครียดก่อนคลอดมาแนะนำค่ะ 5 อาหารดูแลสุขภาพ ทานแล้วอารมณ์ดี อาหารที่มีโอเมก้า 3 อย่างอาหารทะเล หรือน้ำมันปลา ที่มีทั้ง EPA และ DHA ซึ่งจะช่วยทั้งเรื่องพัฒนาการของตาและสมองของเด็ก ลดความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด และยังช่วยลดอาการซึมเศร้าจากการตั้งครรภ์ได้ด้วย ผลไม้สด เช่น กล้วยหอม เป็นต้น กล้วยหอมเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส วิตามินเอ วิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตามินบี3 วิตามินบี6 และวิตามินซี อีกทั้งมีสารอาหารสำคัญที่ช่วยทำให้คุณแม่อารมณ์ดีขึ้นได้อีกด้วย ธัญพืช คุณแม่ควรกินอาหารประเภทที่มีกากใยโปรตีน ใยอาหาร เช่น เนยถั่วอย่าง อัลมอนด์ ถั่วลิสง หรือเม็ดมะม่วงหิมพานต์ เป็นต้น เพราะมีแมกนีเซียมและสังกะสี ช่วยคลายเครียดได้เป็นอย่างดี สลัดผักสดๆ ผักโขม บรอกโคลีผักเหล่านี้เต็มไปด้วยแมกนีเซียมและธาตุเหล็ก จะช่วยให้ออกซิเจนไหลเวียนไปส่วนต่างๆของร่างกายได้ดีขึ้น ลดการเกร็งของกล้ามเนื้อและลดความเครียดเวลาเป็นตะคริวได้ดี นม ในนมสดมีสารอาหารประเภทแคลเซียม ช่วยไม่ให้เกิดความเครียด หรือเครียดน้อยลง คุณแม่ตั้งครรภ์ควรดื่มนมอุ่นๆ เป็นประจำก่อนนอน หายใจเข้าลึกๆ นะคะ คุณแม่เตรียมคลอดทำใจให้สบาย คอยดูแลสุขภาพให้แข็งแรง หมั่นรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และที่สำคัญพักผ่อนให้เพียงพอ เท่านี้สุขภาพคุณแม่และลูกก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้วค่ะ สู้ๆ นะคะว่าที่คุณแม่
อาหารบำรุงครรภ์, เครื่องดื่มสำหรับคนท้อง, สารอาหาร, นมแพะ ดีจี, นมแพะ DG
รู้จักโอเมก้า 3 6 9 ในนมแพะที่ลูกน้อยต้องการเพื่อบำรุงสมองตั้งแต่เล็กจนโต
img-over-post

รู้จักโอเมก้า 3 6 9 ในนมแพะที่ลูกน้อยต้องการเพื่อบำรุงสมองตั้งแต่เล็กจนโต

รู้จักโอเมก้า 3 6 9 ในนมแพะที่ลูกน้อยต้องการเพื่อบำรุงสมองตั้งแต่เล็กจนโต นมแพะมีกรดไขมัน โอเมก้า 3 6 และ 9 ซึ่งจำเป็นสำหรับเด็กแรกเกิดถึง 6 ขวบ มารู้จักกรดไขมันทั้ง 3 ชนิดว่ามีความสำคัญอย่างไรต่อพัฒนาการของลูกน้อยบ้าง ​​​​​​​ กรดไขมันกลุ่มโอเมก้า 3 เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน แบ่งเป็นสองชนิดใหญ่ ได้แก่ กรดอีพีเอ (Eicosapantaenoic acid) และ ดีเอชเอ (Docosahexanoic acid) มีความสำคัญต่อโครงสร้าง การทำงานของสมอง ระบบประสาท การเรียนรู้ของเด็ก และช่วยในการมองเห็น ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย กรดไขมันโอเมก้า 6 เป็นกรดไขมันแบบไม่อิ่มตัว ได้แก่ กรดลิโนเลอิก (Linoleic acid) มีบทบาทสำคัญต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย การทำงานของสมองและหัวใจ ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ มีอยู่ในน้ำมันพืช เช่น น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันดอกทานตะวัน กรดไขมันโอเมก้า 9 เป็นกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว ได้แก่ กรดโอเลอิก (Oleic acid) มีบทบาทสำคัญช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล และสามารถเปลี่ยนเป็นกรดไขมันโอเมก้า 3 และกรดไขมันโอเมก้า 6 ได้เมื่อร่างกายขาด พบในน้ำมันมะกอก น้ำมันคาโนลา นมแพะมี มีโอเมก้า 3 6 9 ในนมแพะ มีโอเมก้า 3 6 9 ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของ DHA และ ARA ที่เป็นกรดไขมันจำเป็น ช่วยเสริมสร้างพัฒนาระบบประสาท การทำงานของสมองลูกน้อย ดีต่อพัฒนาการการเรียนรู้ต่าง ๆ ทำให้ลูกน้อยมีความพร้อมที่จะเรียนรู้สมวัยอย่างเป็นธรรมชาติ อยากให้ลูกมีการทำงานของสมองที่ดี ฉลาดสมวัย ควรให้ลูกได้รับโอเมก้า 3 6 9 อย่างสมดุล โดยดื่มนมแพะเป็นประจำทุกวัน
สุขภาพลูก, สารอาหาร, นมแพะ ดีจี, ใยอาหาร, นมแพะ DG
5 เทคนิคปรับนิสัยการกินเมื่อลูกน้อยเข้าอนุบาล ขับถ่ายง่าย สบายท้อง
img-over-post

5 เทคนิคปรับนิสัยการกินเมื่อลูกน้อยเข้าอนุบาล ขับถ่ายง่าย สบายท้อง

5 เทคนิคปรับนิสัยการกินเมื่อลูกน้อยเข้าอนุบาล ขับถ่ายง่าย สบายท้อง เมื่อลูกต้องเข้าเรียน แม่อาจจะเป็นกังวลว่าลูกจะกินอาหารที่โรงเรียนได้ไหม จะมีปัญหาการกินจนลุกลามมาถึงการขับถ่ายหรือไม่ ก่อนเข้าเรียนมาลองปรับนิสัยการกินให้ลูก เพื่อให้ลูกกินง่าย และไม่มีปัญหาระบบขับถ่ายกันค่ะ เสริมของว่างระหว่างมื้อ หลังจาก 1 ขวบ ลูกควรกินอาหารได้ครบ 3 มื้อ และอาจเสริมของว่างช่วงสาย และบ่ายให้อีกเป็น 2 มื้อ เพราะเด็ก ๆ ต้องการใช้พลังงานและรับสารอาหารมากขึ้น เพราะเป็นวัยที่กำลังวิ่งเล่น เจริญเติบโต แต่กระเพาะอาหารลูกอาจจะยังเล็ก ดังนั้นควรเสริมของว่างที่เป็นประโยชน์ให้กับลูก เช่น นมแพะ แซนด์วิช ผลไม้ ในระหว่างมื้อเพิ่มเข้าไปด้วยจะช่วยให้ลูกได้รับสารอาหารที่เพียงพอกับการเสริมสร้างร่างกาย ขับถ่ายให้เป็นเวลา เลี่ยงอาหารที่ทำให้ท้องผูก การฝึกลูกขับถ่าย นั่งส้วม ไม่มีเวลาแน่นอน ขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละคน ส่วนใหญ่เริ่มได้ตั้งแต่ในช่วงขวบครึ่งถึงสองขวบ แต่ลองสังเกตด้วยว่าถ้าลูกมีปัญหาอึแข็ง ท้องผูก เบ่งจนหน้าดำหน้าแดง อาจจะต้องปรับเปลี่ยนอาหาร งดหรือเลี่ยงอาหารที่ทำให้อึแข็ง เช่น ข้าวกล้อง ช็อกโกแลต ชีส เพื่อให้ระบบขับถ่ายเป็นปกติ จึงค่อยฝึกขับถ่ายลูกให้เป็นเวลา ทำจนเป็นกิจวัตรเพื่อให้ร่างกายคุ้นชินด้วย เช่น ให้ลูกนั่งส้วมหลังมื้อเช้า หรือหลังดื่มนมทุกวัน เพิ่มผักผลไม้ในทุกเมนู ผักและผลไม้มีเส้นใยหรือไฟเบอร์ที่ดีกับระบบขับถ่ายของลูกน้อย จึงควรฝึกลูกให้กินผักผลไม้ตั้งแต่เล็ก ๆ โดยเริ่มจากผักใบเขียวก่อน เพราะถ้าเริ่มจากผักสีแดง สีส้ม ที่มีรสหวานอาจทำให้ลูกไม่ยอมกินผักใบเขียวที่รสขมกว่า ที่สำคัญถ้าอยากให้ลูกกินอะไร พ่อแม่ก็ต้องเป็นแบบอย่างด้วย อยากให้ลูกกินผักได้ พ่อแม่ก็ต้องมีผักอยู่ในทุก ๆ มื้ออาหาร นั่งกินไปกับลูกให้ลูกเห็นด้วยค่ะ จะช่วยให้ลูกกินง่ายขึ้น ดื่มน้ำให้เพียงพอ น้ำเปล่าสะอาดที่ได้รับอย่างเพียงพอ จะช่วยให้ระบบย่อยและขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้นค่ะ ควรฝึกให้ลูกดื่มน้ำบ่อย ๆ ก่อนเข้าเรียน โดยให้ลูกดื่มน้ำตั้งแต่ตื่นนอน หลังมื้ออาหาร ระหว่างวัน ถ้าลูกเริ่มเข้าเรียนควรให้ลูกมีกระติกน้ำติดตัวไว้เสมอเพื่อให้ดื่มหรือจิบระหว่างวัน ป้องกันร่างกายขาดน้ำ และช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานดี ดื่มนมแพะทุกวัน ควรให้ลูกดื่มนมแพะเป็นประจำ เพราะนมแพะมีสัดส่วนของโปรตีนแอลฟาเอสวันเคซีนซึ่งย่อยยากต่ำ และมีโปรตีนเบต้าเคซีนซึ่งย่อยง่ายในปริมาณสูง ทำให้นมแพะถูกย่อยและดูดซึมได้ง่าย ทำให้ลูกสบายท้อง ท้องไม่อืด เรื่องการขับถ่ายของลูกเป็นเรื่องสำคัญนะคะ เพราะถ้าลูกขับถ่ายดี ไม่ท้องผูก เขาจะสบายตัว ร่าเริง และพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลาจนพัฒนาไปเป็นทักษะและความสามารถที่อาจจะทำให้พ่อแม่ทึ่งได้ค่ะ
โภชนาการดี, นมแพะ ดีจี, ใยอาหาร, พรีไบโอติก, นมแพะ DG
5 เคล็ดลับการกิน เพื่อลูกสุขภาพดีไม่ป่วยบ่อยให้แม่ต้องกังวล
img-over-post

5 เคล็ดลับการกิน เพื่อลูกสุขภาพดีไม่ป่วยบ่อยให้แม่ต้องกังวล

5 เคล็ดลับการกิน เพื่อลูกสุขภาพดีไม่ป่วยบ่อยให้แม่ต้องกังวล อาหารการกิน และโภชนาการของลูกเป็นส่วนสำคัญต่อสุขภาพ มาดูเคล็ดลับการเลือกอาหารที่ช่วยให้ลูกแข็งแรง ไม่ป่วยบ่อย ดีกับสุขภาพของลูกกันค่ะ 1. กินผักผลไม้ 5 สี ในแต่ละมื้อควรมีผักที่หลากหลายอยู่ในอาหารลูก ผัก 5 สี ที่แตกต่างกันทำให้ได้วิตามินแร่ธาตุที่ต่างกันไป ผักผลไม้สีเขียว เช่น ตำลึง บรอคโคลี มีไฟเบอร์สูง ดีกับระบบขับถ่าย ผักผลไม้สีเหลือง สีส้ม เช่น ฟักทอง แคร์รอต มีลูทีนและเบต้าแคโรทีนสูง ดีกับสายตา และระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยบำรุงผิวพรรณ ผักผลไม้สีม่วง น้ำเงิน เช่น มะเขือม่วง กะหล่ำม่วง มีสารแอนโทไซยานิน ช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์ ลดอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและเส้นเลือดอุดตันในสมอง ผักผลไม้สีขาว สีน้ำตาลอ่อน เช่น ถั่วงอก ดอกกะหล่ำ หัวไชเท้า มีสารแซนโทน ซึ่งเป็นสารในกลุ่มฟลาโวนอยด์ ช่วยลดอาการอักเสบ ช่วยลดไขมันในเลือด และโรคหลอดเลือดหัวใจ ผักผลไม้สีแดง เช่น มะเขือเทศ บีทรูท พริกหวาน มีไลโคปีนสูง ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็ง 2. กินถูกสัดส่วน ครบ 5 หมู่ ในแต่ละมื้อไม่ควรให้ลูกกินอาหารเดิมซ้ำ ๆ แต่ควรเลือกอาหารให้ครบ 5 หมู่ และเลือกปริมาณให้ได้ถูกสัดส่วนด้วย แต่ละมื้อควรมี ผัก 2 ส่วน ข้าว / แป้ง 1 ส่วน เนื้อสัตว์​ 1 ส่วน ผลไม้ ¾ ส่วน ไขมันดีเล็กน้อย 3. ลดของหวาน อาหารเค็ม สำหรับเด็ก ๆ ขนมหวาน อาหารฟาสต์ฟู้ดอาจจะเป็นของโปรด แต่พ่อแม่ควรเลี่ยงไม่ให้ลูกกินมากไป ควรจำกัดปริมาณ ไม่ให้กินบ่อยเกินไป ทั้งอาหารรสจัด อาหารหวาน เค็มจัด เพราะน้ำตาล และโซเดียมในอาหารที่มากเกินไปอาจส่งผลให้เป็นโรคอ้วน โรคหลอดเลือด โรคความดันโลหิตสูงได้ 4. เลือกกินคาร์โบไฮเดรชนิดดี แป้งหรือคาร์โบไฮเดรตเป็นสารอาหารที่จำเป็นกับเด็กที่ต้องการพลังงานสูง และอยู่ในวัยเจริญเติบโต แต่ควรเลือกชนิดของคาร์โบไฮเดรตที่ดีให้ลูก ควรเลือกแป้งที่ไม่ขัดสี ซึ่งมีไฟเบอร์สูง วิตามินสูง เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีต ธัญพืช เป็นต้น อาหารกลุ่มนี้จะทำให้ลูกอิ่มนาน ให้พลังงานสูง ดีต่อระบบขับถ่าย ลดความเสี่ยงกับโรคอ้วน โรคหลอดเลือด 5. ดื่มนมแพะเป็นประจำทุกวัน นมแพะเป็นอีกหนึ่งนมที่คุณแม่ยุคใหม่เลือกให้ลูกดื่มค่ะ เพราะนมนอกจากเป็นแหล่งโปรตีนย่อยง่าย และแคลเซียมแล้ว นมแพะยังมีสารอาหารธรรมชาติครบถ้วน ดูแลระบบขับถ่าย และเสริมภูมิคุ้มกันให้ลูกด้วย เพราะในนมแพะมีพรีไบโอติก หรือใยอาหาร 2 ชนิด (Inulin & Oligofructose) ซึ่งเป็นอาหารของจุลินทรีย์สุขภาพในทางเดินอาหาร ช่วยป้องกันการติดเชื้อ การอักเสบในทางเดินอาหาร รวมถึงช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายและลดปัญหาท้องผูก ปัญหาระบบขับถ่ายของลูกอีกด้วย นอกจากเรื่องอาหารแล้ว คุณแม่อย่าลืมดูแลลูกให้รอบด้าน ทั้งการนอน การออกกำลังกาย รวมไปถึงเรื่องความสะอาดที่จำเป็นต้องสอนให้ลูกรู้จักดูแลตัวเอง เพราะการสร้างเสริมสุขอนามัยให้ลูกและลุกสามารถทำเองได้ จะยิ่งเสริมสร้างเกราะป้องกันโรคต่างๆ ให้ลูกได้ค่ะ
อาหารเด็กอนุบาล, นมแพะ ดีจี, ใยอาหาร, พัฒนาการเด็ก, นมแพะ DG
ให้ลูกดื่มนมที่มีใยอาหาร Oligosaccharides เป็นประจำทุกวันดีกับลูกอย่างไร
img-over-post

ให้ลูกดื่มนมที่มีใยอาหาร Oligosaccharides เป็นประจำทุกวันดีกับลูกอย่างไร

ให้ลูกดื่มนมที่มีใยอาหาร Oligosaccharides เป็นประจำทุกวันดีกับลูกอย่างไร การเลือกนมให้ลูกดื่มเป็นประจำทุกวัน สิ่งสำคัญนอกจากสารอาหารที่มีประโยชน์กับร่างกายแล้ว นมที่มีใยอาหาร Oligosaccharides ก็เป็นอีกเหตุผลที่สำคัญ ในนมแพะมีสารอาหารที่เรียกว่า พรีไบโอติก (Prebiotics) หรือใยอาหาร Oligosaccharide เช่น โอลิโกฟรุคโตส (Oligofructose) และ อินนูลิน (Inulin) ซึ่งใยอาหารทั้งสองนี้เป็นอาหารของจุลินทรีย์ชนิดดีที่อยู่ในลำไส้ใหญ่ เป็นจุลินทรีย์ที่จำเป็นต่อระบบทางเดินอาหาร และระบบขับถ่าย ถ้าให้ลูกดื่มนมที่มีใยอาหาร หรืออาหารของจุลินทรีย์ที่ดีเหล่านี้เข้าไปเป็นประจำสม่ำเสมอทุกวัน ก็จะช่วยให้จุลินทรีย์ทำงานได้ดี ส่งผลดีกับร่างกายของลูก ใยอาหาร Oligosaccharides ดีกับร่างกายลูกอย่างไร ช่วยป้องกันการติดเชื้อ การอักเสบในทางเดินอาหาร ลดความเสี่ยงจากอาการท้องเสีย ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายลูกน้อย ให้แข็งแรงไม่ป่วยง่าย ช่วยดูแลระบบขับถ่ายลูกให้ทำงานได้ปกติ ลดปัญหาถ่ายยาก ท้องผูก ช่วยลดการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่ในเลือด และลดระดับคอเรสเตอรอล ในนมแม่เป็นนมที่มีใยอาหาร Oligosaccharide เป็นส่วนประกอบในปริมาณสูง จึงควรให้ลูกได้ดื่มนมแม่ตั้งแต่แรกเกิด และเมื่อลูกโตขึ้นหรือหย่านมแม่แล้ว ยังควรให้ลูกดื่มนมที่มีใยอาหาร Oligosaccharide เป็นประจำเช่นกัน ในนมแพะดีจีมีใยอาหารชนิด Oligosaccharide เช่น โอลิโกฟรุคโตส (Oligofructose) และ อินนูลิน (Inulin) เป็นอาหารของจุลินทรีย์สุขภาพในทางเดินอาหารแบบเดียวกับนมแม่ จึงช่วยป้องกันการติดเชื้อ การอักเสบในทางเดินอาหาร และลดปัญหาท้องผูกได้เช่นกัน
นมแพะ ดีจี, ใยอาหาร, พรีไบโอติก, พัฒนาการเด็ก, นมแพะ DG
รู้จักโปรตีนเคซีนในนมแพะ โปรตีนที่ช่วยให้ลูกสบายท้อง
img-over-post

รู้จักโปรตีนเคซีนในนมแพะ โปรตีนที่ช่วยให้ลูกสบายท้อง

รู้จักโปรตีนเคซีนในนมแพะโปรตีนที่ช่วยให้ลูกสบายท้อง โปรตีนเป็นสารอาหารที่สำคัญต่อการเจริญเติบโตของเด็กๆในนมแต่ละชนิดก็มีปริมาณโปรตีนที่แตกต่างกันออกไปโปรตีนเคซีน (Casein) คือ โปรตีนที่ย่อยง่าย ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตและกล้ามเนื้อ เป็นโปรตีนที่พบมากในน้ำนม ซึ่งประกอบด้วย เบต้าเคซีน (β-Casein) อัลฟา เอสวันเคซีน (α S1 -Casein) อัลฟา เอสทูเคซีน (α S2 -Casein) แคปปาเคซีน (K-Casein) สำหรับโปรตีนนมแพะนั้นเป็นโปรตีนที่ย่อยง่าย นั่นเพราะมีสัดส่วนเพราะมีสัดส่วนของเบต้าเคซีนซึ่งย่อยง่ายในปริมาณสูง และแอลฟ่า เอสวัน เคซีนซึ่งย่อยยากในปริมาณต่ำทำให้นมแพะย่อยและดูดซึมได้ง่าย ช่วยให้ท้องไม่อืด และลดโอกาสการเกิดภูมิแพ้ โดยโปรตีนเคซีนในน้ำนมแพะมีเบต้าเคซีนสูงถึงร้อยละ 55.26 ส่วนแอลฟ่าเคซีน เอสวัน ซึ่งเป็นโปรตีนที่ย่อยยาก มีอยู่เพียงร้อยละ 18.92 ซึ่งน้อยกว่าในนมวัว ทำให้ดื่มนมแพะแล้วย่อยง่าย สบายท้อง นอกจากนมแพะดีจีจะมีสัดส่วนของโปรตีนอัลฟาเอสวันเคซีนต่ำ และมีเบต้าเคซีนสูงแล้ว ยังอุดมไปด้วยโปรตีน CPP (Casein Phosphopeptides) ที่ช่วยในการดูดซึมแร่ธาตุต่างๆ ที่สำคัญต่อร่างกาย เช่น แคลเซียม เหล็ก สังกะสี และแมกนีเซียม เข้าสู่ร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ลูกน้อยเติบโต แข็งแรง มีพัฒนาการที่ดีสมวัย Reference: Ceballos et al., 2009 RMUTSB Acad. J. 1(2) : 170-178 (2013) Goat Milk Formula: The New Alternative for Infants. Journal of Pediatrics and Child Health, November 2005.
การขับถ่าย, โภชนาการดี, นมแพะ ดีจี, พรีไบโอติก, นมแพะ DG
DHA และ ARA ในนมแพะ สารอาหารบำรุงสมองที่ลูกขาดไม่ได้
img-over-post

DHA และ ARA ในนมแพะ สารอาหารบำรุงสมองที่ลูกขาดไม่ได้

DHA และ ARA ในนมแพะ สารอาหารบำรุงสมองที่ลูกขาดไม่ได้ ในสมองของลูกน้อยมีกรดไขมันไม่อิ่มตัวเป็นองค์ประกอบที่สำคัญ โดยกรดไขมันไม่อิ่มตัวที่มีความสำคัญต่อพัฒนาการสมองของลูกน้อย คือ กรดไขมัน DHA และ ARA ทั้ง DHA และ ARA เป็นกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย แต่ร่างกายสร้างขึ้นมาด้วยตัวเองไม่ได้ DHA หรือ (DOCOSAHEXAENOIC ACID) พบได้ในนมแม่ ในปลาบางชนิด รวมทั้งในนมผง เช่น นมแพะ DHA ดีกับเด็กอย่างไร DHA ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการด้านสมองของเด็ก ส่งผลต่อการเรียนรู้ ช่วยเรื่องความจำ และสมาธิ หากได้รับ DHA อย่างพอเพียงพอต่อจะช่วยให้สมองลูกน้อยทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ DHA ช่วยบำรุงสายตาและการมองเห็น ป้องกันการเสื่อมของจอประสาทตา ซึ่งพัฒนาการด้านการมองเห็นที่ดีจะส่งผลต่อพัฒนาการอื่น ๆ ของลูกด้วย ARA (ARACHIDONIC ACID) พบได้ในน้ำมันพืช เช่น น้ำมันดอกคำฝอย น้ำมันเม็ดทานตะวัน และในนมแพะ ARA ดีกับเด็กอย่างไร ARA มีส่วนช่วยในเรื่องของการพัฒนาสมอง การเสริมสร้างเซลล์ประสาทและบำรุงสายตา การเลือกอาหารหรือนมที่มีสารอาหารทั้งสองให้ลูกอย่างเพียงพอ จะช่วยส่งเสริมการทำงานของสมอง และสร้างระบบเส้นใยประสาทของลูกน้อยอย่างสมบูรณ์ ซึ่งในนมแพะดีจีมีทั้ง DHA และ ARA เป็นส่วนประกอบสำคัญ ช่วยในการทำงานของระบบประสาทและการมองเห็นของลูกน้อย
โภชนาการดี, อาหารบำรุงสมอง, สารอาหาร, นมแพะ ดีจี, นมแพะ DG
นมแพะรสชาติดี หอมอร่อย ดื่มง่าย ลูกรักติดใจ
img-over-post

นมแพะรสชาติดี หอมอร่อย ดื่มง่าย ลูกรักติดใจ

นมแพะรสชาติดี หอมอร่อย ดื่มง่าย ลูกรักติดใจ ทราบไหมคะว่าตอนนี้ “นมแพะ” กำลังเป็นนมสำหรับเด็กๆ ที่คุณแม่รุ่นใหม่เทใจให้เป็นนมที่ลูกควรดื่มทุกวันค่ะ แต่ก็เชื่อว่ามีคุณแม่อีกหลายคนที่ยังไม่ทราบว่านมแพะดียังไง ดีจริงไหม รสและกลิ่นจะถูกปากลูกจริงไหม วันนี้เราจะมาบอกว่า นมแพะเจ๋งแค่ไหน ทำไมคุณแม่และเด็กยุคใหม่จึงควรดื่มนมแพะทุกวัน นมแพะ หอม อร่อย เพราะเลี้ยงด้วยหญ้าที่ปราศจากสารเคมี แพะที่ถูกเลี้ยงในฟาร์มเพื่อผลิตนมแพะดีจี เป็นแพะจากฟาร์มประเทศนิวซีแลนด์ที่ถูกเลี้ยงในทุ่งหญ้ากว้าง อากาศบริสุทธิ์ ส่วนหญ้าที่ใช้เป็นอาหารของแพะก็เป็นหญ้าอัลฟาฟาที่ไม่ใช้สารเคมี สะอาด ปลอดภัย และต้นโคลเวอร์ พืชตระกูลถั่วที่มีประโยชน์ ส่วนการรีดนมแพะจะรีดด้วยเครื่องรีดนมอัตโนมัติ ทันสมัย เพื่อให้ได้น้ำนมที่มีคุณภาพดีที่สุด จึงเป็นเหตุผลให้น้ำนมแพะดีจี มีรสชาติดี หอมอร่อย ดื่มได้ง่าย จนลูกต้องติดใจ สารอาหารจากธรรมชาติครบถ้วน นอกจากนมแพะที่ดื่มง่าย รสหอมอร่อยแล้ว นมแพะดีจียังเป็นนมที่ได้จากแพะสายพันธุ์ ซาเนน เป็นแพะสายพันธุ์ที่ให้นมดีที่สุด ผลิตน้ำนมแพะคุณภาพสูง ทำให้ได้น้ำนมที่มีสารอาหารจากธรรมชาติในปริมาณสูง ในนมแพะมีใยอาหาร 2 ชนิด ได้แก่ อินนูลิน และโอลิโกฟรุคโตสซึ่งเป็นใยอาหาร ที่เป็นอาหารของจุลินทรีย์สุขภาพ อย่างแล็กโทบาซิลลัส และไบฟิโดแบคทีเรีย ทำให้จุลินทรีย์สุขภาพเจริญเติบโตเพิ่มจำนวนขึ้น จึงช่วยปรับสมดุลของระบบทางเดินอาหารให้ทำงานได้เป็นปกติ ขับถ่ายง่าย ลดอาการท้องผูก และยังช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ลดปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร และดีต่อระบบขับถ่ายด้วย และโปรตีนในนมแพะที่เป็นโปรตีน ย่อยง่าย ยังช่วยในการดูดซึมแร่ธาตุต่างๆ ที่สำคัญต่อร่างกาย เช่น แคลเซียม เหล็ก สังกะสี และแมกนีเซียม เข้าสู่ร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพ เห็นประโยชน์ดีๆจากนมแพะอย่างนี้แล้ว มาดื่มนมแพะดีจี รสชาติดี หอมอร่อยกันค่ะ
โภชนาการดี, สารอาหาร, นมแพะ ดีจี, พัฒนาการเด็ก, นมแพะ DG