เว็บไซต์กำลังอยู่ในขั้นตอนการปรับระบบ ขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ
สร้างเกราะป้องกันโรคหวัด & ไข้หวัดใหญ่ ให้ลูกรัก
Admin 28 Aug 2017 210
ลูกน้อย 1-2 ปี, นมแพะ DG
กดแชร์บทความ

สร้างเกราะป้องกันโรคหวัด & ไข้หวัดใหญ่ ให้ลูกรัก
 

 

       หวัด กับลูกรักเป็นของคู่กัน เพราะลูกวัย 1-3 ปี ภูมิคุ้มกันยังไม่แข็งแรง แค่เจออากาศเปลี่ยน หรือไปอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่แออัดก็ทำให้ติดเชื้อหวัดมาได้ ยิ่งถ้าเป็นไข้หวัดใหญ่แล้วไม่น่ารักแน่ๆ อาจจะนำไปสู่โรคแทรกซ้อนอื่นๆ และลุกลามเป็นอันตรายร้ายแรงถึงชีวิตได้ ฉะนั้นมาสร้างเกราะป้องกันโรคหวัด และไข้หวัดใหญ่ให้กับลูกรักกันดีกว่าค่ะ

เช็กอาการ หวัดธรรมดา Vs ไข้หวัดใหญ่ ต่างกัน พ่อแม่ต้องสังเกต

อาการหวัดธรรมดา

  • คัดจมูก สังเกตจากมีเสียงหายใจครืดคราด
  • น้ำมูกใสไหล
  • ไอ อาจมีเสมหะเล็กน้อย
  • เจ็บคอ คอแห้ง สังเกตจากเสียงร้องหรือเสียงพูดของลูกจะแหบ
  • ปวดศีรษะ ทำให้ร้องไห้งอแง
  • มีไข้ อุณหภูมิ 36.5 – 37.5 องศาเซลเซียส

อาการไข้หวัดใหญ่

  • อาการเริ่มแรกเหมือนไข้หวัดธรรมดา คัดจมูก มีน้ำมูกไหล เจ็บคอ
  • คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย
  • ไอมาก หอบเหนื่อย หายใจลำบาก
  • ไข้สูงมาก อุณหภูมิ 38 – 40 องศาเซลเซียส
  • มีอาการชัก
  •  ปอดอักเสบ ทำให้เป็นปอดบวม

การรักษา

       ปัจจุบันโรคหวัดยังไม่มียารักษาได้ แพทย์จะให้ยาตามอาการที่เกิดขึ้น ถ้าเป็นไข้หวัดใหญ่ อาจจำเป็นต้องใช้ยาต้านไวรัส (Tamiflu) และการใช้ยาในเด็กเล็กแพทย์จะระมัดระวังมากและให้ยาที่เหมาะสมสำหรับเด็ก คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรซื้อยามาให้ลูกเอง

ทางที่ดี เพื่อไม่ให้ลูกต้องเผชิญกับการเป็นไข้หวัดบ่อยๆ ควรสร้างเกราะป้องกันให้ลูกไว้ดีกว่า
9 วิธี สร้างเกราะป้องกันโรคหวัด & ไข้หวัดใหญ่

 

  1. ฉีดวัคซีนป้องกัน เช่น วัคซีนไข้หวัด วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ซึ่งสามารถฉีดได้ตั้งแต่ลูกอายุ 6 เดือนขึ้นไป และฉีดกระตุ้นทุกปีตามระยะที่กำหนด
     
  2. ล้างมือและทำความสะอาดตัวเองก่อนอุ้มลูก ยิ่งลูกวัยแรกเกิด – 6 เดือน ก่อนจะสัมผัสเด็กๆ ควรจะล้างมือให้สะอาดก่อน ไม่อย่างนั้นอาจจะนำพาเชื้อโรคไปสู่ลูกได้
     
  3. ไม่พาลูกไปในสภาพแวดล้อมที่แออัด ผู้คนพลุกพล่าน เช่น ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล เพราะอาจเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรค
     
  4. ทำความสะอาดของเล่น รวมไปถึงข้าวของเครื่องใช้ที่ลูกชอบหยิบจับเอาเข้าปาก หลังจากที่ใช้แล้วทุกครั้ง และเช็ดทำความสะอาด เก็บในกล่องหรือในที่ที่ไม่อับชื้น
     
  5. หมั่นซักผ้าห่ม ผ้าปูที่นอน และผ้าขนหนู ที่อาจเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรคต่างๆ
     
  6. จัดบ้านให้เป็นระเบียบเรียบร้อย มีอากาศถ่ายเทสะดวก มีแสงแดดส่องเข้ามารำไร จะทำให้อากาศในบ้านสดชื้นขึ้น ไม่สะสมเชื้อโรค
     
  7. เมื่อคนในบ้านป่วยต้องรีบไปหาหมอ และใส่หน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไปสู่ลูก
     
  8.  อย่าให้ลูกสัมผัสเสมหะ หรือละอองฝอยจากการไอจามของคนป่วย เพราะมีเชื้อปนอยู่ เมื่อไปสัมผัสกับทางเดินหายใจ เยื่อบุตา จะทำให้เข้าสู่ร่างกายลูกได้ง่ายๆ เลย
     
  9. ให้ลูกกินนมแม่ เพราะนมแม่มีสารอาหารที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันได้อย่างดีเยี่ยม ลูกจะได้แข็งแรง ไม่เป็นหวัดได้ง่ายๆ

       ในกรณีที่คุณแม่ไม่สามารถให้นมลูกได้ หรือมีความจำเป็นที่ต้องใช้นมอื่นเสริม สามารถลูกดื่มนมแพะได้นะคะ เพราะนมแพะมีกระบวนการสร้างน้ำนมแบบเดียวกับนมแม่ เรียกว่า อะโพไครน์ ทำให้มีสารอาหารธรรมชาติจากธรรมชาติครบถ้วน ที่สำคัญ มีนิวคลีโอไทด์ที่ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย และยังเปี่ยมไปด้วย CPP โปรตีนคุณภาพ ที่ย่อยและดูดซึมง่าย ทำให้สามารถดูดซึมสารอาหารที่สำคัญเข้าสู่ร่างกายได้อย่างเต็มที่ ส่งผลให้ลูกรักมีร่างกายแข็งแรง มีเกราะภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย ทำให้ลูกน้อยแข็งแรงไม่ป่วยง่าย เติบโตสมวัยอย่างเป็นธรรมชาติ
 
 
 
Tags: สุขภาพลูกรัก, ไข้หวัด, โรคหวัด, ไข้หวัดใหญ่, อาการ, การป้องกัน, การรักษา, ภูมิคุ้มกัน, อาการหวัด

บทความแนะนำที่เกี่ยวข้อง
คุณแม่ฉลาดเลือก “ดนตรี” เพื่อพัฒนาการที่ดีกว่าสำหรับลูกน้อย

สร้างเกราะป้องกันโรคหวัด & ไข้หวัดใหญ่ ให้ลูกรัก

มารู้จักกับ โคลีน (Choline) ตัวช่วยพัฒนาการเรียนรู้และความจำ

ลูกน้อยท้องผูก อึไม่ออก ทำอย่างไรดี?

ลูกไม่ชอบอาบน้ำ