curl-top

10 สารอาหารที่สร้างลูกแข็งแรงพัฒนาการดีตั้งแต่อยู่ในครรภ์

Admin 25 Mar 2020 1172
สารอาหารสำหรับแม่ท้อง, อาหารแม่ท้อง, อะโพไครน์, อาหารบำรุงครรภ์, คนท้องต้องกินอะไร
กดแชร์บทความ

10 สารอาหารที่สร้างลูกแข็งแรงพัฒนาการดีตั้งแต่อยู่ในครรภ์

 

 

       เป็นความจริงที่ว่าแม่รับประทานอาหารอะไรแล้วลูกมักจะได้รับสารอาหารต่างๆ เหล่านั้น ยิ่งแม่รับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์มากเท่าไหร่ ลูกน้อยในครรภ์ก็ย่อมจะได้รับสารอาหารที่ดีมากเท่านั้น

       มาดูกันค่ะว่า 10 สุดยอดสารอาหารที่แม่รับประทานแล้วช่วยให้ลูกในท้องเติบโตแข็งแรง มีอะไรบ้าง แม่ๆ จะได้ซื้อหามาติดบ้านไว้ประจำ 

       1. โฟลิคหรือ กรดโฟลิคเป็นวิตามินที่จำเป็นต่อการเติบโตของลูกน้อย ช่วยสังเคราะห์และซ่อมแซม DNA มีความสัมพันธ์กับการเกิดความพิการแต่กำเนิดของเด็กทารก เช่น ภาวะปากแหว่งเพดานโหว่ โรคหัวใจแต่กำเนิด เป็นต้น  

       นอกจากนี้โฟลิคยังมีส่วนสำคัญในการสร้างเม็ดเลือดแดง และป้องกันโรคโลหิตจางของแม่ท้องด้วย โดยแต่ละวันคุณแม่ควรได้รับการเสริมโฟลิค 0.4 – 0.8 mg ต่อวัน และสำหรับใครที่วางแผนการมีลูก ควรรับประทานโฟลิคล่วงหน้าเป็นเวลาอย่างน้อย 1 เดือนก่อนการตั้งครรภ์ หรือในช่วง 3 เดือนแรกของการตั้งครรภ์ เพื่อลดโอกาสเกิดความพิการแต่กำเนิด 

       2. โปรตีนสารอาหารที่สำคัญต่อการสร้างเซลล์ตัวอ่อน สร้างเนื้อเยื่อ สร้างอวัยวะต่างๆ รวมถึงสมองของลูกน้อยในครรภ์ ซึ่งแต่ละวันแม่ตั้งครรภ์ควรรับประทานโปรตีนเฉลี่ยวันละ 1 g/kg โดยอาหารที่มีโปรตีนนั้น ได้แก่ เนื้อสัตว์ทุกชนิด เต้าหู้ นม ไข่ ถั่ว ธัญพืชต่างๆ เป็นต้น  

       3. แคลเซียมช่วยส่งเสริมพัฒนาโครงสร้างกระดูกของทารกในครรภ์ รักษาความหนาแน่นของกระดูก และป้องกันการสูญเสียมวลกระดูกของแม่เอง ทำให้กระดูกแข็งแรง ลดความเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุน ถ้าแม่ท้องได้รับแคลเซียมอย่างเพียงพอ จะช่วยป้องกันภาวะความดันโลหิตสูง ลดการเกิดตะคริวด้วย ซึ่งแม่ท้องควรได้รับแคลเซียมวันละ 1,000 มิลลิกรัม โดยอาหารที่มีแคลเซียมได้แก่ นมแพะ โยเกิร์ต ชีส ปลาตัวเล็ก กุ้งฝอย ธัญพืชต่างๆ เช่น ถั่วเหลือง ถั่วแดง เต้าหู้ และผักใบเขียว เป็นต้น  

 

 

       4. คาร์โบไฮเดรตนอกจากเป็นพลังงานให้แม่แล้ว ยังจำเป็นต่อการสร้างสมองของลูกในท้องอีกด้วย โดยร่างกายจะย่อยแป้งแล้วเปลี่ยนเป็นกลูโคส หรือน้ำตาลที่มีขนาดเล็กที่สุด ซึ่งแต่ละวันแม่ตั้งครรภ์ต้องได้รับพลังงานมากกว่าผู้หญิงทั่วไปถึง 300 - 500 กิโลแคลอรี และพลังงานส่วนใหญ่ก็มาจากแป้ง ข้าว น้ำตาล และผลไม้ต่างๆ 

       5. ธาตุเหล็กนอกจากจะทำหน้าที่สร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง ป้องกันโรคโลหิตจางของแม่แล้ว ธาตุเหล็กยังมีส่วนช่วยในการสร้างสมองของลูก ลดโอกาสเกิดภาวะบกพร่องทางสติปัญญาด้วย ซึ่งธาตุเหล็กมีมากใน งา ตับสัตว์ เนื้อแดง ไข่แดง ผักสีเขียวเข้ม เช่น คะน้า ตำลึง ผักโขม ฯลฯ

       6. วิตามินซีมีส่วนช่วยสร้างเนื้อเยื่อ กระดูก และอวัยวะต่างๆ ของลูก ช่วยให้ร่างกายลูกทำงานได้ดี เสริมสร้างการเจริญเติบโต โดยเฉพาะในไตรมาสแรกจะช่วยให้รกแข็งแรงทำให้ดูดซึมธาตุเหล็กได้ดียิ่งขึ้นด้วย อาหารที่มีวิตามินซีสูงได้แก่ บรอกโคลี ผักโขม คะน้า ส้ม ฝรั่ง มะขามป้อม ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ต่างๆ เป็นต้น

       7. ไอโอดีนช่วยพัฒนาการทางสมอง ระบบประสาท และความจำของลูก หากแม่ท้องได้รับไอโอดีนไม่เพียงพอจะทำให้ลูกในท้องแคระแกรน สมองเจริญเติบโตช้า พิการแต่กำเนิด และมีภาวะปัญญาอ่อนได้ แหล่งไอโอดีนที่สำคัญได้แก่ เกลือเสริมไอโอดีน อาหารทะเลต่างๆ เป็นต้น

       8. ไขมันไม่ว่าจะเป็น โอเมก้า 3 โอเมก้า 6 DHA ARA ต่างก็เป็นไขมันที่ที่ช่วยบำรุงสมองของทารกในครรภ์ ช่วยสร้างเซลล์สมองและจอประสาทตา เมื่อลูกคลอดออกมาก็ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการและการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ อาหารที่แม่ควรกินได้แก่ ไข่ อโวคาโด ปลาทะเลน้ำลึก ปลาน้ำจืด เช่น ปลาช่อน ปลาสวาย น้ำมันมะกอก น้ำมันคาโนลา น้ำมันรำข้าว และธัญพืชต่างๆ เช่นเมล็ดทานตะวัน วอลนัท อัลมอนด์ เป็นต้น

 

 

       9. สังกะสีมีความสำคัญในการเจริญของทารก หากขาดสังกะสีไปจะทำให้ทารกในครรภ์เจริญเติบโตช้า อาหารที่มีธาตุสังกะสี ได้แก่ เนื้อแดง เนื้อสัตว์ปีก ปลา ปลาหมึก และอาหารทะเล เป็นต้น

       10. วิตามินบี12ช่วยป้องกันโรคสมองเสื่อม ความจำเสื่อม และช่วยให้การทำงานของสมองและประสาทให้เป็นปกติ ช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง ป้องกันการขาดธาตุเหล็ก ช่วยให้การเจริญเติบโตของทารกในครรภ์เป็นไปตามปกติ แหล่งวิตามินบี 12 พบมากในอาหารประเภท ตับ เนื้อสัตว์ ไข่ นม และหอยนางรม

       นอกจากสารอาหารทั้ง 10 ชนิดแล้ว คุณแม่ท้องควรรับประทานอาหารให้หลากหลาย เพื่อให้ทั้งคุณแม่ และเด็กทารกในครรภ์เจริญเติบโตแข็งแรงจนถึงวันคลอด และเมื่อต้องให้นมลูกก็จะได้มีน้ำนมในปริมาณที่เพียงพอ เนื่องจากนมแม่เป็นนมที่มีกระบวนการสร้างน้ำนมแบบอะโพไครน์เมื่อลูกดูดเข้าไปจะได้รับสารอาหารจากธรรมชาติอย่างครบถ้วนนั่นเอง

 

 

 

 

 

icon-about

บทความแนะนำที่เกี่ยวข้อง

ลูกอายุเท่านี้ ให้นมเท่าไหร่ดี
img-over-post

ลูกอายุเท่านี้ ให้นมเท่าไหร่ดี


นมแพะไม่ใช่นมทางเลือก แต่เป็นนมที่แม่เลือกต่อจากนมแม่

นมแพะไม่ใช่นมทางเลือก แต่เป็นนมที่แม่เลือกต่อจากนมแม่


เช็กเลย สูตรเด็ดไม่ลับ ช่วยลูกรักพัฒนาศักยภาพ ด้วยระบบการสร้างน้ำนมแบบ อะโพไครน์

เช็กเลย สูตรเด็ดไม่ลับ ช่วยลูกรักพัฒนาศักยภาพ ด้วยระบบการสร้างน้ำนมแบบ อะโพไครน์


ระบบการสร้างน้ำนมของนมแม่ นมแพะ และนมวัว แตกต่างกันอย่างไร

ระบบการสร้างน้ำนมของนมแม่ นมแพะ และนมวัว แตกต่างกันอย่างไร


นมแพะและนมวัว ดีแตกต่างกันอย่างไร นมประเภทไหนเหมาะกับลูกน้อย

นมแพะและนมวัว ดีแตกต่างกันอย่างไร นมประเภทไหนเหมาะกับลูกน้อย