คำแนะนำ 5 ปัญหาหลังคลอดที่เจอบ่อย!

เขียนโดย

DG Smartmom

เผยแพร่เมื่อ

30 มีนาคม 2564

อ่านแล้วจำนวน

36

ถ้าคุณแม่กำลังจะมีเบบี๋ตัวน้อยเร็วๆ นี้ ห้ามพลาดโพสต์นี้เด็ดขาดค่ะ เรามาเตรียมความพร้อมกับ 5 ปัญหาที่คุณแม่หลังคลอดส่วนใหญ่ต้องเจอ ถึงจะเป็นคุณแม่มือใหม่ แต่รับรองว่ารับมือได้แบบคุณแม่มือโปรแน่นอน!

"เบบี้ บลู" ฮอร์โมนหลังคลอด

"เบบี้ บลู" (Baby Blue) คือ ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด ในระหว่างที่คุณแม่ตั้งครรภ์ฮอร์โมนเอสโตรเจน กับโปรเจสเตอโรนจะเพิ่มขึ้นสูงมาก แต่เมื่อหลังคลอดฮอร์โมนสองชนิดนี้จะลดลงไปทันที ทำให้เกิดภาวะเบบี้บลู ซึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนนั่นเองค่ะ

อาการ และวิธีรับมือ รู้สึกเศร้า หดหู่ ไม่มีกำลังใจ ส่วนใหญ่จะค่อยๆ ดีขึ้นหลังจาก 6 สัปดาห์โดยประมาณค่ะ ถ้าไม่ดีขึ้นควรรีบปรึกษาแพทย์นะคะ

คำแนะนำ คนใกล้ตัวควรช่วยเหลือคุณแม่หลังคลอด เพราะเพิ่งคลอดลูกร่างกายคุณแม่อ่อนแอมาก เสียเลือดเยอะ ร่วมกับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ถ้าจะต้องมีเรื่องทำให้คุณแม่วิตกกังวล เสียใจ หรือเหนื่อยจนเกินไปอาจทำให้มีภาวะนี้ได้ค่ะ


หนาวง่าย ผมเริ่มร่วง

คุณแม่ต้องเคยได้ยินคุณแม่หลายๆ คนแอบบ่นว่าตั้งแต่คลอดลูกก็ขี้หนาว แถมผมก็ร่วงใช่ไหมคะ สาเหตุเกิดจาก ในขณะที่คุณแม่ตั้งครรภ์ได้ใช้พลังงาน และแคลเซียมไปจำนวนมาก อีกทั้งระหว่างคลอดคุณแม่ได้เสียเลือดขณะคลอดเป็นจำนวนมากอีกเช่นกัน ทำให้ร่างกายต้องการธาตุเหล็ก และแคลเซียม เพื่อใช้ในการสร้างเม็ดเลือด และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ เพื่อทดแทนที่สูญเสียไประหว่างตั้งครรภ์ และการคลอด

คำแนะนำ ให้คุณแม่ทานวิตามินขณะตั้งครรภ์ต่อ และเลือกรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กให้เพียงพอในแต่ละวัน เช่น ไข่ ผักที่มีสีเขียวเข้ม สวมใส่เสื้อผ้าที่ให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย พักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และเลือกใช้แชมพูสระผมสูตรไม่ระคายเคือง ไม่เกาหรือนวดศีรษะแรงๆ เลี่ยงการไว้ผมยาวมาก หรือหวีผมแรงๆ

สะดือลูกเมื่อไหร่จะหลุด

คุณแม่มือใหม่ส่วนใหญ่จะกังวลกับสะดือลูกน้อย กลัวลูกเจ็บ ไม่กล้าเช็ด กลัวสะดือเน่า ฯลฯ ส่วนใหญ่แล้วสะดือลูกจะค่อยๆ แห้ง และหลุดเองใช้เวลา 14 วันโดยประมาณ

เทคนิคดูแลสะดือลูกแบบง่ายๆ

• เช็ดด้วยแอลกอฮอล์ 70%

• เช็ดวนทีละด้าน แล้วเปลี่ยนสำลี ไม่ใช้ซ้ำ

• เลือกใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูปแบบเทปจะไม่รัดบริเวณสะดือ หรือสวมกางเกงที่ไม่กดทับสะดือลูก

• ห้ามแกะ เป่า ทา อะไรก็ตามลงบนสะดือลูก

นมแม่ไม่พอ นมแม่มาช้า

เชื่อว่าคุณแม่ส่วนใหญ่ต้องเผชิญกับปัญหานมแม่ไม่พอ นมแม่มาช้าในช่วงแรกหลังคลอด กลัวว่าลูกจะได้รับน้ำนมไม่พอ ซึ่งอันตรายต่อทารกแรกเกิด อาจส่งผลทำให้เกิดภาวะขาดน้ำในเด็กได้

คำแนะนำ…

• ไม่เครียด พักผ่อนให้เพียงพอเท่าที่ทำได้ เพราะยิ่งเครียดวิตกกังวลจะยิ่งส่งผลต่อการผลิตน้ำนมค่ะ

• รับประทานอาหารที่มีประโยชน์อย่างหลากหลาย เพิ่มเมนูกระตุ้นน้ำนม และดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอในแต่ละวัน

• ให้ลูกน้อยกระตุ้นด้วยการดูดเต้า หรือปั๊มนมไม่ให้ตกรอบ ลูกดูดบ่อย ดูดถูกวิธี จะช่วยกระตุ้นการผลิตน้ำนมให้เพียงพอสำหรับลูกน้อยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ

ถ้าคุณแม่ต้องให้นมเสริมในกรณีที่นมแม่ยังไม่มา หรือคุณแม่ที่มีโรคประจำตัวมีความจำเป็น ฯลฯ เลือกนมเสริมที่เหมาะสมกับลูกน้อย ที่ดีต่อระบบการย่อย ระบบขับถ่าย คงคุณค่าสารอาหารได้สูงสุด และเหมาะสมกับช่วงวัย เพื่อรอเวลาที่คุณแม่สามารถกลับมาให้นมแม่ได้ค่ะ

ลูกท้องอืด Overfeeding

คุณแม่มือใหม่มักจะให้ลูกดื่มนมทุกครั้งที่ลูกร้อง แต่การร้องทุกครั้งไม่ได้หมายความว่าลูกหิว ทางที่ดีคุณแม่ควรให้ลูกดื่มนมเป็นเวลา (แต่ช่วงแรกลูกจะหิวบ่อยทุกๆ 2-3 ชม.) ให้ลูกดื่มในปริมาณที่เหมาะสมกับน้ำหนักตัว เพราะถ้าลูกดื่มนมเกินพอดี จะยิ่งทำให้ลูกไม่สบายท้อง ท้องอืดได้ค่ะ

อาการ Overfeeding

• ท้องโป่งตึง ท้องอืด

• ร้องกวน งอแง ไม่สบายท้อง

• แหวะนมออกทางปาก จมูก

คำแนะนำสำหรับคุณแม่ หากลูกร้องไห้มาก คุณแม่พยายามปลอบ อุ้มลูก เช็กว่าลูกร้องไห้เพราะสาเหตุอะไร เพราะหากลูกร้องไห้หนักขึ้น อากาศจะเข้าไปในกระเพาะอาหารทำให้ลูกท้องอืดมากขึ้น แน่นอึดอัดมากขึ้นได้ค่ะ

สำหรับคุณแม่มือใหม่ หลังคลอดคือช่วงปรับตัวของทั้งคุณแม่ และลูกน้อยช่วงนี้อาจจะทำอะไรไม่ค่อยถูก คุณแม่ลองนำคำแนะนำเหล่านี้ไปปรับใช้จะช่วยให้การเป็นคุณแม่มือใหม่นี้ง่ายขึ้นค่ะ

บทความที่เกี่ยวข้อง