curl-top

น้ำหนักตัวเมื่อตั้งครรภ์ แค่ไหนถึงพอดี

Admin 26 Dec 2018 1488
อาหารคนท้อง, คนท้องต้องกินอะไร, นมแพะ ดีจี, นมแม่, นมแพะ DG
กดแชร์บทความ

น้ำหนักตัวเมื่อตั้งครรภ์ แค่ไหนถึงพอดี

 

 

       คุณแม่หลายคนสงสัยว่าน้ำหนักตัวเท่าไหร่ถึงจะพอดีกับช่วงตั้งครรภ์ ก่อนอื่นเลย ว่าที่คุณแม่ทั้งหลายต้องรู้ก่อนว่า ตัวเองมีน้ำหนักมากน้อยกว่ามาตรฐานหรือไม่ 

      โดยเฉลี่ยแล้วระหว่างตั้งครรภ์แม่ท้องควรมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น 10-15 กิโลกรัม ซึ่งคุณแม่จะสังเกตได้จากน้ำหนักตัวที่แปรผันดังนี้

ไตรมาสที่ 1 

       น้ำหนักจะยังไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก บางคนอาจน้ำหนักตัวลดลงเนื่องจากมีอาการแพ้ท้อง ดังนั้นหากน้ำหนักจะเพิ่มขึ้นก็มักไม่เกิน 2 กิโลกรัม

ไตรมาสที่ 2 

       ร่างกายคุณแม่เริ่มมีการเปลี่ยนแปลง น้ำหนักค่อยๆ เพิ่มขึ้น เดือนละ 1-1.5

ไตรมาสที่ 3 

       ช่วงนี้ลูกจะเจริญเติบโตเร็วมาก รูปร่างคุณแม่ก็จะเปลี่ยนแปลงไปมากเช่นกัน โดยน้ำหนักตัวจะเพิ่มขึ้นสัปดาห์ละครึ่งกิโลกรัม หรือประมาณเดือนละ 2-2.5 กิโลกรัม

 

แม่ท้องหนักเท่าไหร่ถึงพอดี

       คุณแม่แต่ละคนมีรูปร่างที่แตกต่างกัน ดังนั้นการคำนวณหาค่า BMI (Body Mass Index) จะช่วยให้คุณแม่ควบคุมน้ำหนักตัวเองไม่ให้มากเกินไปและน้อยเกินไป ดังสูตรตามนี้

 

น้ำหนัก(กิโลกรัม)

ส่วนสูง(เมตร)

 

ถ้าผล BMI ต่ำกว่า 19 ถือว่าน้ำหนักน้อยมาก ควรทำน้ำหนักตัวเพิ่มประมาณ 12-18 กิโลกรัม

  • 19-25 ถือว่าปกติ ควรทำน้ำหนักตัวเพิ่มประมาณ 11-16 กิโลกรัม
  • 25 ขึ้นไปถือว่าน้ำหนักเกิน ควรทำน้ำหนักตัวเพิ่มประมาณ 7-11 กิโลกรัม
  • มากกว่า 30 ถือว่าอ้วนแล้ว ทั้งนี้เมื่อคำนวณได้ค่า BMI ตั้งแต่ 27 ขึ้นไปแม่ท้องจะต้องเพิ่มความระมัดระวังในการกินมากขึ้น เพราะนอกจากจะเสี่ยงน้ำหนักตัวเกินแล้วอาจทำให้คลอดยากด้วย

ถ้าผล BMI ต่ำกว่า 19 ถือว่าน้ำหนักน้อยมาก ควรทำน้ำหนักตัวเพิ่มประมาณ 12-18 กิโลกรัม

  • 19-25 ถือว่าปกติ ควรทำน้ำหนักตัวเพิ่มประมาณ 11-16 กิโลกรัม
  • 25 ขึ้นไปถือว่าน้ำหนักเกิน ควรทำน้ำหนักตัวเพิ่มประมาณ 7-11 กิโลกรัม
  • มากกว่า 30 ถือว่าอ้วนแล้ว ทั้งนี้เมื่อคำนวณได้ค่า BMI ตั้งแต่ 27 ขึ้นไปแม่ท้องจะต้องเพิ่มความระมัดระวังในการกินมากขึ้น เพราะนอกจากจะเสี่ยงน้ำหนักตัวเกินแล้วอาจทำให้คลอดยากด้วย

 

กินอย่างไรให้น้ำหนักอยู่ในเกณฑ์พอดี

  1. คุณแม่ท้องที่หิวบ่อย ควรแบ่งอาหารมื้อใหญ่เป็นมื้อเล็กๆ ประมาณ 4-6 มื้อต่อวัน และควรเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ 
  2. เลือกธัญพืชเป็นของว่าง โดยเฉพาะ ถั่ว เมล็ดทานตะวัน ข้าวโอ๊ต อาหารเหล่านี้อุดมไปด้วยวิตามินและไฟเบอร์
  3. พักผ่อนให้เพียงพอ เพราะการนอนดึกอาจทำให้คุณแม่อ่อนเพลียและไม่อยากรับประทานอาหาร ทำให้ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอและน้ำหนักตัวไม่ขึ้น
  4. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดและหัวใจสูบฉีด เพิ่มอัตราการเผาผลาญมากขึ้น 
  5. ดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว น้ำมีผลต่อการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย ถ้าร่างกายขาดน้ำระบบเมตาบอลิซึมก็จะทำงานน้อยลงเช่นกัน
  6. ทำใจให้หายหิว หากคุณแม่รู้สึกหิวขึ้นมา ทั้งๆ ที่รับประทานอาหารครบทุกมื้อแล้ว อาจหากิจกรรมผ่อนคลาย เช่น ฟังเพลง อ่านหนังสือ เป็นต้น แต่ถ้าทำแล้วยังหิวอยู่ ขอให้เลือกกินผลไม้หรือดื่มน้ำผลไม้แทนการรับประทานอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตค่ะ

 

 

 

 

icon-about

บทความแนะนำที่เกี่ยวข้อง

นมแพะ DG 3 Advance Gold สูตรพัฒนาไปอีกขั้น เพิ่มใยอาหารมากถึง 2 ชนิด หมดปัญหาอาการท้องผูก 
img-over-post

นมแพะ DG 3 Advance Gold สูตรพัฒนาไปอีกขั้น เพิ่มใยอาหารมากถึง 2 ชนิด หมดปัญหาอาการท้องผูก 


ดื่มนมแพะ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน เพื่อพัฒนาการที่ดีของลูกรัก

ดื่มนมแพะ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน เพื่อพัฒนาการที่ดีของลูกรัก


ระบบสร้างน้ำนมแบบอะโพไครน์ พิเศษอย่างไร ทำไมถึงช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อยได้

ระบบสร้างน้ำนมแบบอะโพไครน์ พิเศษอย่างไร ทำไมถึงช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกน้อยได้


เลือกนมแบบไหนดี ให้ลูกรักมีภูมิคุ้มกัน พร้อมเติบโตสมวัย : อะโพไครน์

เลือกนมแบบไหนดี ให้ลูกรักมีภูมิคุ้มกัน พร้อมเติบโตสมวัย : อะโพไครน์


เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับลูกรัก ไม่ป่วยง่าย ด้วยนมแพะ : อะโพไครน์

เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับลูกรัก ไม่ป่วยง่าย ด้วยนมแพะ : อะโพไครน์